ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 484 เจ้าอย่าเข้ามานะ!
บทที่ 484 เจ้าอย่าเข้ามานะ!
ในที่สุดหลี่เยว่หานก็ยอมให้ถังซีฝานหยุดร้องไห้เสียที สาเหตุหลักคือเขาส่งเสียงดังหนวกหูเกินไปนั่นเอง
หลี่เยว่หานหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งยื่นให้ถังซีฝานพลางเอ่ยว่า “เช็ดน้ำมูกน้ำตาบนหน้าเจ้าเสีย แล้วข้าจะคืนร่างมนุษย์ให้เจ้าอย่างถาวร”
“หา—?”
ถังซีฝานที่กำลังร้องไห้โฮอย่างลืมตัวพลันชะงักกึกเมื่อได้ยินประโยคนี้ เขาเงยหน้ามองหลี่เยว่หานอย่างไม่อยากเชื่อสายตาจนเผลอสำลักน้ำลายตัวเอง ไอโขลกขลักเสียจนแทบจะพ่นวิญญาณออกมา
“ช่วงไม่กี่วันมานี้ข้าไม่ได้อยู่เฉย ๆ ข้าพยายามขบคิดเรื่องกฎเกณฑ์ของแดนราชันไร้เทียมทานอยู่ตลอด” หลี่เยว่หานรอจนเขาหยุดไอจึงค่อย ๆ อธิบาย
“ข้าพบว่าตราบใดที่ร่างกายของข้าแข็งแรงและอยู่ในสภาวะที่ดี ความเชื่อมโยงระหว่างข้ากับมิตินี้ก็จะยิ่งแน่นแฟ้นขึ้น และข้ายังสัมผัสถึงสถานะกายเนื้อของตนเองที่อยู่โลกภายนอกได้ลาง ๆ ด้วย ยามนี้ดูเหมือนสถานการณ์จะไม่สู้ดีนัก เริ่มมีกลิ่นอายแห่งความตายแผ่ซ่านออกมาแล้ว”
“หลังจากที่ข้ากินเนื้อกระต่ายในวันนี้ ข้าพอจะเข้าใจแล้วว่า มีเพียงการทำให้พลังจิตของข้าในมิตินี้แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น ข้าถึงจะมีโอกาสออกไปจากที่นี่ได้ ส่วนเรื่องจะให้กินมนุษย์ที่กลายร่างเป็นสัตว์ป่านั้น… ข้ายังทำใจลงมือไม่ลงจริง ๆ” พูดจบ หลี่เยว่หานก็ส่งยิ้มให้ถังซีฝาน
ทว่ารอยยิ้มของเธอกลับดูเยือกเย็นพิกล แถมยังเห็นฟันขาววับชวนขนลุก จนถังซีฝานอดใจสั่นไม่ได้ “แล้ว… แล้วเจ้าคิดจะทำอย่างไร…”
“ข้ากะว่าจะลองดูสักหน่อย อย่างเช่นลองตัดขาม้ามาสักข้างปรุงเป็นอาหารดูว่าได้ผลหรือไม่ ถ้าได้ผล ข้าก็จะไปตามหามนุษย์แปลงคนอื่น ๆ แล้วตัดขาหรือกรงเล็บของพวกเขามาเพื่อกินเป็นอาหาร ด้วยวิธีนี้ นอกจากจะรักษาชีวิตพวกเขาไว้ได้แล้ว ยังทำให้ข้ามีโอกาสออกไปจากที่นี่ได้ด้วย”
สิ้นคำพูดของหลี่เยว่หาน ถังซีฝานก็กระโดดตัวลอยหนีไปไกลโข เขาโผเข้ากอดรางหญ้าในคอกม้าไว้แน่นพลางตะโกนลั่น “เจ้าอย่าเข้ามานะ!”
“เจ้าปฏิกิริยาเกินไปหรือเปล่า” หลี่เยว่หานค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน แม้ใบหน้าจะยังประดับรอยยิ้ม แต่ในสายตาของถังซีฝาน เธอดูราวกับเพชฌฆาตที่น่าหวาดกลัวยิ่งนัก
“ระ… แถวนี้ยังมีม้าตัวอื่นอีกไหม!” ถังซีฝานยังคงกอดรางหญ้าไว้ไม่ยอมปล่อย
“ไม่มีแล้วล่ะ” หลี่เยว่หานมองเขาด้วยสายตาพริ้มเพรา “เพราะอย่างนั้นข้าถึงต้องลองกับเจ้าก่อนอย่างไรเล่า วางใจเถอะ ต่อให้ข้าตัดขาเจ้าไป ข้าก็ทำให้มันงอกกลับมาใหม่ได้ อย่าลืมสิว่าหว่านอู้เซิงสามารถรักษาได้แม้กระทั่งกระดูกที่แตกสลาย การจะทำให้ขาที่ขาดงอกขึ้นมาใหม่จึงไม่ใช่เรื่องยากเลย” พูดไปเธอก็ลากถังไม้ขนาดใหญ่ที่กว้างเท่าคนโอบออกมาจากที่ใดไม่ทราบ ภายในบรรจุหว่านอู้เซิงไว้จนเต็ม…
“ไม่! ข้าไม่ยอม!” ถังซีฝานหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว แทบอยากจะให้ขาตัวเองงอกออกมาเพิ่มอีกหลาย ๆ ขาเพื่อจะได้วิ่งหนีไปให้พ้น แต่ในใจก็รู้ดีว่าในแดนราชันไร้เทียมทานนี้ ต่อให้หนีไปที่ไหนก็ไร้ประโยชน์ เขาจึงได้แต่กอดรางหญ้าไว้ประหนึ่งว่ามันคือที่พึ่งพิงสุดท้ายในชีวิต
“อย่ากลัวไปเลย ข้าจะสะกดความรู้สึกเจ็บปวดให้เจ้าเอง เจ้าจะไม่รู้สึกเจ็บมากนักหรอก” หลี่เยว่หานเดินอุ้มถังหว่านอู้เซิงเข้าไปหาทีละก้าว
ถังซีฝานขวัญหนีดีฝ่อ ร้องตะโกนสุดเสียง “อย่า! อย่าเข้ามา! ข้ารู้วิธีออกไปแล้ว! ข้ารู้! ข้าจะบอกเจ้า! ข้าจะบอกความจริงทุกอย่าง!”
ได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ เธอวางถังน้ำไว้ข้างตัวพลางตบมือเบา ๆ “แบบนี้ถึงจะถูก ม้าที่ว่าง่ายย่อมมีหญ้าให้กิน”
เมื่อเห็นว่าหลี่เยว่หานหยุดเดินและวางถังน้ำลงแล้ว ถังซีฝานจึงค่อย ๆ กลืนน้ำลายเรียกสติกลับมา แต่พอรู้ตัวว่าเผลอหลุดปากพูดอะไรออกไป เขาก็เหงื่อแตกพลั่กไปทั้งตัว…
‘ซวยแล้ว ตาแก่บรรพชนเหยี่ยวดำนั่นคอยใช้พลังจิตเฝ้ามองดูอยู่ตลอด เรื่องที่เขาพูดไปเมื่อกี้คงไม่ถูกรู้เข้าหรอกนะ…’
“วางใจเถอะ ข้าได้วางไอหมอกพิษปิดกั้นพื้นที่แถวนี้ไว้แล้ว ไม่ว่าใครก็มองเข้ามาไม่ได้ แม้แต่พลังจิตก็ไม่ได้ยินเสียงหรือรับรู้เรื่องราวในนี้” หลี่เยว่หานที่มองออกว่าเขากังวลเรื่องใดจึงเอ่ยอธิบายอย่างทันท่วงที จากนั้นเธอก็ย่อตัวลงตรงหน้าถังซีฝานอย่างกะทันหันพลางยิ้มตาหยี “มาเถอะ ทีนี้บอกข้าได้หรือยังว่า จะออกจากแดนราชันไร้เทียมทานได้อย่างไร”
ถังซีฝานสะดุ้งสุดตัวเมื่อเธอเข้ามาใกล้ แม้จะยอมปล่อยรางหญ้าแล้ว แต่เขายังคงห่อตัวลีบด้วยความระแวดระวังเพื่อหาความปลอดภัยให้ตัวเอง ก่อนจะเริ่มเอ่ยช้า ๆ “ข้า… ข้าก็ฟังมาจากตาแก่เหยี่ยวดำนั่นอีกที ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่ตกลงกันก่อนนะ ไม่ว่าเรื่องจะจริงหรือเท็จ เจ้าห้ามหักหลังข้า และห้ามตัดขาม้าของข้าด้วย!”
หลี่เยว่หานพยักหน้ารับคำด้วยรอยยิ้ม
“ปากน้ำพุหว่านอู้เซิงเกือบทั้งหมดในแดนราชันไร้เทียมทานได้แห้งเหือดไปนานแล้ว” ถังซีฝานพยายามคุมน้ำเสียงให้มั่นคง “แต่ก่อนหน้านี้เคยมีการฟื้นฟูขึ้นมาครั้งหนึ่ง ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะรู้เรื่องนี้ดี”
“อืม ข้ารู้ เล่าเข้าประเด็นได้เลย” หลี่เยว่หานยังคงยิ้มจนถังซีฝานรู้สึกหนาวไปถึงขั้วหัวใจ
‘วันนี้หลี่เยว่หานช่างน่ากลัวเหลือเกิน!’
ถังซีฝานแอบก่นด่าในใจพลางรีบสรุปใจความสำคัญ “นั่นแหละ ยามนี้แดนราชันไร้เทียมทานอยู่ในช่วงอ่อนแอเพราะกายเนื้อของเจ้ากำลังตกอยู่ในอันตราย ดังนั้นหากเจ้าสามารถหาวิธีทำให้ปากน้ำพุทุกแห่งกลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง แดนราชันไร้เทียมทานก็จะกลับคืนสู่ความรุ่งเรืองถึงขีดสุด เมื่อนั้นเจ้าก็จะสามารถเชื่อมต่อกับกายเนื้อได้อย่างสมบูรณ์ ส่วนเรื่องที่ว่าเชื่อมต่อได้แล้วจะออกไปได้หรือไม่นั้น… เรื่องนี้ข้าไม่รู้จริง ๆ”
“ถ้าอย่างนั้นบอกข้าหน่อยสิว่า แผนการเดิมที่เจ้าตกลงกับบรรพชนเหยี่ยวดำไว้คืออะไร?” หลี่เยว่หานพยายามลดโทนเสียงให้ดูอ่อนโยนลง
แต่ถังซีฝานที่ยังตกอยู่ในภวังค์ความหวาดกลัวเรื่องโดนตัดขาม้า ยิ่งหลี่เยว่หานพูดเพราะเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งกลัวจนตัวสั่น “ข้า… ข้ากับตาแก่เหยี่ยวดำนั่นวางแผนกันว่า… จะให้เจ้ายื้อเวลาอยู่ในมิตินี้นาน ๆ แม้กายเนื้อจะมีการป้องกันขั้นต่ำจากมิติอยู่ แต่ถ้าทิ้งไว้นานเข้าย่อมต้องดับสูญไปในที่สุด และเมื่อกายเนื้อแตกสลาย เจ้าก็จะถูกขังอยู่ในนี้ถาวร
ในตอนที่กายเนื้อดับสูญ พันธสัญญาโลหิตจะไร้ผลชั่วคราว เจ้าจะไม่สามารถควบคุมพลังผู้ครอบครองได้ในช่วงเวลานั้น พวกเราจึงกะจะอาศัยจังหวะนั้น… ฆ่าเจ้าเสีย… แล้ว… แล้วแย่งชิงพลังมาสวมรอยแทน…”
เมื่อพูดถึงตอนท้าย เสียงของถังซีฝานก็สั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด
หลี่เยว่หานไม่ได้แปลกใจนัก เพราะช่วงต้นของแผนการเธอแอบได้ยินมาเมื่อคืนแล้ว แต่ช่วงหลังนี่สิที่ดูแปลกใหม่ “เจ้ากับเหยี่ยวดำไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าถ้าฆ่าข้าแล้วจะสามารถเข้ามาแทนที่ได้?”
“ก็ตาแก่เหยี่ยวดำนั่นเคยเป็นเจ้าของแดนราชันไร้เทียมทานมาก่อนน่ะสิ” ถังซีฝานเริ่มผ่อนคลายความเกร็งลงเล็กน้อย “เขาจึงค่อนข้างรู้จักมิตินี้ดี เขาบอกข้าว่าถ้าทำเช่นนี้จะสำเร็จแน่นอน และจะพาข้าออกไปจากที่นี่ด้วย โลกภายนอกที่มีพลังปราณเบาบาง ถึงข้าจะเป็นแค่พวกบำเพ็ญเพียรปลายแถวก็สามารถผงาดได้อย่างยิ่งใหญ่ พวกเราสองคนออกไปย่อมไร้เทียมทาน!”
ได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็หลุดหัวเราะออกมา “บรรพชนเหยี่ยวดำถูกคนในสำนักของเจ้าทำลายวรยุทธ์จนสิ้นซากก่อนจะโยนเข้ามาที่นี่ ต่อให้พลังจิตจะฟื้นคืนมาบ้าง แต่วรยุทธ์ไม่มีวันกลับคืนมาได้อีกแล้ว ยังจะมาฝันหวานเรื่องไร้เทียมทานอะไรกันอีก ช่างเขลาแท้ ๆ”
ถังซีฝานชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะโพล่งออกมา “นั่นสิ แต่ข้าไม่ได้ถูกทำลายวรยุทธ์นี่นา!”
หลี่เยว่หานมองเขาด้วยสายตาที่ใช้มองคนโง่ ก่อนจะส่ายหน้าถอนหายใจ “เพราะอย่างนั้นบรรพชนเหยี่ยวดำถึงไม่เคยคิดจะพาเจ้าออกไปจากที่นี่ด้วยอย่างไรเล่า เขาไม่มีทางยอมให้คนกระจอกที่เขาเคยดูถูกข้ามหัวตัวเองไปได้หรอก”
เมื่อได้ยินดังนั้น ถังซีฝานถึงกับโง่งมไปชั่วขณะ