ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 523 ทำบุญกุศลเพื่อน้องสาว
บทที่ 523 ทำบุญกุศลเพื่อน้องสาว
ถังซีฟานพยายามเค้นสมองนึกทบทวนอยู่นาน แต่ไม่ว่าจะอย่างไรนางก็ไม่สามารถนึกชื่อสำนักของตนเองออกได้เลย
ทว่าเรื่องนี้ก็พอจะเข้าใจได้ เพราะถังซีฟานไม่เหมือนกับถังตงฝาน นางถูกกักขังอยู่ในแดนราชันไร้เทียมทานในสภาพที่เป็นม้ามานานหลายปี ความทรงจำในอดีตเลือนรางไปตามกาลเวลาก็ถือเป็นเรื่องปกติ
แต่สำหรับถังตงฝานแล้ว ความรู้สึกในยามนี้ช่างยากจะบรรยาย
เขาไม่รู้ว่าควรจะเรียกอีกฝ่ายว่าน้องสาว หรือน้องชายดี…
“เจ้าจำแม้แต่ชื่อสำนักไม่ได้ แล้วเจ้าจะรู้ได้อย่างไรว่าคนที่จัดการบรรพชนเหยี่ยวดำในตอนนั้นคือพี่ชายหรือคนในสำนักของเจ้ากันแน่!” หลี่เยว่หานตัดสินใจวางมือจากสิ่งที่ทำอยู่ แล้วเริ่มช่วยฟื้นความทรงจำให้ถังซีฟาน
“แต่… แต่ข้าจำเครื่องแบบของสำนักได้แม่นยำนะ!” ถังซีฟานเอ่ยด้วยดวงตาที่คลอไปด้วยหยาดน้ำตา ใบหน้าเต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจ แต่กระนั้นน้ำเสียงก็ยังคงหนักแน่น
“ตอนนั้นเพื่อจะช่วยเจ้า ข้ากับ… สหายเก่าของเจ้า ได้เปลี่ยนไปสวมชุดศิษย์สำนักจางอันเพื่อแฝงตัวเข้าไปในรังของบรรพชนเหยี่ยวดำ จนสามารถสยบมันลงได้” ถังตงฝานรีบก้าวออกมาอธิบาย
“แต่ข้าจำได้ว่าคนในสำนักเป็นคนช่วยล้างแค้นให้ข้า…” ถังซีฟานยังคงไม่ค่อยมีความรู้สึกที่ดีนักต่อชายที่จู่ ๆ ก็มาอ้างว่าเป็นพี่ชายของตน ทั้งยังคอยเรียกเขาว่าน้องสาวไม่หยุด
“หลังจากเจ้าถูกจับไปไม่ถึงยี่สิบปี สำนักของเจ้าก็ถูกกวาดล้างจนสิ้นซากแล้ว” ถังตงฝานเอ่ยด้วยน้ำเสียงสลดใจ “ฝีมือของบรรพชนเหยี่ยวดำนั่นแหละ เพราะเหตุนี้พวกข้าถึงมีโอกาสแฝงตัวเข้าไปจนพบมัน และส่งมันไปยังมิติต่างภพได้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ถังซีฟานก็พลันเงียบงันไป
หลี่เยว่หานตบไหล่นางเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “ตอนที่ข้าค้นหาความทรงจำของเจ้า ข้าเห็นภาพพี่ชายของเจ้า หรือก็คือท่านถังตงฝานผู้นี้ เป็นคนโยนบรรพชนเหยี่ยวดำเข้าไปในแดนราชันไร้เทียมทานจริง ๆ ตอนนั้นเจ้ายังอยู่ในร่างม้า สติสัมปชัญญะแยกแยะสิ่งต่าง ๆ ได้ไม่ชัดเจน ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่จะจำสับสน”
“แต่… แต่ข้า…” ถังซีฟานอยากจะแย้งว่าตนเป็นบุรุษมิใช่สตรี
ทว่าเขากลับเงียบเสียงลงอีกครั้ง
ไม่นานนัก ใบหน้าของถังซีฟานก็พลันซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มหน้าผาก เขาเริ่มกุมศีรษะแล้วลงไปนอนดิ้นทุรนทุรายบนพื้นด้วยความเจ็บปวด
ถังตงฝานตกใจแทบสิ้นสติ พยายามจะเข้าไปช่วยปลอบโยน แต่ถูกหลี่เยว่หานห้ามไว้ “เขาน่าจะกำลังจดจำเรื่องราวในอดีตได้ หากเข้าไปขัดจังหวะในตอนนี้อาจเกิดอันตรายได้”
ในยามที่หลี่เยว่หานค้นหาความทรงจำของถังซีฟานก่อนหน้านี้ นางมิได้สนใจเรื่องเพศสภาพของเขาแม้แต่น้อย เพียงแต่มุ่งเน้นไปที่การค้นหาวิธีฝึกจิตสัมผัสเท่านั้น ส่วนถังตงฝานนั้นฝึกฝนสายพละกำลังภายนอก มิได้มีวิชาอาคมสูงส่ง การที่เขามีชีวิตอยู่มาได้จนถึงป่านนี้ล้วนอาศัยการบ่มเพาะพลังปราณที่แข็งแกร่งค้ำจุนไว้
อีกทั้งอายุขัยของถังตงฝานก็ร่วงโรยลงทุกที การที่เขาฝืนใช้พลังปราณออกมาแต่ละครั้ง ย่อมหมายถึงการเผาผลาญอายุขัยของตนเอง
หลี่เยว่หานไม่อยากให้แม่ทัพใหญ่ในอดีตต้องมาจบชีวิตลงต่อหน้า จึงห้ามไม่ให้เขาเข้าไปช่วยบรรเทาความเจ็บปวดให้ถังซีฟาน
“เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ ช่วงที่ผ่านมาซีฟานปวดหัวบ่อยครั้ง ข้าก็ใช้พลังปราณช่วยชำระล้างเส้นลมปราณให้ตลอด นึกไม่ถึงเลยว่า… การทำเช่นนั้นกลับเป็นการขัดขวางไม่ให้นางฟื้นความทรงจำอย่างนั้นหรือ” ถังตงฝานพึมพำกับตนเอง
ถังซีฟานเจ็บปวดจนร้องไม่ออก ได้แต่คุดคู้กุมศีรษะอยู่บนพื้น เพียงครู่เดียวหยาดเหงื่อก็เปียกโชกไปทั้งตัว
หลี่เยว่หานเห็นแล้วก็เกิดความเวทนา นางสะบัดข้อมือเบา ๆ นำเอาน้ำพุหว่านอู้เซิงออกมาจ่อที่ริมฝีปากของถังซีฟาน
แต่ก่อนที่จะทันได้ป้อน นางก็ต้องตกใจกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
ลูกกระเดือกของถังซีฟานหายไปแล้ว!
นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
ถังซีฟานกำลังจะกลับคืนสู่ร่างสตรีอย่างนั้นหรือ?
จังหวะที่นางชะงักไปนั้นเอง ถังซีฟานก็ปัดมือนางจนน้ำพุหว่านอู้เซิงหกลงพื้น แววตาที่มองมาดูเย็นชาขึ้นมาก “ไม่ต้อง… ข้าจัดการเองได้!”
น้ำเสียงที่เปล่งออกมาเริ่มก้ำกึ่งระหว่างชายและหญิงจนแยกไม่ออก ทำให้หลี่เยว่หานตกตะลึงเป็นอย่างมาก
“ท่านถังตงฝาน นาง… นางน่าจะกำลังฟื้นความทรงจำแล้วเจ้าค่ะ!” หลี่เยว่หานลุกขึ้นยืนแล้วหันไปบอกถังตงฝานที่กำลังทำตัวไม่ถูก
ถังตงฝานนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ดวงตาจะเริ่มแดงก่ำ “จริงหรือ น้องสาวของข้ากำลังจะ… กลับมาเป็นปกติแล้วจริงหรือ?”
“จริงเจ้าค่ะ ท่านก็ได้ยินเสียงที่นางพูดเมื่อครู่แล้วไม่ใช่หรือ อีกไม่นานคงจะจำทุกอย่างได้” หลี่เยว่หานกล่าวพลางจับตามองถังซีฟานที่สลบไสลไปบนพื้น
ความรู้สึกของนางในยามนี้ช่างซับซ้อน แต่เมื่อนึกถึงคืนวันในแดนราชันไร้เทียมทาน หากถังซีฟานฟื้นความทรงจำได้ก็ถือเป็นเรื่องดี เพราะศัตรูแค้นของนางก็ถูกหลี่เยว่หานจัดการไปแล้ว
เมื่อนางจำความได้ จะได้กลับมาพบกับพี่ชายที่เฝ้ารอมานานถึงห้าร้อยปี ถือเป็นการเติมเต็มความปรารถนาอันแรงกล้าของถังตงฝานให้สมหวังเสียที
ทางด้านเมิ่งฉีฮ่วน เมื่อได้ยินว่าทางฝั่งหลี่เยว่หานเกิดเรื่องจึงรีบรุดมาหาทันที เมื่อมาถึงเขาก็ต้องชะงักไป เพราะภาพตรงหน้าคือถังซีฟานที่ผมเผ้ายาวสยายออก รูปร่างที่เคยดูแข็งกระด้างกลับดูอ่อนช้อยละมุนตาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“นี่มันเรื่องอะไรกัน…” แม้จะผ่านโลกมามาก แต่เมิ่งฉีฮ่วนก็ยังอดทึ่งกับสิ่งที่เห็นไม่ได้
“ถังซีฟานน่าจะกำลังฟื้นความทรงจำเจ้าค่ะ” หลี่เยว่หานเอ่ยเรียบ ๆ
“ช่วงที่ผ่านมาซีฟานมักจะปวดศีรษะ ข้านึกว่านางสุขภาพไม่ดี จึงใช้พลังปราณช่วยบรรเทามาตลอด นึกไม่ถึงเลยว่านางกำลังจะจำความได้ เป็นเพราะข้าเอง… ที่ห่วงใยจนเกินเหตุจนทำเรื่องวุ่นวาย” ถังตงฝานเอ่ยด้วยความตื่นเต้น สำหรับเขาแล้ว การที่น้องสาวหายดีคือเรื่องที่น่ายินดีที่สุด
แต่พอนึกถึงความผิดพลาดที่ตนเองทำลงไป ก็อดที่จะรู้สึกเสียใจไม่ได้
หากเขาไม่เข้าไปสอดแทรก บางทีน้องสาวอาจจะฟื้นความทรงจำได้นานแล้ว และเรื่องราวคงไม่ลากยาวมาจนถึงขั้นที่ค่ายกลสมุทรถูกทำลายเช่นนี้
“จริงด้วย พระชายาฉี เรื่องที่ท่านครอบครองมิติต่างภพนั้น จะให้ใครรู้ไม่ได้เด็ดขาด” ถังตงฝานผ่านโลกมาห้าร้อยปี ย่อมมีความรอบคอบ
“คนบนเกาะนี้เปลี่ยนหน้าค่าตากันไปเรื่อย ๆ ข้าไม่อาจแน่ใจได้ว่าเหล่าอาวุโสจะมีความคิดคดหรือไม่ เดิมทีการสร้างกองทัพหุ่นเชิดก็เป็นความปรารถนาของฮ่องเต้หลิงอวิ๋นอยู่แล้ว หากพวกเขารู้ว่าท่านมีพลังจิตสัมผัสและมิติต่างภพ ไม่แน่ว่าอาจจะเกิดความโลภจนคิดเป็นอื่น”
สำหรับถังตงฝาน หลี่เยว่หานคือผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตน้องสาวของเขา เขาจึงย่อมหวังให้นางอยู่อย่างปลอดภัย
“ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ ขอบคุณท่านแม่ทัพใหญ่ที่เตือน” หลี่เยว่หานกล่าวขอบคุณ
“ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก ข้าเองก็ทำเพื่อสร้างกุศลให้ตัวเองและน้องสาวด้วยเช่นกัน”
ในระหว่างที่สนทนา หลี่เยว่หานได้ช่วยประคองถังซีฟานที่สลบไปขึ้นมาจากพื้น
แม้ใบหน้าของนางจะไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก แต่บัดนี้เห็นได้ชัดว่านางกลับมาเป็นสตรีอย่างสมบูรณ์แล้ว เพียงแต่จากการเผชิญกับความเจ็บปวดอย่างรุนแรงทำให้นางยังไม่ได้สติ ถังตงฝานจึงช่วยอุ้มนางกลับเข้าไปพักผ่อนในห้อง พร้อมสั่งให้ศิษย์สตรีคอยดูแลอย่างใกล้ชิด และสั่งปิดข่าวเรื่องถังซีฟานไว้อย่างแน่นหนา
“ผู้อาวุโสใหญ่เป็นคนดี หลายปีมานี้เขาก็คอยดูแลเด็ก ๆ บนเกาะถงเซิงเป็นอย่างดี ผู้อาวุโสสองมุ่งมั่นแต่การฝึกหุ่นเชิดจนไม่เคยเข้ามาก้าวก่ายเรื่องบนเกาะ ผู้อาวุโสสามสายบ้าสงคราม ส่วนผู้อาวุโสสี่และห้าทำหน้าที่สอนวิชาความรู้ให้เด็ก ๆ ในบรรดาคนเหล่านี้ นอกจากผู้อาวุโสสามและสี่แล้ว คนอื่น ๆ ก็มิได้ปฏิบัติต่อเด็ก ๆ เลวร้ายนัก”
เมื่ออาการของถังซีฟานเริ่มดีขึ้น ถังตงฝานก็เหมือนยกภูเขาออกจากอก เขาจึงเริ่มเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์บนเกาะให้สองสามีภรรยาฟังอย่างละเอียด
“ผู้อาวุโสสี่หรือเจ้าคะ?” หลี่เยว่หานทวนคำอย่างสงสัย
“ข้าได้ยินมาว่า เรื่องการให้เด็กบนเกาะเข่นฆ่ากันเองในปัจจุบัน เป็นความเห็นพ้องของผู้อาวุโสสามและสี่” เมิ่งฉีฮ่วนอธิบายเสริม
หลี่เยว่หานขมวดคิ้วทันที “แล้วผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ไม่เคยคัดค้านเลยหรือเจ้าคะ?”