ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 584 พระชายาล้อเล่นแล้ว...
บทที่ 584 พระชายาล้อเล่นแล้ว…
“ท่าน… ท่านอ๋อง…” ขาทั้งสองข้างของเหมาเด๋อซิงสั่นพะเยิบพะยาบจนแทบจะยืนไม่อยู่
หลี่เยว่หานที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หัวเราะร่าอย่างมีความสุข “ยังมีข้าอีกคนนะ ท่านพ่อครึ่งคน จำข้ามิได้หรือ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เข่าของเหมาเด๋อซิงก็พลันอ่อนแรง เขาทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้นทันที “พระชายา! พระชายา! ข้าน้อยขอกราบทูลพระชายา!” ใครจะไปรู้ว่าเจ้าหนุ่มหน้ามนคนนี้แท้จริงแล้วคือพระชายาปลอมตัวมา? นี่มันรนหาที่ตายแท้ ๆ ดันไปลูบคมถึงถิ่นบรรพบุรุษเสียได้!
เดิมทีเขายังนึกกระหยิ่มยิ้มย่องว่าคำแนะนำของเจ้าหนุ่มนี่ช่างดีนัก กะว่าเสร็จเรื่องแล้วจะไปข่มขู่ชาวบ้านทีละบ้านให้ช่วยลงนามในคำร้องถวายฎีกาเสียหน่อย ใครจะไปรู้ว่า… ใครจะไปรู้ว่า…
ช่างซวยซ้ำซวยซ้อนเสียนี่กะไร!
“เหมาเด๋อซิง ข้อเสนอของสามีข้าเมื่อครู่ เจ้าเห็นว่าเป็นอย่างไรบ้าง?” หลี่เยว่หานโน้มตัวลงไปถามเหมาเด๋อซิง
เหงื่อกาฬไหลซึมจนชุ่มแผ่นหลังของเหมาเด๋อซิง เขาไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง “พระชายา… พระชายาล้อเล่นแล้ว… ล้อเล่นแล้ว…” แม้ท่าทางจะดูขลาดเขลาหวาดกลัว ทว่าในใจกลับขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความเคียดแค้นหลี่เยว่หานอย่างหนัก
“ใครล้อเล่นกับเจ้ากัน” หลี่เยว่หานยืดตัวตรง เดินไปยืนเคียงข้างเมิ่งฉีฮ่วน “เจ้าเริ่มจากการแอบอ้างเป็นเชื้อพระวงศ์ จากนั้นก็ใส่ร้ายป้ายสีท่านอ๋องฉี อีกทั้งยังกลับคำพูดกับข้า ความผิดสามประการนี้รวมกันก็เพียงพอจะสั่งตัดหัวพวกเจ้าได้ทั้งตระกูลแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเจ้ายังทุบตีแม่เลี้ยงของข้าจนปางตายป่านนี้ยังลุกจากเตียงมิได้ ความแค้นนี้ข้าต้องชำระกับเจ้าให้สิ้นซาก มิฉะนั้นหากพรุ่งนี้เจ้ายังมาตอแยถึงหน้าประตูอีก ก็มิรู้ว่าจะงัดลูกไม้อื่นใดออกมาเล่นงานข้าอีก?”
เหมาเด๋อซิงยังคงคุกเข่าก้มหน้ามิตอบคำ ทว่าเจ้าลูกชายคนโตกลับใจกล้าบ้าบิ่น ลุกพรวดขึ้นมาชี้หน้าหลี่เยว่หานพลางเชิดหน้าใช้รูจมูกมองคนอย่างโอหัง “พระชายาแล้วอย่างไร! อย่ามาทำเป็นวางอำนาจแถวนี้เลย! ใครมิทราบว่าเจ้ากับแม่เลี้ยงความสัมพันธ์มิดี หากมิจริง แม่เลี้ยงเจ้าจะทิ้งพ่อที่นอนพะงาบ ๆ ของเจ้าแล้วแต่งเข้าบ้านตระกูลเหมาของข้าหรือ?”
“ผัวะ!” สิ้นเสียงพูด หมัดของเฮ่อเจิ้งเทียนก็ซัดเข้าเต็มเปาที่ใบหน้าของลูกชายคนโตตระกูลเหมาอย่างแม่นยำ
มันร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดพลางถอยกรูดไปซบอยู่ในอ้อมอกของลูกชายคนรอง เมื่อเอามือป้องหน้าออกมาก็พบว่ามีแต่เลือดเต็มไปหมด
“ฆ่าคนแล้ว! ท่านอ๋องกับพระชายาฆ่าคนกลางถนนแล้ว!” ลูกชายคนรองแผดเสียงแหลมร้องตะโกนขึ้นมาทันที
นี่เป็นประโยคแรกที่หลี่เยว่หานได้ยินจากปากของลูกชายคนรองตระกูลเหมา ดูท่าคนเป็นพ่อกับพี่ชายคนโตจะร้ายกาจแค่ภายนอก แต่เจ้าคนรองนี่สิที่เป็นพวกหน้าเนื้อใจเสือ ร้ายลึกยิ่งนัก
“เจ้าคนรองตระกูลเหมา ลองบอกข้าซิว่าข้ากับพระชายาฆ่าใคร?” เมิ่งฉีฮ่วนยืนอยู่ข้างหลังหลี่เยว่หานในท่าทางปกป้องนางอย่างเต็มที่
“พวกท่าน… พวกท่านอาศัยอำนาจบารมี คิดจะฆ่าพวกข้าทั้งบ้าน!” มันตัวสั่นเทาแต่ยังใจกล้าแผดเสียงด่าออกมา
“ถูกของเจ้า ข้าอาศัยอำนาจบารมีจริง แต่พวกเจ้าทั้งบ้านก็ทำผิดกฎหมายบ้านเมืองจริงเช่นกัน!” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยเสียงเรียบพลางมองหน้ามัน “ความผิดสามประการที่พระชายากล่าวมานั้น แต่ละข้อล้วนเพียงพอที่จะส่งพวกเจ้าทั้งตระกูลไปลงนรกด้วยโทษประหารสามชั่วโคตรได้แล้ว!”
ยามนั้นเอง เหมาเด๋อซิงเพิ่งจะตั้งสติได้ เริ่มร้องไห้ฟูมฟายยอมรับผิด “ข้าน้อยรู้ซึ้งถึงความผิดแล้ว! ข้าน้อยถูกผีสางเข้าสิงนึกว่าเคยเป็นสามีภรรยากับแม่เลี้ยงพระชายาช่วงสั้น ๆ แล้วจะทำให้ท่านอ๋องกับพระชายาเมตตาเอ็นดู ข้าน้อยผิดไปแล้ว! ข้าน้อยไม่ควรปฏิบัติมิดีต่อหวังเฟิ่ง ไม่ควรมาหาเรื่องถึงที่นี่ ด้วยจิตใจอันเปี่ยมด้วยเมตตาธรรมของท่านอ๋องกับพระชายา ในวันหน้าคงมิตัดเยื่อใยมิเหลือบแลพวกเราตระกูลเหมาแน่ ข้าน้อยผิดไปแล้ว!”
ช่างร้ายกาจนัก เหมาเด๋อซิงผู้นี้เจ้าเล่ห์มิเบา ปากบอกยอมรับผิดแต่กลับแฝงนัยถึงอนาคต อย่าว่าแต่หลี่เยว่หานจะมีหนี้แค้นเก่ากับหวังเฟิ่งเลย ต่อให้นางมิมีเรื่องบาดหมางกัน ก็มิเห็นความจำเป็นที่ต้องไปดูแลอดีตสามีของแม่เลี้ยงเสียหน่อย!
ตั้งแต่โบราณกาลมามิเคยได้ยินเรื่องที่น่าขันเยี่ยงนี้มาก่อนเลย!
“เหมาเด๋อซิง ฟังให้ดี ที่ข้าให้เงินเจ้าไปห้าร้อยตำลึงก็เพื่อให้เจ้ายอมลงนามในหนังสือหย่าอย่างว่าง่าย และเห็นแก่ที่เจ้ายังพอมีความร่วมมือ ข้าจึงมิเอาความเรื่องที่เจ้าทารุณกรรมหวังเฟิ่ง เจ้ากับตระกูลหลี่ของข้ามิมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกันเลยแม้แต่อีแปะเดียว อย่ามาพูดถึงวันหน้าวันหลัง ยามนี้ข้าจะขอประกาศไว้ตรงนี้เลยว่า…
ตระกูลเหมากับตระกูลหลี่ของข้า รวมถึงจวนอ๋องฉี มิมีความเกี่ยวข้องกันแม้แต่น้อย และอย่าได้ริอ่านแอบอ้างชื่อข้าหรือจวนอ๋องไปกระทำการใด หากข้ารู้เข้า การแอบอ้างเป็นเชื้อพระวงศ์ถือเป็นโทษหนักถึงขั้นประหารทั้งตระกูล เพื่อรักษาเกียรติของราชวงศ์ ข้าจะสั่งประหารโดยมิไว้หน้าแน่!”
คำประกาศของหลี่เยว่หานทำลายแผนการชั่วร้ายของเหมาเด๋อซิงจนป่นปี้
เหมาเด๋อซิงเงยหน้ามองหลี่เยว่หานอย่างไม่อยากเชื่อสายตา “อย่างไรเสียข้าก็เคยเป็นสามีของแม่เลี้ยงเจ้านะ!”
“เป็นอดีตสามี พวกเจ้าหย่าขาดจากกันแล้ว” หลี่เยว่หานกล่าวเสียงเย็น
หลังจากนั้นมิว่าเหมาเด๋อซิงจะพูดอะไร หลี่เยว่หานก็มิสนใจ นางหันไปเผชิญหน้ากับกลุ่มชาวบ้านที่ยังตกตะลึงพลางประกาศก้องอย่างหนักแน่น “ข้า พระชายาอ๋องฉี ขอประกาศว่าข้ามิมีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับตระกูลเหมา! หากวันข้างหน้าตระกูลเหมายังกล้าแอบอ้างชื่อเชื้อพระวงศ์ไปกระทำการใด ข้าขอเชิญชวนให้ทุกท่านแจ้งความมายังข้า ข้าจะมีรางวัลให้อย่างงาม!”
“ตกลง!” ชาวบ้านพากันได้สติและโห่ร้องแสดงความยินดีกันถ้วนหน้า
ปกติเหมาเด๋อซิงมักจะอาศัยบารมีของลูกชายทั้งสองออกไปใช้อำนาจบาตรใหญ่ ยิ่งเหมาเด๋อซิงเองเป็นคนอารมณ์ร้ายและมีพละกำลังมหาศาล เพื่อนบ้านระแวกนั้นต่างก็ทนมิได้มานานแล้ว
ยกตัวอย่างเช่นเจ้าลูกชายคนโต ถึงแม้จะมีความรู้ด้านงานไม้ แต่ฝีมือกลับหยาบกระด้างมิตั้งใจทำ ถึงกระนั้น เมื่อใดที่รู้ว่าบ้านไหนจะทำเฟอร์นิเจอร์ มันก็จะบุกไปแย่งงานถึงที่ แถมยังเรียกราคาสูงกว่าท้องตลาดตั้งหลายเท่า! หากใครกล้าปฏิเสธ มันก็จะมีเรื่องทุบตีเขาทันที!
เรื่องนี้ปลัดอำเภอโจวเคยเข้ามาจัดการแล้ว แต่ก็มืดแปดด้าน เพราะคนตระกูลเหมามิฟังเหตุผลและยังมีหมัดหนัก หากมิเห็นแก่ว่าปลัดอำเภอโจวเป็นขุนนาง ป่านนี้ท่านปลัดคงถูกคนตระกูลเหมาทุบตีไปหลายครั้งแล้ว!
ชาวบ้านต่างให้ความเคารพปลัดอำเภอโจวในฐานะที่เป็นขุนนางที่เปรียบเสมือนพ่อแม่ของราษฎร
แต่สำหรับอันธพาลอย่างตระกูลเหมา ทุกคนต่างก็มีแต่ความทุกข์ระทมที่บอกใครมิได้
บางครั้งเมื่อเกิดเรื่องที่เกินจะทนจริง ๆ ท่านกวนแห่งหอจิ่วอวี๋ก็จะออกมาช่วยไกล่เกลี่ยบ้าง
ทว่าท่านกวนเองก็ต้องทำมาค้าขาย หากคนตระกูลเหมาบุกไปพังร้าน ย่อมเป็นความเสียหายแก่ท่านกวนเช่นกัน
ในบรรดาผู้มีอิทธิพลในแถบนี้ ท่านกวนนั้นมีคุณธรรมและหลักการในการครองตน แต่คนตระกูลเหมากลับต่างออกไป
เมื่อเจ้าจะคุยเหตุผลกับข้า ข้าก็จะเล่นบทอันธพาลใส่เจ้า เมื่อเจ้าจะเล่นบทอันธพาลกับข้า ข้าก็จะซัดเจ้าให้น่วมโดยมิยอมเสียเวลาพูด ใครเล่าจะไปกล้าตอแยคนเยี่ยงนี้!
แม้แต่ที่ว่าการอำเภอก็ยังต้องยอมถอยให้พวกเขาหลายก้าว เพราะหลายปีมานี้คนตระกูลเหมาหาเงินได้มิใช่น้อย หากลูกชายคนโตติดคุก เหมาเด๋อซิงก็จะหอบเงินไปไถ่ตัวออกมา
หากเหมาเด๋อซิงติดคุก ลูกชายคนโตก็จะหอบเงินไปไถ่ตัวออกมาเช่นกัน
นับว่าเป็นโชคดีที่ปลัดอำเภอโจวคอยควบคุมพวกพ่อลูกตระกูลนี้ไว้อย่างเข้มงวด แม้ว่าหลายปีมานี้เหมาเด๋อซิงจะคอยรังแกชาวบ้าน แต่เพราะเงินถูกนำไปจ่ายเป็นค่าไถ่ตัวอยู่บ่อยครั้ง ครอบครัวนี้จึงมิได้มั่งคั่งร่ำรวยอะไรนัก
ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะหากตระกูลเหมาเกิดร่ำรวยขึ้นมาจริง ๆ ชาวบ้านก็คงจะยิ่งไร้หนทางจัดการกับพวกเขาได้มากขึ้นไปอีก
ในยุคสมัยที่บัณฑิตเจอทหาร มีเหตุผลก็ใช้ไม่ได้ *[1] ทุกคนต่างก็อยากเลี่ยงปัญหาให้ได้มากที่สุด ทำให้คนตระกูลเหมายังมีท่าทีผยองมิเปลี่ยน
แต่มายามนี้ เมื่อพวกเขาได้รับคำเตือนจากท่านอ๋องและพระชายา วันข้างหน้าคงต้องก้มหน้าก้มตาเจียมเนื้อเจียมตัวใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมากขึ้นเป็นแน่!
ชาวบ้านทุกคนต่างคิดเช่นนี้ แล้วอยู่ ๆ ก็มิต้องรู้ว่าใครเป็นคนเริ่ม ปาไข่เน่าลูกหนึ่งเข้าใส่หัวของเหมาเด๋อซิงอย่างจัง
จากนั้น เศษผักเน่าและไข่เน่าจำนวนมหาศาลก็ถูกระดมขว้างเข้าใส่พ่อลูกตระกูลเหมาสามคนราวกับเป็นของที่มิต้องเสียเงินซื้อ
เมื่อทุกคนได้ปลดปล่อยความอัดอั้นจนหนำใจแล้ว เมิ่งฉีฮ่วนจึงจูงมือหลี่เยว่หานยืนบนขั้นบันไดพลางประกาศเสียงดังว่า “ที่นาเกลือยังต้องการแรงงานจากทุกคนอีกมาก หากวันข้างหน้าตระกูลเหมายังกล้ารังแกชาวบ้านอีก ขอให้ทุกคนวางใจและมาแจ้งที่ว่าการอำเภอได้ทันที! ปลัดอำเภอโจวเดิมทีก็มิได้เกรงกลัวตระกูลเหมาอยู่แล้ว และจากนี้ไปเขาก็ยิ่งมิต้องเกรงกลัวอันธพาลเยี่ยงนี้อีก!”
“ดี! ดีมาก!” ชาวบ้านพากันโห่ร้องยินดีด้วยความดีใจเป็นที่สุด
เมิ่งฉีฮ่วนและหลี่เยว่หานต้องมุ่งหน้าไปที่นาเกลือต่อ จึงมิได้รั้งอยู่ต่อนานนัก ก่อนจะก้าวขึ้นรถม้า หลี่เยว่หานได้หันกลับไปมองแวบหนึ่ง และสบเข้ากับดวงตาอันแฝงด้วยความอำมหิตของลูกชายคนรองตระกูลเหมาพอดี นางครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจก้าวขึ้นรถม้าและมุ่งหน้าออกนอกเมืองไป
[1] บัณฑิตเจอทหาร มีเหตุผลก็ใช้ไม่ได้ (秀才遇到兵,有理说不清) หมายถึง สถานการณ์ที่พยายามใช้ความรู้หรือเหตุผลคุยกับคนที่ไม่ฟังเหตุผลหรือไม่เข้าใจ ทำให้คุยกันไม่รู้เรื่องและฝ่ายมีเหตุผลมักเสียเปรียบ