ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 323 ข้าก็มีโอกาสแท้งเช่นกัน
บทที่ 323 ข้าก็มีโอกาสแท้งเช่นกัน
“รับทราบ!” หมิงจูรับคำสั่งก้าวไปข้างหน้าและตบสองฝ่ามือใส่หวังเหอฮวาจนเธอเซถอยหลังไปทั้งตัว
“เจ้ากล้าตบข้างั้นหรือ?!” หวังเหอฮวามองไปที่หลี่เยว่หานอย่างไม่อยากเชื่อ “เจ้ารู้ไหมว่าข้าเป็นใคร?!”
“ปิดปาก!” หลิ่วเทียนเสียงรู้ดีว่าหวังเหอฮวาชอบรังแกหลี่หรงหรงมาตลอดจึงกลัวว่าหลี่เยว่หานจะมาแก้แค้นให้น้องสาวในวันนี้ แต่ไม่คิดว่า หวังเหอฮวาจะไม่รอให้ใครพูดกลับเข้าไปชนกับปากกระบอกปืนของหลี่เยว่หานเสียเอง “ไร้มารยาท ยังไม่รีบขอบคุณฮั่นหรงฟูเหรินที่สอนเจ้าอีกหรือ!”
เมื่อได้ยินดังนั้นหลิ่วจื้อหย่วนก็ไม่พอใจ “ทำไมต้องเป็นแบบนั้นด้วยล่ะท่านพ่อ! ต่อให้นางจะเป็นฮูหยินของขุนพลและได้รับพระราชทานตำแหน่งก็เถอะ แต่ในเมื่อนางเป็นบุตรบุญธรรมของตระกูลหลิ่วเรา นางก็ต้องฟังคำสั่งของตระกูลหลิ่ว! ข้าอายุมากกว่านาง ข้าเป็นพี่ชายบุญธรรมของนาง ไหนเคยมีน้องสาวตบพี่สะใภ้บ้าง! หลี่เยว่หานเจ้ารีบมาขอโทษข้าเดี๋ยวนี้!”
ต้องยอมรับว่าหลิ่วจื้อหย่วนชอบหวังเหอฮวาจริง ๆ เมื่อเห็นหวังเหอฮวาถูกตบเขาก็หันหน้าหนีทันที “ไม่เคารพผู้ใหญ่ ไร้ยางอายยังมีหน้ามาเป็น ฮูหยินผู้ทรงเกียรติอีกหรือ!”
“ฮูหยิน” หมิงจูกลับมาอยู่ข้าง ๆ หลี่เยว่หานแล้วเริ่มรู้สึกกังวลขึ้นมา ตอนที่ตบคนนั้นมันช่างสะใจเหลือเกิน แต่ตอนนี้นางก็เป็นห่วงมากเช่นกัน “จะให้ข้าน้อยไปที่จวนกั๋วกงสักหน่อยไหมเจ้าคะ?”
เสียงของหมิงจูไม่ได้ดังมากแต่ก็ไม่เบามากพอที่จะให้ทุกคนที่อยู่ที่นั่นได้ยิน
ชั่วขณะหนึ่ง ทั้งหลิ่วจื้อหย่วนผู้หยิ่งผยองและหวังเหอฮวาที่ตาเบิกโพลงต่างก็สั่นเทิ้ม
ใช่แล้ว… ฮั่นหรงฟูเหริน ไม่เพียงแต่เป็นภรรยาหลวงของขุนพลทหารม้า เท่านั้น แต่ยังเป็นคุณหนูของจวนกั๋วกงอีกด้วย…
“ไปที่จวนกั๋วกงทำไมกัน?” หลี่เยว่หานหัวเราะ “วันนี้ข้าแค่มาเยี่ยมพ่อแม่บุญธรรมและคุณปู่หลิ่วที่เคยมีพระคุณกับข้า เรื่องเล็กน้อยแบบนี้ไม่ต้องไปรบกวนจวนกั๋วกงหรอก ปู่อายุมากแล้ว ถ้าให้ท่านรู้เข้าท่านคงจะต้องโวยวายอีกรอบ แล้วถ้าท่านไม่พอใจแล้วเข้าวังไปหาฝ่าบาทเรื่องก็จะใหญ่โตขึ้นมาอีก”
แม้หลี่เยว่หานจะพูดด้วยน้ำเสียงเบา ๆ แต่ก็เหมือนกับทุบค้อนใส่หัวใจของคนในตระกูลหลิ่วอย่างแรง
แม้พวกเขาจะมาถึงเมืองหลวงได้ไม่กี่วัน แต่ก็ได้ยินข่าวลือมามากมาย หนึ่งในนั้นคือจวนซิงกั๋วเพราะความระแวงของจักรพรรดิองค์ก่อนจึงย้ายครอบครัวจากเมืองหนิงซือมายังเมืองหลวง แต่ระหว่างทางได้พลัดพรากจากคุณหนู ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันเพื่อชดเชยให้จวนซิงกั๋วจึงให้เกียรติแก่ครอบครัวของเขาเป็นอย่างมาก หากไม่ใช่เพราะซิงกั๋วยังคับแค้นใจไม่อนุญาตให้ผู้ใดในจวนกั๋วกงเข้ารับราชการ ไม่แน่ว่าตอนนี้ ตำหนักซิงกั๋วอาจจะทรงอิทธิพลมากยิ่งขึ้นไปอีก
และหลี่เยว่หานก็คือคุณหนูของจวนซิงกั๋วที่เพิ่งจะตามหาเจอ!
นางไม่เพียงแต่เป็นฮั่นหรงฟูเหรินเท่านั้นแต่ยังเป็นฮูหยินของขุนพลทหารม้าอีกด้วยและที่สำคัญคือนางเป็นคุณหนูของจวนซิงกั๋ว!
ด้วยฐานะเช่นนี้ แค่หยิบยกออกมาสักอย่างก็มากพอให้คนตระกูลหลิ่วต้องดื่มน้ำชาแก้ตกใจกันแล้ว แต่หลิ่วจื้อหย่วนและหวังเหอฮวากลับยังไม่รู้ตัว คอยแต่จะกระโดดไปกระโดดมาต่อหน้าหลี่เยว่หานอยู่ได้ นี่มัน…สวรรค์ต้องการให้ตระกูลหลิ่วล่มสลายจริง ๆ!
“หลี่เยว่หาน! อย่าคิดว่าพวกข้ากลัวเจ้า! ทำไมถึงได้อ้างชื่อที่น่ากลัวพวกนั้นมาขู่คนอยู่เรื่อย! ยังจะอ้างจวนซิงกั๋วอีก ข้าว่าเจ้าคงเข้าประตูจวนซิงกั๋วไม่ได้ด้วยซ้ำ!” ถึงแม้หวังเหอฮวาจะรู้ว่าตอนนี้ฐานะของหลี่เยว่หาน ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่นางก็ไม่ยอมกลืนความโกรธนี้ลงคอไปได้อยู่ดี ในเมื่อเป็นชาวบ้านเหมือนกัน ทำไมหลี่เยว่หานถึงมีชาติกำเนิดที่สูงส่งกว่า “ข้ามีเด็กในท้อง สองตบที่สาวใช้ของเจ้าตบเมื่อครู่ทำให้ข้าเกือบแท้งแล้ว วันนี้ถ้าไม่ได้ร้อยแปดสิบตำลึง ข้าจะไม่จบกับเจ้าแน่!”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลิ่วเทียนเสียงก็รู้สึกราวกับโลกหมุนอยากจะตบหวังเหอฮวาให้ตายไปเลย!
“ท่านพ่อ” หลี่เยว่หานไม่สนใจหวังเหอฮวาแต่หันไปมองนายท่านผู้เฒ่าหลิ่วแล้วพูดว่า “ข้าได้ยินมาว่าคุณชายใหญ่หลิ่วและคุณหนูใหญ่อยากแยกครอบครัว ข้าคิดว่าคุณชายใหญ่หลิ่วโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ท่านพ่อและท่านแม่บุญธรรมก็ไม่ได้อายุน้อยแล้ว ควรจะให้คุณชายใหญ่หลิ่วดูแลกิจการในบ้าน ท่านพ่อว่าอย่างไร?”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่เยว่หานนายท่านผู้เฒ่าหลิ่วผู้เป็นคนฉลาดก็เดาความคิดของหลี่เยว่หานได้คร่าว ๆ จึงพยักหน้าตามแล้วพูดว่า “เจ้าพูดถูกหากจื้อหย่วนอยากแยกครอบครัวก็ให้เขาแยกไปเถอะ”
หลิ่วจื้อหย่วนและหวังเหอฮวาต่างก็ตกใจ
พวกเขาแค่อยากใช้เรื่องแยกครอบครัวมาขู่หลิ่วเทียนเสียงให้ไปพูดกับ นายท่านผู้เฒ่าหลิ่วเพื่อขายบ้านหลังเล็กนี้แล้วเอาเงินไปซื้อหลังใหญ่กว่า ไม่ได้ตั้งใจจะแยกครอบครัวจริง ๆ!
“ท่านพ่อ การแยกครอบครัวไม่ใช่เรื่องเล็ก ตอนนี้พวกเรามีแค่บ้านที่หลี่เยว่หานให้มาหลังนี้เท่านั้น ถ้าจะแยกครอบครัวแล้วละก็…” หลิ่วเทียนเสียงทำหน้ายากลำบาก “ไว้รอหลังปีใหม่ค่อยว่ากันเถอะ พวกเราก็จะได้ใช้โอกาสนี้ตั้งร้านของตระกูลหลิ่วในเมืองหลวงด้วย ท่านว่าอย่างไร?”
“เรื่องบ้านไม่ยาก” หลี่เยว่หานยิ้มหวาน “ตอนที่ข้าได้รับพระราชทานบำเหน็จความชอบจากฝ่าบาท ฝ่าบาทพระราชทานจวนให้ข้าด้วย ตอนนี้ข้าอยู่กับสามี จวนหลังนั้นจึงว่างอยู่มีเพียงคนรับใช้ที่ไปทำความสะอาดเป็นครั้งคราวแล้ว ไม่มีแม้แต่นายท่านไปอยู่ ถ้าคุณชายใหญ่หลิ่วอยากแยกครอบครัว…”
พูดถึงตรงนี้หลี่เยว่หานก็หยุดไปครู่หนึ่ง สายตามองไปรอบ ๆ ก็เห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความปรารถนาของหลิ่วจื้อหย่วนและหวังเหอฮวา
“งั้นขอเชิญท่านพ่อและท่านแม่บุญธรรมพา นายท่านผู้เฒ่าหลิ่วไปอยู่จวนหลังนั้นเถอะ ตอนนี้หรงหรงคลอดลูกแล้ว คุณหนูใหญ่หลิ่วก็ใกล้คลอดแล้วเช่นกัน บ้านหลังเล็กนี้ถ้าจะให้อยู่สี่รุ่นก็คงจะแออัดไปหน่อย” หลี่เยว่หานพูดจบก็สบตากับหลิ่วจื้อหย่วน ไม่แปลกใจเลยที่เห็นความงุนงงในดวงตาของเขา
หลิ่วเทียนเสียงดูแลกิจการของตระกูลหลิ่วมาสิบกว่าปี เข้าใจความหมายของหลี่เยว่หานทันที มองลูกชายที่ยืนงงอยู่แล้วอดถอนหายใจไม่ได้ก้มคำนับแล้วพูดว่า “ฮั่นหรงฟูเหรินพวกเราอยู่ที่นี่แหละ ขอบคุณน้ำใจดีของฮั่นหรงฟูเหริน”
เมื่อได้ยินดังนั้นหลี่เยว่หานก็เอียงหน้ามองหลิ่วเทียนเสียงอย่างขบขัน “ท่านพ่อคิดว่าไม่เหมาะสมหรือ?”
“ไม่ใช่หรอก แต่ลูกชายข้าเกเรถ้าแยกครอบครัวตอนนี้เกรงว่าเขาจะยืนหยัดในเมืองหลวงไม่ได้” หลิ่วเทียนเสียงรู้ดีถึงเจตนาของหลี่เยว่หานถึงแม้จะรู้ว่าหลี่เยว่หานตั้งใจดีอยากให้พวกเขาที่เป็นผู้ใหญ่ไม่ต้องถูกรบกวนจากหลิ่วจื้อหย่วนลูกชายเจ้าปัญหา แต่เขามีลูกชายแค่หลิ่วจื้อหย่วนคนเดียวการจะให้ทิ้งลูกชายไว้ เขาทำไม่ได้เด็ดขาด
“ก็ได้ ในเมื่อท่านพ่อไม่เต็มใจข้าก็จะไม่บังคับ” หลี่เยว่หานลุกขึ้นยืนยิ้มเบา ๆ หันไปมองนายท่านผู้เฒ่าหลิ่วแล้วพูดว่า “นายท่านผู้เฒ่าหลิ่ว ถ้าที่บ้านมีเรื่องลำบากอะไรก็ส่งคนไปบอกข้าที่จวนขุนพลข้าจะช่วยเท่าที่ช่วยได้ วันนี้สายแล้วข้าขอตัวกลับก่อนขอให้ท่านผู้อาวุโสรักษาสุขภาพด้วย”
“ได้ เจ้าก็ระวังตัวระหว่างทางด้วย” นายท่านผู้เฒ่าหลิ่วโกรธหลิ่วจื้อหย่วนจนแทบทนไม่ไหวแล้วเมื่อเห็นหลี่เยว่หานจะกลับก็ไม่ได้รั้งไว้
ในขณะที่หมิงจูประคองหลี่เยว่หานออกจากประตู หวังเหอฮวาก็ล้มลงในอ้อมกอดของหลิ่วจื้อหย่วน ในตอนนั้นทุกคนก็แตกตื่นโกลาหล
เห็นได้ชัดว่าหวังเหอฮวายื่นมือออกมาชี้ไปที่หลี่เยว่หานด้วยท่าทางสั่นเทา ใบหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวดกล่าวว่า “เจ้าเพิ่งสั่งให้สาวใช้ตีข้า ทำให้ข้ามีโอกาสแท้งลูกได้และจะจากไปแบบนี้ไม่ได้นะ!”
ได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานก็หยุดฝีเท้าหันหลังกลับมากล่าวว่า ” หวังเหอฮวา เจ้าเพิ่งบอกว่าจะแท้งลูกและไม่สามารถชดเชยได้ด้วยเงินร้อยแปดสิบตำลึงใช่หรือไม่?”
“ใช่!” หวังเหอฮวาขบกรามแน่นจ้องมองหลี่เยว่หานอย่างดุดัน
หลี่เยว่หานหันไปมองหมิงจูแล้วกล่าวว่า ” หมิงจู เมื่อวานนี้หมอที่มาตรวจชีพจรบอกว่าอย่างไรนะ?”
“เพคะฮูหยิน เมื่อวานนี้ท่านหมอบอกว่าครรภ์ของฮูหยินครั้งนี้ไม่ค่อยมั่นคงนัก หากถูกรบกวนจะทำให้แท้งลูกได้ง่าย ฉะนั้นฝ่าบาทจึงส่งคนมาจากวังหลวงนำของบำรุงมาให้มากมาย ขอให้ฮูหยินดูแลครรภ์ให้ดี”
ฟังจบคำพูดของหมิงจูแล้ว หลี่เยว่หานก็ยิ้มให้หวังเหอฮวาจากนั้นก็ล้มลงในอ้อมกอดของหมิงจูเช่นกัน…