ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 320 คนจนอยู่ในเมืองก็ไม่มีใครสนใจ ส่วนคนรวยอยู่ในป่าลึกก็มีญาติห่างไกลมาเยี่ยมเยียน
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน
- บทที่ 320 คนจนอยู่ในเมืองก็ไม่มีใครสนใจ ส่วนคนรวยอยู่ในป่าลึกก็มีญาติห่างไกลมาเยี่ยมเยียน
บทที่ 320 คนจนอยู่ในเมืองก็ไม่มีใครสนใจ ส่วนคนรวยอยู่ในป่าลึกก็มีญาติห่างไกลมาเยี่ยมเยียน
เมื่อได้ยินเสียงของเมิ่งฉีฮ่วน หลี่เยว่หานก็เม้มปากโดยไม่สนใจ
ส่วนหลี่หรงหรงนั้นเหม่อลอยไปครู่หนึ่ง
ตามตรงแล้ว หากตอนแรกหลี่หรงหรงได้รู้จักกับเมิ่งฉีฮ่วนก่อนหลี่เยว่หาน ด้วยรูปลักษณ์ของเมิ่งฉีฮ่วน หลี่หรงหรงก็มีใจให้เขาเช่นกัน
และในขณะนี้ เมิ่งฉีฮ่วนโกนหนวดเครา สวมชุดคลุมยาวสีดำปรากฏตัวต่อหน้าหลี่หรงหรง ความรู้สึกบางอย่างก็โถมเข้าใส่หลี่หรงหรงจนเหม่อลอยพูดไม่ออก
“ทำไมวันนี้กลับมาช้าหรือ?” หลี่เยว่หานเห็นเมิ่งฉีฮ่วนเดินมา ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะลุกขึ้นต้อนรับ เขาจึงนั่งลงข้าง ๆ หลี่เยว่หาน พอนั่งลงก็ปอกเมล็ดแตงให้หลี่เยว่หานโดยไม่รู้ตัว แล้วก็ได้ยินเสียงของหลี่เยว่หาน
“หลังจากเลิกราชการ ฮ่องเต้องค์ก่อนก็ดึงข้าไปคุยสักพัก” เมิ่งฉีฮ่วน ปอกเมล็ดแตงไปด้วยตอบไปด้วย “ข้าว่าเขาคงไม่ได้มีเจตนาดีนัก คงอยากรู้ว่าลูกของเจ้าจะเป็นชายหรือหญิง คงอยากจะเกี่ยวดองกับเรา”
ได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานก็ไม่พอใจทันที “ทำไมล่ะ! ข้าไม่ยอม!”
“ใจเย็น ๆ ใจเย็น ๆ ข้าปฏิเสธไปแล้ว” เมิ่งฉีฮ่วนรีบปลอบ หลี่เยว่หาน “ลูกของพวกเราต้องเป็นคนเลือกเอง ไม่ให้ใครมาบังคับได้หรอก!”
“ปฏิเสธจริง ๆ หรือ?” หลี่เยว่หานถามอีก
“ปฏิเสธจริง ๆ!” เมิ่งฉีฮ่วนรีบตอบ
เรื่องปอกเมล็ดแตง เขาทำจนชำนาญแล้ว แค่คุยกันเดี๋ยวเดียวก็ปอกได้หนึ่งกำมือ ก่อนจะยิ้มแป้นป้อนเข้าปากหลี่เยว่หานแล้วพูดต่อ “จริงสิ เวินเทียนเหล่ยส่งคนมาบอกว่าพืชผลชุดสุดท้ายเก็บเกี่ยวเสร็จแล้ว แตงพันธุ์เหม่ยเหรินเป็นผลไม้ตามฤดูกาลใหม่และเป็นที่ชื่นชอบของพระสนมในวังหลวงมาก แม้แต่ฝ่าบาทก็ชมเชยอย่างยิ่ง เขาให้ข้าถามเจ้าว่าจะให้ไปซื้อที่ดินแถวชานเมืองหรือไม่ เพื่อปลูกแตงพันธุ์เหม่ยเหรินโดยเฉพาะ”
ฟังแล้วหลี่เยว่หานคิดอย่างจริงจังครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “พูดถึงเรื่องนี้ ข้าก็มีเงินอยู่หลายหมื่นตำลึง ในเมื่อเวินเทียนเหล่ยคิดว่าทำได้ก็ให้ผู้ดูแลร้านอวี้ไปจัดการเถอะ แต่เมล็ดพันธุ์พวกนั้นต้องงอกก่อนฤดูใบไม้ร่วงจะสิ้นสุด ซึ่งเป็นเรื่องยาก ดังนั้นต้องเป็นที่ดินชั้นดี ผู้ดูแลร้านอวี้ชำนาญการค้าขายแต่ไม่รู้ว่ามีประสบการณ์ในการเลือกที่ดินหรือไม่?”
“เจ้ายังไม่รู้ความสามารถของเขา หากเจ้าเห็นด้วย เขาก็ทำให้เจ้าพอใจได้แน่” เมิ่งฉีฮ่วนพูดพลางป้อนเมล็ดแตงอีกหนึ่งกำมือให้หลี่เยว่หาน
หลี่หรงหรงที่อยู่ข้าง ๆ ตอนแรกก็แปลกใจกับบุคลิกที่ไม่ธรรมดาของ เมิ่งฉีฮ่วนในตอนนี้ จากนั้นก็แปลกใจกับความรักใคร่เอาใจใส่ของเมิ่งฉีฮ่วนที่มีต่อหลี่เยว่หาน และสุดท้ายเมื่อได้ยินหลี่เยว่หานบอกว่ามีเงินหลายหมื่นตำลึงอยู่ในมือ หลี่หรงหรงก็ตกตะลึง
ในเวลาเพียงปีเดียว ช่องว่างระหว่างทั้งสองใหญ่โตขนาดนี้เชียวหรือ
ก่อนจะแต่งงาน หลี่หรงหรงคิดว่าสิบตำลึงก็ถือว่ามากแล้ว หลังจากแต่งเข้าไปอยู่ในตระกูลหลิว นางจึงรู้ว่าสิบตำลึงไม่ได้มากเลย ต้องได้ร้อยตำลึงขึ้นไปถึงจะเรียกว่ามาก
แต่พอมาถึงที่ของหลี่เยว่หาน นางยกมือขึ้นมาก็หยิบเงินออกไปทำการค้าหลายหมื่นตำลึงได้ ดูท่าทางแล้วไม่กลัวขาดทุนเลยสักนิด หรือว่า… หลี่เยว่หานร่ำรวยถึงขนาดนั้นแล้ว?
หลังจากที่เมิ่งฉีฮ่วนเล่าเรื่องราวให้หลี่เยว่หานฟังจบแล้ว เขาจึงหันไปมองคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นอย่างไม่เต็มใจและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เยว่หาน หากเจ้าเป็นคนจนอยู่ในเมืองก็ไม่มีใครสนใจ แต่พอร่ำรวยขึ้นถึงอยู่ในป่าลึกก็มีคนมาหา ห่างจากหมู่บ้านไป๋อวิ๋นอำเภอหย่งอันตั้งสิบแปดหมื่นลี้แล้ว ยังตามมาหาเจ้าถึงที่นี่ได้” *[1]
“ข้าไม่ได้… ข้าไม่ได้…” หลี่หรงหรงอยากจะแก้ตัวโดยสัญชาตญาณ
“หืม? ข้าเข้าใจผิดหรือ?” เมิ่งฉีฮ่วนยกคิ้ว “ที่แท้เจ้าไม่ได้มาขอให้ฮูหยิน ของข้าช่วยหรอกงั้นรึ?”
“…” หลี่หรงหรงบิดผ้าเช็ดหน้าจนยับย่นไปหมดแล้ว ตอนที่เมิ่งฉีฮ่วน ปรากฏตัวขึ้นมา นางยังรู้สึกดีอยู่บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเห็นว่า เมิ่งฉีฮ่วนปฏิบัติต่อหลี่เยว่หานดีมาก นางยิ่งเกิดความคิดชั่วร้ายที่ไม่ควรมีขึ้นมา แต่ตอนนี้ มิ่งฉีฮ่วนกำลังพูดกับนางเช่นนี้ ก็อยากจะเย็บปากเมิ่งฉีฮ่วนให้สนิทไปเลย…
“หลี่หรงหรงมาขอให้ข้าช่วยจริง ๆ” เมื่อหลี่เยว่หานเห็นว่าเมิ่งฉีฮ่วน พูดจาร้ายเหมือนจะกดให้หลี่หรงหรงคุกเข่าลง นางจึงอดพูดขึ้น “นางบอกว่าหลี่ต้าเฉิงและหวังเฟิ่งตอนนี้ไปพักอยู่ที่อำเภอหวาซี หวังเฟิ่งกำลังป่วยอีกทั้งยังตั้งครรภ์ด้วย วันนี้จึงมาก็เพื่อจะขอให้ข้าช่วยพ่อแม่ของนาง”
เมื่อได้ยินดังนั้น เมิ่งฉีฮ่วนมองไปที่หลี่เยว่หานด้วยความสงสัย จากนั้นก็ขมวดคิ้ว แล้วพูดว่า “ตอนที่พ่อแม่ของเจ้าขายพี่สาวเจ้าให้ข้า พวกเขาก็พูดแล้วว่าตัดขาดจากกันไป แล้วทำไมตอนนี้จะมาหาเยว่หานที่บ้านข้า พวกข้าย้ายจากหมู่บ้านเล็ก ๆ ทางตะวันตกเฉียงเหนือมาอยู่ที่เมืองหลวงแล้ว พวกเจ้ายังจะไม่ยอมเลิกราอีกรึ?”
หลี่หรงหรงตัดสินใจมาหาหลี่เยว่หาน เตรียมใจมาแล้วว่าจะโดนดูถูกเหยียดหยามสักพัก แต่นางไม่คิดว่าเมิ่งฉีฮ่วนซึ่งเป็นผู้ชายจะพูดจาเสียดสีได้ขนาดนี้ ตอนนี้รู้สึกเสียหน้า พูดจาตะกุกตะกักไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี
“หลี่หรงหรงเจ้าก็เห็นแล้ว สามีของข้าไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องวุ่นวายพวกนี้ ข้าเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา สามีก็เหมือนสวรรค์ ข้าไม่กล้าขัดใจสามี ดังนั้นเจ้าไปหาทางอื่นเถอะ”
พูดจบ หลี่เยว่หานก็ส่งสายตาให้หมิงจู นางเข้าใจความหมายจึงลากตัว หลี่หรงหรงออกไปกึ่งลาก กึ่งดึง หลี่เยว่หานก็ไม่ได้ต้องการทำให้เรื่องมันแย่ลงไปกว่านี้ จึงให้คนเอาถุงเงินไปให้หลี่หรงหรง บอกว่าเป็นน้ำใจให้ลูกสาวของหลี่หรงหรง จริง ๆ แล้วก็ใจอ่อน รู้ว่าชีวิตของหลี่หรงหรงตอนนี้ลำบากมากก็เลยอยากช่วยเหลือบ้าง
แต่เมิ่งฉีฮ่วนกลับค้านวิธีการของนางอย่างมาก “เรื่องแบบนี้เจ้าทำได้แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว ถือว่าเจ้าทำเพราะหน้าตาลูกสาวของหลี่หรงหรง แต่ถ้าครั้งหน้า หลี่หรงหรงยังมาหาอีกไม่ว่านางจะพูดอะไรเจ้าก็อย่าไปฟังให้ หมิงจูไปกันคนไว้ข้างนอก!”
“ทำไมหรือ?” นี่เป็นครั้งแรกที่หลี่เยว่หานเห็นเมิ่งฉีฮ่วนพูดอย่างจริงจังขนาดนี้ ก่อนหน้านี้ไม่ว่านางจะทำอะไรเมิ่งฉีฮ่วนก็มักจะไม่คัดค้าน แม้แต่เรื่องแกล้งตายอย่างนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็ยังยอมทำตามที่หลี่เยว่หาน ต้องการ จึงรู้สึกสับสน
“ข้าไม่คิดว่าหลี่หรงหรงจะกลับตัวกลับใจแล้วจริง ๆ ข้าเชื่อว่าหลี่หรงหรงมีชีวิตที่ไม่ดีในตระกูลหลิว และอยากได้ความช่วยเหลือจากเจ้า”เมิ่งฉีฮ่วนมองหน้าหลี่เยว่หานแล้วพูดว่า “เจ้าอาจจะช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ แต่ถ้าหลี่หรงหรงเห็นว่าการช่วยเหลือครั้งนี้ของเจ้าเป็นผลดี แค่มาร้องไห้หน่อยก็ได้แล้ว ต่อไปนางจะมาหาบ่อยแค่ไหนก็พอจะคาดเดาได้”
“แล้วก็ฝ่ายของหลี่ต้าเฉิงและหวังเฟิ่ง ข้าแนะนำว่าตอนนี้เจ้าอย่าไปยุ่งเกี่ยวเลยจะดีกว่า” เมิ่งฉีฮ่วนพูดไปพลางหยิบลูกพลัมแห้งขึ้นมาใส่ปาก แล้วพูดต่อ “คู่สามีภรรยานี่มันประหลาดจริง ๆ ถ้าเจ้าไปข้องแวะด้วยล่ะก็ คงจะหลุดออกมาไม่ได้แน่”
หลี่เยว่หานก็รู้สึกว่าสิ่งที่เมิ่งฉีฮ่วนพูดมีเหตุผล ก่อนหน้านี้เมื่อไม่ตอบรับหลี่หรงหรง นางก็มีความกังวลอยู่พอสมควร แต่ในขณะเดียวกันนางก็นึกถึงเรื่องอื่นด้วย “ตอนนี้หลี่หรงหรงรู้แล้วว่าข้าใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในเมืองหลวง ใครจะไปรู้ว่านางจะไม่ส่งข่าวนี้ไปให้หลี่ต้าเฉิงที่อำเภอหวาซี”
[1] สำนวน หมายถึง คนร่ำรวยมักจะมีผู้คนเข้าหาและให้ความสนใจ แม้ว่าจะอยู่ในที่ห่างไกล แต่หากยากจน แม้จะอยู่ในที่ที่มีผู้คนมากมายก็จะถูกละเลยและไม่มีใครให้ความสนใจ