ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 533 เมืองเทียนซิงอู่เหอผลักดันระเบียบใหม่
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน
- บทที่ 533 เมืองเทียนซิงอู่เหอผลักดันระเบียบใหม่
บทที่ 533 เมืองเทียนซิงอู่เหอผลักดันระเบียบใหม่
การมาถึงของหลี่เจี้ยนโบเปรียบเสมือนพลังใจอันยิ่งใหญ่ของหลี่เยว่หาน นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะได้พบหน้าและอยู่กันพร้อมหน้ากับบิดาในโลกแห่งนี้ ดังนั้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมา นางจึงมัวแต่พาท่านพ่อออกไปเที่ยวชมตามที่ต่าง ๆ จนเกือบจะลืมเมิ่งฉีฮ่วน ปล่อยให้เขาต้องเหงาหงอยอยู่เพียงลำพัง
“ท่านอ๋อง หลายวันมานี้เหตุใดจึงไม่เห็นวี่แววของพระชายาเลยพะยะค่ะ” เฮ่อเจิ้งเทียนซึ่งมาฝึกซ้อมวรยุทธ์กับเมิ่งฉีฮ่วนในทุกเช้าเอ่ยถามขึ้น เมื่อเขาไม่พบหน้าหลี่เยว่หานมาหลายวันแล้ว
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของเมิ่งฉีฮ่วนก็ดูแปลกพิกลไปเล็กน้อย
“นางเพิ่งได้พบกับท่านพ่ออีกครั้ง ช่วงนี้จึงยุ่งอยู่กับการปรนนิบัติพัดวีท่านพ่อน่ะ” เมิ่งฉีฮ่วนตอบสั้น ๆ
“แต่ความสัมพันธ์ของพระชายากับคนในครอบครัวเดิมไม่ค่อยดีไม่ใช่หรือพะยะค่ะ? ข้าจำได้ว่าตอนที่พระชายาไปรับรองฐานะที่จวนกั๋วกง นางเคยกล่าวว่าไม่อยากยอมรับบิดาของนางเอง” เฮ่อเจิ้งเทียนทำหน้าฉงน
ยามที่หลี่เยว่หานเปิดตัวกับตระกูลเดิม เรื่องนี้เล่าลือกันไปทั่วทุกหัวระแหงในเมืองหลวง ใคร ๆ ก็รู้ว่ามารดาของนางพลัดหลงมาแล้วจึงแต่งงานใหม่ แต่หลังจากให้กำเนิดนางได้ไม่นานก็สิ้นใจไป แม่เลี้ยงก็ปฏิบัติต่อนางไม่ดี ส่วนบิดาก็เอาแต่ฟังคำแม่เลี้ยง ด้วยเหตุนี้จวนกั๋วกงจึงรับรองแค่หลี่เยว่หานเพียงคนเดียว โดยไม่ได้ใส่ใจบิดาหรือแม่เลี้ยงของนางเลย
ทว่าตอนนี้เมิ่งฉีฮ่วนกลับบอกว่า หลี่เยว่หานยุ่งอยู่กับการอยู่กับบิดาจนหาตัวไม่พบ?
เฮ่อเจิ้งเทียนรู้สึกว่าตนเองหูฝาดไปแน่ ๆ
เมิ่งฉีฮ่วนเห็นท่าทางครุ่นคิดของเฮ่อเจิ้งเทียนก็หลุดหัวเราะออกมา “อย่างไรเสียก็เป็นสายเลือดเดียวกัน จะตัดขาดกันง่าย ๆ ได้อย่างไร ที่ผ่านมาท่านอาจารย์หลี่อาจจะละเลยเยว่หานไปบ้าง นั่นก็เพราะถูกแม่เลี้ยงคอยบงการ บัดนี้บิดาของนางกับหวังเฟิ่งแม่เลี้ยงใจร้ายนั่นหย่าขาดกันแล้ว การที่เขาจะมาพึ่งพาลูกสาวตนเองก็ถือเป็นเรื่องสมเหตุสมผล”
แม้เมิ่งฉีฮ่วนจะทำใจยอมรับได้ว่าหลี่เยว่หานมาจากต่างภพ แต่เขาก็ต้องยอมรับเพิ่มว่าเจียงหมิงก็มาจากที่นั่นเช่นกัน และตอนนี้ยังมีพ่อของหลี่เยว่หานโผล่มาอีกคน…
หากไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้ ในยามที่หลี่เยว่หานตกอยู่ในอันตรายระหว่างความเป็นความตาย เมิ่งฉีฮ่วนได้เห็นภาพจากโลกอนาคตด้วยตาตนเอง ต่อให้เขาเคยอ่านความทรงจำของนางมาก่อน ก็คงยากที่จะยอมรับเรื่องเหนือธรรมชาติที่ประดังประเดเข้ามาเช่นนี้
รอบกายเขามีถึงสามคนที่ ‘ยืมศพคืนวิญญาณ’ มาจากต่างโลก เรื่องนี้ช่างท้าทายสติปัญญาเขายิ่งนัก
เมื่อคิดได้ดังนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็ถอนหายใจยาว ก่อนจะก้มหน้าก้มตาจัดการกับภาระหน้าที่ตรงหน้าต่อ
ในใจของเขายังคงเป็นห่วงเมิ่งสืออี้และเมิ่งอิงหนิง สองพี่น้องตัวน้อยที่ยามนี้ถูกฮ่องเต้หลิงอวิ๋นนำตัวเข้าวังหลวงไปเพราะความระแวง แม้เขาจะปลอบหลี่เยว่หานว่าฮองเฮาและมู่หวังเฟยจะดูแลเด็ก ๆ เป็นอย่างดี แต่ใครจะรู้ว่าฮ่องเต้หลิงอวิ๋นจะเกิดคุ้มดีคุ้มร้ายทำเรื่องน่ากลัวกับลูกของเขาเมื่อใด
ยิ่งคิด เมิ่งฉีฮ่วนก็ยิ่งกระสับกระส่าย
เขาบอกตัวเองว่าต้องใจเย็น ห้ามวู่วาม และที่สำคัญที่สุดคือห้ามให้หลี่เยว่หานสังเกตเห็นความผิดปกติเด็ดขาด มิฉะนั้นด้วยนิสัยของนาง นางอาจจะทำอะไรวู่วามจนเกิดเรื่องที่ยากจะแก้ไขได้
เมิ่งฉีฮ่วนสะกดกลั้นความกังวลไว้ในอก แล้วทุ่มสมาธิให้กับการบริหารบ้านเมือง
…..
เมืองเทียนซิงอู่เหอมีอาณาเขตกว้างขวางมหาศาล การส่งข่าวสารเป็นไปอย่างยากลำบาก ในปีก่อน ๆ เมิ่งฉีฮ่วนจึงได้จัดตั้ง ‘จุดส่งสาร’ ขึ้นมา โดยในเขตอิทธิพลของแต่ละพรรคพวกจะมีจุดส่งสารอย่างน้อยสี่แห่งประจำทิศทั้งสี่
ขอเพียงจ่ายเงินเล็กน้อย จดหมายก็จะถูกส่งต่อไปยังจุดส่งสารถัดไปอย่างรวดเร็วเป็นทอด ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าข่าวสารจะถึงที่หมายอย่างถูกต้องแม่นยำ
แม้ในเมืองเทียนซิงอู่เหอจะมีมิติเวลาที่ซ้อนทับกันจนทำให้ตำแหน่งของจุดส่งสารเคลื่อนย้ายไปอย่างลึกลับบ้างในบางครั้ง แต่ชาวเมืองที่อาศัยอยู่ที่นี่มาหลายชั่วอายุคนต่างก็เคยชินเสียแล้ว อีกทั้งจุดส่งสารยังมีวิธีปรับจูนตำแหน่งของตนเอง เมื่อมีการเคลื่อนย้ายก็จะรีบส่งสัญญาณแจ้งคนดูแลแผนที่ในเขตนั้นทันที
การเคลื่อนย้ายของมิตินั้นมีรูปแบบที่สืบเสาะได้ ซึ่งพวกเขาก็เชี่ยวชาญกฎเกณฑ์เหล่านี้มานานแล้ว บางครั้งหากมีคนแปลกหน้าโผล่เข้ามาในพื้นที่ ทุกคนก็มองเป็นเรื่องปกติ
นับว่ายังดีที่ความโกลาหลของเวลาและสถานที่ในเมืองเทียนซิงอู่เหอนั้นไม่ได้รุนแรงเกินไปนัก อย่างน้อยผู้คนจากโลกอนาคตในความทรงจำของหลี่เยว่หานก็ยังไม่เคยปรากฏตัวที่นี่
สิ่งที่เมิ่งฉีฮ่วนกำลังจัดการอย่างหนักในทุกวันนี้คือการ ‘ปฏิรูประบบพรรค’
ในอดีตเขาปล่อยให้พรรคการเมืองต่าง ๆ พัฒนาอย่างอิสระ ทำให้หลายพรรคขยายอำนาจจนเกินขอบเขต กดขี่ชาวบ้านจนพวกเขาต้องอพยพไปขอความช่วยเหลือในเขตอื่น บางพรรคที่แข็งแกร่งหน่อยก็ยอมรับไว้ แต่บางพรรคที่กำลังปานกลางก็ไม่กล้ารับเพราะต้องการปกป้องคนของตนเอง สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร คนที่ต้องรับกรรมก็คือชาวบ้านตาสีตาสา
สิ่งที่เมิ่งฉีฮ่วนกำลังทำคือการกำหนดมาตรฐาน ‘ค่าคุ้มครอง’ ให้เท่ากันทุกพรรค และประกาศใช้กฎหมายห้ามพรรคการเมืองตีรันฟันแทงกันเอง หากมีเรื่องขัดแย้งที่ต้องตัดสินด้วยกำลัง ทั้งสองฝ่ายต้องนัดวันเวลาต่อสู้อย่างเป็นทางการ ห้ามลอบกัด ห้ามตลบแตลง
ด้วยวิธีนี้ นอกจากจะช่วยไม่ให้ชาวบ้านถูกกดขี่แล้ว ยังช่วยลดเหตุการณ์ยกพวกตีกันได้อีกด้วย
ในส่วนของการค้าขาย เมิ่งฉีฮ่วนได้รับรายงานว่ากิจการส่วนใหญ่ยังอยู่ในมือของชาวบ้าน มีเพียงการค้าขนาดใหญ่เท่านั้นที่พรรคต่าง ๆ เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งเขารู้สึกว่านั่นเป็นสิ่งที่ดีแล้ว จึงไม่คิดจะเปลี่ยนแปลง
เมื่อร่างกฎหมายและระเบียบใหม่เสร็จสิ้น เมิ่งฉีฮ่วนก็ส่งต่อให้ผู้ใต้บังคับบัญชาคัดลอก และตรวจสอบความถูกต้องก่อนจะส่งม้าเร็วไปยังหัวหน้าพรรคการเมืองต่าง ๆ ทันที หากใครมีข้อสงสัย ก็สามารถมาเจรจากับเขาได้โดยตรง
ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ขณะที่หลี่เยว่หานวุ่นอยู่กับการพาหลี่เจี้ยนโบเที่ยว เมิ่งฉีฮ่วนก็ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำเดินสายพบปะหัวหน้าพรรคต่าง ๆ เพื่อให้ทุกอย่างลุล่วงภายในสองเดือน บางครั้งเขายุ่งจนลืมกินข้าวปลา เพียงแค่หาอะไรรองท้องประทังหิวแล้วก็ไปทำงานต่อ
หลี่เยว่หานเห็นแล้วก็รู้สึกสงสารจับใจ นางพยายามเกลี้ยกล่อมให้เขาพักผ่อนอยู่หลายครั้ง แต่ก็ถูกหลี่เจี้ยนโบขัดไว้เสียก่อน
“เขาเป็นเด็กดี แม้จะยุ่งจนเท้าไม่ติดพื้น แต่พ่อได้ดูระเบียบที่เขาประกาศใช้แล้ว ทุกข้อล้วนทำเพื่อคานอำนาจและปกป้องชาวบ้านจากการถูกกดขี่ทั้งสิ้น” หลี่เจี้ยนโบเอ่ยพลางถอนหายใจเบา ๆ “พ่อเองก็ไม่นึกเลยว่า เยว่หานของพ่อจะได้แต่งงานกับบุรุษที่เก่งกาจถึงเพียงนี้”
“แต่ท่านพ่อคะ เขาลำบากเกินไปแล้ว” หลี่เยว่หานเอ่ยด้วยความเป็นห่วง “หลายวันมานี้ข้าเอาแต่เดินเที่ยวกับท่าน ปล่อยให้เขาจัดการเรื่องราวมากมายเพียงลำพัง ข้าได้ยินจากเฮ่อเจิ้งเทียนว่าเขาทำงานจนไม่ยอมกินข้าวบ่อย ๆ”
“เพราะอย่างนั้น พรุ่งนี้พ่อจึงตั้งใจจะไปช่วยเขา” หลี่เจี้ยนโบเอ่ยพร้อมยิ้มละไมให้ลูกสาว “เจ้าก็รู้ว่าพ่อเป็นอาจารย์สอนกฎหมาย อย่างไรเสียก็น่าจะมีประโยชน์กว่าหมอตัวน้อยอย่างเจ้าแน่ ๆ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเขินอายเล็กน้อย
ความจริงนางอยากขอให้หลี่เจี้ยนโบไปช่วยเมิ่งฉีฮ่วนนานแล้ว แต่เพราะเพิ่งได้พบกัน นางจึงไม่ยากให้ท่านพ่อต้องเหนื่อยล้าจนเกินไป บัดนี้เมื่อท่านพ่อเสนอตัวขึ้นมาเอง นางจึงรู้สึกยินดียิ่งนัก
“เช่นนั้นท่านพ่อต้องสัญญากับข้านะคะว่าห้ามเหนื่อยจนเกินไป ทั้งท่านและเขาก็ต้องหาเวลาพักผ่อนด้วย!”
“ได้ พ่อให้สัญญากับเจ้า!”