ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 562 ท่านอ๋องผู้เล่นกองทราย
บทที่ 562 ท่านอ๋องผู้เล่นกองทราย
“ท่านนี้คงจะเป็นพระชายาฉีใช่หรือไม่ขอรับ!” ผู้ช่วยนายอำเภอโจวรีบกินมื้อเช้าจนเสร็จสิ้นเพราะเกรงว่าจะเสียมารยาท ก่อนจะรีบเข้ามาทำความเคารพ แม้เขาจะจำใบหน้าของฉีอ๋องได้แม่นยำ รวมถึงสวีติ้งหลานเองเขาก็รู้จักดี ส่วนสวีซิ่งอี้นั้นปีก่อนมาเที่ยวเล่นสำมะเลเทเมาอยู่ที่อำเภอฮัวซีเสียทั้งปี จึงนับว่าเป็นคนคุ้นหน้ากันอยู่แล้ว
ทว่าเมื่อวานเขาได้รับแจ้งมาว่า ท่านอ๋อง พระชายา รวมถึงแม่ทัพสวีและคุณชายสวีจะเดินทางมาด้วยกันทั้งหมด แม้หลี่เยว่หานจะสวมชุดรัดกุมทะมัดทะแมง ดูไปแล้วนอกจากรูปร่างจะบอบบางและใบหน้าหมดจดงดงามกว่าบุรุษทั่วไป ก็แทบจะดูไม่ต่างจากชายหนุ่มเลย ผู้ช่วยนายอำเภอโจวจึงตัดสินใจเอ่ยถามออกไปอย่างระมัดระวัง
“ถูกต้องแล้ว” เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้า “ครั้งนี้พวกเราเดินทางมาเป็นการส่วนตัว ผู้ช่วยนายอำเภอโจวเรียกนางว่าคุณชายหลี่ก็พอ”
“ขอรับ… ขอรับ…” ผู้ช่วยนายอำเภอโจวแอบเช็ดเหงื่อที่ฝ่ามือเงียบ ๆ
ทั่วทั้งแคว้นตงฮั่น ใครก็ตามที่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของ ‘เทพแห่งสงคราม’ อย่างเมิ่งฉีฮ่วน ย่อมรู้ดีว่าฉีอ๋องผู้นี้รักและปกป้องพระชายาของตนเพียงใด แม้ปีก่อนทั้งคู่จะมีเรื่องขัดเคืองใจกันบ้าง แต่ก็กลับมาคืนดีกันได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งตอนที่พระชายาประชวรหนัก ท่านอ๋องถึงกับยอมทิ้งทุกอย่างในเมืองหลวงเพื่อพานางไปรักษาตัวไกลถึงเหลียวปี้เลี่ยตง
หากตนไม่รู้ฐานะแล้วเผลอไปล่วงเกินพระชายาเข้า ผู้ช่วยนายอำเภอโจวเกรงว่าศีรษะของตนคงจะรักษาไว้ไม่อยู่แน่
“ข้ามีแผนที่อยู่ฉบับหนึ่ง รบกวนผู้ช่วยนายอำเภอโจวช่วยดูทีว่า พื้นที่ที่ข้าวงกลมเอาไว้นี้มีหาดเลนบ้างหรือไม่” แม่ทัพสวีกางแผนที่ออกมา
ผู้ช่วยนายอำเภอโจวรีบรับมาดู พลันดวงตาก็เป็นประกาย “พวกท่านยังไม่ทันได้ลงพื้นที่สำรวจในอำเภอฮัวซีจริงๆ แต่จุดที่วงไว้นี้ล้วนเป็นชายหาด ทั้งยังเป็นพื้นที่ติดภูเขาทั้งสิ้นขอรับ!”
ได้ยินดังนั้น สวีซิ่งอี้ก็ยืดอกอย่างภาคภูมิใจ “เห็นหรือไม่ ข้านี่แหละเป็นคนเลือกมากับมือทีละจุดเลยนะ!” พูดพลางชายตามองเมิ่งฉีฮ่วนอย่างโอ้อวด
เมิ่งฉีฮ่วนเห็นท่าทางนั้นก็อดที่จะขำไม่ได้
หลังจากทั้งห้าคนดูแผนที่และหารือกันจนคัดเลือกเป้าหมายเบื้องต้นได้แล้ว เมื่อเวลายังเช้าอยู่ พวกเขาก็รีบจัดเตรียมข้าวของพร้อมออกเดินทางทันที
ตอนออกจากเมืองหลวงพวกเขาไม่ได้พกเครื่องมือมาด้วย แต่เมื่อวานหลังจากผู้ช่วยนายอำเภอโจวได้รับแจ้ง เขาก็เตรียมการไว้ให้พร้อมสรรพ ทั้งพลั่ว จอบ เทียนไข ตะเกียงน้ำมัน ชุดจุดไฟ รวมถึงตะกร้าอีกหลายใบ ล้วนมีพร้อมใช้งาน
อวี้จวงพำนักรออยู่ที่เหลาอาหารปาเซียน ส่วนเฮ่อเจิ้งเทียนก็นำพี่น้ององครักษ์ฝีมือดีติดตามขบวนออกนอกเมืองไป
ครั้งนี้ทุกคนไม่ได้นั่งรถม้าแต่เปลี่ยนมาขี่ม้าแทน ม้าสีน้ำตาลแดงของหลี่เยว่หานนั้นเป็นม้าที่เมิ่งฉีฮ่วนฝึกมากับมือ แม้ฝีมือการขี่ม้าของนางจะไม่ได้เก่งกาจนัก แต่ม้าตัวนี้เชื่องมาก มันพานางควบตะบึงไปตลอดทางโดยไม่ทำให้นางต้องลำบากเลยสักนิด
เพียงแต่พอกระทบเข้ากับสีขนของม้า หลี่เยว่หานก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงถังซีฟาน
…..
ช่วงใกล้เที่ยง ทุกคนก็มาถึงจุดหมายแรก
หลี่เยว่หานหยิบดินสอถ่านและไม้บรรทัดวัดระยะที่เตรียมไว้จากห่อผ้าเล็ก ๆ ออกมา เริ่มทำการสำรวจสภาพแวดล้อมและมุมเอียงของพื้นที่อย่างจริงจัง
แม้จะไม่สามารถวัดได้แม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่อย่างน้อยก็มีความเที่ยงตรงมากกว่าการคาดเดาด้วยสายตา
นางใช้ระดับน้ำทะเลเป็นจุดอ้างอิง สำรวจความลาดชัน สังเกตความชุ่มชื้นของทรายและดิน ทั้งยังต้องวัดความสูงของภูเขาและส่วนประกอบของหิน เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
เมื่อหลี่เยว่หานเริ่มจมดิ่งอยู่กับงาน เมิ่งฉีฮ่วนก็กลายเป็นคนว่างงานไปทันที
ทางด้านสวีซิ่งอี้กลับดูยุ่งวุ่นวาย เขาคอยตามสวีติ้งหลานไปตรวจตราจุดต่าง ๆ เพื่อดูฮวงจุ้ย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ต้องพิถีพิถันมาก
ซินแสฮวงจุ้ยที่เชี่ยวชาญไม่เพียงแต่คาดคะเนสภาพอากาศจากลักษณะภูมิประเทศได้เท่านั้น แต่ยังสามารถจำแนกกลิ่นดินเพื่อพิจารณาว่าบริเวณรอบ ๆ มีสัตว์ร้ายหรือกับดักธรรมชาติหรือไม่
เฮ่อเจิ้งเทียนนำพี่น้องไปวางกำลังป้องกันรอบนอกเพื่อไม่ให้สัตว์ป่าหลุดเข้ามาทำร้ายผู้คน ยามนี้จึงเหลือเพียงเมิ่งฉีฮ่วนกับผู้ช่วยนายอำเภอโจวที่เป็นคนว่างงาน… ว่างเสียจนมานั่งล้อมวงเล่นกองทรายกันบนชายหาด
“เอ่อ ท่านอ๋อง… ไม่ใช่สิ นายท่านเมิ่ง ข้าขอถามสักนิด พวกเราจะสามารถสร้างนาเกลือขนาดใหญ่เช่นนั้นได้จริง ๆ หรือขอรับ?” ผู้ช่วยนายอำเภอโจวถามขึ้นหลังจากนั่งเล่นกองทรายเป็นเพื่อนเมิ่งฉีฮ่วนอยู่นานจนเริ่มเบื่อ
“สร้างได้แน่นอน วิชาการทำนาเกลือด้วยการตากทรายนั้น ข้ากับพระชายาเคยทดลองจนประสบความสำเร็จมาแล้วที่เมืองเทียนซิงอู่เหอ ขอเพียงเลือกชัยภูมิไม่ผิดพลาด ย่อมไม่มีปัญหาแน่นอน เพียงแต่อำเภอฮัวซีมีภูมิประเทศซับซ้อนกว่าท่าเรือหนานตู้ที่เทียนซิงอู่เหอ เยว่หานบอกว่าที่นั่นเป็นนาเกลือธรรมชาติอยู่แล้ว เพียงแค่ปรับปรุงเล็กน้อยก็เริ่มการผลิตได้ทันที” เมิ่งฉีฮ่วนตอบพลางใช้มือตบดินปนทรายที่ผสมน้ำจนหมาด สร้างเป็นรูป ‘ปราสาท’ ตามที่หลี่เยว่หานเคยปั้นให้ดู
“เช่นนั้น… หากชายฝั่งทั่วทั้งอำเภอฮัวซีไม่มีที่ใดเหมาะจะทำนาเกลือเลย เราจะต้องเปลี่ยนไปเลือกเมืองอื่นแทนหรือไม่ขอรับ?” ผู้ช่วยนายอำเภอโจวเอ่ยถามต่อ
ในฐานะข้าราชการที่ดูแลทุกข์สุขของราษฎร เขาย่อมรู้ดีว่าการมีนาเกลือในพื้นที่หมายถึงอะไร แม้อำเภอฮัวซีจะอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงนัก แต่ก็ไม่ได้ใกล้เสียทีเดียว เนื่องจากพื้นที่รอบเมืองหลวงต้องสงวนไว้ให้กองกำลังทหาร แรงงานในท้องถิ่นจึงมีเหลือเฟือ
หากสามารถตั้งนาเกลือที่อำเภอฮัวซีได้จริง ภายในไม่กี่ปีที่นี่จะกลายเป็นเมืองท่าสำคัญ และชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านย่อมพลิกโฉมไปจากหน้ามือเป็นหลังมือแน่นอน!
“เท่าที่ดูในตอนนี้ มีเพียงอำเภอฮัวซีเท่านั้นที่เหมาะสมที่สุด” เมิ่งฉีฮ่วนนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะใช้พลั่วตักทรายเปียกเพิ่ม “ท่านผู้ช่วยนายอำเภอโจววางใจเถิด ข้ารู้ว่าท่านอยากสร้างประโยชน์ให้ราษฎร นอกจากอำเภอฮัวซีแล้วก็ไม่มีที่ใดเหมาะสมไปกว่านี้ หากชายหาดตามธรรมชาติเหล่านี้ใช้ไม่ได้จริง ๆ ทางราชสำนักจะเป็นผู้ออกหน้าส่งคนมาดำเนินการก่อสร้างเอง สรุปคือนาเกลือแห่งแรกจะอยู่ที่อำเภอฮัวซีไม่ผิดแน่”
“ดีเหลือเกิน ดีจริง ๆ!” ผู้ช่วยนายอำเภอโจวดีใจจนรีบก้มลงกราบเมิ่งฉีฮ่วน “ผู้เฒ่าอย่างข้าทำงานเป็นปลัดอำเภอมาครึ่งค่อนชีวิต เฝ้ามองอำเภอฮัวซีค่อย ๆ พัฒนาขึ้นมาบ้าง แต่ทุกปีก็ยังมีชาวบ้านต้องอดตายหนาวตายอยู่เสมอ หากนาเกลือสร้างขึ้นได้จริง ท่านอ๋องและพระชายาก็คือผู้มีพระคุณที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอำเภอฮัวซีเลยขอรับ!”
เมิ่งฉีฮ่วนที่ถือพลั่วอยู่ชะงักมือค้างกลางอากาศ “ท่านผู้ช่วยนายอำเภอโจวกล่าวเช่นนี้ข้าคงรับไว้ไม่ไหว การสร้างนาเกลือเป็นพระราชประสงค์ของราชสำนัก ข้าและพระชายาเพียงทำตามรับสั่งเท่านั้น หากจะขอบคุณ ก็ขอให้ขอบคุณราชสำนักเถิด อีกอย่างอำเภอฮัวซีคือนาเกลือแห่งแรกของแคว้นตงฮั่น ขอเพียงที่นี่ทำได้สำเร็จ ไม่เพียงแต่ชาวบ้านจะมีกินมีใช้ แต่อนาคตจะมีนาเกลือเกิดขึ้นในเมืองอื่น ๆ ตามมา เมื่อนั้นบ้านเมืองจะมั่งคั่งราษฎรจะแข็งแกร่ง และไม่มีใครต้องหิวโหยอีกต่อไป”
ผู้ช่วยนายอำเภอโจวเป็นขุนนางน้ำดีที่คิดถึงราษฎรอย่างแท้จริง เมื่อได้ฟังคำของเมิ่งฉีฮ่วนดวงตาก็พลันแดงระเรื่อ เขาขยับเข้ามานั่งขัดสมาธิเผชิญหน้ากับเมิ่งฉีฮ่วน “ท่านอ๋องจะปั้นสิ่งใดขอรับ ผู้น้อยจะช่วยเอง!”
“ปั้นสิ่งที่พระชายาเรียกว่า ‘ปราสาท’ น่ะ ลูกชายข้าชอบมาก ข้าจะลองหัดปั้นที่นี่ดูเสียก่อน พอคล่องมือแล้วจะได้กลับไปสอนลูกเล่นบ้าง” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยขึ้นอย่างเรียบง่าย
ได้ยินเช่นนั้น ผู้ช่วยนายอำเภอโจวก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
ข่าวลือที่ว่าฉีอ๋องนิสัยโหดเหี้ยม อำมหิตไม่ไว้หน้าญาติมิตร แม้ในสนามรบจะไร้พ่ายแต่ก็เป็นจอมมารผู้ฆ่าคนไม่กระพริบตา ทว่ายามนี้ผู้ช่วยนายอำเภอโจวมองดูเมิ่งฉีฮ่วนที่กำลังตั้งใจปั้นทรายอย่างขะมักเขม้น เขากลับรู้สึกว่าคำเล่าลือนั้นช่างเกินความจริงไปไกลนัก
ท่านอ๋องผู้นี้ไม่เพียงแต่มีราษฎรอยู่ในใจ แต่ยังเป็นบุรุษที่รักและใส่ใจครอบครัวอย่างยิ่ง ไม่เพียงรักมั่นในพระชายาเพียงผู้เดียว แต่ยังทะนุถนอมบุตรธิดาอย่างที่สุด
คิดได้ดังนั้น ผู้ช่วยนายอำเภอโจวก็ปณิธานในใจเงียบ ๆ ว่า เขาจะต้องเปลี่ยนทัศนคติที่ผู้คนมีต่อฉีอ๋องให้ได้ ท่านอ๋องที่เข้าถึงง่ายและเปี่ยมเมตตาเช่นนี้ จะถูกมองว่าเป็นปีศาจร้ายที่ทำให้เด็กทารกหยุดร้องไห้ได้อย่างไรกัน!
เมิ่งฉีฮ่วนในยามนี้หารู้ไม่ว่า ‘แฟนคลับ’ ตัวยงของตนกำลังถือกำเนิดขึ้นต่อหน้าต่อตาเสียแล้ว…