ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 377 จับตัวคนกลับมาให้ข้า!
บทที่ 377 จับตัวคนกลับมาให้ข้า!
หลิ่วจื้อหย่วนคิดจะใช้หลี่เยว่หานเป็นข้ออ้างเพื่อหนีการถูกตำหนิจากหลิ่วเทียนเสียง แต่หลี่เยว่หานย่อมไม่มีทางปล่อยให้เป็นไปตามที่เขาต้องการ
แต่หลี่เยว่หานก็ไม่อาจทำเรื่องให้รุนแรงเกินไป อย่างไรเสียหลิ่วจื้อหย่วนก็เป็นทายาทชายเพียงคนเดียวในรุ่นหลานของตระกูลหลิ่ว หากทำเรื่องรุนแรงเกินไป ตระกูลหลิ่วย่อมต้องเกิดความบาดหมางกับหลี่เยว่หานอย่างแน่นอน
ดังนั้นเมื่อได้พบกับหลิ่วจื้อหย่วน แม้ท่าทีของหลี่เยว่หานจะไม่ดีนัก แต่ก็ไม่ได้แย่จนเกินไป
“น้องหญิงเยว่หาน ครั้งนี้เรื่องของท่านพ่อข้า ต้องขอบคุณท่านที่ช่วยกู้ชื่อเสียงของท่านกลับคืนมา” หลิ่วจื้อหย่วนทักทายหลี่เยว่หานสองสามประโยคก่อนจะเข้าเรื่องหลัก จากนั้นก็หยิบผ้าเช็ดหน้าที่ห่อปิ่นปักผมและต่างหูออกมาจากอก กล่าวว่า “ท่านก็รู้ว่าตอนนี้ตระกูลหลิ่วไม่เหมือนตอนอยู่ที่อำเภอหย่งอัน ไม่อาจนำของดีอันใดออกมาได้ สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงน้ำใจเล็กน้อยของข้า เพื่อแสดงความขอบคุณต่อท่าน หวังว่าท่านจะไม่รังเกียจว่าของกำนัลต่ำต้อยนี้เกินไป”
คนหนึ่งเป็นฮูหยิน มียศชั้นหนึ่ง และยังเป็นคุณหนูของจวนกั๋วกง อีกคนเป็นเพียงสามัญชนธรรมดา แม้หลิ่วจื้อหย่วนจะคอยบอกตัวเองว่าหลี่เยว่หานก็แค่สาวบ้านนอกไม่มีอะไรพิเศษ แต่นับตั้งแต่ได้พบหลี่เยว่หานในเมืองหลวง หลิ่วจื้อหย่วนก็อดรู้สึกว่าตนต่ำต้อยกว่านางไม่ได้
เมื่อหมิงจูรับของจากมือหลิ่วจื้อหย่วนแล้ว หลิ่วจื้อหย่วนก็พูดขึ้นทันทีว่า “พวกเรามีวาสนาต่อกันมาสิบกว่าปี แม้สุดท้ายจะไม่ได้ลงเอยด้วยกัน แต่ก็นับว่าเป็นเพื่อนเล่นวัยเด็กกัน น้องหญิงเยว่หาน หวังว่าท่านจะไม่จงเกลียดจงชังความเหลวไหลในอดีตของข้า”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลี่เยว่หานยังไม่ทันตอบสนอง หมิงจูกลับเบิกตาโพลง “คุณชายหลิ่วโปรดระวังคำพูดด้วย ท่านหญิงของพวกเราเพียงแค่รู้จักท่านเท่านั้น ไม่มีวาสนาอะไรทั้งนั้น”
“เจ้าเป็นแค่สาวใช้ เหตุใดนายท่านพูดคุยกันจึงมีสิทธิ์สอดปาก!” หลิ่วจื้อหย่วนไม่กล้าเชิดหน้าต่อหน้าหลี่เยว่หานแต่เมื่อเผชิญหน้ากับหมิงจูสาวใช้คนนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะข่มขู่ “อยากโดนตบปากหรือไม่!”
หมิงจูไม่สนใจเขา วางของลงบนโต๊ะข้างหลี่เยว่หานแล้วคลี่ออก จากนั้นก็ยืนอยู่หลังหลี่เยว่หานเชิดหน้าขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความดูแคลน
หลี่เยว่หานวางถ้วยชาลง เหลือบมองดูหลิ่วจื้อหย่วนที่กำลังฮึดฮัดอย่างเบา ๆ พูดเรียบ ๆ ว่า “สาวใช้ของข้า ไม่ใช่หน้าที่ท่านจะมาสั่งสอน”
“ขอรับ…ขอรับ…” หลิ่วจื้อหย่วนถูกหลี่เยว่หานมองจนใจเย็นวาบ รีบพยักหน้า กลั้นความโกรธเอาไว้ ขณะเดียวกันความเคียดแค้นหลี่เยว่หานก็เพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน
“ของกำนัลที่คุณชายหลิ่วมอบให้นี้…” หลี่เยว่หานหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากแขนเสื้อ ใช้ผ้าเช็ดหน้าหยิบต่างหูที่หลิ่วจื้อหย่วนนำมาขึ้นมาดูครู่หนึ่ง จากนั้นก็โยนกลับไป แล้วพูดว่า “ช่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเสียจริง…”
“ท่านหมายความว่าอย่างไร?” เดิมทีหลิ่วจื้อหย่วนไม่ใช่คนที่จะยอมเสียเปรียบให้ใครได้ง่าย ๆ การที่ต้องมาทำตัวนอบน้อมต่อหลี่เยว่หาน ก็ทำให้เขารู้สึกอึดอัดมากพออยู่แล้ว พอเห็นหลี่เยว่หานดูถูกของกำนัลที่เขามอบให้ จึงจ้องตาเขม็ง “นี่ล้วนเป็นของดีทั้งนั้น! ทองคำบริสุทธิ์!”
“ทองคำบริสุทธิ์?” หลี่เยว่หานเหลือบมองหลิ่วจื้อหย่วน”ก็แค่ของที่หาซื้อได้ในตลาดราคาไม่ถึงสิบตำลึง กล้าดีอย่างไรมาพูดว่าเป็นทองคำบริสุทธิ์? อีกอย่าง ร่องรอยการสวมใส่บนนี้ยังไม่ทันได้ทำความสะอาด ยังมีคราบสกปรกติดอยู่ ท่านเอาของเช่นนี้มามอบให้คนอื่นรึ?”
ได้ยินคำพูดนั้น หลิ่วจื้อหย่วนหน้าแดงก่ำ
ของพวกนี้เพิ่งถอดมาจากตัวท่านแม่ของเขา ตอนนั้นเขาไม่ได้คิดจะทำความสะอาดมัน พอถูกหลี่เยว่หานพูดตรง ๆ ว่ามีคราบสกปรกติดอยู่ ถึงแม้หลิ่วจื้อหย่วนจะหน้าหนา แต่ก็อดรู้สึกอายไม่ได้
แต่เขาก็ยังฝืนทำหน้าด้านพูดว่า “ของเหล่านี้ล้วนขอมาจากท่านแม่ของข้า เพื่อมาขอบคุณท่านโดยเฉพาะ ท่านก็รู้ว่าตระกูลหลิ่วของพวกข้าตอนนี้ไม่เหมือนตอนอยู่อำเภอหย่งอัน ตระกูลหลิ่วตอนนี้เป็นแค่ตระกูลเล็ก ๆ ถึงของกำนัลที่มอบให้จะไม่ถูกตาฮูหยินอย่างท่าน ก็ไม่มีความจำเป็นต้องดูถูกข้าถึงเพียงนี้!”
ได้ยินคำพูดนั้น หลี่เยว่หานอดหัวเราะไม่ได้ “คุณชายหลิ่ว ท่านคิดว่าข้าโง่หรือ? ตระกูลหลิ่วตอนนี้ถึงจะไม่เหมือนแต่ก่อน ก็คงไม่ถึงขั้นหาของกำนัลดี ๆ สักชิ้นไม่ได้ ต้องถึงขนาดไปถอดมาจากตัวฮูหยินรองเลยหรือ คนที่ไม่รู้ก็คงจะคิดว่าตระกูลหลิ่วของพวกท่านต้องขายสมบัติเก่ากินเสียแล้ว”
“หลี่เยว่หาน! ท่านอย่าพูดจาให้มันเกินไปนัก!” หลิ่วจื้อหย่วนทนไม่ไหวแล้ว! แต่ไหนแต่ไรหลี่เยว่หานเจอหน้าเขาทีไรก็มีแต่ทำตัวนอบน้อม ต่อให้จะเห็นเขาเสพสุขกับหลี่หรงหรงต่อหน้าต่อตาก็ไม่กล้าปริปากพูดแม้แต่คำเดียว แต่ตอนนี้กลับกล้าเยาะเย้ยเขาแล้ว ช่างกำเริบเสิบสานเสียจริง!
“คุณชายหลิ่ว โปรดสำรวมกิริยามารยาทของท่านด้วย!” หมิงจูปกป้องนายของตน รีบเปล่งเสียงดังขึ้นทันที
เฮ่อเจิ้งเทียนที่ยืนเฝ้าอยู่นอกประตูได้ยินเสียงข้างในมานานแล้ว อยากจะเข้าไปซัดหลิ่วจื้อหย่วนแล้วโยนออกไป แต่เมื่อนึกถึงว่าตระกูลหลิ่วตอนนี้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับท่านหญิงของตน จึงได้แต่ระงับตัวเองไว้ไม่ให้ลงมือ
พอได้ยินหลิ่วจื้อหย่วนตะโกนใส่หลี่เยว่หาน แม้แต่เฮ่อเจิ้งเทียนก็พุ่งเข้ามา “คุณชายหลิ่ว! โปรดสำรวมตัวด้วย! ท่านหญิงของพวกข้าเป็นฮูหยินหานหรงที่ฮ่องเต้ทรงแต่งตั้งด้วยพระองค์เอง หากท่านไม่รู้กาลเทศะ ก็อย่าหาว่าข้าไม่ปรานี”
“อะไรกัน หลี่เยว่หาน ท่านจะเอาฐานะตำแหน่งมากดข่มข้าหรือ?” หลิ่วจื้อหย่วนไม่ใช่คนที่มีนิสัยดีอยู่แล้ว ตอนนี้แม้ในจิตใต้สำนึกจะรู้ว่าไม่ควรยั่วโมโหหลี่เยว่หานแต่ความโกรธในใจก็ทำให้เขาเดือดดาล
เมื่อถูกเฮ่อเจิ้งเทียนเตือน หลิ่วจื้อหย่วนก็ตัดสินใจเดิมพันทุกอย่าง “อย่าคิดว่าตอนนี้ท่านเป็นฮูหยินอะไรนั่นแล้วจะยิ่งใหญ่ ข้าจะบอกให้! ท่านก็แค่หญิงที่ถูกข้าหลิ่วจื้อหย่วนทิ้งไป! ข้ายังไม่อยากแตะต้องท่านเลย ข้าเอาน้องสาวท่านยังจะดีกว่าเอาท่าน!”
“เช่นนั้นหรือ” หลี่เยว่หานยกมือห้ามเฮ่อเจิ้งเทียนที่กำลังจะซ้อมหลิ่วจื้อหย่วน พร้อมพูดเรียบ ๆ “ส่งคุณชายหลิ่วกลับจวนหลิ่ว นำคำพูดที่เขาพูดกับข้าในวันนี้ไปบอกกับนายท่านหลิ่วให้หมดทุกคำ และของสิ่งนี้ก็โยนกลับไปด้วย” พูดจบ หลี่เยว่หานก็หยิบ ‘ของกำนัล’ บนโต๊ะห่อรวมกัน โยนใส่มือเฮ่อเจิ้งเทียน
หลังจากนั้น หลี่เยว่หานก็ออกจากห้องโถงด้านข้างโดยมีหมิงจูคอยประคอง
หลิ่วจื้อหย่วนโกรธจนพ่นคำหยาบออกมา เฮ่อเจิ้งเทียนจึงมัดตัวเขาและอุดปากด้วยผ้า แล้วยัดใส่รถม้าพาตัวกลับจวนตระกูลหลิ่วด้วยตัวเอง
พอดีกับที่หลิ่วเทียนเสียงกำลังจะรับประทานอาหารกลางวัน ได้ยินว่าหลิ่วจื้อหย่วนไปจวนขุนพลเพื่อขอบคุณหลี่เยว่หาน ตอนนี้ยังไม่กลับมา คงถูกหลี่เยว่หานเชิญให้อยู่รับประทานอาหาร หลิ่วเทียนเสียงถึงกับพูดกับหลิ่วฟูเหรินว่า หลิ่วจื้อหย่วนโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ส่วนฮูหยินรองที่อยู่ข้าง ๆ ได้ยินก็ดีใจมาก กำลังตักอาหารให้หลิ่วเทียนเสียงอยู่ ก็ได้ยินคนเฝ้าประตูบอกว่ามีคนจากจวนขุนพลมา
เมื่อหลิ่วเทียนเสียงลุกขึ้นออกไปต้อนรับ ก็เห็นลูกชายที่ ‘ไปขอบคุณที่จวนขุนพล’ ถูกเฮ่อเจิ้งเทียนมัดจนแน่นหนา ปากก็ถูกอุดด้วยผ้า กำลังยืนอยู่ที่ห้องโถงด้านหน้า
เมื่อเห็นหลิ่วเทียนเสียง เฮ่อเจิ้งเทียนก็ลากหลิ่วจื้อหย่วนมาตรงหน้าหลิ่วเทียนเสียง จากนั้นวางของลงบนโต๊ะข้าง ๆ โดยไม่รอให้พวกเขาพูด ก็เล่าเรื่องที่หลิ่วจื้อหย่วนพูดจาไม่เหมาะสมที่จวนขุนพลให้ฟังอย่างละเอียด
ขณะที่หลิ่วเทียนเสียงหน้าดำคล้ำกำลังจะขอโทษเฮ่อเจิ้งเทียน เฮ่อเจิ้งเทียนก็ชี้ไปที่ของบนโต๊ะพลางกล่าวว่า “คุณชายหหลิ่วบอกว่า นี่คือของกำนัลที่ตระกูลหลิ่วมอบให้ฮูหยินของจวนข้า ข้าเพิ่งเคยเห็นของกำนัลที่มีคราบสกปรกติดอยู่เป็นครั้งแรก นายท่านหลิ่ว ฮูหยินหลิ่ว ข้าได้ส่งตัวคนกลับมาแล้ว ที่ต้องมัดตัวเขาไว้ ก็เพราะคุณชายหลิ่วไม่เพียงจะตบตีฮูหยินของจวนข้า แต่ยังพูดจาไม่เหมาะสม ขออภัยนายท่านหลิ่วและหลิ่วฟูเหรินด้วย ข้าขอตัวกลับก่อน”
พูดจบ เฮ่อเจิ้งเทียนก็หมุนตัวเดินจากไป โดยไม่รอให้คนตระกูลหลิ่วได้มีเวลาตอบสนองบ้าน