ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 363 ยาห้าหิน
บทที่ 363 ยาห้าหิน
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น เมิ่งฉีฮ่วนยิ้มและถามว่า “แล้วก่อนหน้านี้เจ้าคิดว่าเป็นอย่างไร?”
“เวินเทียนเหล่ยและท่านต่างก็เคยอธิบายให้ข้ากับจื่อเซียงฟัง เรื่องที่ตระกูลเวินร่วมมือกับร้านผ้าตระกูลเหยียนแล้วขาดทุนไปมาก ข้าคิดว่าอาจจะเป็นฝีมือของเวินเทียนเหล่ย แต่ก็รู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้ ถึงแม้พ่อค้าหลวงขั้นหนึ่งจะมีชื่อเสียงใหญ่โต แต่ร้านหรูอี้เก๋อก็เป็นกิจการของตระกูลชุย ตระกูลเวินคงไม่กล้าเสี่ยงไปขัดแย้งกับคนของตระกูลชุย ดังนั้นข้าจึงคิดไม่ออกและรู้สึกกังวลมาก” หลี่เยว่หานวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล พลางพยักหน้าเห็นด้วยกับตัวเอง
เห็นนางเป็นเช่นนั้น เมิ่งฉีฮ่วนจึงเสียบปิ่นหยกให้หลี่เยว่หานแล้วพูดว่า “แม้ตระกูลเวินจะไม่กล้าขัดแย้งกับตระกูลชุยโดยตรง แต่ในฐานะพ่อค้าหลวง พวกเขาก็มีหน้าที่รักษาเสถียรภาพทางการค้า ฮ่องเต้พระราชทานเกียรติยศพ่อค้าหลวงขั้นหนึ่งให้พวกเขาก็เพื่อให้พวกเขาดูแลระบบการค้า มิเช่นนั้นกิจการมากมายในแคว้นตงฮั่นจะถูกผูกขาด และประชาชนจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ”
“แล้วท่านคิดถึงร้านหรูอี้เก๋อได้อย่างไร?” หลี่เยว่หานเปลี่ยนเรื่อง พลางหันตัวจ้องมองเมิ่งฉีฮ่วนตาไม่กะพริบ
เมิ่งฉีฮ่วนอธิบายอย่างใจเย็นว่า “แม้ร้านจือเป่าจายจะเป็นเพียงร้านเล็ก ๆ แต่ก็เปลี่ยนเจ้าของตอนที่เจ้ามาถึงเมืองหลวง ถึงแม้เบื้องหน้าเจ้าของจะเป็นตระกูลหลิ่วที่เพิ่งมาถึงเมืองหลวงไม่นาน แต่คนที่สนใจในความเป็นไปของเมืองหลวงต่างก็รู้ว่าตระกูลหลิ่วมีความสัมพันธ์กับเจ้า ตอนนั้นร้านหรูอี้เก๋อได้ซื้อร้านเครื่องประดับในเมืองหลวงไปเกือบครึ่ง พวกเขาย่อมไม่ปล่อยร้านจือเป่าจายไว้ เพียงแค่จัดการเล็กน้อย ร้านหรูอี้เก๋อก็จะติดกับเอง”
“จัดการอย่างไร?” หลี่เยว่หานถามอย่างไม่เข้าใจ
“ก่อนที่เจ้าจะให้หลิ่วเทียนเสียงปิดร้านทั้งหมด ข้าได้ส่งพ่อค้าชาวหูกลุ่มหนึ่งไปที่ร้านจือเป่าจาย นำมงกุฎเจ็ดสมบัติประดับหยกรูปหงส์ที่เล่าลือกันมาขายให้ร้านจือเป่าจาย มงกุฎเจ็ดสมบัติเป็นของล้ำค่าในโลก แม้ร้านหรูอี้เก๋อจะไม่คิดถึงตัวเอง แต่ก็คงอยากช่วยชุยกุ้ยเฟยให้ได้มงกุฎนี้มา” เมิ่งฉีฮ่วนพูดพลางยื่นมือบีบแก้มของหลี่เยว่หาน “แล้วพวกเขาก็ติดกับ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานถอนหายใจ “ความโลภทำให้คนเปลี่ยนไปจริง ๆ”
“ไปกันเถอะ เมื่อวานท่านป้าช่วยงานทั้งคืน แล้วยังยุ่งตั้งแต่เช้า คงเหนื่อยมาก” เมิ่งฉีฮ่วนพูดพลางพยุงหลี่เยว่หานลุกขึ้นจากโต๊ะเครื่องแป้ง
สองสามีภรรยาและเวินเทียนเหล่ยออกจากเรือน มาถึงห้องรับรองที่เรือนหน้าซึ่งเป็นที่พักชั่วคราวของหญิงสาวเหล่านั้น
ระหว่างทางหลี่เยว่หานถามเมิ่งฉีฮ่วนว่าจะจัดการกับหญิงสาวที่ไม่มีญาติมารับอย่างไรดี เมิ่งฉีฮ่วนบอกว่าไม่รู้ ส่วนเวินเทียนเหล่ยก็เปลี่ยนจากท่าทีหยอกล้อปกติ มาแสดงสีหน้าจริงจังอย่างที่ไม่ค่อยเห็น ไม่ได้พูดจาหยอกเย้าเหมือนเคย
ที่เรือนหน้า
“ท่านแม่ ท่านไปนอนพักสักครู่เถิด สีหน้าท่านซีดเผือดไปหมดแล้ว” เสียงอ่อนหวานของหญิงสาวดังออกมาจากห้องพักเล็ก ๆ ที่เปิดประตูอยู่
หลี่เยว่หานชะงัก มองไปที่เมิ่งฉีฮ่วนแวบหนึ่ง “คุณหนูหลานก็มาด้วยหรือ?”
“อืม ท่านหญิงกั๋วกงไม่ได้กลับจวนทั้งคืน คุณหนูหลานมาถึงก่อนยามอู่และคอยช่วยดูแลหญิงสาวเหล่านั้น ยาที่ต้มเช้านี้ก็เป็นฝีมือของนางกับท่านหญิงกั๋วกง” เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้าแล้วรีบเสริม “ข้าได้ยินมาจากหมิงจู”
เมื่อเวินเทียนเหล่ยที่ดูหม่นหมองตลอดทางได้ยินชื่อคุณหนูหลาน ก็ขมวดคิ้วแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ข้ารู้จักคุณหนูหลานผู้นี้ นางเป็นบุตรบุญธรรมของท่านหญิงกั๋วกง ได้ยินว่านางงดงามสง่า กิริยามารยาทเพียบพร้อมดั่งกุลสตรีตระกูลใหญ่”
“คุณหนูหลานไม่เพียงแต่งดงามสง่าเท่านั้น เมื่อไม่นานมานี้นางยังมาที่จวนเพื่อชวนข้าไปพักที่จวนกั๋วกงสักระยะ ข้าไม่ตกลง นางจึงเสนอจะพักอยู่ที่จวน เพราะช่วงนี้สถานการณ์ในเมืองหลวงไม่สงบ นางเป็นห่วงความปลอดภัยของข้า อยากอยู่ปกป้องข้า แต่สุดท้ายข้าก็ปฏิเสธไป” หลี่เยว่หานพูดขึ้นมาลอย ๆ
ระหว่างที่พูดคุยกัน พวกเขาก็มาถึงหน้าห้องพักแล้ว
หลี่เยว่หานเห็นฟางจื่อหลานกำลังนั่งนวดขมับอยู่บนเก้าอี้ จึงแอบเอาน้ำพุจิตวิญญาณมาแตะที่นิ้วมือ แล้วเดินเข้าไปนวดศีรษะให้ฟางจื่อหลาน พลางพูดเสียงนุ่มนวล “ท่านป้า ท่านฟังพี่สาวเถิด ไปพักสักหน่อยนะเจ้าคะ”
“เยว่หาน เจ้ามาแล้วหรือ” ฟางจื่อหลานรู้สึกตัว จับมือหลี่เยว่หานไว้ ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วพูดว่า “ข้าก็อยากไปพัก แต่พอนึกถึงเด็กสาวเหล่านั้นที่ถูกรังแก ข้าก็รู้สึกปวดใจเหลือเกิน”
“ท่านป้า ที่นี่มีข้าและพี่สาว เหวินจั๋วก็กลับมาแล้ว นายน้อยเวินก็มาด้วย องค์รัชทายาทคงไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปง่าย ๆ แน่ ท่านวางใจเถิด พวกเราต้องเรียกร้องความยุติธรรมให้พวกนางได้อย่างแน่นอน” หลี่เยว่หานปลอบเสียงอ่อนโยน
“ความยุติธรรมมาถึงแล้วจะมีประโยชน์อะไร” ฟางจื่อหลานพูดพลางน้ำตาไหล “เด็กสาวเหล่านั้นถูกทำลายไปจนหมดแล้ว พวกนางอยู่ในวัยที่ควรสดใสดั่งดอกไม้ กลับต้องมาใช้ชีวิตอย่างเลื่อนลอย ไม่เหลือสภาพความเป็นคน เยว่หาน… เจ้าไม่เห็นหรือว่าเช้านี้ เด็กสาวทั้งแปดคนเป็นเหมือนคนบ้า คุณหนูกัวบอกข้าว่าทุกเช้าคนจากร้านหรูอี้เก๋อจะมาป้อนยาให้พวกนาง หมอหญิงก็บอกว่าในยาที่พวกนางดื่มมีผงหินห้าชนิดที่ทำให้เสพติดอยู่ บัดนี้หยุดยาทันที พวกนางทุกคนจึงเป็นเหมือนคนบ้า…”
พูดไปพูดมา ฟางจื่อหลานก็ร้องไห้สะอึกสะอื้น
คุณหนูหลานที่อยู่ข้าง ๆ รีบเข้าไปปลอบ “ท่านแม่ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว พวกเราเสียใจไปก็ไม่ช่วยอะไร สู้ให้หมอรักษาเด็กสาวเหล่านั้นให้ดีดีกว่า แม้ว่าผงหินห้าชนิดจะทำให้ติด แต่ข้าเชื่อว่าต้องมียาถอนพิษแน่”
ส่วนหลี่เยว่หานยืนตะลึงอยู่ข้าง ๆ
นางคิดว่าหญิงสาวเหล่านี้น่าสงสารมากพอแล้ว แต่กลับไม่คาดคิดว่าจะมีเรื่องที่โหดร้ายกว่านั้นรออยู่
ยาห้าหินคือยาเสพติดในตำนาน แม้แต่คนยุคปัจจุบันก็ยังทรมานอย่างแสนสาหัสกับการเลิกยา ยิ่งในยุคโบราณที่การแพทย์ล้าหลัง… แม้ว่าหญิงสาวเหล่านั้นจะเลิกยาห้าหินได้จริง แต่ความเสียหายต่อร่างกายที่เกิดจากการเลิกยาก็ไม่สามารถย้อนกลับคืนได้…
คิดถึงตรงนี้ หลี่เยว่หานก็หันไปมองเมิ่งฉีฮ่วนทันที “รีบไปดูหญิงสาวเหล่านั้นเร็ว หากพวกนางเกิดอาการลงแดงขึ้นมาอาจทำร้ายตัวเองได้ง่าย ในกรณีร้ายแรงอาจฆ่าตัวเองหรือคนรอบข้างโดยไม่ตั้งใจ!”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ฟางจื่อหลานก็จับมือหลี่เยว่หานพลางกล่าวว่า “วางใจเถิด พวกข้าผูกพวกนางไว้กับเตียงแล้ว ป้อนยาสงบประสาท อุดปากด้วยผ้านุ่มและจุกไม้ ตอนนี้พวกนางหลับกันหมดแล้ว”
“น้องเยว่หาน เจ้าช่วยเกลี้ยกล่อมท่านแม่ให้ไปพักผ่อนทีเถิด” คุณหนูหลานน้ำตาคลอ “ข้าพูดอย่างไรท่านก็ไม่ฟัง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานจึงรีบเกลี้ยกล่อมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ท่านป้า ท่านฟังพี่สาวเถิด ไปพักผ่อนสักหน่อย ที่นี่มีข้า มีเหวินจั๋ว มีนายน้อยเวินและพี่สาว พวกข้าจะดูแลหญิงสาวเหล่านี้ และนำตัวคนชั่วมาลงโทษโดยเร็วที่สุด เรื่องเร่งด่วนตอนนี้คือสุขภาพของท่าน อย่าทรมานตัวเองเช่นนี้เลย ถึงเวลาไปพักผ่อนแล้ว”
“ได้ ได้…” ฟางจื่อหลานพยักหน้า “เยว่หาน เจ้าต้องทำให้พวกเดรัจฉานทรามจากร้านหรูอี้เก๋อได้รับกรรม!”
“เจ้าค่ะ! ข้าสัญญาต่อท่าน!”
หลังจากเกลี้ยกล่อมอยู่นาน ฟางจื่อหลานก็ยอมให้คุณหนูหลานพยุงไปพักที่เรือนในที่สุด หลี่เยว่หานไปดูเหล่าหญิงสาวที่ห้องรับรอง พบว่าพวกนางถูกมัดติดกับเตียงชั่วคราวที่สร้างขึ้นอย่างแน่นหนา ในปากก็ถูกอุดด้วยจุกไม้หุ้มผ้า กำลังหลับสนิท มองแล้วอดรู้สึกปวดใจไม่ได้
พวกนางล้วนเป็นหญิงสาวจากตระกูลผู้ดี บัดนี้กลับถูกทำร้ายจนตกอยู่ในสภาพเช่นนี้… ร้านหรูอี้เก๋อช่างต่ำช้า ประพฤติตนด้อยยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน!