ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 504 อย่างไรเขาก็เป็นบุรุษผู้หนึ่งนะ
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน
- บทที่ 504 อย่างไรเขาก็เป็นบุรุษผู้หนึ่งนะ
บทที่ 504 อย่างไรเขาก็เป็นบุรุษผู้หนึ่งนะ
การหายตัวไปของถังซีฟานนั้นเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน กว่าหลี่เยว่หานจะสะสางธุระในมือเสร็จสิ้น เขาก็หายตัวไปได้สองวันแล้ว
จะโทษว่านางไม่ใส่ใจก็คงไม่ได้ เพราะถังซีฟานนั้นขยาดเมิ่งฉีฮ่วนเข้ากระดูกดำ หลังจากรู้ว่าหลี่เยว่หานคือยอดดวงใจของเมิ่งฉีฮ่วน ทุกครั้งที่ถังซีฟานนึกถึงตอนที่ตนเองเคยคิดจะฆ่านางในแดนราชันไร้เทียมทาน เขาก็จะรู้สึกหวาดผวาขึ้นมาทันที
ดังนั้นหากไม่จำเป็นเขาก็จะไม่เสนอหน้ามาให้หลี่เยว่หานเห็นบ่อยนัก หากวันไหนอยากจะมาพูดคุยเรื่องของแปลกใหม่ที่เพิ่งไปเจอมา เขาก็จะเลือกมาในยามที่เมิ่งฉีฮ่วนติดธุระและไม่ได้อยู่กับนางเท่านั้น
อย่างไรเสีย ยุคสมัยนี้ก็มีสิ่งรื่นรมย์น่าสนใจมากกว่ายุคของเขาไม่รู้ตั้งเท่าไหร่
ทว่าไม่รู้เพราะเหตุใด หลังจากออกจากแดนราชันไร้เทียมทาน ตบะของถังซีฟานก็พลันสูญสิ้นไป หลี่เยว่หานสันนิษฐานว่าอาจเป็นเพราะกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้กดข่มเอาไว้ แต่ถังซีฟานกลับไม่ได้กังวลใจนัก เดิมทีตบะของเขาก็ไม่ได้สูงส่งอะไรนักหนา เสียไปก็เสียไปเถอะ
อย่างไรเสียเขาก็มีชีวิตอยู่มานานปี ผ่านการสู้รบมานับครั้งไม่ถ้วน โดยเฉพาะช่วงที่อยู่ในแดนราชันไร้เทียมทานที่ต้องขับเคี่ยวกับบรรพชนเหยี่ยวดำอยู่เป็นนาน การเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือของตัวประหลาดโสโครกอย่างบรรพชนเหยี่ยวดำมาได้นั้น ย่อมพิสูจน์ได้ว่าถังซีฟานเองก็มีวิชาเอาตัวรอดไม่ธรรมดา
แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น เขาก็ยังหายตัวไปอยู่ดี
หากจะพูดไป คนที่สังเกตเห็นว่าเขาหายไปก็คือเจียงหมิง แม้ว่าพวกเขาจะพักอยู่ที่เมืองเทียนซิงอู่เหอมานาน และถังซีฟานไม่กล้ามาเซ้าซี้หลี่เยว่หาน แต่เขากลับลากเจียงหมิงไปคุยจุกจิกด้วยไม่เว้นแต่ละวัน
วันแรกที่ถังซีฟานไม่กลับมา เจียงหมิงยังนึกว่าเขาคงเที่ยวเล่นเพลินจนลืมเวลาและพักค้างคืนอยู่ข้างนอก
ทว่าพอเข้าสู่วันที่สองก็ยังไร้ร่องรอย เจียงหมิงจึงเริ่มตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขารอจนกระทั่งพลบค่ำก็ยังไม่เห็นวี่แวว จึงรีบมาหาหลี่เยว่หานทันที
“ปกติแล้วเขามักจะชอบไปที่ไหน?” เมื่อได้ยินเจียงหมิงบอกว่าถังซีฟานหายตัวไป ความรู้สึกแรกของหลี่เยว่หานคือคิดว่าเขาคงไปเที่ยวเล่นตามประสา
“เขาชอบไปตามเหลาอาหารหรือร้านน้ำชาเพื่อฟังนักเล่านิทานขอรับ วันนี้ข้าส่งคนไปหาตามร้านทุกแห่งในละแวกนี้แล้ว แต่ก็ไม่พบร่องรอยเลย” เจียงหมิงเอ่ยด้วยความกลัดกลุ้ม
ถังซีฟานนั้นหากพูดกันตามตรงก็ไม่ต่างจากเด็กยักษ์ที่ซื่อจนบื้อ ช่วงแรกที่ย้ายมาพักที่เมืองเทียนซิงอู่เหอ เขายังร่าเริงกระดี๊กระด๊าออกไปเที่ยวเล่นจนถูกดักปล้นในซอยเปลี่ยว หากไม่ใช่เพราะเขายังพอมีฝีมืออยู่บ้าง ป่านนี้คงถูกฆ่าชิงทรัพย์ไปนานแล้ว
แม้เมืองเทียนซิงอู่เหอจะมีพรรคใหญ่คอยควบคุม แต่นี่ก็เป็นดินแดนไร้ขื่อแป เรื่องพรรค์นี้จึงเกิดขึ้นได้เสมอ
“ตอนเขาออกจากบ้านครั้งสุดท้าย ได้บอกเจ้าไหมว่าจะไปที่ไหน?” หลายวันมานี้หลี่เยว่หานมัวแต่วุ่นอยู่กับการรวบรวมข้อมูลของพรรคต่าง ๆ ในเมืองเทียนซิงอู่เหอ จึงไม่ได้สนใจกวางโรจอมบื้อตัวนี้เลย พอได้ยินว่าเขาหายไปนางก็เริ่มกระวนกระวายใจ
แม้เจ้ากวางโรตัวนี้จะเคยคิดร้ายกับนางมาก่อน แต่นั่นก็เพียงเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด อีกทั้งในช่วงที่นางฝึกฝนพลังจิต ถังซีฟานก็คอยช่วยคุ้มกันให้ไม่น้อย นางจึงไม่ได้มีความรู้สึกเป็นศัตรูกับเขาเหมือนช่วงแรกแล้ว
“เขาบอกคนเฝ้าประตูว่าจะไปฟังนิทานขอรับ” เจียงหมิงขมวดคิ้วมุ่น “แต่เขาจำทางไม่ค่อยเก่ง ร้านที่อยู่ไกลออกไปเขาคงไม่ไปแน่ อีกทั้งเคยเกือบถูกปล้นมาครั้งหนึ่งจนเข็ดหลาม สถานที่เปลี่ยว ๆ เขาก็คงไม่ย่างกรายเข้าไปอีก”
ได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี “ข้าเคยโรยผงนำทางไว้บนตัวเขา สามารถใช้สุนัขล่าเนื้อตามรอยได้ รบกวนเจียงหมิงไปยืมสุนัขล่าเนื้อจากพรรคสมุทรเกรียงไกรมาสักสองตัว ส่วนข้าจะไปหาท่านอ๋องเพื่อขอกำลังคนเพิ่ม”
“ตกลง!” เจียงหมิงพยักหน้ารับ ก่อนจะรับป้ายโล่ดำจากมือหลี่เยว่หานแล้วรีบจากไป
ป้ายโล่ดำคือสัญลักษณ์แทนตัวของเมิ่งฉีฮ่วน เพียงแค่ถือป้ายนี้ไว้ การจะไปขอยืมสุนัขล่าเนื้อจากพรรคไหนย่อมไม่ใช่เรื่องยาก
หลังจากเจียงหมิงไปแล้ว หลี่เยว่หานก็รีบหลับตาลง ยามนี้พลังจิตของนางแข็งแกร่งมากจนสามารถแผ่คลุมไปได้ทั่วทั้งแดนราชันไร้เทียมทาน แม้ออกมาข้างนอกแล้วพลังจะลดลงบ้าง แต่การจะค้นหาให้ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองเทียนซิงอู่เหอก็ยังไม่ใช่ปัญหา
ความลับเรื่องพลังจิตนี้ หลี่เยว่หานบอกเพียงเมิ่งฉีฮ่วนคนเดียวเท่านั้น ผงนำทางที่นางใช้ก็คือพลังจิตส่วนหนึ่งที่นางฝากไว้บนตัวถังซีฟาน ขอเพียงตามรอยพลังนี้ไป การจะหาตัวเขาก็ไม่ใช่เรื่องยาก
แน่นอนว่าบนตัวถังซีฟานมีเครื่องหอมสูตรพิเศษของนางติดอยู่ด้วย แต่หากมีใครตั้งใจลักพาตัวเขาไป พวกนั้นย่อมต้องหาทางกำจัดกลิ่นเครื่องหอมทิ้งแน่
ทว่าการค้นหาด้วยพลังจิตนั้นสิ้นเปลืองพลังชีวิตอย่างมาก ยิ่งต้องตามหาคน ยิ่งต้องตรวจค้นไปทีละนิ้วอย่างละเอียด
เมื่อเมิ่งฉีฮ่วนได้รับข่าวและเร่งกลับมา หลี่เยว่หานก็ใช้พลังจิตตรวจค้นเขตอิทธิพลของสองพรรคใหญ่ไปเรียบร้อยแล้ว
“เยว่หาน พักก่อนเถอะ” เมิ่งฉีฮ่วนก้าวเข้ามาในห้องก็รู้ทันทีว่านางกำลังใช้พลังจิตตามหาคน เมื่อเห็นเหงื่อซึมที่หน้าผากของนาง เขาก็รู้สึกสงสารจับใจจึงร้องบอกให้นางหยุด
หลี่เยว่หานลืมตาขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นเมิ่งฉีฮ่วนนางก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก “ถังซีฟานหายตัวไปแล้ว”
“ข้าได้ยินเจียงหมิงเล่าให้ฟังระหว่างทางกลับมาแล้ว เขาขอยืมสุนัขล่าเนื้อมาห้าตัวเพื่อตามกลิ่นไป แต่กลิ่นเครื่องหอมจากถุงหอมนั้นขาดหายไปกลางทาง จึงยังหาตัวไม่พบ” เมิ่งฉีฮ่วนกล่าวพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับเหงื่อบนหน้าผากให้นางอย่างเบามือ
“ข้าใช้พลังจิตตรวจค้นเขตของพรรคผีเสื้อเขียวกับพรรคถังหลานแล้ว แต่ไม่พบร่องรอยของถังซีฟานเลย” หลี่เยว่หานรับผ้ามาเช็ดหน้าตัวเองอย่างลวก ๆ เพื่อซับเหงื่อให้แห้งสนิท
พรรคผีเสื้อเขียวและพรรคถังหลานเป็นสองพรรคที่ช่วงนี้มีท่าทีกระด้างกระเดื่อง สิ่งแรกที่หลี่เยว่หานสงสัยคือพวกเขากำลังก่อเรื่อง แต่พลังจิตของนางค้นหาไปแทบทุกตารางนิ้วในถิ่นของพวกเขาแล้วก็ยังไม่เจอ
และจากสัมผัสพลังจิต นางรู้สึกว่าระยะห่างระหว่างถังซีฟานกับพวกนางกำลังไกลออกไปเรื่อย ๆ ไม่รู้ว่าเขาถูกส่งตัวไปที่ไหนกันแน่
เมิ่งฉีฮ่วนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งหลังจากฟังจบ ก่อนจะเอ่ยถามว่า “เหตุใดเจ้าถึงต้องใส่ใจเขาขนาดนี้?”
หลี่เยว่หานชะงักไป “หมายความว่าอย่างไร?”
“เหตุใดเจ้าถึงต้องเป็นห่วงชายอื่นถึงเพียงนี้?” เมื่อเมิ่งฉีฮ่วนกลับมาเห็นนางเหนื่อยหอบจากการใช้พลังจิตมหาศาล บวกกับความจริงที่ว่าถังซีฟานเคยติดสอยห้อยตามนางอยู่ในแดนราชันไร้เทียมทานเป็นเวลานาน แม้จะเป็นเพียงเจ้าคนซื่อบื้อ แต่เขาก็ยังรู้สึกอดไม่ได้ที่จะมีรสเปรี้ยว (หึงหวง) ผุดขึ้นในใจ
พอรู้ความหมายที่เมิ่งฉีฮ่วนสื่อ หลี่เยว่หานก็ทั้งขำทั้งระอา “ข้าเป็นคนพาเขาออกมาจากแดนราชันไร้เทียมทาน จะให้ข้ามองดูเขาถูกลักพาตัวไปโดยไม่ทำอะไรเลยได้อย่างไร อีกอย่าง ถังซีฟานก็เป็นแค่เจ้ากวางโรจอมบื้อ เจ้าจะมาหึงหวงอะไรไม่เข้าเรื่อง”
“…” เมิ่งฉีฮ่วนนิ่งไป เขาเองก็รู้ตัวว่าตนเองใจแคบไปหน่อย
หลังจากเงียบไปพักหนึ่ง เมิ่งฉีฮ่วนก็กุมมือหลี่เยว่หานไว้แล้วเอ่ยเบา ๆ “ตอนข้าแวะพักที่โรงเตี๊ยมระหว่างทางกลับ ได้ยินคนจับกลุ่มคุยกันเรื่องที่เจ้ากวางโรนั่นหายหน้าไปสองวัน มีคนหนึ่งแทรกขึ้นมาว่า เห็นเขาไปแถวย่านเริงรมย์”
“หา?” หลี่เยว่หานอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ “ถังซีฟานเข้าสำนักเซียนมาตั้งแต่เด็ก ตัดขาดจากทางโลกไปนานแล้ว เรื่องเที่ยวหอนางโลมเขาอาจจะไปดูเพราะอยากรู้อยากเห็นบ้าง แต่ไม่มีทางหายตัวไปถึงสองวันไม่กลับมาแน่”
“จะตัดขาดโลกีย์หรือไม่ข้าไม่รู้ ข้าแค่รู้ว่าอย่างไรเขาก็เป็นผู้ชายคนหนึ่ง” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความหมายบางอย่าง…