ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 325 แสดงไมตรี
บทที่ 325 แสดงไมตรี
หลี่เยว่หานครั้งนี้มาที่ตระกูลหลิ่วมีสองจุดประสงค์
ประการแรกคือมาเยี่ยมนายท่านผู้เฒ่าหลิ่วและหลิ่วเทียนเสียงสามีภรรยา
ไม่ว่าจะอย่างไร การแต่งงานของตระกูลหลิ่วครั้งนี้ก็ช่วยปกป้องเจ้าของเดิมมาหลายปี มิเช่นนั้นด้วยนิสัยของหวังเฟิ่งคงทรมานเจ้าของเดิมจนตายไปนานแล้ว และหลังจากที่ยอมรับนางเป็นบุตรบุญธรรมในภายหลัง ตระกูลหลิ่วก็ช่วยเหลือตระกูลเหมิงแห่งหมู่บ้านไป๋อวิ๋นไม่น้อย
อย่างน้อยก็มีบุญคุณอยู่บ้าง หลี่เยว่หานรู้สึกว่าตนเองไม่อาจเป็นคนอกตัญญู เรื่องมอบจวนให้ก็เป็นความจริงขอเพียงหลิ่วเทียนเสียงสามีภรรยายอมปล่อยให้หลิ่วจื้อหย่วนอยู่ในจวนหลังเล็กนี้ หลี่เยว่หานไม่เพียงจะมอบจวนที่ว่างให้ตระกูลหลิ่วแต่ยังจะมอบร้านค้าที่ตระกูลหลิ่วสามารถดำเนินกิจการได้ให้หลิ่วเทียนเสียงสามีภรรยาด้วย
ด้วยเช่นนี้จึงสามารถรับประกันได้ว่าตระกูลหลิ่วจะไม่ถูกคนเกเรอย่าง หลิ่วจื้อหย่วนทำลายและยังรับประกันได้ว่าคนตระกูลหลิ่วจะเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับนางอีกด้วย
ส่วนจุดประสงค์ที่สองของการมาครั้งนี้ ก็คืออยากช่วยหลี่หรงหรงสักหน่อย
ในเมื่อหลี่หรงหรงสามารถมาขอร้องต่อหน้านาง ยังพูดตรง ๆ ว่าหลี่ต้าเฉิงและหวังเฟิ่งตอนนี้ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก หลี่เยว่หานก็ไม่อาจใจร้ายไม่สนใจได้จริง ๆ ไม่เช่นนั้นหากเรื่องนี้แพร่กระจายไปถึงเมืองหลวง คนส่วนใหญ่ก็ยังจะชี้หน้าด่าทอนาง บางทีอาจจะด่าทอ จวนกั๋วกง และจวนขุนพลไปด้วยก็ได้
ดังนั้นหลี่เยว่หานถึงแม้จะอยากใจร้ายไม่สนใจหลี่ต้าเฉิงแต่จริง ๆ ก็ยังไม่อาจไม่สนใจชื่อเสียงของจวนกั๋วกงและจวนขุนพลได้ ฉะนั้นนางจึงอยากช่วยหลี่หรงหรงสักหน่อย ไม่ต้องพูดถึงตำแหน่งฮูหยินน้อย แค่ให้หลี่หรงหรงมีกำลังพอที่จะดูแลหลี่ต้าเฉิงที่อำเภอหวาซีได้บ้างก็ใช้ได้แล้ว
นางไม่เคยคิดเลยว่าก่อนที่ตนเองจะมาเยือนตระกูลหลิ่ว หวังเหอฮวาจะไม่ใช่ฮูหยินน้อยของตระกูลหลิ่วแล้ว…
หลิ่วฟูเหรินได้ยินคำพูดของหลี่เยว่หานก็รู้ว่านางต้องการทำอะไร จึงเรียกแม่บ้านมาทันทีแล้วพูดว่า “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หลี่หรงหรงก็คือฮูหยินน้อยของตระกูลหลิ่ว ช่วงนี้เจ้าสอนหรงหรงดูบัญชีหน่อย รอจนกว่าตระกูลหลิ่วของพวกเราจะยืนหยัดในเมืองหลวงได้มั่นคง ก็คงต้องให้หรงหรงดูแลงานในเรือนช่วย!”
แม่บ้านได้ยินดังนั้น ก็พยักหน้าทันที “คำสั่งของฮูหยิน ข้าน้อยจดจำไว้หมดแล้ว! ข้าจะไปหาคนวิ่งเต้นไปที่ทางการเพื่อแก้ไขทะเบียนบ้านทันที ส่วนสำมโนครัวในบ้านก็จะรีบแก้ไขให้เสร็จโดยเร็ว!”
พูดจบแม่บ้านก็หมุนตัวเดินจากไป
หวังเหอฮวางงงวย
หลี่หรงหรงก็งงงวย
หลี่เยว่หานเห็นว่าเรื่องราวลงเอยอย่างค่อนข้างลงตัว ก็ให้หมิงจู ประคองนางลุกขึ้นจากเก้าอี้ ถอนหายใจแล้วเดินไปหานายท่านผู้เฒ่าหลิ่วผู้ซึ่งมองดูอยู่ข้างๆ ด้วยสายตาเย็นชามาตลอด คำนับลงแล้วพูดว่า “ท่านปู่หลิ่ว วันนี้รบกวนมากเกินไป ต่อไปถ้าตระกูลหลิ่วมีเรื่องอะไร ก็ให้คนมาหาข้าที่จวนขุนพลได้ตลอด หากท่านพี่ใหญ่หลิ่วยืนกรานจะแยกครอบครัว จวนของข้าที่โน่นก็พร้อมจะให้ท่านผู้อาวุโสทั้งหลายย้ายเข้าไปอยู่ได้ทุกเมื่อ”
“ข้าเข้าใจความหมายของเจ้า” นายท่านผู้เฒ่าหลิ่วถอนหายใจ สุดท้ายแล้วก็เป็นความผิดของตนเอง… ดังนั้นถึงแม้จะรู้ว่าหลี่เยว่หานเพิ่งจะแกล้งหมดสติไป แต่นางก็ไม่ได้ผิด อีกทั้งยังมีอำนาจมากกว่า แล้วพวกเขาจะพูดอะไรได้… พูดอะไรไม่ได้เลย “ข้าเหนื่อยแล้ว เจ้ากลับไปก่อนเถิด”
“เยว่หานขอตัวกลับก่อน วันหลังจะมาเยี่ยมท่านปู่หลิ่วอีกเจ้าค่ะ” หลี่เยว่หานรู้ดีว่าการกระทำของนางในวันนี้ออกจะเกินเลยไปสักหน่อย จึงไม่อยู่ต่อ คารวะนายท่านผู้เฒ่าหลิ่วและหลิ่วเทียนเสียงแล้วก็จากไปจากตระกูลหลิ่ว
บนรถม้า
ในที่สุดหมิงจูก็อดไม่ไหว มองไปที่หลี่เยว่หานแล้วกล่าว “ฮูหยินทำไมท่านถึงต้องยุ่งกับเรื่องในครอบครัวของตระกูลหลิ่วด้วยเล่า”
“เจ้าก็คิดว่าข้าเกินไปใช่หรือไม่?” หลี่เยว่หานหลับตาพักผ่อน
“ใช่… ก็นิดหน่อย…” หมิงจูตอบอย่างอึดอัด “แต่ข้ารู้ว่าไม่ว่าฮูหยินจะทำอะไร ก็ล้วนมีเหตุผลของตัวเอง ข้าเลยอยากถามฮูหยินว่าทำไม”
“ตอนนี้ใต้อาณัติข้ามีแค่ผู้ดูแลร้านอวี้คนเดียวที่เป็นมือดีด้านการค้า” หลี่เยว่หานยังคงหลับตาอยู่ “แต่ถ้าให้ผู้ดูแลร้านอวี้คนเดียวดูแลกิจการทั้งหมดที่อยู่ในนามของข้า เขาคงต้องยุ่งจนหัวหมุน วันนี้ที่ข้ายุ่งกับเรื่องในครอบครัวของตระกูลหลิ่วก็เพราะข้าอยากให้ตระกูลหลิ่วมาอยู่ใต้อาณัติของข้า”
หมิงจูฟังคำพูดของหลี่เยว่หานแล้วก็ยังงงอยู่ “แต่วันนี้ท่านทำให้ตระกูลหลิ่วโกรธกันหมด แล้วจะให้ตระกูลหลิ่วฟังท่านได้อย่างไร”
“เจ้าคิดจริง ๆ เหรอว่าข้าทำให้ตระกูลหลิ่วโกรธหมดจริง ๆ” หลี่เยว่หานลืมตามองหมิงจู “ข้าขอถามเจ้า หลิ่วจื้อหย่วนเป็นลูกแท้ ๆ ของหลิ่วฟูเหรินหรือไม่?”
หมิงจูชะงักส่ายหน้า “ไม่ใช่…”
“แล้วนายท่านผู้เฒ่าหลิ่วเป็นคนโง่งมหรือเปล่า?”
“ไม่ใช่…”
“งั้นก็จบแล้ว” หลี่เยว่หานพูดจบก็หลับตาพักผ่อนต่อ “หลิ่วฟูเหรินเป็นคนที่เข้าใจโลก แต่นายท่านหลิ่วมีลูกชายแค่หลิ่วจื้อหย่วนคนเดียว จึงตามใจเขาทุกอย่าง แม้แต่อนุของตระกูลหลิ่วก็ถูกเรียกว่าฮูหยินรองตระกูลหลิ่ว หลิ่วฟูเหรินย่อมรู้สึกไม่สบายใจ แต่นางพูดตรง ๆ ไม่ได้ จึงแต่เก็บกดเอาไว้”
“วันนี้ข้าไปที่ตระกูลหลิ่ว เกือบจะทำให้เรื่องการแยกครอบครัวของตระกูลหลิ่วเป็นจริงแล้ว ข้าเดาว่าในตระกูลหลิ่วคงทะเลาะกันเรื่องแยกครอบครัวมารอบหนึ่งแล้ว ไม่อย่างนั้นตอนเช้าหลิ่วฟูเหรินคงไม่รีบเร่งผลักหวังเหอฮวาให้ขึ้นเป็นอนุได้อย่างคล่องแคล่วขนาดนั้น”
ฟังถึงตรงนี้ หมิงจูพยักหน้าเหมือนเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง “ดังนั้น การกระทำของฮูหยินในวันนี้เป็นการแสดงน้ำใจกับหลิ่วฟูเหรินสินะคะ”
“นอกจากนี้ ข้ายังทำให้นายท่านผู้เฒ่าหลิ่วเห็นชัดเจนแล้วว่าหลานชายของท่านไร้ความสามารถเพียงใด” หลี่เยว่หานกล่าวเบา ๆ ว่า “หลิ่วฟูเหรินเป็นคนที่มีความสามารถและฉลาด ถึงแม้นางจะไม่มีบุตรชาย แต่ก็ยังคงรักษาตำแหน่งไว้ได้อย่างมั่นคง ภายใต้เงื่อนไขที่อนุหลิ่วมีบุญคุณช่วยชีวิตหลิ่วเทียนเสียงไว้ ดูเหมือนว่าหลิ่วเทียนเสียงจะเคารพรักใคร่ฮูหยินผู้นี้เป็นอย่างมาก หลิ่วจื้อหย่วนไม่ต้องพูดถึง แต่ หลิ่วเทียนเสียงนั้นมีความสามารถอยู่บ้าง”
“วันนี้พวกเราแสดงไมตรีต่อหลิ่วฟูเหริน ดังนั้นนางจะต้องพูดให้หลิ่วเทียนเสียงฟังบ้างไม่มากก็น้อย รออีกสองวันข้าจะมอบร้านค้าในมือให้ตระกูลหลิ่วจัดการ คิดว่าผลลัพธ์จะดีกว่าการให้พวกเขาโดยตรงไม่น้อย”
หลังจากได้ฟังคำพูดของหลี่เยว่หาน หมิงจูก็เข้าใจในที่สุด “นั่นก็คือ วันนี้ ที่ฮูหยินไปก่อเรื่องวุ่นวายที่ตระกูลหลิ่วจริง ๆ แล้วก็เพื่อให้ทุกคนในตระกูลหลิ่วเห็นชัดว่าหลิ่วจื้อหย่วนเป็นคนไร้ความสามารถ แม้แต่หญิงที่หลิ่วจื้อหย่วนรักก็ไม่ใช่คนดี เพื่อจะได้ชักจูงหลิ่วฟูเหรินให้ตระกูลหลิ่วช่วยฮูหยินจัดการธุรกิจใช่หรือไม่เจ้าค่ะ”
“ก็ประมาณนั้นแหละ” หลี่เยว่หานลืมตาขึ้นอีกครั้ง “น่าเสียดายที่หลี่หรงหรงให้กำเนิดลูกสาว ไม่อย่างนั้นละครวันนี้คงจะสนุกยิ่งกว่านี้อีก”
ตอนนี้สถานการณ์ของตระกูลหลิ่วง่ายมาก หลี่หรงหรงกลายเป็นฮูหยิน น้อยของตระกูลหลิ่ว ไม่ว่านางจะได้รับความโปรดปรานจากหลิ่วจื้อหย่วนหรือไม่ นางก็ยืนอยู่ข้างเดียวกับหลิ่วฟูเหรินแล้ว หลิ่วจื้อหย่วนจะต้องปกป้องหวังเหอฮวาอย่างแน่นอน ทำให้เกิดความขัดแย้งกับผู้อาวุโสในตระกูลอีกครั้ง ถึงตอนนั้นไม่ต้องพูดถึงหลิ่วจื้อหย่วนและหวังเหอฮวาแล้ว คาดว่าถึงแม้นางจะไม่อยู่ในเหตุการณ์ตระกูลหลิ่วก็คงจะช่วยพูดแทนลูกชาย
หากหลิ่วฟูเหรินมีสมองพอ ด้วยแรงหนุนจากหลี่เยว่หานนางก็จะสามารถกดดันหลิ่วจื้อหย่วนและหวังเหอฮวาได้อย่างง่ายดาย
คิดมาถึงตรงนี้หลี่เยว่หานก็นึกถึงเรื่องอื่นขึ้นมาอีกเรื่องหนึ่ง
วันนี้หลังจากมาถึงตระกูลหลิ่ว ก่อนที่หลิ่วเทียนเสียงและภรรยาจะพา หลิ่วจื้อหย่วนบุกไปหานายท่านผู้เฒ่าหลิ่ว ท่านได้บอกเรื่องหนึ่งกับนาง
จ้าวไท่กงผู้ที่คอยปกป้องหลี่เยว่หานเสมอมาที่หมู่บ้านเฮยถู่ได้เสียชีวิตลงก่อนสงครามจะเกิดขึ้น
คิดมาถึงตรงนี้ หลี่เยว่หานก็รู้สึกเจ็บปวดในใจอย่างห้ามไม่อยู่ ปู่หัวหน้าหมู่บ้านเป็นความอบอุ่นแรกที่นางได้สัมผัสหลังจากมาถึงโลกนี้ แต่น่าเสียดายที่ตัวนางเองกลับไม่ได้เจอท่านแม้กระทั่งวาระสุดท้าย…