ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 464 ร้องไห้จนเสียงหลงเหมือนม้า
บทที่ 464 ร้องไห้จนเสียงหลงเหมือนม้า
ในช่วงแรกที่หลี่เยว่หานชวนถังซีฟานคุยเรื่องสัพเพเหระ นางก็พบว่าชายผู้นี้ความจริงแล้วไม่ได้มีเล่ห์เหลี่ยมอะไรซับซ้อนนัก อีกทั้งยังมีนิสัยโอหัง เพียงแค่พูดจาหลอกล่อไม่กี่ประโยคเขาก็ถูกจูงจมูกจนออกนอกเรื่องโดยไม่รู้ตัว
ถึงอย่างนั้นหลี่เยว่หานก็ไม่กล้าแสดงออกชัดเจนเกินไป ทำได้เพียงชวนคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้เพื่อตะล่อมเก็บข้อมูลอย่างใจเย็น
เมื่อนำมาประกอบกับ “สายตา” ที่จ้องมองนางอย่างแรงกล้าจนรู้สึกได้ก่อนจะลืมตาขึ้นมาในวันนี้ มันก็ไม่ใช่เรื่องยากที่นางจะวิเคราะห์สถานการณ์ในปัจจุบันออก
ประการแรก ครั้งแรกที่หลี่เยว่หานได้ยินเสียงของถังซีฟาน คือตอนที่นางดื่มน้ำพุวิญญาณที่กลายเป็นน้ำป่าธรรมดาไปแล้ว และตอนที่เท้าของนางเปียกโชก
ในสภาวะที่นางกำลังตื่นตระหนก ดูเหมือนถังซีฟานจะพึงพอใจกับปฏิกิริยาของนางมาก เขาอ้างตัวว่าเป็นเจ้านายเหนือหัวของดินแดนแห่งนี้ และประกาศว่าหลี่เยว่หานได้ถูกเขา “จับกุม” ไว้แล้ว ด้วยความลำพองใจที่คิดว่าเหนือกว่า เขาจึงหลุดเผยคำสำคัญอย่างคำว่า “อำนาจปกครอง” ออกมา
ตอนแรกถังซีฟานยังค่อนข้างระแวดระวังเพื่อลวงหลี่เยว่หาน แต่พอเห็นนางนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็รีบโพล่งบอกให้นางเลิกตามหาตัวเขาเสีย ต้องยอมรับว่าในวินาทีนั้นหลี่เยว่หานถูกเขาข่มขวัญได้จริง ๆ
แต่หลังจากนั้น เมื่อหลี่เยว่หานจงใจยั่วโทสะถังซีฟาน นางก็พบว่าดูเหมือนเขาจะรับรู้ได้เพียงแค่เสียงของนาง แต่กลับมองไม่เห็นตัวนาง ไม่อย่างนั้น หากนางกระทืบเท้าท้าทายเช่นนั้น เขาคงไม่มีทางนิ่งเฉยแน่
อาจเป็นเพราะไม่เคยมีใครพูดคำว่า ‘ถ่ายหนัก’ ออกมาอย่างหน้าตาเฉยเหมือนหลี่เยว่หาน ถังซีฟานในตอนนั้นถึงกับเงียบไปนานพอสมควร เขาคงกำลังพยายามสะกดกลั้นอารมณ์อยู่ แต่น่าเสียดายที่เขาคุมมันได้ไม่ดีพอ
ทันทีที่เอ่ยปากเขาก็ตกหลุมพรางของหลี่เยว่หานทันที ทำให้นางล่วงรู้ว่าร่างจริงของเขาไม่สามารถปรากฏตัวต่อหน้านางได้ แถมเขายังจงใจย้ำว่าแดนราชันไร้เทียมทานกว้างใหญ่ไพศาล นางไม่มีวันหาเขาพบหรอก
การกระทำนี้ช่างเข้าตำรา ‘วัวสันหลังหวะ’ ยิ่งจงใจชี้นำให้หลี่เยว่หานเลิกคิดที่จะตามหาร่างจริงเท่าไหร่ มันกลับยิ่งทำให้นางมั่นใจว่าตนเองต้องรีบหาร่างจริงของถังซีฟานให้พบโดยเร็วที่สุด และร่างจริงของเขาน่าจะอยู่แถวนี้แน่ ๆ ไม่อย่างนั้นจะพูดจาซ้ำซากให้เสียเวลาทำไมว่านางหาเขาไม่เจอไปตลอดชีวิต
หลังจากนั้นหลี่เยว่หานก็ตะล่อมถามข้อมูลได้อย่างราบรื่น ดูเหมือนสมองของถังซีฟานจะใช้งานได้ไม่ดีนัก พอถูกล่อหลอกนิดหน่อยก็ติดกับทุกครั้ง
หลี่เยว่หานรู้มาตลอดว่านางถูกลัญจกรหยก หรือแดนราชันไร้เทียมทานดึงตัวจากโลกอนาคตมายังยุคสมัยนี้ แต่นางไม่แน่ใจว่าถังซีฟานรู้เรื่องนี้ด้วยหรือไม่ โชคดีที่เขาเยาะเย้ยนางด้วยความลำพองว่าเป็น “วิญญาณต่างโลก” นั่นจึงทำให้นางสบโอกาสแสร้งทำเป็นตกใจ จนถังซีฟานคายข้อมูลชุดใหญ่ออกมาแบบไม่ทันระวังตัว และสุดท้ายนางก็หลอกถามชื่อของเขาได้สำเร็จ
แม้จะไม่รู้ว่าทำไมพอรู้ชื่อแล้วถังซีฟานถึงได้มีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนั้น แต่หลี่เยว่หานก็คาดเดาไปตามสัญชาตญาณ และผลลัพธ์ก็พิสูจน์ว่านางเดาถูก
ในตอนนี้ถังซีฟานเริ่มรู้ตัวแล้วว่าถูกหลี่เยว่หานใช้กลอุบาย หลังจากนี้เขาคงจะระวังตัวมากขึ้น นางจึงเป็นฝ่ายบอกชื่อของตัวเองให้เขารู้บ้าง แม้นางจะเชื่อว่าเขาน่าจะรู้อยู่แล้วก็ตาม
แต่มันก็คือ “ระเบิดควัน” ยิ่งมีเยอะก็ยิ่งดี
การแสร้งทำเป็นอ่อนแอของหลี่เยว่หานทำให้ถังซีฟานที่กำลังระแวดระวังเริ่มผ่อนคลายลง ประกอบกับมีความรู้สึกอยากแก้แค้นอยู่บ้าง เขาจึงไม่ได้ปฏิเสธที่จะตอบคำถามของนาง
ต้องยอมรับว่าตอนแรกที่หลี่เยว่หานคิดว่าตัวเองกินเนื้อสัตว์ที่เคยเป็นคนเข้าไปจริงๆ นางเกือบจะคุมสติไม่อยู่จนเกือบทำให้ถังซีฟานที่นั่งอยู่บนตาน้ำพุวิญญาณอีกแห่งหนึ่งรู้ตัวเข้าเสียแล้ว โชคดีที่นางยังอดทนไว้ได้และไม่ได้เดินเข้าไปใกล้เกินไป
ถังซีฟานพึงพอใจกับปฏิกิริยาหวาดกลัวของหลี่เยว่หานมาก ความสำราญใจของเขาช่วยปลดเปลื้องภาระทางจิตใจให้นางไปได้เปลาะหนึ่ง
แดนราชันไร้เทียมทานน่าจะเป็นพื้นที่พิเศษที่คนอื่นสามารถ “ครอบครอง” ได้ ส่วนจะครอบครองอย่างไรนั้น เรื่องนี้ละเอียดอ่อนเกินไปหลี่เยว่หานจึงไม่กล้าถามถังซีฟานตรง ๆ เพราะถึงคนโง่จะโง่แค่ไหน
แต่ก็มักจะมีสัญชาตญาณระวังตัวกับคำสำคัญบางคำเสมอ นางจึงทำได้เพียงใช้สัญชาตญาณคาดเดาเอาเอง เมื่อนึกถึงสายตาที่จ้องมองนางจนเกือบสัมผัสได้ก่อนหน้านี้ การจะเดาเรื่องนี้ก็คงไม่ยากเกินไปนัก
เมิ่งฉีฮ่วนเคยบอกว่า เขามีสิทธิ์เข้าออกพื้นที่แห่งนี้แต่กลับไม่ได้รับการยอมรับจากมิติ ทว่ามิตินี้กลับยอมรับหลี่เยว่หานเป็นนายโดยตรง นั่นพิสูจน์ว่าก่อนหน้านี้แดนราชันไร้เทียมทานอยู่ในสภาวะไร้เจ้าของ ดังนั้นสิ่งที่ถังซีฟานบอกว่ามิตินี้เป็นของเขา ย่อมเป็นการโกหกทั้งเพ
เพราะก่อนที่หลี่เยว่หานจะย้อนอดีตมา ลัญจกรหยกได้ถูกส่งต่อในฐานะสมบัติของแคว้นตงฮั่นมานานเกือบสามร้อยปีแล้ว ถังซีฟานรู้เพียงแค่ว่าทุก ๆ ห้าร้อยปีที่เปลี่ยนภาชนะรองรับจะทำให้มิติและเวลาบิดเบี้ยว
เขาจึงทึกทักไปเองว่าสาเหตุที่หลี่เยว่หานข้ามภพมาได้เป็นเพราะการเปลี่ยนภาชนะ นั่นยิ่งเป็นหลักฐานมัดตัวว่าถังซีฟานเองก็ไม่รู้ว่าตนเองติดอยู่ในมิตินี้นานเท่าไหร่แล้ว
ส่วนเรื่องที่เขาอ้างว่ากำจัดจิตสำนึกที่เพิ่งก่อตัวขึ้นมาได้นั้น คาดว่าคงพูดเพื่อข่มขวัญให้นางเกรงใจเท่านั้นแหละ เพราะดูยังไงถังซีฟานก็ดูไม่ค่อยฉลาดจริง ๆ…
“เอ่อ ข้าขอถามคำถามที่อาจจะละลาบละล้วงสักหน่อยนะเจ้าคะ เหตุใดท่านถึงต้องมาหลับใหลอยู่ในแดนราชันไร้เทียมทานแห่งนี้? แล้วแดนราชันไร้เทียมทานคือสิ่งที่ดำรงอยู่อย่างไรกันแน่?” น้ำเสียงของหลี่เยว่หานเจือไปด้วยความเลื่อมใสและความรู้สึกยอมจำนนอย่างบอกไม่ถูก อีกทั้งคำพูดคำจายังดูระมัดระวังตัวอย่างยิ่ง
ถังซีฟานชอบท่าทีของนางในตอนนี้มาก เขาจึงไม่ได้ปิดบังอะไร เพราะอย่างไรเสียเขาก็ใกล้จะฟื้นฟูพลังกลับมาได้แล้ว “แดนราชันไร้เทียมทาน ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นโลกขนาดเล็กที่มีอำนาจเหนือทุกสรรพสิ่งในใต้หล้า ที่นี่ เจ้าไม่มีสิทธิ์ขัดคำสั่งของเปิ่นจั้ว และไม่อาจต้านทานพลังที่กำลังจะเปลี่ยนเจ้าให้กลายเป็นสัตว์ร้ายได้
เปิ่นจั้วมีอำนาจการปกครองเบ็ดเสร็จในมิตินี้ ส่วนเรื่องหลับใหลน่ะหรือ เปิ่นจั้ว… เอ่อ เพราะอุบัติเหตุเล็กน้อยน่ะ ข้าเลยต้องเข้ามาพักผ่อนฟื้นฟูร่างกายในนี้” พูดจบเขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างยาวเหยียด “ชั่วพริบตาเดียว ไม่รู้ว่าวันเวลาผ่านไปนานเท่าใดแล้ว!”
ถังซีฟานยังพอมีสมองอยู่บ้างจึงหยุดคำพูดสำคัญไว้ได้ทันเวลา แต่ท่าทางทอดถอนใจราวกับผู้ผ่านโลกมามากนั่น ดูจะจงใจแสดงงิ้วเกินจำเป็นไปเสียหน่อย
แต่นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับหลี่เยว่หาน
ถังซีฟานไม่มีทางเป็นเจ้าของเดิมของมิตินี้แน่ เขาน่าจะเป็นมนุษย์ที่กลายสภาพเป็นสัตว์ป่าและกำลังวิวัฒนาการย้อนกลับ การที่เขาบรรยายถึงอำนาจปกครองของแดนราชันไร้เทียมทานได้เห็นภาพชัดขนาดนี้ พิสูจน์ว่าเขาเคยสัมผัสพลังนั้นมากับตัว และในมิตินี้ คนที่จะสัมผัสพลังนั้นได้ชัดเจนที่สุด ก็มีเพียงมนุษย์ที่กลายเป็นสัตว์ป่าเท่านั้น
ก่อนหน้านี้หลี่เยว่หานไม่ค่อยอยากเข้ามาในมิตินี้ เพราะทุกครั้งที่เข้ามา นางจะมีความรู้สึกรุ่มร้อนอย่างประหลาดต่อดินแดนแห่งนี้ ตอนนั้นนางยังไม่รู้เรื่องอำนาจปกครอง จึงไม่รู้ว่าความรู้สึกพลุ่งพล่านนั้นคืออะไร
แต่พอได้ยินถังซีฟานบรรยาย นางก็เข้าใจทันที
“แล้วทำไมข้าถึงถูกลากเข้ามาในแดนราชันไร้เทียมทานกะทันหันล่ะเจ้าคะ ทั้งที่ข้ายังไม่ได้เข้ามาเลย” หลี่เยว่หานเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกได้ว่าคำถามสำคัญที่สุดยังไม่ได้ถาม…
“ฮ่าๆ” น้ำเสียงภาคภูมิใจของถังซีฟานแทบจะล้นออกมา “เจ้าเป็นเพียงวิญญาณจากต่างโลก เปิ่นจั้วแค่ขยับปลายนิ้วนิดเดียว การจะจับเจ้าเข้ามามันก็แค่เรื่องง่าย ๆ… อ๊ะ! นี่มันเกิดอะไรขึ้น! พลังปกครองของข้า!”
ถังซีฟานเพิ่งสังเกตเห็นว่าเท้าทั้งสองข้างของเขาที่เกือบจะกลายเป็นมนุษย์ได้สมบูรณ์แล้ว กลับกลายเป็นกีบม้าอีกครั้ง เขาถึงกับลนลานทำตัวไม่ถูกในทันใด จากนั้นเขาก็หันไปมองรอบป่าอันเขียวขจี พยายามค้นหาอยู่นานแต่ก็ยังไม่พบร่องรอยของหลี่เยว่หาน
“เจ้าอยู่ในนี้ใช่ไหม! เจ้าออกมาเดี๋ยวนี้! อย่าทำให้ข้ากลายเป็นม้าอีกเลย! ข้าจะบอกเจ้าทุกอย่าง!” ถังซีฟานขวัญกระเจิงไปหมดแล้ว “เป็นเพราะแดนราชันไร้เทียมทานพบว่าเจ้ากำลังจะตาย มันเลยดึงเจ้าเข้ามาเพื่อคุ้มครอง… ฮือ ๆ ข้าไม่อยากเป็นม้าแล้ว…”
หลี่เยว่หานคือนายที่แท้จริงของแดนราชันไร้เทียมทาน นางจึงดึงเอาอำนาจปกครองกลับมาได้อย่างรวดเร็ว เมื่อได้ยินคำสารภาพของถังซีฟาน นางก็เพียงแค่ขยับความคิดเพียงนิด ถังซีฟานก็หยุดเปลี่ยนสภาพเป็นสัตว์ป่าทันที
แต่เพราะเขากำลังขวัญเสียอย่างหนัก จึงไม่ได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้เลยแม้แต่น้อย เขาลนลานจนถึงขั้นร้องไห้ออกมาเป็นเสียงม้าไปเสียแล้ว…