ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 522 ถังซีฟานเป็นน้องสาว???
บทที่ 522 ถังซีฟานเป็นน้องสาว???
ทุกคนต่างตกตะลึงจนพุดไม่ออก
แม้ผู้อาวุโสใหญ่จะรู้อยู่แล้วว่าเจ้าเกาะของตนมิใช่คนธรรมดา แต่เมื่อได้ยินเรื่องนี้จากปากของหลี่เยว่หาน เขาก็ยังคงมีสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง
“ท่านเจ้าเกาะ ท่าน…” ผู้อาวุโสใหญ่เอ่ยถามด้วยเสียงที่สั่นเครือ
“ใช่แล้ว ข้าคือถังตงฝานแห่งราชวงศ์ชางเมื่อห้าร้อยปีก่อน” ถังตงฝานมิได้หลบเลี่ยงคำถาม แต่ตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา
“คนที่พวกเจ้าพาตัวกลับมาเมื่อช่วงก่อนนั้น คือน้องสาวร่วมอุทรของข้าเอง เมื่อห้าร้อยปีก่อนยามที่โลกยังมีพลังปราณอุดมสมบูรณ์ นางเข้าเป็นศิษย์สำนักจางอันตั้งแต่อายุยังน้อย จึงล่วงรู้เรื่องของข้าที่เป็นพี่ชาย รวมถึงเรื่องราวในครอบครัวเพียงน้อยนิดเท่านั้น”
“ต่อมานางถูกคนชั่วทำร้ายจนสูญเสียพลังบำเพ็ญและถูกกักขังไว้ในมิติต่างภพ ข้าเป็นคนพากองกำลังไปล้างแค้นให้นางเอง แต่น่าเสียดายที่ข้ามิติด้านความสามารถพอที่จะช่วยนางออกมาจากมิตินั้นได้ ตลอดห้าร้อยปีที่ผ่านมา ข้าเพียรพยายามหาวิธีช่วยนางมาโดยตลอด แต่ข้านึกไม่ถึงเลยว่า เมื่อพี่น้องได้กลับมาพบกันอีกครั้ง… นางกลับจำข้าไม่ได้เสียแล้ว”
กล่าวจบ ถังตงฝานก็ทอดถอนใจออกมาอย่างเศร้าสร้อย
หลี่เยว่หานถึงกับมึนงง “ถังซีฟานมิใช่บุรุษหรอกหรือเจ้าคะ?” เหตุใดจู่ ๆ จึงกลายเป็นน้องสาวไปได้?
“นางเป็นสตรี เพียงแต่ว่า…” ถังตงฝานชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนใจอีกครั้ง “นางเคยเป็นศิษย์สตรีที่มีพรสวรรค์ที่สุดของสำนักจางอัน นางบำเพ็ญวิถีไร้รักจึงลืมเลือนเรื่องราวทางโลกไปจนสิ้น ต่อมาเมื่อนางถูกขังในมิติต่างภพและข้าหานางไม่พบ ข้าจึงไปบีบคั้นเอาความจริงจากบรรพชนเหยี่ยวดำที่ขังนางไว้ มันบอกว่าบนของวิเศษที่ใช้กักขังมิตินั้นมีประทับวิญญาณชาติก่อนของน้องสาวข้าอยู่ ซึ่งชาติก่อนของซีฟาน… เคยเป็นบุรุษมาก่อน”
ได้ยินถึงตรงนี้ เมิ่งฉีฮ่วนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ลอบระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ถังซีฟานเป็นสตรีอย่างนั้นหรือ?
หากมีใครมาบอกเขาตั้งแต่แรก เขาคงไม่มีวันเชื่อเด็ดขาด
ยามที่ได้พบคนผู้นี้ครั้งแรก เขาเพียงรู้สึกว่ากิริยาท่าทางของอีกฝ่ายช่างดูเด็กน้อยน่าขัน ทั้งยังดูโง่เขลาเบาปัญญา ไร้ซึ่งเล่ห์เหลี่ยมเพทุบาย จนยากจะจินตนาการได้ว่าคนเช่นนี้มีชีวิตรอดมาได้อย่างไรในยุคสมัยแห่งการบำเพ็ญเซียน
ทว่าหากบอกว่าเป็นสตรี ทั้งยังบำเพ็ญวิถีไร้รัก เรื่องราวทุกอย่างดูจะสมเหตุสมผลขึ้นมาทันที
“ท่านแม่ทัพถัง ท่านจับตัวถังซีฟานกลับมา มิใช่เพื่อ…” เพาะกู่หุ่นเชิดหรอกหรือ? เมิ่งฉีฮ่วนถามค้างไว้เพียงเท่านั้น มิได้กล่าวจนจบประโยค
“จับนางกลับมา เดิมทีก็เพื่อบีบบังคับเอาเคล็ดวิชาการฝึกจิตสัมผัส เพื่อนำไปสร้างกองทัพหุ่นเชิดให้กับฮ่องเต้หลิงอวิ๋นแห่งแคว้นตงฮั่น” ถังตงฝานมิได้ปิดบังความจริง
“แต่ช่างน่าเสียดายที่น้องสาวของข้ายามนี้กลายเป็นบุรุษไปเสียแล้ว นางจำอะไรเกี่ยวกับข้าไม่ได้เลยแม้แต่น้อย และไม่ปริปากเรื่องวิธีฝึกจิตสัมผัสแม้แต่คำเดียว นางจึงถูกคุมขังไว้บนเกาะมาตลอด”
“วันนี้ท่านเจ้าเกาะมาพบพวกเราด้วยจุดประสงค์ใดเจ้าคะ?” หลี่เยว่หานเอ่ยถาม
“ข้าได้ยินว่าพวกเจ้าคิดจะทำลายเกาะถงเซิง ข้าจึงมาที่นี่ แม้เกาะถงเซิงจะไม่ใช่สถานที่ที่ดีนัก แต่หลายปีมานี้ก็ได้ส่งมอบยอดฝีมือให้กับแคว้นตงฮั่นไปไม่น้อย ข้าเห็นด้วยกับสิ่งที่พวกเจ้าพูด แต่เกาะถงเซิงจำเป็นต้องดำรงอยู่ มิเช่นนั้นในอนาคตแคว้นตงฮั่นจะอ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงเวลานั้น บรรดาแคว้นน้อยใหญ่ที่จ้องทำลายย่อมจะเป็นอันตรายต่อแคว้นตงฮั่น”
“ท่านเป็นแม่ทัพแห่งราชวงศ์ชาง เหตุใดจึงห่วงใยแคว้นตงฮั่นถึงเพียงนี้เจ้าคะ?”
“ราชวงศ์ชางล่มสลายไปเมื่อห้าร้อยปีก่อนแล้ว อีกทั้งปฐมจักรพรรดิแห่งแคว้นตงฮั่นยามนั้นคือน้องเขยของข้า พระองค์ทรงรักษาตำแหน่งมเหสีเอกไว้ให้น้องสาวข้าเพียงผู้เดียวตลอดพระชนม์ชีพ ข้ามิอาจไม่คำนึงถึงบุญคุณในส่วนนี้ได้”
ภายในห้องพักเรือพลันตกอยู่ในความเงียบงันที่แสนประหลาด
เมิ่งฉีฮ่วนและหลี่เยว่หานต่างต้องใช้เวลาเพื่อทำความเข้าใจกับเรื่องที่ถังซีฟานเป็นสตรี
ส่วนผู้อาวุโสใหญ่และผู้อาวุโสห้าก็คาดไม่ถึงว่า เจ้าเกาะของพวกตนจะเป็นเฒ่าทารกพันปีที่มีอายุถึงห้าร้อยปีเช่นนี้
ถังตงฝานมีชีวิตรอดมาได้อย่างไร อีกทั้งช่วงเวลาระหว่างราชวงศ์ชางล่มสลายกับแคว้นตงฮั่นนั้นห่างกันถึงสองร้อยปี แล้วเรื่องสามีของถังซีฟานที่เขาพูดถึงนั้นเป็นมาอย่างไรกันแน่
แต่เรื่องที่ปฐมจักรพรรดิแห่งแคว้นตงฮั่นมิเคยแต่งตั้งฮองเฮาตลอดพระชนม์ชีพนั้น มีบันทึกไว้เป็นหลักฐานจริง
หากปฐมจักรพรรดิเป็นผู้บำเพ็ญเพียร การที่พระองค์สามารถสร้างกองทัพหุ่นเชิดได้ก็มิใช่เรื่องยากเย็นอันใด แม้แต่ค่ายกลสมุทรภายนอกเกาะถงเซิงก็สามารถอธิบายได้ รวมถึงเหตุผลที่พระองค์ไม่ยอมแต่งตั้งฮองเฮาก็ดูจะกระจ่างแจ้งในตอนนี้เอง
ทว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้ เมื่อเทียบกับตัวตนของถังตงฝานที่มีชีวิตอยู่ตรงหน้ามานานถึงห้าร้อยปีแล้ว ก็ดูจะไม่น่าตกใจเท่าใดนัก
“สิ่งที่พวกเจ้าต้องการ คือการที่เกาะถงเซิงเลิกลักพาตัวเด็กมาไว้บนเกาะ เรื่องนี้ข้าสามารถตัดสินใจตกลงได้ เดิมทีเกาะถงเซิงมิได้เป็นเช่นนี้ หากข้าไม่ละเลยเรื่องบนเกาะไปนานปี เรื่องราวคงไม่บานปลายมาถึงเพียงนี้ เกาะถงเซิงก่อตั้งขึ้นเมื่อสองร้อยกว่าปีก่อน โดยฮ่องเต้ในยามนั้นตั้งขึ้นเพื่อฝึกฝนนักรบเดนตายและทหารฝีมือดีให้ราชสำนัก แต่ในยามที่บ้านเมืองสงบสุขเช่นนี้ เด็กที่ออกไปจากเกาะถงเซิงกลับถูกใช้เป็นเบี้ยหมากในการชิงอำนาจในราชสำนัก ซึ่งขัดกับวัตถุประสงค์แรกเริ่ม ทั้งยังมีการลักพาตัวเด็กผู้บริสุทธิ์มามากมาย นี่ถือเป็นความผิดของเกาะถงเซิงโดยแท้”
ดูเหมือนว่าเมื่อเอ่ยถึงถังซีฟาน น้ำเสียงของถังตงฝานจะอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด
สำหรับน้องสาวเพียงคนเดียวผู้นี้ ถังตงฝานย่อมมีความยึดติดอย่างลึกซึ้ง
แม้แต่สามพี่น้องแห่งตระกูลถัง ต่างก็ทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อตามหานางเพียงผู้เดียว
ถังหนานฝาน ใช้เวลาทั้งชีวิตในการเขียนตำราและรวบรวมบันทึก เพียงเพื่อจะหาวิธีช่วยถังซีฟานจากคัมภีร์โบราณ
ถังเป่ยฝาน เดินทางไปยังเหลียวปี้เลี่ยตง เพื่อรักษาขุมกำลังส่วนใหญ่ของตระกูลถังเอาไว้ โดยหวังว่าเมื่อช่วยน้องสาวออกมาได้ นางจะมีที่พึ่งพิงเพื่อตั้งตัว
ส่วนถังตงฝานยอมฝืนทนมีชีวิตอยู่มานานถึงห้าร้อยปี เพียงเพื่อหาวิธีปลดปล่อยถังซีฟานให้เป็นอิสระ
ทว่าห้าร้อยปีผ่านไป พี่น้องกลับมาพบกันอีกครั้งในสภาพที่ชวนให้ทอดถอนใจเช่นนี้ ย่อมทำให้ผู้คนรู้สึกโศกเศร้าอาดูรยิ่งนัก
ถังตงฝานและคณะใช้เวลาสนทนากับสามีภรรยาเมิ่งฉีฮ่วนอยู่บนเรือรบนานนับชั่วโมง ระหว่างนั้นได้มีการเอ่ยถึงเรื่องเมืองเทียนซิงอู่เหอด้วย
ในที่สุดถังตงฝานก็ยอมโอนอ่อน เด็กบนเกาะคนใดที่สมัครใจอยากกลับบ้าน ก็จะดำเนินการส่งตัวกลับ ส่วนใครที่ไม่สมัครใจจะกลับ ก็สามารถพำนักอยู่เพื่อฝึกฝนต่อไปได้
เพียงแต่หลังจากนี้ วิธีการฝึกฝนจะมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น และจะไม่ใช้วิธีทุบตีเข่นฆ่าตามอำเภอใจอีกต่อไป
นี่คือสิ่งที่เมิ่งฉีฮ่วนปรารถนาจะเห็น เขาจึงมิได้คัดค้านสิ่งใด
ในที่สุด คณะของเมิ่งฉีฮ่วนก็สามารถบรรลุข้อตกลงกับเกาะถงเซิงได้โดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อแม้แต่หยดเดียว เฮ่อเจิ้งเทียนเริ่มดำเนินการจัดสรรให้เด็กที่อยากกลับบ้านเดินทางออกจากเกาะ ส่วนหลี่เยว่หานก็ได้พบกับถังซีฟานที่ปลอดภัยดีและมิได้รับบาดเจ็บอันใด
“แง… พวกเขาใจร้ายมาก คอยแต่จะมาเซ้าซี้ถามข้าว่าฝึกจิตสัมผัสอย่างไร ข้าเองยังทำไม่เป็นเลย แล้วจะไปบอกพวกเขาได้อย่างไร ใจร้ายที่สุด!” ถังซีฟานเดินตามหลังหลี่เยว่หานพลางร้องไห้กระซิกมาสองวันเต็ม ๆ แล้ว
ตลอดสองวันนี้ ถังซีฟานพันแข้งพันขาหลี่เยว่หานไม่ยอมห่าง โดยมีถังตงฝานคอยเฝ้าติดตามอยู่ห่าง ๆ ในเงามืดอย่างเงียบเชียบ
หลี่เยว่หานเคยถามถังตงฝาน จึงได้รู้ว่าเขาเป็นผู้บำเพ็ญเพียรจริง ๆ เพียงแต่โลกในห้าร้อยปีให้หลังนั้นพลังปราณเหือดแห้ง อายุขัยของเขาจึงใกล้จะถึงจุดสิ้นสุด สิ่งเดียวที่เขายังห่วงกังวลก็คือถังซีฟานที่บัดนี้กลายเป็นน้องชายไปเสียแล้ว
ทว่าถังซีฟานกลับไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเขาเลยแม้แต่น้อย ในใจโหยหาเพียงแต่คนในสำนักที่ช่วยล้างแค้นให้ตน และยังคิดว่าคนพวกนั้นเป็นคนโยนบรรพชนเหยี่ยวดำเข้าไปในแดนราชันไร้เทียมทาน
เรื่องนี้หลี่เยว่หานพยายามอธิบายหลายต่อหลายครั้ง แต่ถังซีฟานก็ยังคงไม่เชื่ออยู่นั่นเอง
“เจ้ายังจำชื่อสำนักของเจ้าได้หรือไม่?” หลี่เยว่หานเริ่มจะทนความรำคาญไม่ไหว จึงเอ่ยถามถังซีฟานด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างหนักแกมตำหนิเป็นครั้งแรก
“เอ๋??” ถังซีฟานทำหน้าบื้อใบ้ว่างเปล่า