ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 434 หย่าขาดกันเสียที
บทที่ 434 หย่าขาดกันเสียที
เมื่อได้ฟังคำแนะนำของยายหลง หวังเฟิ่งก็พลันมีแก่ใจขึ้นมาทันที “แต่สภาพสามีข้าเป็นเช่นนี้ ข้าจะหย่าได้อย่างไรกัน? เขาไม่มีทางลุกจากเตียงไปกดลายนิ้วมือที่ว่าการอำเภอพร้อมกับข้าได้แน่ ๆ”
“เรื่องนั้นง่ายนิดเดียว ยายจะช่วยหาบ้านสามีใหม่ให้เจ้าก่อน พอตกลงกันได้ก็บอกให้ทางฝ่ายชายช่วยออกแรงออกเงินสินบนสักนิด ให้เจ้าหน้าที่จากที่ว่าการมาหาถึงบ้านเพื่อเกลี้ยกล่อมให้สามีเจ้ากดลายนิ้วมือเสียก็สิ้นเรื่อง” ยายหลงเห็นนางมีใจอยากแต่งใหม่ก็ยิ่งกระตือรือร้น
“ยายจะบอกให้นะ แถวที่เราอยู่นี่มีบ้านตระกูลเหมา เพิ่งเสียเมียไปเมื่อสองเดือนก่อน เจ้าน่ะหน้าตายังสะสวย เดี๋ยวข้าจะช่วยไปเจรจาพาทีให้ รับรองว่าต้องสำเร็จแน่ ครอบครัวเขากำลังรุ่งเรืองเชียวล่ะ ลูกชายสองคนก็มีวิชาความรู้ มีอนาคตไกล เจ้าแต่งเข้าไปมีแต่จะเสวยสุข!”
หวังเฟิ่งฟังแล้วยิ่งตื่นเต้น “แล้วพวกเขาจะไม่รังเกียจหรือจ๊ะที่ข้ามีสามีป่วยใกล้ตายอยู่เช่นนี้ เขาจะไม่มองว่าข้าเป็นตัวกาลกิณีหรือ?”
“โธ่ เจ้าก็พูดไปนั่น ทางนั้นเขาก็เพิ่งเสียเมียเหมือนกัน อีกอย่าง หลี่ต้าเฉิงก็ยังไม่สิ้นลมนี่นา!” ยายหลงรีบคว้าแขนหวังเฟิ่งมาควงพลางกระซิบกระซาบวางแผนการแต่งงานใหม่กันอย่างสนิทสนม
หลังจากรับข้าวต้มจากโรงทานและแยกจากยายหลงแล้ว หวังเฟิ่งถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ตอนนางออกจากบ้านมานั้นดูเหมือนหลี่ต้าเฉิงจะตัวเย็นชืดไปแล้ว
เมื่อคิดได้ดังนั้น นางจึงรีบก้าวเข้าบ้านไป แต่กลับต้องชะงักเมื่อเห็นหลี่ต้าเฉิงนั่งพิงหัวเตียงอยู่ แม้จะยังหลับตาแน่นแต่หน้าอกกลับขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจ… เขายังมีชีวิตอยู่!
หลี่ต้าเฉิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า แววตาที่เขามองหวังเฟิ่งเต็มไปด้วยความฉงนสนเท่ห์
“ยังไม่ตายงั้นหรือ?” หวังเฟิ่งเอ่ยเสียงเย็นชา นางหันไปปิดประตูแล้ววางชามข้าวต้มที่เย็นชืดไว้ข้างหัวเตียง “ข้าเอาข้าวต้มมาให้ รีบกินเสีย วันนี้มีให้กินแค่เพียงมื้อเดียวเท่านั้น”
“เฟิ่งเอ๋ย…” หลี่ต้าเฉิงค่อย ๆ อ้าปาก ราวกับมีบางอย่างอยากจะพูด
แต่หวังเฟิ่งกลับแสดงท่าทางรำคาญใจออกมา “เฟิ่งเอ๋งเฟิ่งเอ๋ออะไรกัน! เจ้าไม่รู้หรือว่าข้าแทบจะตายเพราะถูกเจ้าฉุดดึงให้ลำบากไปด้วยอยู่แล้ว!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่ต้าเฉิงก็หลุบตาลงและไม่พูดอะไรอีก เขาหยิบชามข้าวต้มเย็นชืดขึ้นมาดื่มจนหมดเกลี้ยง
เมื่อเห็นว่าเขายังพอกินได้ หวังเฟิ่งก็รู้ว่าเขายังไม่ตายในเร็ว ๆ นี้แน่ นางจึงตัดสินใจเอ่ยเรื่องหย่าขาดทันที “ยายหลงข้างบ้านเห็นว่าข้าเป็นผู้หญิงใช้ชีวิตลำบากเกินไป เลยจะช่วยไปทาบทามบ้านตระกูลเหมาที่เพิ่งเสียเมียไปให้ข้า หากเจ้ายังพอมีมโนธรรมอยู่บ้าง พอทางนั้นตกลงกันเรียบร้อยแล้ว เจ้าก็จงยอมหย่าขาดกับข้าเสียเถิด”
“หย่าขาดหรือ?” หลี่ต้าเฉิงขมวดคิ้ว “ทำไมต้องหย่าด้วย?”
“เจ้ายังมีหน้ามาถามอีกหรือ!” หวังเฟิ่งเท้าสะเอวด้วยความระอา “ตั้งแต่เข้าฤดูหนาวมามีแต่ข้าที่เลี้ยงดูเจ้า เงินที่เจ้าไปตรากตรำทำงานมาก็หมดไปกับค่ายาของเจ้าเองทั้งนั้น ยามนี้สังขารตัวเองเป็นอย่างไรเจ้าก็น่าจะรู้แก่ใจ อย่าได้ดึงข้าไปตายพร้อมกับเจ้าเลย! ข้ายอมเป็นผู้หญิงที่หย่ากับสามี ดีกว่าต้องกลายเป็นม่ายผัวตาย!”
หลี่ต้าเฉิงมีสีหน้าตกตะลึงและไม่เข้าใจ “แต่การหย่าขาดมันจะทำให้ชื่อเสียงของผู้หญิงเสียหาย…”
“จะเสียแค่ไหนก็ยังดีกว่าเป็นม่ายกาลกิณี!” หวังเฟิ่งตวาดด้วยความรังเกียจ “นี่เจ้าจะดึงรั้งข้าไว้จนวินาทีสุดท้ายเลยใช่ไหม!”
หลี่ต้าเฉิงนิ่งเงียบไป เขาจำได้ว่าก่อนจะหลับไปเมื่อคืน หวังเฟิ่งยังบอกว่ารู้สึกผิดต่อเขาที่แต่งงานกับเขามาหลายปี ไยพอตื่นมาในวันนี้ ทุกอย่างกลับกลายเป็นเช่นนี้ไปได้?
“เจ้าคิดดูให้ดีก็แล้วกัน ข้าจะไปช่วยงานยายหลงเสียหน่อย ยามนี้ข้าต้องพึ่งพายายให้ช่วยเป็นแม่สื่อ จะมาขี้เกียจสันหลังยาวไม่ได้” พูดจบ หวังเฟิ่งก็สะบัดหน้าเดินออกจากบ้านไป
หลี่ต้าเฉิงมองตามแผ่นหลังของนางด้วยสายตาที่ลุ่มลึก
เมื่อประตูปิดลง เขาก็ไอออกมาสองสามครั้งก่อนจะถอนหายใจยาวแล้วหลับตาลง
ใครเล่าจะรู้ว่า หลี่ต้าเฉิงในยามนี้ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป นับตั้งแต่ตอนที่เขาตกน้ำ หลี่ต้าเฉิงคนเดิมก็ได้สิ้นใจไปแล้ว และวิญญาณที่มาอาศัยอยู่ในร่างนี้แทน คือพ่อแท้ ๆ ของหลี่เยว่หานจากโลกอนาคต… หลี่ต้าเฉิงคนที่ถูกหวังเฟิ่งพลั้งมือสังหารจนตายนั่นเอง!
ในช่วงที่ล้มป่วย สติของเขาลุ่ม ๆ ดอน ๆ วิญญาณเดิมของร่างนี้คอยตามหลอกหลอนเขา หาว่าเขามาแย่งที่อยู่และคิดจะครอบครองเมียของตน
ทว่าพอยามนี้เห็นหวังเฟิ่งเตรียมจะแต่งงานใหม่ ความยึดติดของวิญญาณเดิมก็พลันสลายไป หลี่ต้าเฉิงรู้สึกได้ว่าพลังที่คอยแย่งชิงการควบคุมร่างนี้ได้หายไปแล้ว และถูกแทนที่ด้วยกระแสความอบอุ่นที่ไหลเวียนไปทั่วร่างกาย
ร่างกายที่เคยไร้เรี่ยวแรงเพราะอาการป่วย กลับรู้สึกเบาสบายขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
ยายหลงนั้นทำงานรวดเร็วทันใจ เพราะนางเองก็กลัวว่าถ้าหลี่ต้าเฉิงตายเสียก่อน หวังเฟิ่งจะกลายเป็นหญิงม่ายซึ่งหาคู่ได้ยาก นางจึงรีบพาหวังเฟิ่งไปให้ตระกูลเหมาดูตัวทันที
หวังเฟิ่งนั้นไม่ได้ทำงานหนักมานานหลายปี ผิวพรรณจึงยังดูดีกว่าหญิงชาวบ้านทั่วไป พ่อบ้านตระกูลเหมาเห็นแล้วก็ถูกใจทันที ถึงขั้นพากันเข้าห้องไปตกลงกันเป็นการส่วนตัว
ยายหลงไม่ได้ห้ามปรามแต่อย่างใด นางนั่งรออยู่ที่ลานบ้านพลางทำทีเป็นพูดคุยกับคนในบ้านตระกูลเหมา โดยทำเป็นไม่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวภายในห้องนั้นเลย
หลังจากเหมาเต๋อได้เชยชมรสชาติของหวังเฟิ่งแล้ว เขาก็ควักเงินส่งให้นางอย่างใจถึง เพื่อให้ไปจัดการเรื่องหย่าขาดที่ที่ว่าการ หวังเฟิ่งเองก็ฉลาดพอ เมื่อได้เงินมาสองตำลึง นางก็แบ่งส่วนหนึ่งให้ยายหลงเพื่อเป็นการขอบคุณ
เมื่อดำเนินการแจ้งความจำนงที่ที่ว่าการเรียบร้อย หวังเฟิ่งก็กลับมารอที่บ้าน
ยามนั้นฟ้ามืดแล้ว หลี่ต้าเฉิงต้องอยู่บ้านเพียงลำพังตลอดทั้งวัน เมื่อหวังเฟิ่งเดินกลับมาด้วยใบหน้าชื่นมื่น เขาก็ดูออกทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
“พรุ่งนี้เจ้าหน้าที่จากที่ว่าการจะมาทำเรื่องหย่าให้เราสองคน เจ้าแค่กดลายนิ้วมือลงไปก็พอ” หวังเฟิ่งที่ยามนี้ได้เหมาเต๋อเป็นที่พึ่งใหม่ มองหลี่ต้าเฉิงด้วยความรังเกียจเต็มทน
พูดจบ นางก็ไม่อยากแม้แต่จะนอนร่วมเตียงกับเขา นางจึงสะบัดตัวไปขอนอนที่บ้านยายหลงหนึ่งคืน
วันรุ่งขึ้น เจ้าหน้าที่มาถึงบ้านตามนัด ก่อนจะกดลายนิ้วมือ หลี่ต้าเฉิงมองหน้าหวังเฟิ่งแล้วถามว่า “เจ้าตัดสินใจแน่แล้วหรือที่จะ… หย่าขาดกับข้า?”
“จะพูดมากไปทำไม!” หวังเฟิ่งรีบกดลายนิ้วมือลงไปก่อนอย่างไม่ใยดี “สภาพร่างกายเจ้าเป็นอย่างไรเจ้าก็รู้ดี ลูกสาวข้ายามนี้เป็นถึงฮูหยินน้อยในเมืองหลวง หากไม่มีเจ้า ข้าก็ยังเป็นแม่ของนาง ส่วนลูกสาวเจ้าขนาดพ่อแท้ ๆ นางยังไม่รับเลย ขืนข้าอยู่กับเจ้าก็มีแต่ต้องอดตาย!”
หลี่ต้าเฉิงถอนหายใจยาว ก่อนจะยกมือขึ้นกดลายนิ้วมือลงบนหนังสือหย่า
ทันทีที่ธุระเสร็จสิ้น หวังเฟิ่งก็ไม่อยากอยู่ต่อแม้แต่วินาทีเดียว หลังจากส่งเจ้าหน้าที่กลับไป นางก็รีบกวาดข้าวของที่พอจะมีราคาในบ้านไปจนสิ้น แม้แต่ผ้าห่มที่หลี่ต้าเฉิงใช้คลุมกายอยู่ นางก็ยังกระชากติดมือไปด้วย
ในช่วงบ่ายวันนั้นเอง หวังเฟิ่งก็ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านตระกูลเหมาทันทีโดยไม่มีแม้แต่การจัดงานเลี้ยง ช่วงเช้าเพิ่งหย่าขาด ช่วงบ่ายก็นำหนังสือหย่าไปจดทะเบียนสมรสใหม่ กลายเป็นคนตระกูลเหมาอย่างเต็มตัว
หลี่ต้าเฉิงนอนทอดร่างอยู่อย่างน่าสลดบนเตียงที่ว่างเปล่าไร้แม้แต่ผ้าห่ม ภาพความทรงจำของหลี่ต้าเฉิงคนเก่าที่ใช้ชีวิตร่วมกับหวังเฟิ่งไหลเวียนเข้ามาในหัว
เขาอยากจะทุบหัวหลี่ต้าเฉิงคนเก่าให้แตกนัก ไม่รู้ว่าหน้ามืดตามัวขนาดไหน ถึงได้ทำตัวเย็นชากับลูกสาวตัวเองได้ถึงเพียงนี้!