ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 485 ข้าไม่มีพลังจิต แต่ข้ามีความรู้
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน
- บทที่ 485 ข้าไม่มีพลังจิต แต่ข้ามีความรู้
บทที่ 485 ข้าไม่มีพลังจิต แต่ข้ามีความรู้
หลังจากหลอกล่อเจ้าโง่ถังซีฝานจนสำเร็จ หลี่เยว่หานก็กลับไปนอนพักผ่อน ส่วนเรื่องที่ว่าถังซีฝานผู้ขวัญอ่อนจะนอนไม่หลับในคืนนี้หรือไม่นั้น ย่อมไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องเก็บมาใส่ใจ
ในเมื่อได้เบาะแสเกี่ยวกับวิธีออกจากแดนราชันไร้เทียมทานมาจากปากของเขาแล้ว เธอก็ไม่ได้คิดจะปลอบโยนเขาแต่อย่างใด อีกทั้งชายหญิงควรเว้นระยะห่าง วันนี้หลี่เยว่หานจึงไม่ได้นอนนอกเรือนพักลี้ภัยเหมือนอย่างที่เคย แต่เธอกลับเข้าเรือนและลงกลอนประตูอย่างแน่นหนา
ถังซีฝานยังคงนั่งนิ่งอยู่ในคอกม้า เขาเงยหน้ามองดวงจันทร์สว่างไสวบนท้องฟ้า ก่อนจะก้มลงมองมือทั้งสองข้างของตน ไม่รู้ว่าในใจกำลังคิดอ่านสิ่งใดอยู่
เช้าวันรุ่งขึ้น แม้ท้องฟ้ายังไม่ทันสาง หลี่เยว่หานก็ตื่นขึ้นมาแล้ว
ยามที่เริ่มสร้างเรือนพักลี้ภัย หลี่เยว่หานได้คำนวณปัจจัยหลายอย่างไว้ล่วงหน้า ทำให้บริเวณรอบเรือนมีปากน้ำพุหว่านอู้เซิงอยู่หลายแห่ง ส่วนเรื่องที่ว่าจะทำให้ปากน้ำพุเหล่านี้กลับมามีชีวิตอีกครั้งได้อย่างไรนั้น อันที่จริงเธอก็ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก
ดังนั้นตอนที่เดินออกจากประตูเรือน เธอจึงถือโอกาสหิ้วปีกถังซีฝานที่กำลังนอนกอดกองหญ้าหลับปุ๋ยอยู่ในคอกม้าออกมาด้วยกัน
ถังซีฝานที่กำลังงัวเงียถูกหลี่เยว่หานหิ้วคอเดินไปทั้งอย่างนั้นจนเขามึนงงไปหมด กว่าจะรู้ตัวอีกที ทั้งสองก็มายืนอยู่ใกล้กับปากน้ำพุแห่งหนึ่งเสียแล้ว
“ตอนที่ข้าเจอเจ้า เจ้ากำลังแปลงกายอยู่บนปากน้ำพุ การแปลงกายของเจ้ามีความเกี่ยวข้องกับปากน้ำพุใช่หรือไม่?” หลี่เยว่หานยืนอยู่ข้างกายเขา น้ำเสียงดูไม่ค่อยเป็นมิตรนัก
ได้ยินดังนั้น ถังซีฝานชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “หากข้าต้องการเปลี่ยนร่างจากสัตว์กลับเป็นมนุษย์ด้วยตนเอง จะเกิดแรงขับเคลื่อนมหาศาลซึ่งสามารถทะลวงม่านพลังของปากน้ำพุได้”
“ม่านพลังปากน้ำพุคือสิ่งใด?” หลี่เยว่หานมองเขาด้วยความสงสัย “เจ้าจงใจปกปิดข้าอีกแล้วรึ?”
ถังซีฝานรีบส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน “เปล่าเลย ข้าเองก็เพิ่งจะนึกเรื่องม่านพลังออกเมื่อครู่นี้เอง สำหรับข้าแล้วสิ่งนี้ถือเป็นอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับเจ้าที่เป็นถึงนายแห่งแดนราชันไร้เทียมทาน ย่อมไม่ต้องเปลืองแรงแม้แต่น้อย เพียงแค่ส่งพลังจิตเข้าไปสำรวจก็เพียงพอแล้ว”
พูดจบ ถังซีฝานก็รีบหุบปากฉับทันที
‘หลี่เยว่หานเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา จะไปมีสิ่งที่เรียกว่าพลังจิตได้อย่างไร…’
หลี่เยว่หานเองก็ตระหนักถึงข้อนี้ เธอจึงไม่ได้รีบร้อนเข้าไปตรวจสอบปากน้ำพุ แต่กลับย่อตัวลงสังเกตการณ์อยู่ข้าง ๆ เป็นเวลานาน
ปากน้ำพุหว่านอู้เซิงไม่ใช่หลุมลึก จุดที่น้ำควรจะพุ่งออกมากลับมีเศษหินปิดทับไว้ ไม่แน่ว่าหากย้ายเศษหินเหล่านี้ออกไป อาจจะพบช่องทางไหลของน้ำพุก็เป็นได้
แต่ทว่า… ในเมื่อหว่านอู้เซิงสามารถผุดขึ้นมาจากปากน้ำพุต่าง ๆ ได้ นั่นแสดงว่าใต้พื้นดินของแดนราชันไร้เทียมทานต้องมีสายน้ำใต้ดินไหลเวียนอยู่ และสิ่งที่ไหลอยู่ในนั้นก็คือหว่านอู้เซิงใช่หรือไม่?
อีกประการหนึ่ง ตามหลักการแล้ว น้ำพุเกิดจากน้ำในชั้นบรรยากาศที่ซึมลงใต้ดิน ไหลไปตามแนวเอียงของชั้นหินจนกระทั่งเจอมวลหินขวางกั้น แรงดันน้ำจึงเอ่อล้นขึ้นมาเหนือผิวดินจนกลายเป็นน้ำพุ
ทว่าหลี่เยว่หานอยู่ในมิตินี้มานาน สภาพอากาศกลับแจ่มใสอยู่เสมอ ไม่เคยมีฝนตกเลยสักครั้ง ดังนั้นปากน้ำพุหว่านอู้เซิงเหล่านี้น่าจะเกิดจากแรงดันของน้ำใต้ดินที่ปะทุออกมาเอง
เมื่อมีทฤษฎีรองรับแล้ว ก็ถึงเวลาต้องลงมือปฏิบัติ
หลี่เยว่หานใช้พลังผู้ครอบครองปรับเปลี่ยนสภาพภูมิประเทศใต้ดิน และอาศัยหลักการของกาลักน้ำ *[1] เข้าช่วย ในไม่ช้า ปากน้ำพุที่เคยถูกกดทับด้วยแรงดันมหาศาลจนตีบตันก็เริ่มมีน้ำผุดพรายขึ้นมาทีละน้อย
ภาพที่เห็นทำให้ถังซีฝานถึงกับตกตะลึงจนตาค้าง
“เจ้า… เจ้ามีพลังจิตอย่างนั้นรึ?” ถังซีฝานถามด้วยความฉงน
“ไม่มี” หลี่เยว่หานส่ายหน้าตอบตามตรง ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก “แต่ข้ามีความรู้”
ถังซีฝานงงงวยไปหมด สมองอย่างเขาไม่มีทางจินตนาการได้เลยว่าหลี่เยว่หานใช้ความรู้จากโลกอนาคตมาประยุกต์เข้ากับภาคปฏิบัติ เพื่อทลายม่านพลังของปากน้ำพุได้โดยตรง แต่เขาก็รู้ดีว่าเรื่องที่หลี่เยว่หานทำให้ปากน้ำพุกลับมามีชีวิตอีกครั้งนั้น จะให้บรรพชนเหยี่ยวดำล่วงรู้ไม่ได้เด็ดขาด
“แย่แล้ว! ตาแก่เหยี่ยวดำคอยใช้พลังจิตเฝ้าดูพวกเราอยู่ตลอด เรื่องที่ปากน้ำพุฟื้นคืนมาเขาต้องรู้แล้วแน่ ๆ!” ถังซีฝานพูดพลางเตรียมจะลากหลี่เยว่หานหนีไป หลังจากที่เขาหักหลังบรรพชนเหยี่ยวดำไปเมื่อวาน เขาก็เลือกยืนข้างหลี่เยว่หานอย่างเต็มตัวตามสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่ย่อมเข้าหาผู้ที่ให้ประโยชน์และหลีกหนีอันตราย
“ไม่เป็นไร” หลี่เยว่หานสะบัดมือออกจากการเกาะกุม แล้วเดินไปยังปากน้ำพุอีกแห่ง “สิ่งที่บรรพชนเหยี่ยวดำเห็นในตอนนี้ คือสิ่งที่ข้าอนุญาตให้เขาเห็นเท่านั้น อย่างเช่นปากน้ำพุแห่งนี้ ตราบใดที่ข้าไม่ยินยอม สิ่งที่เขาเห็นก็จะยังคงเป็นเพียงบ่อน้ำที่แห้งขอดอยู่วันยังค่ำ”
ได้ยินเช่นนั้น ถังซีฝานถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าสตรีตรงหน้าคือนายแห่งแดนราชันไร้เทียมทาน ก่อนหน้านี้ตอนที่เธอยังไม่รู้จักพลังจิต เธอก็ระมัดระวังตัวอย่างยิ่งอยู่แล้ว ยามนี้เมื่อรู้ถึงการมีอยู่ของพลังจิตและพลังวิญญาณ เธอย่อมต้องรอบคอบขึ้นอีกหลายเท่า
ในขณะเดียวกัน ถังซีฝานก็รู้สึกใจเสียอยู่บ้าง เดิมทีเขาเริ่มต้นกับหลี่เยว่หานไม่ค่อยดีนัก ยามนี้เมื่อเธอรู้วิธีออกไปแล้ว อีกไม่นานย่อมต้องจากมิตินี้ไปได้อย่างราบรื่นแน่ ทว่าเขานี่สิ… เมื่อหลี่เยว่หานจากไป เขาคงไม่พ้นถูกบรรพชนเหยี่ยวดำรุมทุบตีจนน่วมเป็นแน่
ฝ่ายหลี่เยว่หานที่เดินนำหน้าอยู่ ไม่ได้รับรู้ถึงกระแสความคิดในใจของเขาเลยแม้แต่น้อย
เธอตรวจสอบดูแล้ว พบว่าในแดนราชันไร้เทียมทานมีปากน้ำพุอยู่มากกว่าสองพันแห่ง และแต่ละแห่งก็อยู่ห่างไกลกันลิบลับ แม้หลี่เยว่หานจะสามารถเคลื่อนย้ายตัวเองไปยังที่ต่าง ๆ ได้เพียงแค่ชั่วความคิด แต่การต้องมานั่งจัดการน้ำพุกว่าสองพันจุดด้วยวิธีเดิมย่อมทำให้เธอเมื่อยล้าจนมือสั่นแน่
เธอจึงเริ่มครุ่นคิดหาวิธีที่จะทำให้ปากน้ำพุทั้งหมดฟื้นคืนชีพได้อย่างรวดเร็วกว่านี้
เมื่อครู่เธอใช้การเคลื่อนตัวของเปลือกโลกเพื่อกระตุ้นปากน้ำพุได้สำเร็จ แต่วิธีนี้ย่อมไม่สามารถใช้ได้กับทุกแห่ง
หากดำเนินงานผิดพลาดเพียงนิด อาจก่อให้เกิดเหตุแผ่นดินไหวจนภูเขาถล่มทลาย ซึ่งจะได้ไม่คุ้มเสีย
ดังนั้นหลังจากหลี่เยว่หานใช้วิธีเดิมกระตุ้นปากน้ำพุแห่งที่สองสำเร็จแล้ว เธอจึงพาถังซีฝานกลับไปยังเรือนพักทันที
“เจ้าไม่คิดจะกระตุ้นปากน้ำพุต่อแล้วรึ?” ถังซีฝานถามด้วยความงุนงงเมื่อกลับมาถึงเรือนพักลี้ภัย
“มีตั้งสองพันกว่าแห่ง ทำแบบนี้มันช้าเกินไป” หลี่เยว่หานเอนกายลงบนเก้าอี้เอนหลัง พลางขบคิดหาวิธีอื่น ในมิตินี้เธอสามารถเคลื่อนย้ายขุนเขาหรือพลิกทะเลได้ตามใจนึก แต่เธอก็ไม่อาจวู่วามทำเช่นนั้นได้ เพราะการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกย่อมส่งผลกระทบต่อเนื่องกันไปหมด
หากเพื่อช่วยปากน้ำพุแห่งหนึ่งแต่กลับทำให้แรงดันน้ำใต้ดินในจุดอื่นลดลงจนแห้งตายไปพร้อมกันหมด คงไม่ใช่เรื่องสนุกแน่
ถังซีฝานมองหลี่เยว่หานที่หลับตาจมอยู่ในห้วงความคิด เขาลอบกลืนน้ำลายและเริ่มพยายามประจบเอาใจเพื่อสร้างความประทับใจ “หรือว่า… เจ้าลองฝึกฝนพลังจิตดูดีหรือไม่?”
“ข้าทำไม่เป็น” หลี่เยว่หานปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
“ข้าสอนเจ้าได้นะ!” ถังซีฝานเอ่ยอย่างกระตือรือร้น “ข้าสามารถสอนวิธีฝึกพลังจิตให้เจ้าได้ การฝึกพลังจิตต่างจากการฝึกวิชาเซียนทั่วไป ขอเพียงเจ้าจับเคล็ดลับและก้าวเข้าสู่ประตูแห่งการฝึกตนได้แล้ว หลังจากนั้นก็ไม่จำเป็นต้องมีคนคอยชี้แนะอีก!”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองถังซีฝาน
ใช่ว่าเธอไม่เคยคิดเรื่องเรียนรู้วิธีฝึกพลังจิตจากเขา แต่เจ้าเด็กนี่กะล่อนเกินไป เธอเกรงว่าหากเขาให้เคล็ดวิชาที่ผิดเพี้ยนมา เธออาจจะธาตุไฟเข้าแทรกจนพิการได้ จึงได้ตัดความคิดนั้นทิ้งไปตั้งแต่แรก
ทว่ายามนี้ ในเมื่อถังซีฝานเป็นฝ่ายเสนอตัวขึ้นมาเอง…
“เจ้าจะรับประกันได้อย่างไรว่าวิธีที่สอนข้านั้นถูกต้อง?” หลี่เยว่หานมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย “อีกอย่าง การฝึกฝนย่อมต้องใช้เวลานาน ไม่คุ้มค่าหรอก”
พูดจบ โดยไม่สนว่าถังซีฝานจะมีปฏิกิริยาอย่างไร เธอก็หลับตาลงตามเดิม
[1] หลักการของกาลักน้ำ คือการถ่ายเทของเหลวจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำผ่านท่อหรือสายยาง โดยอาศัย แรงโน้มถ่วงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ร่วมกับความต่างของแรงดันอากาศและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของของเหลว