ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 324 ก่อกวนให้น้ำขุ่น
บทที่ 324 ก่อกวนให้น้ำขุ่น
ตระกูลหลิ่วเกิดความวุ่นวาย!
หลังจากที่หลี่เยว่หานล้มลงในอ้อมกอดของหมิงจูแล้ว หมิงจูก็เริ่มตะโกนว่าเกิดเรื่องแล้ว ฮูหยินตกใจจนหมดสติไป!
หลี่หรงหรงแต่เดิมอยู่ในห้อง พอได้ยินว่าหลี่เยว่หานมาก็คิดจะออกไปดูสักหน่อย แต่พอนึกได้ว่านางเพิ่งพบหลี่เยว่หานและได้ยินเสียงเอะอะข้างนอก หลี่เยว่หานคงมาก่อกวนให้น้ำขุ่นแน่ ๆ จึงอยู่แต่ในห้องดูแลบุตรสาวอย่างตั้งใจ ไม่ได้ออกไปยุ่งเกี่ยว
พอได้ยินเสียงหมิงจูตะโกน หลี่หรงหรงก็ใจหายใจคว่ำไม่น้อย รีบฝากบุตรสาวไว้กับนางนมข้างกายแล้วเปิดประตูห้องวิ่งออกไป
“หมิงจู ๆ เกิดอะไรขึ้นมีเรื่องอะไรกัน!” หลี่หรงหรงวิ่งมาถึงตรงหน้าหมิงจูที่กำลังอุ้มหลี่เยว่หานนั่งอยู่บนพื้นถามอย่างร้อนใจ
พอเห็นหลี่หรงหรง หมิงจูก็ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะร้องไห้พลางเล่าว่า ” วันนี้ฮูหยินของพวกข้ามาเยี่ยมนายท่านผู้เฒ่าหลิ่วไม่คาดคิดว่าฮูหยินน้อยตระกูลหลิ่วจะพูดจาไม่ให้เกียรติฮูหยินของพวกข้า ฮูหยินของพวกข้าตั้งใจให้ข้าไปสอนมารยาทฮูหยินน้อยตระกูลหลิ่วสักหน่อย แต่ไม่คิดว่าฮูหยินน้อยตระกูลหลิ่วจะด่าทอฮูหยินของพวกข้าอย่างไม่ไว้หน้า!”
“ฮูหยินของพวกข้าอ่อนแอขนาดนี้จะทนรับคำดูถูกเหยียดหยามจากคนอื่นได้อย่างไร ยิ่งเมื่อวานหมอหลวงเพิ่งมาตรวจแล้วบอกว่าครรภ์ของฮูหยินไม่ค่อยมั่นคงนัก เมื่อครู่พวกข้ากำลังจะกลับแล้ว ฮูหยินน้อยตระกูลหลิ่วก็มาด่าทอฮูหยินของพวกข้าอีก ฮูหยินของพวกข้าระบายลมหายใจไม่ทัน ก็ถูกฮูหยินน้อยตระกูลหลิ่วทำให้หมดสติไปเลยเจ้าค่ะ!”
หมิงจูร้องไห้ไปด้วยเล่าไปด้วย ถึงแม้จะร้องไห้อย่างน่าสงสาร แต่ก็ไม่ได้ทำให้การเล่าเรื่องล่าช้าแม้แต่น้อย
หวังเหอฮวาคิดไม่ถึงเลยว่านางจะล้มตามตนเองไปจึงตกใจจนพูดไม่ออก
ส่วนหลิ่วเทียนเสียงและหลิ่วฟูเหรินก็รีบร้อนให้คนออกไปตามหมอ แต่ก็ถูกหมิงจูขวางไว้ทั้งหมด
ข้ออ้างของนางก็ดีทีเดียว
บอกว่าครรภ์ของหลี่เยว่หาน ตลอดมาก็ให้หมอหลวงในวังตรวจอยู่แล้ว ไม่ก็ให้คุณหมอกู่จากศาลแพทย์แผ่นดินตรวจ ถ้าให้หมอธรรมดาข้างนอกมาตรวจไม่แน่อาจจะจ่ายยาอะไรผิด ๆ ก็ได้!
พวกตระกูลหลิ่วถามอีกว่าศาลแพทย์แผ่นดินอยู่ที่ไหน หมิงจูก็บอกตำแหน่งของศาลแพทย์แผ่นดินอย่างหน้าตาเฉย ยังไม่ลืมเสริมอีกว่า คุณหมอกู่เดิมเป็นหัวหน้าศาลหมอหลวงในวัง ภายหลังไม่อยากอยู่ในวังแล้วจึงออกมาเปิดศาลแพทย์แผ่นดิน ถ้าอยากเชิญท่านออกมาตรวจ ต้องจ่ายอย่างน้อยหนึ่งพันตำลึงเงินเนื้อบริสุทธิ์ต่อครั้ง
คนตระกูลหลิ่วที่กำลังจะออกไปตามหมอต่างก็ชะงักไป
หมออะไรออกมาตรวจครั้งหนึ่งหนึ่งพันตำลึงเงินเนื้อบริสุทธิ์เนี่ยนะ!
หลี่หรงหรงได้ยินคำพูดของหมิงจูแล้วก็พอจะรู้ว่านี่เป็นละครที่หลี่เยว่หานจัดฉากขึ้นมาเอง แม้จะรู้สึกว่าหลี่เยว่หานทำเกินไปหน่อยแต่พอเห็น หวังเหอฮวาหน้าเสียหลบเลี่ยงอยู่ในใจก็ยังรู้สึกดีใจอยู่ดี
“หมิงจู เจ้าฟังข้าก่อนตอนนี้พี่สาวของข้าเป็นลมไปแล้ว คงรอคุณหมอกู่ไม่ไหว ทำอย่างนี้ดีกว่า ข้าจะไปส่งพี่สาวไปที่โรงหมอหลวงกับเจ้า ให้คุณหมอกู่รักษาโดยเร็ว” หลี่หรงหรงพูดพลางคิดจะช่วยหมิงจูพยุงหลี่เยว่หานขึ้นมา
“ไม่ได้! ฮูหยินของข้าเป็นลมที่บ้านตระกูลหลิ่ว ถ้าจากไปแบบนี้ ตระกูลหลิ่วไม่ยอมรับจะทำอย่างไร!” หมิงจูร้องไห้อย่างน่าสงสาร “ฮูหยินของพวกข้าใส่ใจบุญคุณของนายท่านผู้เฒ่าหลิ่วในอดีตอย่างมาก บอกพวกข้าว่าแม้แต่น้ำหยดเดียวก็ต้องตอบแทนด้วยน้ำพุ จึงได้ให้ผู้ดูแลร้านอวี้ เอาโฉนดบ้านหลังเล็กไปให้นายท่านผู้เฒ่าหลิ่วอย่างลับ ๆ วันนี้ยังนำของดีที่ได้รับพระราชทานจากวังมาเยี่ยมนายท่านผู้เฒ่าหลิ่วอีกมาก ไม่คิดว่าจะถูกหลิ่วฮูหยินปฏิบัติเช่นนี้!”
พอได้ยินคำพูดของหมิงจู คนตระกูลหลิ่วก็ปวดหัวกันใหญ่ หลิ่วเทียนเสียงดึงหวังเหอฮวาออกมาจากด้านหลังของหลิ่วจื้อหย่วนผลักไปข้างหน้าพูดเสียงดังว่า “หญิงชั่วเช่นนี้ตระกูลหลิ่วของพวกข้าไม่ต้องการ หมิงจูเมื่อหลี่เยว่หานฟื้นแล้วเจ้าบอกนางด้วยว่าหวังเหอฮวาไม่ใช่หลิ่วฮูหยินอีกต่อไปแล้ว!”
“นางไม่ใช่มานานแล้ว” หลิ่วฟูเหรินเสริมเสียงเย็น “เช้านี้ข้าให้คนวิ่งรับใช้ไปเปลี่ยนทะเบียนที่ทางการแล้ว ในสำมะโนครัวก็ลบชื่อหวังเหอฮวา ออกไปแล้ว”
พอได้ยินดังนั้น หวังเหอฮวาและหลิ่วจื้อหย่วนก็ตกใจ
หลังเรื่องเมื่อเช้า หลิ่วจื้อหย่วนลองตรวจท่าทีของหลิ่วฟูเหรินแต่หลิ่วฟูเหรินกลับไม่พูดถึงเรื่องนี้เลย แต่เดิมคิดว่าหลิ่วฟูเหรินคงจะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปแล้ว ไม่คิดว่านางจะจัดการเสร็จเรียบร้อยอย่างรวดเร็วแล้ว?
แล้วทำไมตอนที่ทุกคนเรียก หวังเหอฮวาว่าหลิ่วฮูหยิน หลิ่วฟูเหรินถึงไม่แสดงท่าทีอะไรเลย? รอให้หวังเหอฮวาอับอายหรือ?
“ท่านแม่ไม่คิดว่าท่านจะเกลียดข้าถึงเพียงนี้!” หวังเหอฮวาสะอื้นไห้ “ท่านรอให้ข้ามาทำตัวเกินหน้าเกินตาดูถูกหลี่เยว่หานอยู่ที่นี่ใช่ไหม? ในเมื่อข้าไม่ใช่หลิ่วฮูหยินแล้ว! ข้าก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว!”
พอได้ยินดังนั้น หมิงจูพูดเสียงเย็นว่า “ไม่คิดว่าตระกูลหลิ่วจะมีขนบธรรมเนียมเปิดกว้างถึงเพียงนี้ อนุภรรยาคนหนึ่งกล้าต่อว่าแม่สามีของตัวเองทำให้ข้าที่เป็นแค่สาวใช้ต้องตาโตเลยทีเดียว!”
หมิงจูเพิ่งได้เจอหลี่หรงหรงตอนเที่ยง ได้คุยกับหลี่เยว่หานและหลี่หรงหรงอยู่พักหนึ่ง ดังนั้นครั้งนี้จึงไม่ได้ด่าหลี่หรงหรงไปด้วย กลับพูดกับ หลี่หรงหรงด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนมากว่า “ขอให้ท่านอาหลี่ช่วยหน่อย พวกเราจะพยุงฮูหยินไปนั่งบนเก้าอี้ทีเจ้าคะ”
“ได้” หลี่หรงหรงก็รู้สึกสับสนมาก ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรหวังเหอฮวาถึงถูกลดตำแหน่งกลับไปเป็นอนุอีกครั้ง อีกทั้งนางไม่รู้ว่าหลี่เยว่หานแกล้งเป็นลม จึงไม่รู้จะทำอย่างไรดี ได้แต่ช่วยหมิงจูทำตามที่นางบอก
เห็นหมิงจูและหลี่หรงหรงพยุงหลี่เยว่หานไปนั่งบนเก้าอี้แล้ว หมิงจูก็หยิบขวดเล็กสวยงามออกมาจากแขนเสื้อเทยาเม็ดเล็ก ๆ สองเม็ดใส่ปาก หลี่เยว่หาน หมิงจูจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ขอบคุณท่านอาหลี่” หมิงจูมองหลี่หรงหรงด้วยสายตาซาบซึ้ง “เมื่อครู่ข้าตกใจจนลืมไปว่าเมื่อวานหมอหลวงจัดยาฉุกเฉินให้ฮูหยินของพวกข้า ยานี้กินเข้าไปแล้ว อีกครู่เดียวฮูหยินของพวกข้าก็จะฟื้นแล้ว”
ได้ฟังคำพูดของหมิงจูแล้ว แม้แต่คนในตระกูลหลิ่วก็ถอนหายใจโล่งอก
ส่วนอีกฟากหวังเหอฮวาก็เริ่มไม่พอใจ “เมื่อครู่ยังบอกจะไปตามหมอ พริบตาเดียวก็มียาแล้ว ละครเรื่องนี้ช่างมีช่องโหว่เพียบ!”
“หลิ่วฟูเหริน” หมิงจูเดินมาข้างหน้าหลิ่วฟูเหรินคำนับแล้วกล่าวว่า “ฮูหยินของพวกข้ามีฐานะสูงส่ง วันนี้มาเยี่ยมนายท่านผู้เฒ่าหลิ่วและสองผู้อาวุโสด้วยใจซาบซึ้ง แต่ตอนนี้กลับถูกอนุภรรยาของนายน้อยใหญ่ตระกูลหลิ่วทำให้ตกใจ ข้ายังหวังว่าหลิ่วฟูเหรินจะให้คำตอบที่น่าพอใจแก่จวนขุนพลและจวนกั๋วกงของพวกข้าด้วย”
พอได้ยินหมิงจูพูดถึงจวนขุนพลและจวนกั๋วกง หวังเหอฮวาก็ระเบิดทันที “เจ้าคิดจะขู่ใครกัน! ยังพูดถึงจวนขุนพลและจวนกั๋วกงอีก! คิดว่าหลี่เยว่หานเป็นของมีค่าหรือไร! นั่นมันเป็นขุนนางชั้นสูง! หลี่เยว่หานเป็นแค่ลูกสาวชาวนา ยังเป็นลูกสาวที่ถูกพ่อแม่ขายอีก พวกเขาจะมองเห็นค่าก็แปลกแล้ว!”
“หุบปาก!” หลิ่วฟูเหรินตวาดหวังเหอฮวาแล้วหันไปมองหมิงจูกล่าวว่า “บ้านเรามีหญิงชั่วแบบนี้ถือเป็นโชคร้ายของตระกูลขอให้หมิงจูวางใจได้ พอลูกในท้องของหวังเหอฮวาคลอดออกมา ตระกูลหลิ่วจะไล่หวังเหอฮวาออกจากบ้านทันที”
“ด้วยเหตุใด!” หวังเหอฮวายังคงระเบิดอารมณ์ “ท่านแม่! เพื่อคนนอกคนเดียว ท่านจะไล่ข้าออกจากบ้านหรือ ข้าเป็นลูกสะใภ้ของท่านนะ!”
หลี่เยว่หานเห็นว่าพอสมควรแล้วจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ถอนหายใจแล้วพูดเสียง “อ่อนแรง” ว่า “แม่เลี้ยงไม่ต้องไล่นางออกจากบ้านหรอก ยังไงนางก็เป็นคนสำคัญในใจของพี่ใหญ่หลิ่ว ขอเพียงท่านปฏิบัติต่อน้องสาวข้าให้ดีก็พอ”