ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 312 นี่นางคิดอย่างไรกัน
บทที่ 312 นี่นางคิดอย่างไรกัน
ทางฝั่งอวี๋เจ๋อฟาง เมื่อได้ยินคนเฝ้าประตูรายงานว่าหลี่เยว่หานและเมิ่งฉีฮ่วนมาเยือน เขารู้สึกดีใจจนบรรยายไม่ถูก รีบสั่งคนไปเชิญท่านอ๋อง จากนั้นก็เดินไปที่ประตูใหญ่ด้วยความร่าเริง ด้วยความดีใจ ทำให้เขารู้สึกเหมือนมีพลัง เดินได้เร็วอย่างน่าทึ่ง
ทว่ามิทันได้เดินไปถึงบริเวณทางเข้า ก็ได้ยินการสนทนาระหว่างหลี่เยว่หานและหยวนหลิงเอ้อร์ จึงมีสีหน้าบึ้งตึง “หยวนหลิงเอ้อร์! ผู้ใดอนุญาตให้พูดกับคุณหนูของจวนกั๋วกงเราแบบนี้! เยว่หาน อย่าเพิ่งไป”
เมื่อได้ยินเสียงอวี๋เจ๋อฟาง หลี่เยว่หานก็หยุดชะงัก
อวี๋เจ๋อฟางเดินมาอย่างรวดเร็ว สายตาจ้องมาที่หยวนหลิงเอ้อร์อย่างโกรธแค้น
หยวนหลิงเอ้อร์ไม่คิดเลยว่าอวี๋เจ๋อฟางจะปรากฏตัวในเวลานี้ หัวใจก็เต้นระส่ำระสาย “ท่านอา ฮั่นหรงฟูเหรินเข้าใจคำพูดของข้าผิดไป…”
“คิดว่าข้าโง่หรืออย่างไร” อวี๋เจ๋อฟางโมโหสุดขีด “เราจวนกั๋วกงยินดียิ่งนักที่เยว่หานจะได้กลับมายังตระกูล เจ้านับว่ากล้ามากที่กล้ามายั่วยุจวนกั๋วกงเช่นนี้ นี่พวกเจ้าจวนอู่กั๋วกงคิดว่าพวกเราที่จวนกั๋วกงไม่มีใครหรือไร”
อวี๋เจ๋อฟางสั่งให้องครักษ์ที่เฝ้าอยู่หน้าประตูเล่าคำพูดของหยวนหลิงเอ้อร์ที่เพิ่งพูดกับหลี่เยว่หานซ้ำอีกที
หยวนหลิงเอ้อร์หน้าซีดเผือดทันที คุกเข่าลงขอความเมตตา “ท่านลุงเจ้าคะ หลิงเอ้อร์ไม่ได้ตั้งใจพูดอย่างนั้น หลิงเอ้อร์ก็แค่ยังยอมรับไม่ได้ ก่อนที่นางจะมา หลิงเอ้อร์ก็เป็นเด็กที่ท่านพ่อและท่านแม่โปรดปรานที่สุดมาตลอด!”
“ฮึม” อวี๋เจ๋อฟางมองหยวนหลิงเอ้อร์ที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้า แววตาหงุดหงิดปรากฏชัด “ตระกูลกั๋วกงคงไม่เหมาะที่จะสมาคมกับคุณหนูหยวน บุตรีจวนอู่กั๋วกง”
พูดจบเขาก็หันไปต้อนรับหลี่เยว่หาน ถอนหายใจและเอ่ยปากขอโทษนางด้วยตัวเอง “หลี่เยว่หาน อย่าคิดมากเลย ตระกูลซิงกั๋วกงและตระกูลอู่จวนกั๋วกงของเราเป็นแค่ญาติห่างๆ ลุงคิดถึงมารดาของเจ้ามาก ส่วนคุณหนูคนโตของตระกูลอู่จวนกั๋วกงก็พูดจาไพเราะ เลยทำให้สองตระกูลมีการติดต่อกันบ่อย”
เมื่อได้ยินอวี๋เจ๋อฟางอธิบายด้วยตัวเอง หลี่เยว่หานก็ไม่ได้ถือสา ก้มตัวทำความเคารพเขาตามมารยาทก่อนจะพูดช้าๆ ว่า “ท่านลุงอย่ากังวลเลย หลี่เยว่หานไม่ได้คิดอะไรกับคุณหนูหยวนเลย เมื่อครู่ที่พูดตามนางไปก็แค่อยากจะเลี่ยงการปะทะกันที่หน้าประตูเท่านั้น จริง ๆ แล้วหลี่เยว่หานออกมาเพื่อจะไปตามสามีให้เข้ามาด้วยกัน”
“อะไรนะ?!” หยวนหลิงเอ้อร์ได้ยินดังนั้นก็ลุกขึ้นยืนทันที “เจ้ามาพร้อมกับแม่ทัพเมิ่งงั้นหรือ? ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก!”
ยังไม่ทันที่หลี่เยว่หานจะพูดอะไร อวี๋เจ๋อฟางก็จ้องไปที่หยวนหลิงเอ้อร์อย่างไม่พอใจ “แล้วเรื่องที่หลานสาวของข้าจะกลับบ้านกับใคร ต้องมาแจ้งให้คุณหนูของตระกูลอู่จวนกั๋วกงทราบด้วยหรืออย่างไร?!”
หยวนหลิงเอ้อร์สำนึกได้ทันที เมื่อถูกอวี๋เจ๋อฟางโต้ตอบเช่นนั้นราวกับว่าตนเองแสดงออกชัดเจนเกินไป จึงรีบก้มลงร้องไห้สะอึกสะอื้นว่า “ท่านลุงกล่าวเช่นนั้นได้อย่างไร ข้ารู้สึกเช่นนี้เพราะเห็นแม่นางหลี่เยว่หานและท่านแม่ทัพมาด้วยกัน ไยจึงไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าเสียก่อน”
“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่านางไม่ได้แจ้ง” บัดนี้ อวี๋เจ๋อฟางรู้สึกไม่สบอารมณ์กับหยวนหลิงเอ้อร์ไปเสียทุกเรื่อง “เมื่อคนเฝ้าประตูมาแจ้งต่อข้า ก็กล่าวชัดเจนว่านางพาสามีมาด้วย หรือว่าสิ่งที่เจ้าไม่ได้ยินก็ไม่ถือว่าเป็นการแจ้ง”
“ข้า…” หยวนหลิงเอ้อร์หามิได้คาดคิดว่าอวี๋เจ๋อฟางผู้ซึ่งอารมณ์ดีและอ่อนโยนมาโดยตลอดจะปกป้องหลี่เยว่หานอย่างแข็งกร้าวเช่นนี้ จึงยิ่งรู้สึกโกรธเกลียด “แม่นางหลี่เยว่หานมีชาติกำเนิดต่ำต้อย ท่านลุงมิได้ตรวจสอบก็ฟันธงยืนยันแล้วหรือว่านางเป็นบุตรสาวของท่านป้าของข้า”
“เรื่องภายในของพวกเราตระกูลซิงกั๋วกง ไม่จำเป็นต้องรบกวนคุณหนูจากตระกูลอู่กั๋วกงให้เสียเวลามาสนใจ” พออวี๋เจ๋อฟางพูดจบ ก็ส่งสายตาให้คนสนิทข้างกาย
คนสนิทก็เดินเข้าไปหาหยวนหลิงเอ้อร์อย่างทันท่วงที แล้วกล่าวว่า “คุณหนูหยวน เชิญข้างนอกเถิด” พลางชี้มือออกไปที่หน้าประตู
บังเอิญว่าในเวลานี้ เมิ่งฉีฮ่วนก็เดินเข้ามาพอดี เห็นบรรยากาศตึงเครียดเช่นนี้ก็อดแปลกใจไม่ได้ จึงรีบเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าหลี่เยว่หานโดยไม่สนใจอวี๋เจ๋อฟาง แล้วก็ถามด้วยความเป็นห่วงว่า “มีสิ่งใดเกิดขึ้น เจ้าเจ็บตรงไหนหรือไม่”
“ข้าไม่เป็นไร” หลี่เยว่หานส่ายหน้าเล็กน้อย
เมิ่งฉีฮ่วนจึงหันไปทางอวี๋เจ๋อฟาง เอ่ยว่า “ข้าขอคารวะท่านซิงกั๋วกงขอรับ”
ตอนนี้อวี๋เจ๋อฟางมองเมิ่งฉีฮ่วนอย่างไม่สบอารมณ์ ไม่สนใจและไม่ตอบกลับอะไร ทว่ากลับมองไปทางหลี่เยว่หานอย่างอ่อนโยน ยิ้มละไม แล้วพูดว่า “เยว่หานตามลุงมาสิ เมื่อครู่ลุงเพิ่งจะแจ้งข่าวให้กับท่านตาของเจ้า คิดว่าตอนนี้คงกำลังรอเจ้าอย่างใจจดใจจ่ออยู่แน่ ๆ เราอย่าปล่อยให้พวกคนไร้สาระมาทำให้เสียอารมณ์เลย”
ขณะพูด ก็มีฟางจื่อหลานที่ได้รับข่าวมาถึงเช่นกัน เมื่อเห็นบรรยากาศที่ไม่สู้ดีก็รีบเดินมาจับมือหลี่เยว่หาน แล้วแอบมองอวี๋เจ๋อฟางอย่างไม่สบอารมณ์ “เจ้าเป็นลุงแบบไหนกัน ยัยหนูเยว่หานของเรากำลังตั้งท้องอยู่แท้ ๆ เจ้าดันปล่อยให้ยืนตากลมหนาว ๆ อยู่หน้าจวนเลยเหรอ!”
ว่าแล้ว ฟางจื่อหลานก็ดึงหลี่เยว่หานเข้ามาด้านใน โดยไม่มองหยวนหลิงเอ้อร์แม้แต่น้อย
เมื่อเห็นว่าหลี่เยว่หานถูกภรรยาของตนพาตัวเข้าไปแล้ว อวี๋เจ๋อฟางก็โล่งใจในที่สุด จึงเหลือบตามองไปทางหยวนหลิงเอ้อร์ แล้วสั่งการ “ส่งคนไปจัดเตรียมรถม้า ข้าจะไปส่งคุณหนูใหญ่แห่งจวนอู่กั๋วกงด้วยตนเอง!”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ใบหน้าของหยวนหลิงเอ้อร์ก็ซีดเผือด
อวี๋เจ๋อฟางหันกลับมามองเมิ่งฉีฮ่วน ตวาดขึ้นว่า “เจ้ายังยืนอยู่ที่นี่ทำไม! ภรรยาของเจ้าเข้าไปด้านในแล้ว!”
หลังจากได้ยินเช่นนั้น ในใจของเมิ่งฉีฮ่วนก็รู้สึกขบขันยิ่งนัก แต่ไม่กล้าแสดงออกมา จึงรีบยกมือแสดงความเคารพ แล้วก็รีบไล่ตามฟางจื่อหลานและหลี่เยว่หานไป
หยวนหลิงเอ้อร์เห็นเมิ่งฉีฮ่วนจากไปแล้ว จึงรีบปล่อยโฮออกมาทันที “ท่านลุง! ท่านรู้ว่าข้าแอบหลงรักแม่ทัพเมิ่ง ท่านช่วยทำให้ข้าสมหวังไม่ได้หรือ”
อวี๋เจ๋อฟางจ้องเขม็ง “เจ้าคิดอะไรอยู่ ถึงอยากให้ข้าช่วยเจ้าแย่งผู้ชายของหลานสาวตัวเอง”
“ข้า…” หยวนหลิงเอ้อร์ไม่คิดไม่ฝันว่าอวี๋เจ๋อฟางจะตอบเช่นนี้ ทันใดนั้น ใบหน้าของนางแดงก่ำ พูดไม่ออกอีกต่อไป นางได้แต่กระแทกเท้าลงที่พื้น และร้องไห้วิ่งออกจากจวนกั๋วกง
แต่อวี๋เจ๋อฟางกลับไม่สนใจ สายตามองหยวนหลิงเอ้อร์ที่กำลังวิ่งหนี แล้วก็หันกลับเข้าจวนไป
“คุณชายใหญ่ ไม่ใช่ว่าจะไปส่งคุณหนูตระกูลอู่หรือ ขอรับ” คนรับใช้จงใจถามอวี๋เจ๋อฟางที่เดินจากาไป
อวี๋เจ๋อฟางพูดโดยไม่หันกลับมา “ให้ใครสักคนขับรถม้าไปส่งนางก็พอ ข้าเป็นถึงคุณชายใหญ่จะไปส่งเด็กตัวเล็ก ๆ แบบนั้นได้อย่างไร หากข่าวแพร่ออกไป มีหรือที่ข้าจะยังมีหน้ามีตาอยู่ได้”
ทันทีที่พูดจบ อวี๋เจ๋อฟางก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว
เดิมที หยวนหลิงเอ้อร์ยังคิดอยู่ว่าระหว่างทางที่อวี๋เจ๋อฟางไปส่ง นางจะอธิบายอย่างไรดี ทว่าพอได้ยินประโยคนี้ ก็ยิ่งรู้สึกอับอายใจ จนไม่รอให้คนของจวนกั๋วกงเตรียมรถม้าเรียบร้อยก็รีบควงแขนสาวใช้ทั้งสองแล้ววิ่งร้องไห้ออกไป
ขณะนั้น ฟางจื่อหลานเดินเข้าไปในจวนชั้นในพร้อมกับหลี่เยว่หานแล้ว “เยว่หาน อย่าไปสนใจนังหนูหยวนหลิงเอ้อร์เลย นางอาศัยว่าตัวเองยังเด็ก แถมยังมีหน้าตาคล้ายมารดาของเจ้าอยู่บ้าง จึงคอยหาผลประโยชน์จากจวนกั๋วกงของเราอยู่บ่อย ๆ อีกอย่าง เมื่อวานนี้ ข้าก็ได้ยินข่าวว่านางหมายปองสามีของเจ้าอยู่ ก็เลยหาข้ออ้างมานอนค้างที่จวนกั๋วกงเมื่อคืน อาจวางแผนไว้ว่าจะได้เจอหน้าสามีของเจ้าในวันนี้”