ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 376 ที่พึ่งพิงเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลหลิว
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน
- บทที่ 376 ที่พึ่งพิงเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลหลิว
บทที่ 376 ที่พึ่งพิงเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลหลิว
นับตั้งแต่ตระกูลหลิวย้ายมายังเมืองหลวง หลิ่วเทียนเสียงก็ยิ่งทุ่มเทให้กับงานจนไม่มีเวลาว่าง ความอดทนและความใจกว้างกับหลิ่วจื้อหย่วนสมัยอยู่อำเภอหย่งอันก็เลือนหายไปจนสิ้น หากหลิ่วจื้อหย่วนทำเรื่องเหลวไหลให้หลิ่วเทียนเสียงล่วงรู้เข้า เบาสุดก็ถูกด่าทออย่างสาดเสียเทเสีย หากอารมณ์กรุ่นโกรธขึ้นมา การลงไม้ลงมือก็เป็นเรื่องที่้เกิดขึ้นได้
หากไม่ใช่เพราะหลิ่วจื้อหย่วนเป็นทายาทชายเพียงคนเดียวในรุ่นหลานของตระกูลหลิว สองแม่ลูกคู่นี้ก็มั่นใจว่าหลิ่วเทียนเสียงคงไล่หลิ่วจื้อหย่วนออกจากบ้านไปแล้ว
เฉกเช่นเดียวกับที่หลี่หรงหรงไล่หวังเหอฮวาออกจากบ้านไปอย่างไร้เยื่อใย
บัดนี้ หลิ่วจื้อหย่วนเห็นหลี่หรงหรงทีไรก็กลัวจนตัวสั่น ในช่วงแรก เขายังโวยวายเรื่องหวังเหอฮวากับหลี่หรงหรง แต่พอโดนบิดาสั่งสอนอย่างหนัก หลิ่วจื้อหย่วนก็เพิ่งเข้าใจความจริง
หลี่เยว่หานในตอนนี้ คือที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลหลิวในเมืองหลวง แม้ว่าหลี่หรงหรงจะเคยเป็นศัตรูกับหลี่เยว่หาน แต่ความสัมพันธ์ของพี่น้องทั้งสองก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ตระกูลหลิวต้องพึ่งพาหลี่เยว่หานเพื่อความอยู่รอด ดังนั้นหลิ่วเทียนเสียงจึงไม่ยอมให้มีเรื่องขัดแย้งกับหลี่เยว่หานเกิดขึ้นในจวนแม้แต่น้อย
และต้นตอของความขัดแย้งระหว่างหลี่เยว่หานกับหลี่หรงหรงล้วนเกี่ยวพันกับหลิ่วจื้อหย่วน หากหลิ่วจื้อหย่วนยังไม่รู้จักสงบเสงี่ยมเจียมตัว ก็อาจถูกไล่ออกไปเช่นกัน
เมื่อได้ยินเสียงหลี่หรงหรงคุยกับสาวใช้อยู่ข้างนอก หลิ่วจื้อหย่วนก็ตกใจมาก กลั้นหายใจฟังจนเสียงฝีเท้าเดินห่างออกไป จึงรีบคว้ามือท่านหญิงหลิ่วเอ้อร์พลางกระซิบว่า “ท่านแม่ ทำอย่างไรดี! ฟังจากที่นังผู้หญิงสารเลวหลี่หรงหรงพูดแล้ว ดูเหมือนว่าข้าจะก่อเรื่องใหญ่เข้าจริง ๆ!”
ท่านหญิงหลิ่วเอ้อร์ก็ร้อนใจไม่แพ้กัน แต่ถึงอย่างไรนางก็เข้าใจหลิ่วเทียนเสียงมากกว่า จึงสงบสติอารมณ์แล้วปลอบหลิ่วจื้อหย่วนว่า “จื้อหย่วน เจ้าอย่าเพิ่งกลัวไป คดีที่ถูกใส่ร้ายว่ายักยอกเงินบริจาคเป็นเรื่องของเมื่อวาน คงมีคนพูดถึงเรื่องที่เจ้าพูดจาไม่ระวังที่หอฝานเทียนในศาลด้วย ท่านพ่อเจ้าเมื่อวานยังไม่เอาเรื่อง วันนี้ก็คงไม่มาหาเรื่องเจ้าหรอก สิ่งสำคัญตอนนี้คือต้องทำให้ท่านพ่อเจ้าอารมณ์ดี!”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลิ่วจื้อหย่วนก็โล่งใจ เขาครุ่นคิดอย่างจริงจังอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ดวงตาจะเป็นประกายขึ้นมา “คิดออกแล้ว! ท่านแม่ พวกเราไปมอบของขวัญให้หลี่เยว่หานกันเถอะ! แค่ทำให้หลี่เยว่หานพอใจ ท่านพ่อก็คงไม่ว่าอะไรแล้ว!”
“แต่เจ้าเคยทำกับหลี่เยว่หานไว้ถึงเพียงนั้น นางจะให้หน้าเจ้าหรือ?” ท่านหญิงหลิ่วเอ้อร์ลังเลอยู่บ้าง
“จะสนทำไมว่าจะให้หน้าข้าหรือไม่ ขอเพียงแค่ไม่ไล่ข้าออกมาจากจวนขุนพลพอกลับมาแล้วข้าจะบอกว่าหลี่เยว่หานทำท่าทางอย่างไรก็ได้!” หลิ่วจื้อหย่วนรู้สึกว่าตนเองฉลาดเหลือเกิน! ยังไงท่านพ่อก็คงไม่ไปจวนขุนพลถามหลี่เยว่หานเพราะเรื่องแค่นี้หรอก
ขอเพียงเขาสามารถเข้าประตูจวนขุนพลได้ ไม่ว่าจะได้พบหลี่เยว่หานหรือไม่ก็ตาม กลับไปบอกหลิ่วเทียนเสียงว่าหลี่เยว่หานมีท่าทีเป็นมิตรกับเขามาก และไม่ได้โกรธเรื่องที่เขาพูดจาไม่ยั้งปากแต่อย่างใด ท่านพ่อของเขาก็คงไม่อาจโมโหได้
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลิ่วจื้อหย่วนก็นั่งไม่ติดอีกต่อไป รีบลุกขึ้นไปหยิบเครื่องประดับที่มีคุณภาพดีหลายชิ้นจากกล่องเครื่องประดับของท่านแม่มาห่อ ทำเอาท่านหญิงหลิ่วเอ้อร์ปวดใจ จึงบ่นว่า “แม้หลี่เยว่หานตอนนี้จะมีฐานะสูงส่ง แต่นางก็เป็นแค่สาวบ้านนอก ให้ของดี ๆ แบบนี้ไปมันไม่เสียของเปล่า ๆ หรือ!”
เมื่อพูดจบ ท่านหญิงหลิ่วเอ้อร์ก็รู้สึกว่าที่ตนพูดนั้นมีเหตุผล จึงถอดต่างหูทองคำที่มีคุณภาพไม่ดีนักออกจากหู แล้วถอดปิ่นมุกสองอันบนศีรษะลง เปลี่ยนสร้อยไข่มุกสองเส้น ลูกประคำหยกแก้วคุณภาพดีหนึ่งสาย และกำไลทองคำบริสุทธิ์สองวงที่หลิ่วจื้อหย่วนหยิบออกมา
“ท่านแม่ แบบนี้ไม่ดีกระมัง” หลิ่วจื้อหย่วนเห็นของดีในมือถูกท่านแม่เอากลับไปหมด แล้วเปลี่ยนเป็นเครื่องประดับที่นางใช้ประจำ จึงขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้ “แม้หลี่เยว่หานจะเป็นเด็กสาวบ้านนอก แต่ตอนนี้ก็เป็นคนมีฐานะมีตำแหน่ง พวกเราเอาของพวกนี้ไปให้เป็นของขวัญ นางอาจจะไม่พอใจก็ได้นะ”
“ไม่พอใจแล้วยังไง!” ท่านหญิงหลิ่วเอ้อร์พูดอย่างหนักแน่น “พูดไปแล้วข้าก็เป็นผู้อาวุโสของนาง ผู้อาวุโสให้ของนาง จะมาเลือกว่าพอใจหรือไม่พอใจได้หรือ อีกอย่าง ตระกูลหลิวของพวกเราตอนนี้เป็นอย่างไรนางก็รู้ดี ในช่วงเวลาแบบนี้ยังส่งของให้นางได้ แถมให้เจ้าทายาทชายคนเดียวของตระกูลหลิวไปเยี่ยมนางอีก นั่นก็เป็นการให้เกียรตินางมากพอแล้ว!”
เมื่อได้ฟังเช่นนั้น หลิ่วจื้อหย่วนรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง แต่น่าเสียดายที่ท่านหญิงหลิ่วเอ้อร์ไม่ให้เวลาเขาคิดให้ถี่ถ้วน รีบผลักเขาออกจากห้องอุ่น ส่งขึ้นรถม้าด้วยตัวเอง แล้วเร่งให้คนขับรถรีบไปจวนขุนพล
ทางด้านนี้
หลี่เยว่หานเพิ่งกลับจากที่ว่าการ มาถึงจวนขุนพลกำลังรู้สึกเหนื่อยทั้งตัว คิดจะบอกหมิงจูว่าไม่ต้องเรียกนางไปกินอาหารกลางวัน นางขอนอนสักครู่ ตอนนั้นเอง เฮ่อเจิ้งเทียนก็บอกว่าหลิ่วจื้อหย่วนมาเยี่ยม ทำให้นางขมวดคิ้ว
“หลิ่วจื้อหย่วนมาทำอะไร” หลี่เยว่หานสงสัย “เขามาคนเดียวหรือมากับหลี่หรงหรง”
เฮ่อเจิ้งเทียนทำงานในจวนขุนพลมานาน ก็รู้จักคนของตระกูลหลิวยิ่งไม่ต้องพูดถึงหลี่หรงหรงจึงตอบทันที “นายน้อยหลิ่วมาคนเดียวขอรับ ไม่ได้พาสาวใช้หรือบ่าวชายติดตามมาเลย”
ได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานมองไปที่หมิงจู”ก่อนที่จะปิดเมือง หวังเหอฮวาส่งข่าวจากไร่นามาที่จวนหลิวหรือไม่” หลิ่วจื้อหย่วนมาเยี่ยมแต่ไม่ได้พาหลี่หรงหรงมาด้วย หลี่เยว่หานจึงคิดเป็นธรรมดาว่าหลิ่วจื้อหย่วนมาเพราะเรื่องของหวังเหอฮวาเพราะนางกำลังตั้งครรภ์ หลิ่วจื้อหย่วนจะเป็นห่วงมากหน่อยก็เป็นเรื่องปกติ
“ทูลท่านหญิง” หมิงจูก้มหน้า “ที่ไร่นามีแม่บ้านคอยดูแลท่านหญิงหวังอย่างดี ข่าวที่ส่งมาที่จวนของพวกเราก็มีแต่ว่าท่านหญิงหวังตั้งใจบำรุงครรภ์ ไม่เคยส่งข่าวออกไปข้างนอกเลย”
หลี่เยว่หานยิ่งงงกว่าเดิม จึงโบกมือพลางพูดกับเฮ่อเจิ้งเทียนว่า “เช่นนั้นเจ้าก็พาเขาเข้ามา อย่าให้ไปห้องรับรองด้านหน้า พาไปรอข้าที่ห้องรับรองด้านข้าง ข้าพักสักครู่แล้วจะไป”
ในห้องโถงด้านหน้ายังมีหญิงสาวเจ็ดคนอาศัยอยู่ เนื่องจากสภาพจิตใจของพวกนางไม่แน่นอน หลี่เยว่หานจึงทำตามคำแนะนำของหมอหญิง ไม่ย้ายพวกนางไปอยู่เรือนหลัง ดังนั้นห้องโถงด้านหน้าของเรือนหลักจึงไม่สามารถต้อนรับแขกได้
“ท่านหญิง” หมิงจูรินน้ำชาอุ่นให้หลี่เยว่หานพลางกล่าว “บ่าวรู้สึกว่าการมาของนายน้อยหลิ่วในวันนี้ไม่เกี่ยวกับท่านหญิงหวังที่เรือนในสวนนะเจ้าคะ”
“ข้าก็รู้สึกเช่นกัน แต่เขามาทำไมกัน” หลี่เยว่หานขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจ นางไม่อยากพบหลิ่วจื้อหย่วนจริง ๆ ถึงแม้ชายผู้นั้นจะมีรูปร่างหน้าตาไม่เลวนัก แต่กิริยาท่าทางกลับแฝงไปด้วยความน่ารังเกียจ อีกทั้งยังชอบวางท่าว่าตนเองสูงส่ง คิดว่าตนเองเหนือกว่าผู้อื่น ทำให้นางรู้สึกขยะแขยงยิ่งนัก
“ข้ารู้แล้ว” หลี่เยว่หานวางถ้วยชาลงแล้วยิ้ม “เจ้าหมอนี่คงรู้แล้วว่านายท่านหลิ่วถูกใส่ร้ายว่ายักยอกเงินบริจาค เพราะเขาพูดจาเหลวไหลตอนไปดื่มสุราที่หอฝานเทียนกลัวจะถูกตี จึงรีบมาประจบข้า”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หมิงจูรู้สึกสงสัย “แต่นายท่านหลิ่วเป็นผู้เสียหาย ทำไมนายน้อยหลิ่วต้องมาประจบท่านหญิงด้วยเจ้าคะ”
“เพราะในสายตาเขา ตอนนี้ข้าเป็นที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลหลิวน่ะสิ” พูดจบ หลี่เยว่หานก็สลัดความหงุดหงิดทิ้งไป ลุกขึ้นยืนอย่างสดชื่น “ไปดูกันหน่อยเถอะว่าเขาจะมาไม้ไหน!”