ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 544 ลองใช้กระสอบคลุมหัวดูสักหน่อยเป็นไง
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน
- บทที่ 544 ลองใช้กระสอบคลุมหัวดูสักหน่อยเป็นไง
บทที่ 544 ลองใช้กระสอบคลุมหัวดูสักหน่อยเป็นไง
“ช่างเป็นข้ออ้างเรื่องเมามายที่ฟังดูดีเสียจริง… ชายารัก คืนนี้เจ้าเองก็ดื่มไปไม่น้อย ตอนนี้เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง?” เมิ่งฉีฮ่วนก้มหน้าลงถามหลี่เยว่หาน
“ทูลท่านอ๋อง” หลี่เยว่หานตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “หม่อมฉันรู้สึกเศร้าโศกเสียใจจนยากจะระงับได้ คุณหนูใหญ่หยวนดูหมิ่นหม่อมฉันถึงเพียงนี้ เห็นทีหม่อมฉันคงต้องขอจองเวรกับนางไปจนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่งแล้วเจ้าค่ะ!”
‘ช่างเป็นคำว่าตายกันไปข้างหนึ่งที่ฟังดูน่ากลัวยิ่งนัก!’
คนตระกูลหยวนตกใจกลัวจนหน้าถอดสี อู่กั๋วกงถึงกับตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดวิตก
“ฉีหวังเฟย…” หวังเฟิ่งพยายามจะเอ่ยปากขอความเมตตา แต่กลับถูกเมิ่งฉีฮ่วนยกมือห้ามไว้เสียก่อน
“เฮ่อเจิ้งเทียน!” เมิ่งฉีฮ่วนเรียกเสียงเข้ม เพียงพริบตาเฮ่อเจิ้งเทียนก็ปรากฏตัวขึ้นทันที เขาถอดกระบี่ข้างเอวส่งให้เมิ่งฉีฮ่วนอย่างรู้งาน
เมิ่งฉีฮ่วนจับมือของหลี่เยว่หานให้กุมด้ามกระบี่เอาไว้ ก่อนจะสลัดฝักกระบี่ทิ้งลงกับพื้น แสงเย็นวาบของใบคมกระบี่สะท้อนเข้าตาผู้คนจนใจสั่นสะท้าน คนตระกูลหยวนยิ่งสั่นกลัวราวกับลูกนกโต้ลมหนาว
“ชายารัก อย่าปล่อยให้ตัวเองต้องขัดข้องใจไปเลย” เมิ่งฉีฮ่วนตบไหล่ปลอบโยนหลี่เยว่หานเบา ๆ
หลี่เยว่หานแสร้งทำสีหน้าอัดอั้นตันใจพลางมองเมิ่งฉีฮ่วน “ทำเช่นนั้นได้จริงหรือเจ้าคะ?”
“หยวนหลิงเอ๋อร์ คุณหนูใหญ่ตระกูลหยวนกล้าหมิ่นเกียรติเชื้อพระวงศ์ นับเป็นความผิดมหันต์ มีสิ่งใดที่ทำไม่ได้กัน!” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยจบก็ปรายตาไปยังคนตระกูลหยวนที่คุกเข่าอยู่ “พวกเจ้าล่ะ… คิดว่าอย่างไร?”
ในใจของอู่กั๋วกงยามนี้อยากจะปฏิเสธใจจะขาด แต่เขารู้ดีว่าหากปริปากค้านเพียงคำเดียว โทสะของฉีหวังเฟยคงไม่จบลงแค่ที่หยวนหลิงเอ๋อร์แน่
ในฐานะขุนนางและกั๋วกง เขาย่อมรู้ข่าวลือมานานแล้วว่าเมิ่งฉีฮ่วนและหลี่เยว่หานคือกองกำลังสำคัญของฮ่องเต้ คนหนึ่งขยายอาณาเขตแคว้นตงฮั่น อีกคนคิดค้นวิชาถลุงเกลือและสกัดน้ำมัน ทั้งคู่คือคนโปรดเบื้องหน้าพระพักตร์ อีกทั้งเมิ่งฉีฮ่วนยังมีฐานะเป็นถึงชินอ๋อง ส่วนตระกูลหยวนเป็นเพียงระดับกั๋วกงเท่านั้น
หากเรื่องนี้ลุกลามไปถึงหูฮ่องเต้ ตระกูลหยวนมีแต่จะพังพินาศย่อยยับ
เมื่อคิดได้ดังนั้น อู่กั๋วกงจึงได้แต่ก้มหน้าลงให้ต่ำที่สุด ภาวนาเพียงอย่าให้คมกระบี่ของหลี่เยว่หานหันมาทางเขาก็พอ…
หวังเฟิ่งเองก็ขวัญหนีดีฝ่อ นางไม่คาดคิดเลยว่าเพียงแค่การปะทะฝีปากสตรี เมิ่งฉีฮ่วนถึงกับกล้าส่งกระบี่ให้หลี่เยว่หานลงมือด้วยตนเอง!
ทว่าหยวนหลิงเอ๋อร์ที่กำลังเมามายกลับไม่รู้สึกเกรงกลัว แม้จะถูกมารดาอุดปากไว้แน่น แต่นางยังส่งสายตาอาฆาตแค้นราวกับแฝงพิษร้ายจ้องมองหลี่เยว่หานไม่วางตา
‘คนที่ควรยืนอยู่ข้างกายเมิ่งฉีฮ่วนคือนางสิ! นางคือสตรีเพียงนางเดียวในเมืองหลวงที่คู่ควรกับเขา!’
‘หลี่เยว่หานเป็นตัวอะไร! ก็แค่สตรีชาวบ้านบ้านนอกคอกนา แม้แต่เส้นผมของนางยังเทียบกับข้าไม่ได้ด้วยซ้ำ!’
ยิ่งคิดยิ่งโมโห หยวนหลิงเอ๋อร์ออกแรงดึงมือมารดาออกจนหลุด ก่อนจะแผดเสียงด่าทอทันที “หลี่เยว่หาน! เจ้ามีสิทธิ์อะไรมายืนข้างกายฉีอ๋อง เจ้ามันไม่คู่ควรกับเขาเลยสักนิด!”
“หากแม้แต่หวังเฟยของข้ายังไม่คู่ควร แล้วเจ้าคิดว่าเจ้าคู่ควรอย่างนั้นหรือ?” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“ใช่! ทั่วทั้งเมืองหลวง ไม่ว่าจะเป็นฐานะตระกูลหรือความรู้ความสามารถ มีเพียงข้าเท่านั้นที่คู่ควรกับท่าน!” หยวนหลิงเอ๋อร์กล่าวอย่างโอหัง
ทั้งงานเลี้ยงตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะเพราะความยโสของคุณหนูใหญ่ตระกูลหยวน
“ที่แท้ ที่หวังเฟิ่งปฏิเสธหลานชายของข้าก่อนหน้านี้ ก็เพราะแอบเล็งตำแหน่งชายารองของฉีอ๋องไว้ให้บุตรสาวนี่เอง” น้ำเสียงราบเรียบแต่เย็นชาของมู่หวังเฟยดังขึ้น ทำให้หวังเฟิ่งตัวสั่นรีบพยายามจะอุดปากบุตรสาวอีกรอบ
ทว่าหยวนหลิงเอ๋อร์กลับผลักมารดาออกอย่างรำคาญแล้วสวนกลับ “มู่หวังเฟย หลานชายท่านนิสัยใจคอเป็นอย่างไรท่านย่อมรู้ดี สันหลังยาว ความรู้ก็ไม่มี สอบกี่ปีก็ไม่ติดแม้แต่บัณฑิตขั้นภูมิภาค อีกทั้งตระกูลสวีกระจอกงอกง่อยเพียงนั้น จะมาคู่ควรกับข้าได้อย่างไร!”
“หึ ช่างเป็นนังหนูที่หยิ่งยโสเสียจริง แล้วคนแบบไหนเล่าถึงจะคู่ควรกับเจ้า?” มู่หวังเฟยไม่ได้โกรธเคือง ทว่ากลับถามต่อด้วยความนึกสนุก
หยวนหลิงเอ๋อร์ในยามนี้อาศัยความเมาสร้างความกล้า นางจ้องมองเมิ่งฉีฮ่วนแล้วประกาศก้อง “บุรุษในใต้หล้าที่เข้าตาข้าได้ มีเพียงฉีอ๋องผู้เดียวเท่านั้น!”
“เจ้าช่างกล้าฝัน” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยเสียงต่ำ ก่อนจะกุมมือหลี่เยว่หานชี้ปลายกระบี่ไปที่หน้าของหยวนหลิงเอ๋อร์ “แต่น่าเสียดาย ที่ข้าไม่ได้มีความสนใจในสตรีเช่นเจ้าเลยแม้แต่น้อย”
หลี่เยว่หานสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของเมิ่งฉีฮ่วน นางสะบัดชายเสื้อเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะเดิมของตนโดยไม่เอ่ยคำใดออกมาอีก
ทุกคนต่างงุนงงว่าหลี่เยว่หานต้องการจะทำอะไร แต่เมิ่งฉีฮ่วนกลับทิ้งกระบี่ทันทีโดยไม่ต้องคิด แล้วรีบตามไปนั่งข้างกายหลี่เยว่หาน พยายามหยิบขนมและของว่างรสเลิศมาคอยเอาอกเอาใจชายารักอย่างกระตือรือร้น
ผู้คนในงานที่รอชมงิ้วฉากใหญ่ต่างพากันผิดหวัง เมื่อนางเอกของเรื่องอย่างหลี่เยว่หานกลับเลิกราไปดื้อ ๆ ทำให้บรรยากาศเริ่มกร่อยลง
หยวนหลิงเอ๋อร์เองเดิมทีตั้งใจจะใช้ความเมาทำให้อีกฝ่ายอับอาย แต่เมื่อหลี่เยว่หานไม่ยอมรับคำท้า นางจึงยืนค้างอยู่ตรงนั้นด้วยความกระอักกระอ่วน
โชคดีที่ในสายตาคนนอกนางกำลัง “เมาหนัก” ผู้คนจึงไม่ได้ใส่ใจความอับอายของนางมากนัก
จะมีก็แต่ความน่าเวทนาของอู่กั๋วกงและฮูหยิน ที่ต้องคุกเข่าอยู่ตรงนั้นจนกระทั่งงานเลี้ยงเลิกรา เมื่อทุกคนกลับไปหมดแล้ว จึงมีนางกำนัลมาแจ้งว่าไม่ต้องคุกเข่าแล้ว และให้รีบออกจากวังก่อนที่ประตูวังจะลงกลอน
ระหว่างทางกลับ อู่กั๋วกงและหวังเฟิ่งทั้งโกรธทั้งเกลียดหยวนหลิงเอ๋อร์จนแทบกระอักเลือด แต่ก็ต้องรีบเร่งฝีเท้าออกจากวังหลวงให้เร็วที่สุด
ตัดมาทางด้านจวนฉีอ๋องที่บรรยากาศต่างกันลิบลับ
“วันนี้ผลงานของข้าเป็นอย่างไรบ้าง?” บนรถม้า เมิ่งฉีฮ่วนถามอย่างภาคภูมิใจขณะที่หลี่เยว่หานเอนซบอยู่บนไหล่ของเขา
“ไม่เท่าไหร่เจ้าค่ะ หากวันนี้ท่านกล้าฟันหยวนหลิงเอ๋อร์สักกระบี่ ข้าสัญญาว่าจะยกย่องท่านจนถึงที่สุด” หลี่เยว่หานโบกมืออย่างรำคาญใจ
“นั่นมันในวังหลวง จะจัดการนางน่ะไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้นหรอก” เมิ่งฉีฮ่วนกุมมือนางไว้ “อีกอย่าง เรื่องในวันนี้เราไม่ต้องลงมือเองให้เหนื่อย ทุกการกระทำของหยวนหลิงเอ๋อร์จะต้องถึงหูฮ่องเต้ หากพระองค์ยังต้องการให้เจ้าช่วยเผยแพร่วิชาถลุงเกลือและสกัดน้ำมัน พระองค์ย่อมไม่อยู่เฉยแน่”
หลี่เยว่หานถอนหายใจ “ยืมมือคนอื่นฆ่าคน จะไปสะใจเท่าลงมือเองได้อย่างไรเจ้าคะ”
“แต่การยืมมือคนอื่นฆ่าคน จะทำให้เจ้าดูสง่างามและวางตัวได้เหมาะสม” เมิ่งฉีฮ่วนปลอบ “ตอนนี้ในเมืองหลวงมีข่าวลือเสีย ๆ หาย ๆ ว่าเจ้าไม่ดูแลบุพการี หากตอนนี้เจ้าแสดงความใจกว้าง ปล่อยวางความผิดของหยวนหลิงเอ๋อร์ที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงได้ ข่าวลือพวกนั้นก็จะเงียบหายไปเอง”
“ก็จริงอย่างที่ท่านว่า แต่ในใจข้ามันยังขุ่นเคืองอยู่นี่นา” หลี่เยว่หานบ่นอุบอิบ
“งั้นเรามาเล่นอะไรที่มันเร้าใจกว่านี้ดีไหม” เมิ่งฉีฮ่วนยิ้มที่มุมปาก
“หืม?” หลี่เยว่หานเริ่มหูผึ่งขึ้นมาทันที
เมื่อรถม้ากลับถึงจวนและฟ้าเริ่มมืดสลัว เมิ่งฉีฮ่วนพาหลี่เยว่หานที่เปลี่ยนมาสวมชุดบุรุษกระโดดข้ามกำแพงหลังจวน มุ่งหน้าไปยังทิศทางของประตูวังอย่างรวดเร็ว
ทั้งคู่นั่งซุ่มอยู่บนกำแพง เมื่อเห็นรถม้าของจวนอู่กั๋วกงเคลื่อนผ่านมา เมิ่งฉีฮ่วนและหลี่เยว่หานก็ดึงผ้าคลุมหน้าขึ้นแล้วกระโดดลงไปทันที พวกเขาจัดการฟาดคนขับรถม้าจนสลบแล้วดึงรถม้าเข้าข้างทาง
หลี่เยว่หานพุ่งเข้าไปในรถม้า สะบัดกระสอบในมือออกมา จัดการคลุมหัวคนตระกูลอู่กั๋วกงทั้งสามคนเข้าไปในกระสอบคนละใบอย่างรวดเร็ว!