ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 322 สอนกฎระเบียบ
บทที่ 322 สอนกฎระเบียบ
ฮั่นหรงฟูเหริน!
แม้พวกเขาจะมาถึงเมืองหลวงได้เพียงไม่กี่วัน แต่ชื่อเสียงของฮั่นหรงฟูเหรินผู้นี้ก็ดังกระฉ่อนไปทั่ว! ได้ยินว่านางผู้นี้ช่วยชีวิตองค์ชายไว้มีพระคุณต่อราชวงศ์ ยิ่งไปกว่านั้นสามีของนางยังได้สร้างความดีความชอบที่ชายแดน ดังนั้นเมื่อฮ่องเต้ประทานรางวัลบรรดาขุนนางในราชสำนักจึงไม่มีใครคัดค้านสักคน
จากนั้นฮั่นหรงฟูเหรินก็ได้กลับไปรับรู้ถึงรากเหง้าของตนกลายเป็นคุณหนูน้อยของตำหนักซิงกั๋ว ยิ่งทำให้นางโด่งดังเป็นอันดับหนึ่งในเมืองหลวงแห่งนี้
ในบรรดาคนตระกูลหลิ่ว นอกจากนายท่านผู้เฒ่าหลิ่วที่รู้เรื่องราวภายในแล้ว ไม่เคยมีใครเชื่อมโยงหลี่เยว่หานกับฮั่นหรงฟูเหรินเข้าด้วยกันเลย ในสายตาพวกเขาคนที่ได้รับพระราชทานรางวัลจะต้องเป็นฮูหยินวัยชรา แต่กลับไม่คิดว่าคนผู้นี้ไม่เพียงอายุน้อย ทว่ายังเป็นหลี่เยว่หานที่ยังไม่ถึงสิบแปดปีด้วย
นี่ทำให้คนตระกูลหลิ่วรู้สึกเหมือนฝันไป…
“ของขวัญชิ้นนี้จากคุณปู่หลิ่ว ข้ารับไว้ไม่ได้หรอก ท่านเป็นผู้อาวุโสนะ” หลี่เยว่หานลุกขึ้นตามเมื่อนายท่านผู้เฒ่าหลิ่วคำนับ พยุงแขนนายท่านผู้เฒ่าหลิ่วให้กลับไปนั่งที่เดิมจากนั้นจึงกลับไปนั่งลงอย่างสง่างามกล่าวว่า “ได้ยินว่าตระกูลหลิ่วมาถึงเมืองหลวงแล้ว ข้าตั้งใจจะมาเยี่ยมคุณปู่หลิ่วให้เร็วที่สุดแต่ช่วงนี้จวนขุนพลมีธุระมากมายแล้วข้าก็เพิ่งได้พบกับคุณปู่ฝ่ายแม่จึงมาช้าไปหน่อย”
“โอ๊ย เจ้าส่งโฉนดที่ดินของจวนหลังนี้มาให้พวกเราทันทีที่เราเพิ่งมาถึงเมืองหลวง นี่ก็ถือเป็นบุญคุณอย่างใหญ่หลวงต่อตระกูลหลิ่วของพวกเราแล้ว ตอนนี้เจ้ามีฐานะสูงส่งควรจะเป็นข้าที่นำครอบครัวไปขอบคุณเจ้าที่จวนขุนพลต่างหาก” นายท่านผู้เฒ่าหลิ่วกล่าวอย่างซาบซึ้งใจยิ่ง
หลิ่วเทียนเสียงและคนอื่น ๆ ที่อยู่ด้านข้างในที่สุดก็ตอบสนองได้แล้ว
หลิ่วเทียนเสียงเตะเข่าหลิ่วจื้อหย่วนโดยไม่ลังเล หลิ่วจื้อหย่วนทรุดลงโดยไม่อาจควบคุมตัวเองได้หันไปมองหลิ่วเทียนเสียงด้วยความไม่อยากเชื่อ
แต่หลิ่วเทียนเสียงกลับไม่แม้แต่จะมองหลิ่วจื้อหย่วนสักนิด จากนั้นก็คุกเข่าลงต่อหน้าหลี่เยว่หานกล่าวว่า “ลูกชายไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ขอฮั่นหรงฟูเหรินโปรดอภัยด้วย!”
เมื่อเห็นหลิ่วเทียนเสียงคุกเข่าลงแล้วฝูงชนจำนวนมากก็คุกเข่าลงตาม ไม่มีใครอ้อนวอนแทนหลิ่วจื้อหย่วนเลยเพราะสิ่งที่หลิ่วจื้อหย่วนทำไปในตอนแรกนั้น คนในตระกูลหลิ่วแทบทุกคนรู้กัน พวกเขาต่างกังวลใจ กลัวว่าหลี่เยว่หานผู้ทรงเกียรติในตอนนี้จะลงมือกับพวกเขาเพื่อแสดงอำนาจ
“ท่านพ่อบุญธรรมทำอะไรกันค่ะ” หลี่เยว่หานโบกมือ หมิงจูที่อยู่ข้าง ๆ ก้าวไปประคองหลิ่วเทียนเสียงขึ้นมาจากนั้นก็ประคองหลิ่วฟูเหรินขึ้นมาด้วย แล้วหลี่เยว่หานจึงค่อย ๆ เอ่ยปาก “ท่านพ่อบุญธรรมและท่านแม่บุญธรรมล้วนเป็นผู้มีพระคุณของข้า วันนี้ข้ามาก็เพื่อดูว่าท่านทั้งสองรวมถึงคุณปู่หลิ่วที่นี่ยังขาดอะไรอีกหรือไม่ ถ้าท่านพ่อและท่านแม่ยังเกรงใจอยู่ ข้าคงไม่มาดีกว่า…”
ในขณะที่หลี่เยว่หานกำลังพูดหลิ่วจื้อหย่วนก็ลุกขึ้นยืนอย่างกระตือรือร้น ยังประคองฮูหยินรองตระกูลหลิ่วและหวังเหอฮวาที่กำลังตั้งครรภ์ให้ลุกขึ้นด้วย
ได้ฟังคำพูดของหลี่เยว่หาน หลิ่วเทียนเสียงและหลิ่วฟูเหรินยังไม่ทันได้พูดอะไร จื่อหยวนก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่เกรงใจ “ในเมื่อเจ้ารับพ่อแม่ข้าเป็นพ่อแม่บุญธรรม พอดีบ้านเรามีเรื่องเจ้าต้องช่วยนะ!”
“จื่อหยวน!” หลิ่วเทียนเสียงตวาด
“ถึงแม้ท่านปู่จะบอกว่าต้องขอบคุณเจ้าที่มอบจวนให้ แต่ข้าคิดว่าเจ้าก็ดูถูกคนเกินไป ก็รู้ว่าตระกูลหลิ่วของพวกข้ามีฐานะอย่างไรในอำเภอหย่งอัน จวนเล็ก ๆ แบบนี้ไม่คู่ควรกับตระกูลของพวกข้าเลย สาวจากชนบทก็ทำอะไรไม่เป็นหรอกในเจ้ามาถึงแล้วก็ช่วยหาจวนใหญ่กว่านี้ให้พวกข้าด้วย!” หลิ่วจื้อหย่วนไม่สนใจคำดุด่าของหลิ่วเทียนเสียง พูดรัวเป็นชุด ทำเอาผู้อาวุโสตระกูลหลิ่วต่างหน้าซีดเป็นไข่ต้ม
เมื่อเห็นหลิ่วเทียนเสียงจูงหลิ่วฟูเหรินจะคุกเข่าลงอีก หลิ่วจื้อหย่วนก็ไม่พอใจดึงแขนแล้วพูดว่า “ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านทำอะไรกัน! ตอนนั้นตระกูลหลิ่วของเราให้บุญคุณกับหลี่เยว่หานมากมาย นางกลับเอาจวนเล็ก ๆ มาหลอกล่อพวกเรา มันไม่เหมาะสมเลย!”
หลี่เยว่หานมองการแสดงของหลิ่วเทียนเสียงสีหน้ายังคงยิ้มอยู่ แต่นายท่านผู้เฒ่าหลิ่วที่นั่งอยู่ตำแหน่งประธานกลับตกใจจนตัวสั่น ทุบอกชกตัวเอง สั่งให้หลิ่วเทียนเสียงรีบพาหลิ่วจื้อหย่วนออกไป
ในตอนนี้หลี่เยว่หานวางถ้วยชาในมือลง ค่อย ๆ พูดว่า “คุณชายใหญ่หลิ่วพูดถูกแต่เมืองหลวงนี้ไม่เหมือนอำเภอหย่งอัน ที่ดินทองคำยิ่งนักการจะหาจวนใหญ่ที่เหมาะสมในทันทีค่อนข้างยาก ขอให้ท่านปู่หลิ่วและท่านพ่อท่านแม่อดทนสักพักรอให้ข้าหาจวนใหญ่ที่เหมาะสมได้ก่อน แล้วจึงจะไปรับท่านทั้งหลาย”
ได้ยินดังนั้น ในที่สุดนายท่านผู้เฒ่าหลิ่วก็นั่งไม่ติด “เยว่หาน อย่าไปฟังคำพูดเหลวไหลของจื้อหย่วนเลย พวกเราอยู่ที่นี่กำลังดี ทั้งข้าและท่านพ่อท่านแม่ของเจ้าไม่รู้สึกว่ามันเล็กเลย!”
“ท่านปู่หลิ่ว ตอนที่ข้ามาถึงได้ยินเรื่องที่คุณชายใหญ่หลิ่วอยากแยกครอบครัว คงเพราะรู้สึกว่าจวนเล็กนี้ไม่คู่ควรกับฐานะนายน้อยของเขา ไม่ทราบว่าท่านปู่หลิ่วและท่านพ่อท่านแม่มีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง?” หลี่เยว่หานพูดเปิดเผยข้ออ้างของหลิ่วจื้อหย่วนตรง ๆ แทบจะชี้จมูกหลิ่วจื้อหย่วนว่าเขาไม่รู้จักพอ
“อย่าไปฟังคำพูดเหลวไหลของจื้อหย่วนเลย ถึงแม้พวกเราจะคิดจะทำการค้าในเมืองหลวง แต่ก็รู้ว่าเมืองหลวงไม่เหมือนอำเภอหย่งอัน หลายเรื่องต้องวางแผนใหม่ จื้อหย่วนไม่เคยจัดการงานของครอบครัวที่อำเภอหย่งอันในเมืองหลวงเขายิ่งทำไม่ได้” หลิ่วเทียนเสียงเห็นได้ชัดว่าหลี่เยว่หานพูดถึงหลิ่วจื้อหย่วนด้วยสายตาดูถูกจึงรีบอ้อมค้อมว่า “จื้อหย่วนนั้นแค่ทิฐิสูงเกินไปทำอะไรไม่ได้จริงหรอก”
หลิ่วจื้อหย่วนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ จริง ๆ แล้วก็รู้สึกว่าท่านพ่อพูดไม่ผิด ให้เขาเป็นคุณชายเศรษฐีก็ยังพอไหว แต่ให้เขาไปทำการค้า เขาเองก็รู้สึกว่าทำไม่ได้
แต่หวังเหอฮวากลับไม่คิดแบบนั้น!
นางแทบจะกัดฟันจนแตกตั้งแต่หลี่เยว่หานปรากฏตัวแล้ว!
ทำไมผู้หญิงที่ถูกพ่อแม่ขายถึงได้กระโดดขึ้นกิ่งไม้กลายเป็นนกเฟิ่งหวง ในขณะที่นางซึ่งเป็นสาวใสซื่อจากตระกูลดีที่พ่อแม่ทะนุถนอมรักใคร่เลี้ยงดูมากลับต้องแต่งงานกับเศรษฐีบ้านนอก! ถึงแม้ตอนนี้ทั้งจวนหลิ่วจะเรียกนางว่าฮูหยินน้อย แต่ใครบ้างไม่รู้ว่านางก็แค่อนุที่ถูกยกฐานะ!
แต่เดิมนางคิดว่ากดหัวหลี่หรงหรงได้ หวังเหอฮวาก็พอใจมากแล้ว แต่ไม่คิดว่าการปรากฏตัวของหลี่เยว่หานจะมาแย่งรัศมีของนางไปหมด!
หวังเหอฮวาไม่ยอม!
“ท่านพ่อ ท่านจะไปเสริมความฮึกเหิมให้คนอื่น ทำลายความมุ่งมั่นของตัวเองทำไม?” หวังเหอฮวาพูดอย่างไม่พอใจ “ในเมื่อน้องสาวเยว่หานเต็มใจช่วยแล้ว ทำไมเราไม่ให้จื้อหย่วนออกไปหาประสบการณ์บ้างล่ะ อย่างนี้ก็ดีกว่าต้องมาคลำทางเอง มันเป็นเรื่องดีสำหรับตระกูลหลิ่วของเรานะ”
พูดจบ หวังเหอฮวาก็ชำเลืองมองหลี่เยว่หาน
เจ้าไม่ใช่อยากเป็นคนดีหรอกหรือ มาสิ มาทำสิ! นางไม่เชื่อหรอกว่าถ้าเมิ่งฉีฮ่วนเกิดเห็นหลี่เยว่หานคลุกคลีกับอดีตคู่หมั้นแล้วจะยังอดทนนางได้อยู่!
ตอนอยู่ที่หมู่บ้านไป๋อวิ๋นหวังเหอฮวาก็รู้สึกแล้วว่าเมิ่งฉีฮ่วนของนางไม่ใช่ปลาธรรมดาในบ่อ ตอนนี้ดูท่าว่านางคิดถูกแล้ว!
แต่เมิ่งฉีฮ่วนดีขนาดนี้กลับได้คู่กับหลี่เยว่หานผู้หญิงที่ไม่คู่ควรเช่นนี้ ในใจของนางไม่ยอมรับเป็นร้อยเท่า! พี่เมิ่งฉีฮ่วนของนาง! ของนางเท่านั้น!
“ฮูหยินน้อยหลิวช่างแปลกประหลาดนัก” หลี่เยว่หานยิ้มเยาะ “ข้ากำลังถามความคิดเห็นของท่านพ่อและท่านแม่อยู่ เจ้ามาพูดแทรกได้อย่างไร? อยู่ในตระกูลหลิวมานานขนาดนี้แล้ว ยังไม่เรียนรู้กฎระเบียบอีกหรือ?”
พูดจบสีหน้าของหลี่เยว่หานก็เย็นชาลง “หมิงจูจงสอนกฎระเบียบให้ฮูหยินน้อยหลิว!”