ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 307 ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
บทที่ 307 ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
“หยุดพูด หยุดพูดเดี๋ยวนี้” จี้ซินเยว่จ้องมองไปที่มารดาของตนเอง ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความดุร้าย
ฮูหยินจี้ตกตะลึงไปครู่หนึ่งก่อนจะได้สติกลับมา “ซินเยว่ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วเจ้าก็ควรจะยอมรับมัน แม้ว่าเจ้าและแม่ทัพเมิ่งจะไม่มีวาสนาต่อกันอีกต่อไป แต่เจ้าก็ยังถือว่าเป็นฮูหยินของตระกูลเฉิน แม้คนอื่น ๆ ในสายตระกูลรองจะต้องการพูดเรื่องนี้ แต่เจ้าก็ยังมีตระกูลจี้หนุนหลัง คนเหล่านั้นไม่มีทางจะมาสร้างปัญหาแก่เจ้าได้อีกสักพัก เราจะเอาเด็กจากสายตระกูลรองมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมของเจ้าแล้วให้อยู่ใต้อำนาจเจ้าอีกที คราวนี้ความมั่นคงก็จะยังอยู่กับเจ้าต่อไป”
“ท่านจะเข้าใจอะไรเล่า หากไร้เมิ่งฉีฮ่วนแล้ว ชีวิตนี้ของข้าก็ทรมานเสียยิ่งกว่าความตายเข้าใจหรือไม่” จี้ซิยเยว่ตวาดลั่น “นังนั่นเป็นบุตรของอวี๋ปิงซูไปได้อย่างไร เป็นไปได้ยังไงกัน ท่านแม่ ช่วยบอกข้าทีว่านี่ไม่จริง นางไม่ได้เป็นลูกของอวี๋ปิงซูใช่หรือไม่ท่านแม่ ทุกอย่างไม่จริงใช่หรือไม่”
จี้ฮูหยินได้แค่ถอนหายออกมา “ข้าเองก็ไม่เคยพบคุณหนูใหญ่ตระกูลอวี๋มาก่อนเช่นกัน นางหายไปตั้งแต่ซิงกั๋วกงย้ายเข้าเมืองหลวง เคยเห็นเพียงภาพของนางเมื่อนานมาแล้ว ว่าไปแล้วเมื่อลองทบทวนดูก็ค่อนข้างจะคล้ายกับหลี่เยว่หาน คนเขาก็ลือกันว่าหลี่เยว่หานดูคล้ายกับคุณหนูใหญ่ตระกูลอวี๋เมื่อยังเด็กเช่นกัน”
“ไม่มีทาง นี่มันเป็นไปไม่ได้” จี้ซินเยว่ตะโกนเสียงดังอย่างบ้าคลั่ง “หลี่เยว่หานเป็นเพียงหญิงบ้านนอก จะมาเทียบอะไรกับข้าได้ นางนั่นจะมีชาติกำเนิดสูงส่งเพียงนี้ไปได้อย่างไร ใช่ นางเป็นแค่สาวชาวบ้านชั้นต่ำ จริงสิ ต่อให้นางเป็นบุตรของอวี๋ปิงซูจริง ๆ แล้วบิดานางเล่า บิดานางก็ยังเป็นแค่ชาวนาชั้นต่ำอยู่ดี แม้จะมีมารดาที่เป็นสตรีชั้นสูง แต่หลี่เยว่หานก็ยังมีสายเลือดต่ำต้อยอยู่ดี”
เมื่อเห็นว่าจี้ซินเยว่แทบเสียสติ ฮูหยินจี้ก็รู้สึกทุกข์ใจและหวาดกลัวมากขึ้นเรื่อย ๆ
นางรู้ดีมาโดยตลอดว่าลูกสาวมีจิตใจแน่วแน่ ไม่เคยเต็มใจที่จะเป็นม่ายอยู่ในตระกูลเฉินเช่นนี้ เมื่อจี้ซินเยว่ดำเนินการทำสิ่งต่าง ๆ ฮูหยินจี้จึงได้แต่เงียบ ยามเมิ่งฉีฮ่วนกลับมาที่เมืองหลวงและเห็นว่าจี้ซินเยว่พยายามติดต่อเขาบ่อยครั้งแต่ก็ล้มเหลวง ฮูหยินจี้ก็ยังไม่ได้พูดอะไร
แต่นางก็ไม่แน่ใจเช่นกันว่าตั้งแต่เมื่อไรที่บุตรสาวแสนสง่างาม น่ารักและเพียบพร้อมไปด้วยความรู้ กิริยามารยาท คุณธรรมสูงส่งที่ตนเคยรู้จักเริ่มกลายเป็นผู้หญิงเสียสติแบบนี้…
เมื่อคิดถึงภาพความบ้าคลั่งยามเมาสุราของจี้ซินเยว่ในคืนเทศกาลโคมไฟนั้น ฮูหยินจี้ก็ได้ถอนหายใจออกมาโชคยังดีที่นางหลอกให้ลูกสาวกินน้ำแกงเจวี๋ยจื่อในวันรุ่งขึ้น ไม่เช่นนั้นหากนางตั้งครรภ์ขึ้นมาจริง ๆ คงเป็นเรื่องน่าอับอายต่อหน้าคนตระกูลเฉินเป็นอย่างมาก
จี้ซินเยว่หมกมุ่นอยู่กับอารมณ์ที่บิดเบี้ยวของตนเองจนไม่ทันสังเกตความซับซ้อนในแววตาของมารดาตนเอง นางเอาแต่สาปแช่งหลี่เยว่หานซ้ำไปซ้ำมา และยังเอาแต่พูดว่านางและเมิ่งฉีฮ่วนคือคู่ที่สวรรค์ลิขิตมาแล้ว
จนกระทั่งค่ำมืด ในที่สุดจี้ซินเยว่ก็ผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า
ฮูหยินจี้นั่งอยู่คนเดียวท่ามกลางความมืด มองเงาจี้ซินเยว่ที่สะท้อนจากแสงจันทร์อย่างสงบแล้วหลั่งน้ำตาออกมาอย่างอดไม่ได้ จากนั้นก็เอาเชือกที่มัดปมไว้ขึ้นมามัดแขนขาและลำตัวของจี้ซินเยว่ไว้บนเตียงอย่างแน่นหนา นางมองไปที่ลูกสาวแล้วถอนหายใจอย่างหนักหน่วง
“ซินเยว่ อย่าคิดว่าแม่โหดร้ายกับเจ้าเลย เวลานี้เราสองแม่ลูกต้องพึ่งพากัน จำเป็นต้องรักษาชื่อเสียงของเจ้าให้ดี เราจึงจะอยู่รอดต่อไปได้ ไม่ต้องกังวลไป แม่จะไม่มัดเจ้าไว้เช่นนี้นานนัก เมื่อใดที่ฟื้นคืนสติแม่จะปล่อยเจ้าแน่นอน”
ระหว่างที่พูดฮูหยินจี้ก็หลั่งน้ำตาออกมาอีกครั้ง
“ฮูหยิน อย่าได้เสียใจเกินเลยเจ้าค่ะ คุณหนูต้องเข้าใจในความตั้งใจดีของท่านแน่นอน” แม่นมอู๋ที่อยู่กับฮูหยินจี้มาหลายปีรีบปลอบใจอย่างรวดเร็ว “คุณหนูของเราเดิมทีเป็นคนจิตใจอ่อนโยนและหลักแหลมมาก คุณหนูจะไม่ตำหนิท่านอย่างแน่นอน”
ฮูหยินจี้เช็ดน้ำตาด้วยผ้าเช็ดหน้าแล้วสะอึกสะอื้นมองดูจี้ซินเยว่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสาร
ที่จวนซิงกั๋วกงยามนี้บรรยากาศกลับแตกต่างออกไป
หลี่เยว่หานดูแทบจะเหมือนอวี๋ปิงซูตอนยังเป็นเด็กสาวทุกประการ นั่นทำให้เหล่ากั๋วกงแทบจะร้องไห้ออกมาทุกครั้งเมื่อได้มอง เขาและมารดาผู้ให้กำเนิดอวี๋ปิงซูรักบุตรสาวคนนี้มาก หลังจากที่อวี๋ปิงซูหายตัวไป เหล่ากั๋วกง ฮูหยินก็ล้มป่วยและเสียชีวิตไปในเวลาไม่กี่เดือนหลังจากนั้น อวี๋ปิงซูจึงกลายเป็นดวงใจที่เหลืออยู่ของเหล่ากั๋วกง เป็นเรื่องฝังใจที่เจ็บปวดเสมอยามคิดถึง
เมื่อเขาได้พบกับหลี่เยว่หานซึ่งแทบจะเหมือนบุตรสาวตนเองราวกับเป็นคนเดียวกันอยู่ต่อหน้า อารมณ์ที่ชายชราข่มกลั้นมานานก็ท่วมท้นออกมา นอกจากนี้เขายังชรามากแล้วจริง ๆ จึงอ่อนไหวอย่างมาก และร้องไห้ออกมาทุกครั้งที่มองหลี่เยว่หาน
หลังจากที่รับหลี่เยว่หานเข้าตระกูลแล้ว เหล่ากั๋วกงก็ขอให้ภรรยารองของเขาเตรียมพิธีสำหรับรับหลี่เยว่หานเข้ามาในตระกูล โชคดีที่หญิงชรามีความสัมพันธ์อันดีกับฮูหยินใหญ่ที่เสียไปแล้ว นางจึงเตรียมการเรื่องพิธีอย่างดีสำหรับหลี่เยว่หาน
หลังจากการเตรียมการกว่าสามวันเต็ม และยังมีการมอบเทียบเชิญขุนนางหลายตระกูลในเมืองหลวงทั้งหมดเรียบร้อย หลี่เยว่หานก็ได้เข้าพิธีกลับสู่จวนซิงกั๋วกงอย่างเป็นทางการ
เดิมทีแม้ว่าซิงกั๋วกงจะเป็นตำแหน่งที่ไม่ได้มีอำนาจมากมายแล้วในเวลานี้ ไม่จำเป็นต้องได้รับความสนใจจากผู้คนมากมายนัก แต่เพราะหลี่เยว่หานเป็นฮูหยินของขุนนางที่ได้รับความโปรดปรานจากฝ่าบาทที่เป็นที่พูดถึงในเวลานี้ ดังนั้นในพิธีครั้งนี้จึงได้มีสตรีชั้นสูงจากตระกูลขุนนางจำนวนมากเข้ามาร่วมแสดงความยินดีอย่างคึกคัก
“เยว่หาน ทางนี้” ฮูหยินฟางภรรยาของอวี๋เจ๋อฟางสนิทสนมกับหลี่เยว่หานมาก และรู้ว่าหลี่เยว่หานกำลังตั้งครรภ์จึงพยายามอย่างเต็มที่ที่จะไม่ให้นางต้องเหนื่อยเกินไป แม้ว่าเวลานี้จวนซิงกั๋วกงจะเต็มไปด้วยแขกเหรื่อมากมาย แต่ฮูหยินฟางก็ยังพยายามไม่ให้หลี่เยว่หานต้องเดินไปมามากเกินไป และเป็นผู้แนะนำสตรีคนอื่น ๆ แก่หลี่เยว่หานด้วยตนเอง
“นี่คือหยวนฮูหยินและคุณหนูใหญ่ตระกูลหยวนจากจวนอู่กั๋วกง” ฮูหยินฟางเอ่ยพลางจับมือของหลี่เยว่หานและแนะนำทุกคนให้หลี่เยว่หานรู้จัก “ว่าไปแล้ว หยวนฮูหยินและมารดาของเจ้าเป็นคนรุ่นเดียวกัน ส่วนเจ้าและคุณหนูใหญ่ตระกูลหยวนก็รุ่นเดียวกัน เจ้าสามารถเรียกว่าท่านป้าหยวนและนับคุณหนูเป็นน้องสาวได้”
หลังจากได้ยินเช่นนั้นหลี่เยว่หานก็ยิ้มแล้วโน้มตัวเล็กน้อย “ท่านป้าหยวน น้องหยวน นี่เป็นครั้งแรกที่เราพบกัน เยว่หานเป็นเพียงชาวบ้าน ยังไม่รู้ความเรื่องมารยาทชั้นสูงมากนัก โปรดอภัยให้ข้าด้วย”
หยวนฮูหยินเคยได้ยินมาว่าหลี่เยว่หานเป็นเด็กสาวชาวบ้านมาจากชนบท ก่อนที่จะได้พบกัน นางก็ลอบดูถูกอีกฝ่ายในใจจริง ๆ แต่เมื่อได้พบกับหลี่เยว่หานแล้วความคิดของนางก็เปลี่ยนไปในทันที เมื่อเห็นท่าทางอ่อนน้อม นางก็รีบยื่นมือไปประคอง “โอ้ เราทุกคนล้วนเป็นคนกันเอง ไม่ต้องมากพิธีไปจะดีกว่า เยว่หาน เจ้าเองก็เป็นฮูหยินหลวงขั้นหนึ่งเช่นกัน เป็นเพียงผู้เดียวที่มีบรรดาศักดิ์ ถือว่าเป็นสตรีชั้นสูงที่สุดในหมู่พวกเรา หากอ่อนน้อมเช่นนี้จะทำให้เราลำบากใจ”
“ท่านป้าหยวนจะพูดเช่นนั้นก็ไม่ถูกเจ้าค่ะ เยว่หานเป็นเพียงเด็กคนหนึ่ง เป็นเรื่องปกติที่จะต้องเคารพท่านป้า” หลี่เยว่หานกลับมายืนตรงช้า ๆ อย่างไม่เย่อหยิ่งหรือรีบร้อน นางเอ่ยช้า ๆ ด้วยรอยยิ้มสุภาพบนใบหน้า
แม้เวลานี้หลี่เยว่หานจะตั้งครรภ์ได้สี่เดือนแล้ว การเคลื่อนไหวของนางยังดูช้าลงอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ทุกการเคลื่อนไหวก็ยังคงไว้ซึ่งความสง่างามและดูเยือกเย็น เดิมทีหยวนฮูหยินและคุณหนูใหญ่ตระกูลหยวนคิดว่าจะได้เห็นหลี่เยว่หานที่ดูเป็นตัวตลก แต่เมื่อได้พบตัวจริงของนางแล้วก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาอย่างชื่นชมด้วยความจริงใจ
แม้ว่าหลี่เยว่หานจะเติบโตมาอย่างสาวชาวบ้าน แต่กิริยามารยาทกลับไม่ได้ยิงหย่อนไปกว่าสตรีชั้นสูงเช่นพวกนางเลย