ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 308 ลุงเช่นเจ้าสมควรโดนสักที
บทที่ 308 ลุงเช่นเจ้าสมควรโดนสักที
“ฮูหยินหลวงหรือไม่ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ วันนี้มีแต่คนในครอบครัวสำหรับเยว่หาน อย่าพูดถึงตำแหน่งเหล่านั้นดีกว่า” ฮูหยินฟางพูด้วยรอยยิ้มระหว่างจับมือหลี่เยว่หาน
คุณหนูใหญ่ตระกูลหยวนที่เงียบอยู่นานก็เริ่มเอ่ยขึ้นบ้างพร้อมกับรอยยิ้ม “ใช้แล้ว ทั้งฮูหยินหลวงหรือยศศักดิ์อื่น ๆ ล้วนเป็นชื่อเสียงนอกกายเท่านั้น มีเพียงเรื่องที่คุณหนูเป็นคุณหนูของจวนซิงกั๋วกงเท่านั้นที่เป็นเรื่องสำคัญ ตามความคิดของข้า แม้ว่าเยว่หานจะเกิดในชนบท แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ได้ กลับมาสู่ครอบครัวและเข้ามาในจวนซิงกั๋วกงอีกครั้ง เรื่องที่น่ายินดีเช่นนี้ไม่ได้จะเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ ในแคว้นเรา”
คำพูดของคุณหนูใหญ่หยวนนั้นฉลาดมาก
ระหว่างที่กำลังเอ่ยชื่นชมจวนซิงกั๋วกงก็ยังใช้โอกาสนี้ดูหมิ่นหลี่เยว่หาน และยังใช้คำพูดเน้นยำว่าหลี่เยว่หานมาจากชนบทและดูถูกความเป็นฮูหยินหลวงของนางอีกด้วย
ทันทีที่ฮูหยินฟางได้ยินเช่นนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของนางก็จางลงไปเล็กน้อย ก่อนที่หลี่เยว่หานจะโต้ตอบอะไร ฮูหยินฟางก็เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเย็นชา “ข้าเพิ่งได้ยินคุณหนูใหญ่พูดเป็นครั้งแรกในวันนี้ ตำแหน่งฮูหยินหลวงได้รับพระราชทานจากฝ่าบาทโดยตรง จะเรียกว่าเป็นตำแหน่งที่เป็นเพียงของนอกกายได้อย่างไร หยวนฮูหยินกล่าวถูกต้อง หากนับตามบรรดาศักดิ์แล้ว พวกเรายังถือว่าต่ำกว่าเยว่หานอยู่”
หลังพูดจบฮูหยินฟางก็ปล่อยมือหลี่เยว่หานแล้วโค้งให้หลี่เยว่หาน อย่างไม่ถือตัว “ข้าน้อยฟางจื่อหลาน ทำความเคารพฮั่นหรงฟูเหริน”
เมื่อเห็นสถานการณ์นี้หลี่เยว่หานเพียงคิดว่ามันน่าขัน จากนั้นก็รีบหลีกเลี่ยงการคำนับเช่นนั้นด้วยการจับมือฮูหยินฟาง “ท่านป้า เช่นนี้ประเดี๋ยวข้าก็อายุสั้นหรอกเจ้าค่ะ”
“เหตุใดจะไม่ได้เล่า เยว่หานของเรามีบรรดาศักดิ์สูงส่ง แม้ว่าป้าของเจ้าจะเป็นถึงฮูหยินของกั๋วกงเพราะเป็นภรรยาของท่านลุงของเจ้า แต่ก็ไม่นับว่าเป็นบรรดาศักดิ์ที่ได้รับพระราชทานอย่างฮูหยินหลวง ควรจะมอบความเคารพแก่เจ้า” ฮูหยินฟางไม่ได้รู้สึกแย่กับเรื่องนี้เลย เพียงจับมือหลี่เยว่หานอย่างมีความสุข ระหว่างที่เอ่ยก็เหลือบตามไปทางคุณหนูใหญ่หยวนแสดงออกถึงเจตนาชัดเจน
หยวนฮูหยินและคุณหนูใหญ่หยวนที่ฟังอยู่ก็ไม่คิดเช่นกันว่าฮูหยินฟางจะมีการเคลื่อนไหวเช่นนี้ ทั้งสองพากันตกตะลึงและไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมาเป็นเวลานาน
“ท่านป้าก็ หยอกล้อกันเกินไปแล้วเจ้าค่ะ” หลี่เยว่หานพูดด้วยรอยยิ้มใจดีบนใบหน้า แต่น้ำเสียงยังแฝงความนัยบางอย่าง “ตำแหน่งเช่นนี้ก็เกิดจากการแต่งงานกับสามีของข้าเช่นกัน ท่านเป็นผู้อาวุโสในครอบครัว จะรับความเคารพเช่นนั้นจากท่านได้อย่างไร ไม่อย่างนั้นข้าคงจะละอายหากต้องกินข้าวร่วมกับทุกท่าน”
ฮูหยินฟางยิ้มอย่างมีความสุข “ป้าเพียงหยอกล้อเจ้าเล่นเท่านั้นเอง เห็นแก่ว่าที่เจ้ากำลังตั้งครรภ์ อย่าถือสาป้าเลย”
ในเวลานี้ เหล่าสตรีชั้นสูงทั้งหมดจึงเริ่มตระหนักขึ้นมาอย่างช้า ๆ ว่าแม้วันนี้จะเป็นงานเลี้ยงต้อนรับหลี่เยว่หานกลับเข้าสู่ฐานะคุณหนูของจวนซิงกั๋วกง ทว่าก่อนหน้านี้ที่ยังไม่มีเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้น หลี่เยว่หานก็ยังนับว่าเป็นสตรีชั้นสูงที่โดดเด่นในบรรดาฮูหยินทั้งหมดอยู่ดี
ในตอนนั้นเองทั้งบรรดาฮูหยินที่ไม่ได้มีบรรดาศักดิ์สูงและคุณหนูจากตระกูลต่าง ๆ ที่อยู่ในกลุ่มแขกผู้ได้รับเชิญก็ต่างเข้ามาแสดงความเคารพหลี่เยว่หาน ส่วนคุณหนูใหญ่หยวนได้แต่กัดฟันมองอยู่ด้านหลังอย่างขุ่นเคืองในใจ
ความตั้งใจเดิมของนางคือการย้ำเตือนให้ทุกคนตระหนักว่าท้ายที่สุดแล้วหลี่เยว่หานก็ยังมีชาติกำเนิดต่ำต้อย แต่ความสนใจของทุกคนกลับเป็นไปในทางอื่น สตรีชั้นสูงเหล่านี้ก็กลับเข้ามาทำความเคารพอย่างไม่กลัวตนเองจะเสียเกียรติเลยจริง ๆ
ยิ่งคิดเช่นนี้หยวนหลิงเอ้อร์ก็ยิ่งไม่พอใจมากขึ้นเรื่อย ๆ
หยวนฮูหยินที่อยู่ด้านข้างเห็นบุตรสาวสีหน้าเปลี่ยนไปก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยเตือนเสียงเบา “หากยังต้องการเข้าไปเป็นฮูหยินรองของท่านแม่ทัพก็ต้องสร้างสัมพันธ์อันดีกับหลี่เยว่หานเอาไว้ เป็นเรื่องปกติที่บุรุษจะมีภรรยาสามอนุสี่ เวลานี้นางกำลังตั้งครรภ์ และแม่ทัพเมิ่งยังว่างจากการรับภรรยาเพิ่ม หากเจ้ายังแสดงสีหน้าเช่นนั้นออกมา การมาถึงที่นี่ในวันนี้จะไร้ประโยชน์”
“แต่หลี่เยว่หานมีชาติกำเนิดอย่างไรท่านแม่ก็รู้ หากต้องการแต่งงานกับแม่ทัพเมิ่งก็เพียงแค่ต้องอาศัยรับสั่งจากฝ่าบาทเพียงเท่านั้น เหตุใดต้องสนใจนางด้วย” หยวนหลิงเอ้อร์ไม่เข้าใจ แต่นางก็ทำได้เพียงกระซิบถามเสียงเบา
“นางจะเกิดจากไหนไม่สำคัญ ที่สำคัญก็คือเวลานี้นางเป็นภรรยาแม่ทัพเมิ่งและยังได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์จากฝ่าบาท และในเวลานี้นางยังได้กลับสู่ตระกูลชั้นสูง ไม่ว่าจะเกิดจากใคร สิ่งที่เจ้าต้องทำคือนับถือยกยอหลี่เยว่หานไว้เสมอ เจ้าไม่อาจทำให้นางขุ่นเคืองใจได้” หยวนฮูหยินกระซิบ “แม่ทราบข่าวมามากมายว่าแม่ทัพเมิ่งเป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาทมากก็จริง แต่เขาเป็นคนที่ให้เกียรติภรรยามาก หากคิดจะเข้าไปอยู่ในจวนแม่ทัพก็ไม่สามารถมีปัญหากับภรรยาของเขาได้”
“ลูกเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ต่อไปจะระวังตัวเองให้ดีกว่านี้” หยวนหลิงเอ้อร์ตอบรับอย่างไม่ได้เต็มใจ
เพราะนางถือครองลัญจกรหยก ประสาทสัมผัสทั้งหกของหลี่เยว่หานจึงเฉียบคมกว่าคนทั่วไป นางมองเห็นสายตาดูถูกของหยวนหลิงเอ้อร์ ดังนั้นแม้ว่านางกับคุณหนูใหญ่หยวนและหยวนฮูหยินจะแยกจากกันแล้วแต่นางก็ยังติดตามความเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายอย่างระแวดระวัง
หลี่เยว่หานได้ยินบทสนทนาทั้งหมดระหว่างหยวนฮูหยินและหยวนหลิงเอ้อร์อย่างชัดถ้อยชัดคำก็เริ่มขบกรามแล้วนึกถึงเมิ่งฉีฮ่วนขึ้นมา
ในช่วงสองสามเดือนนับตั้งแต่กลับมาที่เมืองหลวง ชายหน้าเหม็นผู้นั้นยั่วยวนสตรีไปกี่นางแล้ว !
ในงานเลี้ยงครั้งนี้ หลี่เยว่หานได้พบปะสตรีชั้นสูงมากหน้าหลายตาไปหมด แต่ท้ายที่สุดแล้วหลี่เยว่หานกลับสามารถจดจำได้เพียงชื่อสองชื่อเท่านั้น
คนมากมายเพียงนี้ไม่มีทางที่สมองของนางจะจดจำได้ทั้งหมด…
วันนี้จวนซิงกั๋วกงที่เงียบเหงามานานหลายปีกลับมีชีวิตชีวาขึ้นมา ภายในมีสตรีรุ่นราวคราวเดียวกับหลี่เยว่หานทั้งที่ยังเป็นสาวน้อยไม่ออกเรือนและฮูหยินที่แต่งงานแล้วเข้ามานับพี่นับน้อง เป็นพี่สาวน้องสาวจำนวนมากหลี่เยว่หานได้ทำความรู้จักกับคนอื่น ๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า
เพื่อแสดงให้เห็นว่าตระกูลอวี๋ให้ความสำคัญกับหลี่เยว่หาน พวกเขาจึงเตรียมสำรับเลี้ยงอาหารกว่าสามสิบโต๊ะ และยังเชิญคณะหลิ่วหยวนคณะแสดงที่มีชื่อเสียงที่สุดในแคว้นมาทำการแสดงขับร้องและเล่นละคร เนื่องจากวันนี้เป็นโอกาสที่น่ายินดี เพลงและละครส่วนใหญ่จึงเกี่ยวกับการกลับคืนสู่ครอบครัวถิ่นฐานและกล่าวถึงบรรพบุรุษ ผู้ชมจึงอดไม่ได้ที่จะหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความซาบซึ้งโดยเฉพาะฮูหยินหลายคนที่ห่างไกลจากบุตรตนเอง
เนื่องจากมีการแสดงละคร ที่นั่งระหว่างชายหญิงจึงแยกกันและมีฉากกั้น เมื่อหลี่เยว่หานเห็นว่าเมิ่งฉีฮ่วนที่อยู่ห่างออกไปหันมาขยิบตาให้นางหลายครั้งก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มขำ
ความจริงแล้วนางไม่ชอบงานเลี้ยงเช่นนี้ แต่ก็เข้าใจว่าการเข้าสังคมเช่นนี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตในเมืองหลวง คนจากจวนซิงกั๋วกงสืบหาอวี๋ปิงซูมาเป็นเวลาเนิ่นนานนับสิบกว่าปี เวลานี้พวกเขาพบเพียงบุตรสาวที่นางทิ้งไว้ในโลกนี้เพียงผู้เดียว ก็พอจะจิตนาการถึงความโศกเศร้าของเหล่าซิงกั๋วกงได้
โดยเฉพาะยามที่เขาได้ยินหลี่เยว่หานเล่าเรื่องการเสียชีวิตของนาง แม้ว่าหลี่ต้าเฉิงจะไม่ได้เดินทางมาถึงเมืองหลวง เหล่าซิงกั๋วกงก็ต้องการจะตามไปสังหารชายผู้นั้นถึงที่
ทว่าแม้ความเจ็บปวดจากการสูญเสียบุตรสาวของเขาจะยังไม่หายดี แต่เหล่าซิงกั๋วกงก็รักหลานสาวที่เพิ่งตามตัวพบเช่นกัน เขาใจดีกับหลี่เยว่หานมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้แต่อวี๋เจ๋อฟางยังคร่ำครวญซ้ำ ๆ ว่าเมื่อน้องสาวของเขายังอยู่ที่จวนก็ยังไม่เคยได้เห็นว่าบิดาทุ่มเทให้นางเท่านี้เสียด้วยซ้ำ
“เจ้านี่ไม่รู้อะไรเสียเลย” ชายชราขึ้นเสียงใส่บุตรชายคนโตอย่างไม่ปรานี “น้องสาวเจ้ายังมีช่วงเวลาที่ได้เติบโตอย่างสุขสบายได้รับการเอาอกเอาใจก่อนที่จะหายตัวไป แต่ดูเยว่หานสิ มือของนางหยาบกร้านมาก ไม่รู้ว่าต้องผ่านความยากลำบากเพียงใดมา เวลานี้ยังกำลังตั้งครรภ์อยู่ ในฐานะลุงของนาง เจ้ายังกล้ามาถามข้าเช่นนี้งั้นหรือ มันน่าโดนสักทีหรือไม่”