ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 467 คืนเส้นผมให้เจ้า
บทที่ 467 คืนเส้นผมให้เจ้า
เมื่อเห็นจิ้งจอกนิ่งเงียบไป หลี่เยว่หานจึงเอ่ยยิ้ม ๆ อย่างราบเรียบ “เจ้าคงจะพอมีความรู้เรื่องแดนราชันไร้เทียมทานอยู่บ้าง ถึงได้กล้ามาต่อรองกับข้า แต่เจ้าเคยคิดหรือไม่ แม้ข้าจะรับปากเงื่อนไขของเจ้า ทว่าในที่แห่งนี้ข้าคือผู้กุมอำนาจปกครองสูงสุด การจะกลับคำพูดสำหรับข้าแล้วไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิด”
ได้ยินดังนั้น จิ้งจอกก็แยกเขี้ยวใส่ตามสัญชาตญาณ แต่ครู่ต่อมามันก็รีบดึงสติกลับมาได้ว่านั่นไม่ใช่ความคิดที่แท้จริงของตนเอง มันจึงตกตะลึงไปอีกครา
“รู้สึกตัวแล้วใช่ไหม ข้าสามารถปลุกสติของเจ้าขึ้นมาได้ และก็ทำให้เจ้ากลับไปสู่ความมืดบอดได้เช่นกัน” หลี่เยว่หานยังคงมีรอยยิ้มประดับใบหน้า “เช่นนี้แล้ว เจ้าคิดว่าตนเองยังมีสิทธิ์มาต่อรองกับข้าอีกหรือ?”
จิ้งจอกดูเหมือนจะเริ่มเข้าใจสถานการณ์แล้ว มันมองหลี่เยว่หานด้วยสายตาจริงจัง “ถ้าอย่างนั้น ก่อนที่ข้าจะเล่า เจ้าช่วยให้รางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อเป็นกำลังใจให้ข้าก่อนได้หรือไม่?”
หลี่เยว่หานพยักหน้าตกลง
“ช่วยให้ข้าคืนร่างมนุษย์สักส่วนหนึ่งได้ไหม?” ความคิดของจิ้งจอกนั้นเจ้าเล่ห์นัก ขอเพียงสตรีตรงหน้ายอมให้มันคืนร่างมนุษย์เพียงบางส่วน มันก็จะสามารถเรียก ‘อาวุธคู่กาย’ ออกมาได้ ถึงตอนนั้นการจะสังหารนางให้ตายใจก็เป็นเรื่องง่ายนิดเดียว
หลี่เยว่หานโบกมือเบา ๆ เป็นสัญญาณบอกจิ้งจอกว่านางลงมือแล้ว และให้มันเริ่มเล่าได้เลย
จิ้งจอกมองดูขาจิ้งจอกทั้งสี่ข้างของตนเองอย่างไม่เข้าใจ ขณะกำลังจะถามว่านางคืนสภาพส่วนไหนให้ เส้นผมสีดำขลับยาวสลวยก็ทิ้งตัวลงมาจากหัวของจิ้งจอกทันที พร้อมกับเสียงของหลี่เยว่หานที่ดังขึ้น
“ข้าไม่รู้ว่าพวกผู้บำเพ็ญเพียรอย่างพวกเจ้าจะคิดฆ่าข้าหรือไม่ เพราะข้าเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาที่ไร้กำลังวังชา การให้เจ้าคืนร่างมนุษย์ในส่วนที่อาจเป็นอันตรายนั้น ข้าเกรงว่ามันจะไม่ปลอดภัยนัก… ข้าเลยคืน ‘เส้นผม’ ให้เจ้าก็แล้วกัน”
จิ้งจอก ???
ฝ่ายถังซีฟานกลับมีน้ำใจ ช่วยรวบเส้นผมที่ดกดำเงางามเหล่านั้นขึ้นมาให้ จิ้งจอกถึงกับทรุดตัวนั่งลงกับพื้นและเริ่มตั้งคำถามกับชีวิตการเป็นจิ้งจอกของตนเองทันที
“ถ้าเจ้าไม่เล่า ข้าจะค่อย ๆ ถามเจ้าไปทีละเรื่องก็แล้วกัน” หลี่เยว่หานเห็นจิ้งจอกดูหมดอาลัยตายอยากก็นึกรู้ว่ามันคงถูกทำลายความมั่นใจเข้าให้แล้ว นางจึงเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาเอง
“เจ้าชื่ออะไร?” หลี่เยว่หานถามคำถามที่ง่ายที่สุด
ก่อนหน้านี้ที่ถังซีฟานเผลอหลุดชื่อตัวเองออกมาแล้วมีท่าทีตื่นตระหนก เป็นเพราะในยุคบรรพกาลที่เขาอยู่ ทุกคนต่างระแวดระวังไม่ให้ใครรู้ชื่อจริง เนื่องจากยุคนั้นมีวิชาคุณไสยมนต์ดำที่สามารถทำของใส่คนผ่านชื่อได้ แต่จะแม่นยำแค่ไหนไม่มีใครรู้ เพราะถังซีฟานในยุคนั้นก็เป็นแค่ ‘ม้าบื้อ’ ตัวหนึ่งเท่านั้น
“ข้า…” จิ้งจอกชะงักไปครู่หนึ่ง “ข้าชื่อหูต้าลี่…”
เอาเถิด… เป็นชื่อที่ดูซื่อ ๆ เรียบง่ายดี
“เจ้าถูกขังอยู่ในแดนราชันไร้เทียมทานตั้งแต่เมื่อไหร่?” หลี่เยว่หานถามต่อ
“จำไม่ได้แล้ว”หูต้าลี่เป็นจิ้งจอกตัวผู้ ซึ่งก่อนจะกลายสภาพเขาก็คือบุรุษผู้หนึ่ง ตอนนี้เขานั่งแหมะลงกับพื้นด้วยความจนใจ “อาจจะหมื่นปี? หรืออาจจะล้านปี? แต่ข้ารู้ว่าทุกครั้งที่แดนราชันไร้เทียมทานกลืนกินใครเข้าไปสักคน มันจะขยายขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อย ส่วนจะใหญ่ขึ้นแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของคนที่ถูกกลืนกินเข้าไป”
เมื่อได้ฟัง หลี่เยว่หานก็แอบสูดลมหายใจเข้าลึก
แดนราชันไร้เทียมทานนั้นกว้างขวางจนไร้ขอบเขตเรื่องนี้นางมั่นใจดี และเมื่อหูต้าลี่บอกว่าวิธีการขยายพื้นที่มิติคือการ ‘กินคน’ มันก็น่ากลัวจนนางอดคิดไปไกลไม่ได้…
“ใครเป็นคนจับเจ้าเข้ามา? และคนคนนั้นชื่ออะไร?” หลี่เยว่หานถามอีกครั้ง
“เทพธิดามู่หลี” หูต้าลี่ฝืนยิ้มอย่างขมขื่น “ข้าเป็นผู้ที่เทิดทูนบูชานาง ข้าติดตามนางไปโลกแล้วโลกเล่า จนกระทั่งวันหนึ่งเทพธิดามู่หลีถูกลอบทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส นางจึงเลือกขังข้าไว้ในแดนราชันไร้เทียมทาน เพื่อสูบเอาพลังตบะในตัวข้าไปใช้รักษาอาการบาดเจ็บของนาง”
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ไม่ได้มาจากยุคบรรพกาลน่ะสิ?” ถังซีฟานถามด้วยความประหลาดใจ
“ข้าไม่ใช่” หูต้าลี่เหลือบตาจิ้งจอกมองถังซีฟาน “เพราะข้าอยู่กับเทพธิดามู่หลีมานาน ข้าจึงรู้จักแดนราชันไร้เทียมทานดี หากข้าถูกปลุกสติให้ฟื้นขึ้นมาแต่ไม่ได้ฆ่าเจ้าของมิติ ข้าเองก็คงจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานก่อนจะแตกสลายหายไปจากโลกนี้เช่นกัน”
หลี่เยว่หานนิ่งไปชั่วครู่ นางไม่คิดเลยว่าการปลุกคนให้ฟื้นจะมีผลข้างเคียงเช่นนี้ เช่นนั้นถังซีฟานที่ยังรอดมาได้คงต้องขอบคุณเศษเสี้ยวจิตสำนึกที่ทิ้งไว้ในชาติก่อนจริง ๆ
“เทพธิดามู่หลีผู้นั้นได้แดนราชันไร้เทียมทานมาได้อย่างไร?” หลี่เยว่หานถามต่อ
หูต้าลี่ไม่มีเจตนาจะปิดบัง เขาตอบกลับทันที “มู่หลีคือเพื่อนเล่นแถวบ้านที่โตมาด้วยกัน เราเข้าสำนักมาพร้อมกันแต่นางมีรากวิญญาณที่แย่มาก พลังตบะจึงไม่ก้าวหน้า วันหนึ่งระหว่างที่เราออกไปหาประสบการณ์แล้วเกิดอันตราย ข้าได้ปกป้องมู่หลีจนตกลงไปในถ้ำด้วยกัน เพราะข้าเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องนาง ข้าจึงบาดเจ็บสาหัส ส่วนมู่หลีกลับแทบไม่เป็นอะไรเลย”
“แดนราชันไร้เทียมทานวางอยู่บนโครงกระดูกแห้งในถ้ำแห่งนั้น มันคือลัญจกรหยกที่ดูผุดผ่องเงางาม มองเพียงแวบเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่ของธรรมดา” หูต้าลี่พูดเร็วมาก คล้ายกับว่าเมื่อคนเราพูดถึงเรื่องที่สะเทือนใจ ความเร็วในการพูดจะเพิ่มขึ้นตามอารมณ์
“ข้าสลบไปทันทีที่ตกถึงถ้ำ พอฟื้นขึ้นมา มู่หลีก็หยดเลือดทำสัญญาเป็นเจ้าของแดนราชันไร้เทียมทานไปเสียแล้ว” หูต้าลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าหมอง
“หลังจากนั้น พลังของมู่หลีก็ก้าวหน้าไปไกลราวกับก้าวกระโดด ในเวลาไม่นานนางก็กลายเป็น ‘เทพธิดามู่หลี’ ผู้โด่งดัง ส่วนข้าก็ยังคงอยู่เคียงข้างนางเสมอ ใครต่อใครต่างก็บอกว่าข้าเป็นฝ่ายเพ้อฝันไปเองข้างเดียว แต่ข้าก็เต็มใจ”
…นี่มันคือตำรามาตรฐานของ ‘มนุษย์ที่ทุ่มเทให้เขาทั้งใจแต่ได้แค่เพื่อน’ ใช่หรือไม่?
“อาจจะเป็นเพราะเราโตมาด้วยกัน ตอนที่เราอายุได้ประมาณสองร้อยปี มู่หลีเคยเล่าเรื่องแดนราชันไร้เทียมทานให้ข้าฟังมากขึ้น ตอนนั้นข้าถึงได้รู้ว่า เจ้าของคนก่อนของมิตินี้… ฆ่าตัวตาย”
“ฆ่าตัวตาย?” หลี่เยว่หานและเจ้าม้าบื้ออุทานออกมาพร้อมกันด้วยความประหลาดใจ
“ใช่” หูต้าลี่พยักหน้า “ในตอนนั้น ใต้ศพในถ้ำมีจดหมายฉบับหนึ่งที่เจ้าของเดิมเขียนทิ้งไว้ ว่ากันว่าเขาไม่สามารถทนรับความโหดร้ายของแดนราชันไร้เทียมทานได้อีกต่อไป เขาไม่อยากมองเห็นชีวิตคนเป็นเพียงต้นไม้ใบหญ้า และไม่อยากฆ่าคนเพื่อเพิ่มพลังให้ตนเอง เขาจึงเลือกจบชีวิตลง”
เมื่อได้ฟังถึงตรงนี้ ในใจของหลี่เยว่หานก็พลันสั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก
นั่นสินะ ในแดนราชันไร้เทียมทานแห่งนี้ ชีวิตคนก็ไม่ต่างอะไรกับต้นหญ้า…
“ตอนนั้นข้าถึงเพิ่งรู้ว่า ในวันที่เราตกลงไปในเหวและสลบไปพร้อมกัน มู่หลีไม่ได้คิดจะช่วยข้าเป็นอย่างแรก แต่นางกลับค้นตัวศพอย่างละเอียดจนทั่ว นางไม่เพียงแต่ได้แดนราชันไร้เทียมทานที่เป็นของวิเศษระดับสูง แต่ยังได้ของวิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งนางแอบซ่อนไว้ใน ‘แขนเสื้อจักรวาล’ ของนางทั้งหมด” น้ำเสียงของหูต้าลี่เต็มไปด้วยความโดดเดี่ยว
หลี่เยว่หานเม้มริมฝีปาก “เจ้ารู้เรื่องพลังของแดนราชันไร้เทียมทานมากน้อยแค่ไหน?”
หูต้าลี่พยักหน้า “ข้ารู้ว่าในมิตินี้ ขอเพียงเจ้าของปรารถนา จะให้ใครตายก็ย่อมได้ และข้ายังรู้ว่ามิตินี้สามารถเก็บสะสมพลังตบะที่เจ้าของคนก่อนยังไม่ได้ดูดกลืนไว้ใน ‘หว่านอู้เซิง’ ได้ทั้งหมด”
หลี่เยว่หานเริ่มรู้สึกไม่สู้ดีนัก…
แต่หูต้าลี่ไม่ได้สังเกตเห็นว่าหน้าของนางเริ่มซีดเผือดลง เขาเล่าต่อไปเรื่อย ๆ “ยิ่งไปกว่านั้น ของวิเศษอย่างแดนราชันไร้เทียมทานยังสามารถเชื่อมต่อโลกภายในมิติเข้ากับโลกภายนอกได้ และการเป็นเจ้าของยังมีลำดับขั้นอีกด้วย เช่น มู่หลีคือผู้กุมอำนาจสูงสุด และเพราะข้าอยู่กับนางมานาน นางจึงไว้ใจให้ข้าเป็น ‘ผู้กุมอำนาจระดับล่าง’ ทำให้ข้ามีพลังปกครองอยู่ส่วนหนึ่ง”
พูดถึงตรงนี้ หูต้าลี่ก็ถอนหายใจยาว “ข้าเคยคิดว่าการอยู่เคียงข้างมาเนิ่นนานจะแลกมาซึ่งหัวใจที่แท้จริงของมู่หลีได้ แต่ตอนนี้มาลองนึกดู ที่นางมอบอำนาจปกครองให้ข้าตั้งแต่แรก ก็เพื่อจะรั้งตัวข้าไว้ข้างกาย ป้องกันเผื่อว่าวันใดวันหนึ่งนางบาดเจ็บสาหัสแล้วไม่มีชีวิตที่เหมาะสมไว้ใช้รักษา
ดังนั้นภายใต้การช่วยเหลือของนาง พลังตบะของข้าจึงก้าวหน้าไปเร็วมาก… และแน่นอน ทันทีที่นางโยนข้าเข้ามาในมิติแห่งนี้ อำนาจปกครองของข้าก็ถูกริบคืนไปในชั่วพริบตา และข้าก็กลายเป็นเพียงสุนัขจิ้งจอกป่าตัวหนึ่ง”