ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 326 หลิ่วฝูเหรินมาเยี่ยม
บทที่ 326 หลิ่วฝูเหรินมาเยี่ยม
หลิ่วฟูเหรินไม่ได้ทำให้หลี่เยว่หานต้องรอนานนัก ตั้งแต่เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นนางก็มาเยี่ยมที่จวนขุนพลด้วยตนเอง บอกว่ามาขอโทษหลี่เยว่หาน
หลี่เยว่หานจึงสั่งให้คนไปต้อนรับนางที่ห้องดอกไม้ จากนั้นก็จัดเตรียมผลไม้สดมากมายแล้วยังชงชาชั้นดีมาต้อนรับนางด้วย
เพียงแต่หลี่เยว่หานกลับไม่ได้ปรากฏตัวเลย หลิ่วฟูเหรินถามหลายครั้ง สาวใช้ก็บอกว่าหลี่เยว่หานกำลังจะมา
หลิ่วฟูเหรินรอจนเกือบเที่ยงวัน หลี่เยว่หานจึงปรากฏตัวอย่างรีบร้อนพร้อมกับหมิงจู
“ข้าทำให้ท่านแม่ต้องรอนานเป็นความผิดของข้า” หลี่เยว่หานยิ้มแย้มแจ่มใสโค้งคำนับเป็นการทักทาย
แต่เดิมหลิ่วฟูเหรินรู้สึกหงุดหงิดเพราะต้องรอนาน คิดว่าหลี่เยว่หาน จงใจแกล้งนาง พอเห็นหลี่เยว่หานไม่มีท่าทีเช่นนั้นเลยรู้ว่าตนเองคิดผิด รีบเข้าไปประคองหลี่เยว่หานแล้วพูดว่า “ยังไงข้าก็ไม่มีธุระอะไร เจ้าตอนนี้ต้องดูแลทั้งจวนคงยุ่งหน่อยก็เป็นเรื่องปกติ ยิ่งเจ้ากำลังตั้งครรภ์ด้วย ฐานะก็สูงส่งกว่าแต่ก่อน ห้ามคำนับข้าเด็ดขาด”
หลี่เยว่หานได้ฟังดังนั้น น้ำตาก็คลอเบ้าตามคำของหลิ่วฟูเหริน นั่งลงบนเก้าอี้แล้วสั่งให้คนเปลี่ยนชาและขนมใหม่ให้หลิ่วฟูเหรินอีกทั้งสั่งให้คนในครัวเตรียมอาหารสองสามอย่างจากอำเภอหย่งอันทำให้หลิ่วฟูเหรินอบอุ่นใจยิ่งนัก
“วันนี้ท่านแม่มาหาข้า ไม่ทราบว่าที่บ้านมีเรื่องอะไรหรือไม่?” หลี่เยว่หานทำหน้าที่เป็นอย่างดีแล้วจึงแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ถามขึ้นมา
หลิ่วฟูเหรินได้ฟังดังนั้นสีหน้าก็เก้อเขินขึ้นมา แต่ก็ยังพูดออกมา “เมื่อวานเจ้าไปที่บ้านสกุลหลิ่ว ถูกรังแกจริง ๆ ข้ากับท่านพ่อของเจ้าปรึกษากันทั้งคืน รู้สึกว่าไม่ควรปล่อยให้เจ้าถูกรังแกฝ่ายเดียวเลยมาหาเจ้า แต่เดิมก็คิดจะซื้อของบำรุงร่างกายมาให้ แต่เจ้าก็รู้ว่าตอนนี้ตระกูลหลิ่วไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว หาของดี ๆ ไม่ค่อยได้…”
พูดไปสีหน้าของหลิ่วฟูเหรินก็อึดอัดขึ้นมา
หมิงจูที่อยู่ข้าง ๆ เห็นท่าไม่ดีจึงรีบบอกหลี่เยว่หานว่า “ฮูหยิน หลิ่วฟูเหรินพูดอย่างนี้ก็ถ่อมตัวเกินไปแล้ว วันนี้หลิ่วฟูเหรินมาหายังนำขนมผลไม้แห้งที่ฮูหยินชอบที่สุด มีโสมและหลินจือเก่าแก่ชั้นดี แค่ชิ้นเดียวก็เป็นของดีแล้ว!”
หลี่เยว่หานได้ยินดังนั้นก็ตาโตมองไปที่หลิ่วฟูเหริน แล้วพูดว่า “ท่านแม่ ขนมผลไม้แห้งข้ารับไว้ แต่โสมกับหลินจือข้ารับไม่ได้เด็ดขาด! ตอนที่ข้าอยู่ที่หมู่บ้านไป๋อวิ๋น ตระกูลหลิ่วก็ช่วยเหลือข้ามากมาย เมื่อวานก็แค่พวกเด็ก ๆ ทะเลาะกันไม่ควรถึงขั้นต้องเอาของมีค่ามาให้!”
นี่ไงถึงได้บอกว่าหลิ่วฟูเหรินชอบหลี่เยว่หานจริง ๆ เพียงแค่นางพูดแค่ไม่กี่ประโยคสั้น ๆ ก็ให้เกียรติหลิ่วฟูเหรินเต็มที่แล้ว
แต่ของที่ซื้อมาแล้วก็คืนไม่ได้ อีกทั้งของที่ซื้อมาขายต่อ โดยเฉพาะยาบำรุงพวกนี้ ขายออกไปก็ต้องขายในราคาที่ถูกลง ครั้งนี้ตระกูลหลิวถึงกับเอาของมีค่ามาขอโทษหลี่เยว่หานจริง ๆ นี่เป็นข้อสรุปที่หลิ่วฟูเหริน ปรึกษากับหลิ่วเทียนเสียงทั้งคืน
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่ถ้าให้ตำหนักซิงกั๋วรู้ว่าหลี่เยว่หานให้ที่พักพิงกับตระกูลหลิ่ว แต่พอไปเยี่ยมผู้อาวุโสกลับถูกทำให้เป็นลมต่อหน้าต่อตา ตำหนักซิงกั๋วอาจโกรธจนไล่ตระกูลหลิ่วออกจากเมืองหลวงเลยก็ได้
ดังนั้นแม้ว่าการเอาเงินออกมาจะทำให้หลิ่วเทียนเสียงและหลิ่วฟูเหริน รู้สึกเจ็บใจไม่น้อยแต่พอนึกถึงตระกูลหลิ่ว สุดท้ายก็ต้องกัดฟันเอาออกมา
“เจ้าอย่าไปปฏิเสธท่านแม่เลย” หลิ่วฟูเหรินตั้งใจแน่วแน่ที่จะมอบของขวัญชิ้นนี้ให้หลี่เยว่หาน เมื่อเห็นนางปฏิเสธก็รู้สึกร้อนใจ คิดว่าหลี่เยว่หานไม่ยอมรับคำขอโทษจากตระกูลหลิ่ว และยืนกรานที่จะเอาเรื่องกับพวกนาง จึงรีบกล่าวว่า “ถึงแม้เจ้าจะบอกว่าตอนอยู่ที่หมู่บ้านไป๋อวิ๋น เจ้าได้รับความช่วยเหลือจากตระกูลหลิ่วของพวกข้าไม่น้อย แต่นั่นเป็นเพราะมารดาของเจ้าใช้ชีวิตแลกกับการช่วยชีวิตคุณปู่ของตระกูลหลิ่ว อีกทั้งข้าก็ไม่คิดว่าตอนอยู่ที่อำเภอหย่งอันตระกูลหลิ่วได้ให้ความช่วยเหลืออะไรแก่เจ้า หากวันนี้เจ้าไม่รับของขวัญนี้ไปก็จะทำให้ท่านแม่เสียใจจริง ๆ”
ได้ยินดังนั้นหลี่เยว่หานก็รู้ว่าถึงเวลาแล้ว
หลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่ง นางก็ค่อย ๆ กล่าวว่า “ข้ารู้ใจของท่านพ่อและท่านแม่และรู้ว่าคุณปู่หลิ่วรักข้าก็เพราะเหตุนี้ข้าถึงไม่สามารถรับของสิ่งนี้ได้ แต่ของดี ๆ ที่ใช้เงินซื้อมาแล้ว หากนำไปขายต่อก็จะได้ราคาแค่ครึ่งเดียว งั้นข้าก็จะรับไว้แล้วกัน”
“ดี ดีมาก” เมื่อเห็นว่าหลี่เยว่หานในที่สุดก็ยอมรับของขวัญ หลิ่วฟูเหริน จึงคลายใจลงได้ “ข้าแค่มาเยี่ยมเจ้า ตอนนี้เห็นว่าเจ้ามีสีหน้าดีขึ้นก็จะไม่รบกวนเจ้าแล้ว ข้าจะขอกลับก่อน”
“ในเมื่อท่านแม่มาแล้วก็อยู่ต่ออีกสักครู่เถิด” หลี่เยว่หานยิ้มพลางลุกขึ้น กระตือรือร้นจูงแขนหลิ่วฟูเหรินพาไปที่โต๊ะอาหารด้านข้าง “ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงแล้ว ในครัวก็ได้เตรียมอาหารเมนูพิเศษของอำเภอหย่งอันไว้ด้วย ท่านแม่โปรดรับประทานอาหารกลางวันกับข้าก่อนแล้วค่อยกลับไป”
หลิ่วฟูเหรินตอนแรกก็คิดจะปฏิเสธ แต่พอคิดอีกทีหลี่เยว่หานก็รับของขวัญไปแล้ว ในใจของนางก็คงจะวางเรื่องนี้ลงแล้ว การที่นางเชิญให้อยู่ทานข้าวตอนนี้ก็คงเป็นการแสดงไมตรีจิต
คิดแบบนี้แล้ว หลิ่วฟูเหรินก็พยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นก็ดี พูดถึงการใช้ชีวิตอยู่ที่อำเภอหย่งอันเกือบทั้งชีวิต ตอนนี้ต้องจากบ้านเกิดไปหากินที่อื่น ในใจข้าก็รู้สึกเศร้าใจไม่น้อย”
ระหว่างที่คุยกันทั้งสองก็นั่งลงที่โต๊ะอาหารในห้องดอกไม้ หลี่เยว่หาน สั่งให้หมิงจูไปเอาอาหารมาแล้วก็คุยกับหลิ่วฟูเหรินอย่างสนิทสนม
“น้องสาวของเจ้าตอนนี้นิสัยดีขึ้นกว่าตอนยังไม่ได้แต่งงานมากทีเดียว” หลิ่วฟูเหรินพูดถึงหลี่หรงหรงขึ้นมาเอง “ตั้งแต่นางให้กำเนิดฉุยเอ๋อร์ นางก็ทุ่มเทดูแลฉุยเอ๋อร์อย่างเต็มที่ ดูมีท่าทางเป็นแม่ที่อ่อนโยนมากทีเดียว”
ได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานก็พยักหน้า “ตอนที่หลี่หรงหรงอยู่บ้านเดิม นางก็เคยเรียนหนังสือ คิดว่าหลักการหลายอย่างนางก็คงเข้าใจเองตอนที่ได้เป็นแม่แล้ว ถึงแม้ข้าจะโกรธแค้นสิ่งที่นางเคยทำ แต่ถ้าพูดกันตามตรง หากนางไม่แย่งชิงหลิ่วจื้อหย่วน ข้าก็คงแต่งงานกับสามีคนปัจจุบันของข้าไม่ได้”
“เรื่องต่าง ๆ ในโลกนี้ มักจะผิดพลาดคลาดเคลื่อนเสมอ” หลิ่วฟูเหริน เห็นว่าหลี่เยว่หานพูดถึงหลี่หรงหรงและหลิ่วจื้อหย่วนด้วยน้ำเสียงที่สงบ ในใจก็วางใจได้อย่างสิ้นเชิง “น้องสาวของเจ้าหลังจากให้กำเนิดฉุยเอ๋อร์ก็กตัญญูมากขึ้น ตอนที่พวกเราทั้งครอบครัวย้ายออกจาก อำเภอหย่งอัน นางร้องไห้อ้อนวอนให้พวกเราพามารดาของนางและบิดาของเจ้าไปด้วย ตอนนี้ทั้งสองถูกจัดให้อยู่ที่อำเภอหวาซี ข้าต้องขอโทษเจ้าเรื่องนี้ด้วยนะ ข้าไม่มีทางเลือกที่จะพาทั้งสองไปอยู่ที่เมืองหลวงได้จริง ๆ…”
“ท่านแม่ไม่ต้องกังวล ข้ารู้ถึงความสัมพันธ์ในเรื่องนี้จะไม่โทษท่านแม่แบบไร้เหตุผลหรอก” หลี่เยว่หานรีบปลอบใจหลิ่วฟูเหรินจากนั้นก็เปลี่ยนเรื่องคุย “พูดถึงเรื่องนี้ท่านแม่ ข้าอยากถามว่าตอนนี้ตระกูลหลิ่วคิดจะทำการค้าอะไรในเมืองหลวง”
ได้ยินดังนั้นสีหน้าของหลิ่วฟูเหรินก็ดูลำบากใจ สักพักนางก็ถอนหายใจ กล่าวว่า “พูดแล้วอย่าหัวเราะเยาะพวกเรานะ ถึงแม้ว่าที่อำเภอหย่งอัน ตระกูลหลิ่วจะเป็นตระกูลใหญ่อันดับต้น ๆ มีร้านค้าในมือมากมาย แต่ในเมืองหลวงก็เป็นแค่ตระกูลเล็ก ๆ ที่ไม่มีรากฐาน การค้าที่พวกเราคุ้นเคยในเมืองหลวงก็มีคนทำกันอยู่แล้ว ตอนนี้ก็ยังไม่รู้จริง ๆ ว่าจะทำอะไรเป็นอาชีพดี”