ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 586 เหมาเด๋อซิง และ ซินชางว่าง
บทที่ 586 เหมาเด๋อซิง และ ซินชางว่าง
“การที่ทำให้ท่านอ๋องฉีติดค้างน้ำใจสามัญชนเช่นข้าได้ ข้าคงเอาเรื่องนี้ไปคุยฟุ้งไปได้สามบ้านแปดบ้านทีเดียว!” กวนชิ่งอวิ๋นเอ่ยกลั้วหัวเราะ
ใบหน้าอันซื่อของเขาทำให้ผู้ที่พบเห็นอดคิดมิได้ว่า ชายฉกรรจ์ตรงหน้าเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง
ทว่าหลี่เยว่หานรู้ดีว่ากวนชิ่งอวิ๋นมิใช่คนธรรมดา และแน่นอนว่าเมิ่งฉีฮ่วนเองก็เข้าใจจุดนี้ การที่กวนชิ่งอวิ๋นแสดงท่าทีเช่นนี้ออกมา ก็เพื่อมิให้เมิ่งฉีฮ่วนเกิดความระแวงในตัวเขามากเกินไปนั่นเอง
แต่กวนชิ่งอวิ๋นกลับคิดมากไปเสียแล้ว สำหรับเมิ่งฉีฮ่วน การที่หลี่เยว่หานเป็นสตรีที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ ย่อมเป็นธรรมดาที่จะมีบุรุษอื่นมาพึงพอใจนาง หากเขาต้องคอยตามหึงหวงทุกคนที่เข้าใกล้นาง เห็นทีสวีซิ่งอี้คงเป็นคนแรกที่ต้องทอดร่างเป็นศพอยู่ที่อำเภอฮัวซีแห่งนี้…
เมิ่งฉีฮ่วนเข้าใจความรู้สึกเหล่านี้ดี แต่นั่นมิได้หมายความว่ากวนชิ่งอวิ๋นจะรู้ด้วย ในความคิดของเขานั้น หากบุรุษอื่นมาหมายปองสตรีของตน ถ้ามิใช่เพราะสตรีผู้นั้นทำตัวเหลวแหลก ก็ต้องเป็นเพราะบุรุษผู้นั้นมิเจียมตัว
ถึงกระนั้น กวนชิ่งอวิ๋นก็พอจะเข้าใจตัวตนของหลี่เยว่หานอยู่บ้าง เขาจึงเก็บความรู้สึกที่มีต่อนางไว้ลึกสุดใจ มิเคยแพร่งพรายออกมาให้ใครรู้
แม้ในยามที่เขาเกือบจะไปสู่ขอหานเยว่ถึงหมู่บ้านจางหนิง เพื่อปกป้องชื่อเสียงของนาง เขาก็ยังอ้างกับคนภายนอกโดยเน้นย้ำเพียงความต้องการของตนเองเป็นหลัก น่าเสียดายที่หลังจากนั้นหลี่เยว่หานกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
หากมิใช่เพราะเวินเทียนเหล่ยส่งคนมาแจ้งข่าว กวนชิ่งอวิ๋นคิดว่าชาตินี้เขาคงมิอาจลบเลือนสตรีผู่นี้ออกไปจากใจได้เลย ทว่ายามนี้นางมีฐานะสูงศักดิ์ ย่อมมิใช่สตรีที่สามัญชนเช่นเขาจะอาจเอื้อมหมายปองได้อีกต่อไป
เมื่อนึกมาถึงตรงนี้ กวนชิ่งอวิ๋นจึงก้าวถอยหลังไปสองก้าวแล้วเอ่ยว่า “วันนี้ข้าเห็นคนโตตระกูลเหมาทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ด้านนอก ข้าพอจะรู้จักมักคุ้นกับคนตระกูลนี้อยู่บ้าง แม้เหมาเด๋อซิงกับลูกชายคนโตจะมีจิตใจคับแคบและชั่วร้าย แต่แผนการซับซ้อนเช่นนี้พวกเขามิอาจคิดเองได้ ข้าจึงคาดว่าเรื่องในวันนี้ น่าจะเป็นฝีมือการวางแผนของเจ้าคนรองตระกูลเหมา เจ้าเด็กนั่นมันร้ายลึกมาตั้งแต่เล็กแล้ว”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็พยักหน้าพลางประสานมือให้กวนชิ่งอวิ๋น “เรื่องในวันนี้ ต้องขอบคุณน้องกวนที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือยิ่งนัก”
แม้เมิ่งฉีฮ่วนจะดูสงบนิ่งไร้อารมณ์ แต่ภายในใจกลับวูบโหวงด้วยความตระหนก หากมิใช่เพราะกวนชิ่งอวิ๋นยังอยู่ตรงนี้ เขาคงต้องดึงตัวหลี่เยว่หานมาตรวจเช็กตั้งแต่หัวจรดเท้า หน้าหลังซ้ายขวาให้แน่ใจจึงจะวางใจได้
กวนชิ่งอวิ๋นเองก็มิใช่คนโง่เขลาที่มองมิตลอดถึงอารมณ์คน เมื่อเห็นหลี่เยว่หานนิ่งเงียบไป เขาจึงขอตัวลาและเดินจากไปทันที
ทว่ายามที่ก้าวพ้นจากเรือนเล็กไป ความรู้สึกหนักอึ้งในใจของกวนชิ่งอวิ๋นก็พลันมลายหายไปเสียดื้อ ๆ เขาเคยเฝ้าวนเวียนคิดซ้ำไปซ้ำมาว่า หากเขารีบไปสู่ขอแม่ม่ายหานเยว่ที่หมู่บ้านจางหนิงให้เร็วกว่านี้ นางจะยังกลายเป็นหลี่เยว่หานพระชายาอ๋องฉีอยู่หรือไม่?
แม้กวนชิ่งอวิ๋นจะเคยพบหน้าเมิ่งฉีฮ่วนอยู่บ้างในระยะไกล แต่เขาก็มิเคยเข้าใจเลยว่าเหตุใดในใจของหลี่เยว่หานถึงมีเพียงชายผู้นี้ จนกระทั่งวันนี้ที่ได้เห็นทั้งสองยืนเคียงคู่กัน เขาถึงได้ประจักษ์แจ้ง มิใช่เพราะเขาเป็นใคร แต่เป็นเพราะเขาเป็นเขานั่นเอง
กวนชิ่งอวิ๋นรู้ดีว่าหลี่เยว่หานเป็นคนเด็ดขาดและฉับไว ดังนั้นแม้เขาจะอยากดูแลนางเพียงใด ก็ได้แต่คอยทำอย่างเงียบ ๆ มิคาดคิดเลยว่านางจะมีฐานะที่สูงส่งถึงเพียงนี้…
ทว่าทุกอย่างมิสำคัญอีกต่อไปแล้ว
เดิมทีกวนชิ่งอวิ๋นยอมมาทำงานที่นาเกลือ ก็เพียงเพื่อหวังจะได้เห็นหน้าหลี่เยว่หานอีกสักครั้ง ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา เขาก็ได้แต่เฝ้ามองนางอยู่ไกล ๆ ทุกวัน มองนางยามยุ่งวุ่นวาย มองนางยามกลัดกลุ้มใจ หรือมองนางยามที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา
สำหรับคนบางคน เพียงแค่ได้เฝ้ามองอยู่เช่นนี้ ใจก็เปี่ยมไปด้วยความสุขแล้ว
กวนชิ่งอวิ๋นรู้ดีว่าชาตินี้ระหว่างเขากับหลี่เยว่หานย่อมไม่มีทางเป็นไปได้ เขาจึงมิคิดทะเยอทะยานในสิ่งที่มิใช่ของตน เพียงหวังจะคอยปกป้องนางในยามที่ยังพอจะทำได้ เมื่อเห็นความละเมียดละไมและความอ่อนโยนที่เมิ่งฉีฮ่วนมีต่อหลี่เยว่หาน กวนชิ่งอวิ๋นก็รู้ว่าถึงเวลาที่เขาควรจะวางวางใจเสียที
ไปเถิด ยังมีเส้นทางอันรุ่งโรจน์รอให้เขาไปไขว่คว้า แม้หนทางข้างหน้าจะมิอาจร่วมเดินไปกับหลี่เยว่หาน แต่อย่างน้อยการได้พบพานกันครั้งหนึ่ง กวนชิ่งอวิ๋นก็มิรู้สึกเสียใจเลย!
…..
ตกดึก ณ จวนผู้ช่วยนายอำเภอโจว
“เจ้าคนโตตระกูลเหมาน่าจะหนีไปกลางดึกแล้ว มิเห็นเขากลับมาเลยขอรับ” เฮ่อเจิ้งเทียนเดินเข้ามารายงาน
“แล้วเหมาเด๋อซิงกับเจ้าคนรองเล่า?” ใบหน้าของเมิ่งฉีฮ่วนเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง
หลังจากกลับมาถึง เมิ่งฉีฮ่วนสั่งการลับ ๆ ให้เฮ่อเจิ้งเทียนไปจับตัวคนตระกูลเหมา ส่วนตัวเขาแสร้งทำตัวเป็นปกติคอยดูแลหลี่เยว่หานล้างหน้าล้างตาและกล่อมจนนางหลับสนิท จากนั้นจึงสวมเสื้อคลุมลุกจากเตียงออกมา
บังอาจมาคิดแผนชั่วกับสตรีของเขา เห็นทีคงไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว!
“ที่บ้านตระกูลเหมาเหลือเพียงเหมาเด๋อซิงกับเด็กคนหนึ่ง ส่วนเจ้าคนรองพร้อมเมียและลูกหายตัวไปแล้วขอรับ” เฮ่อเจิ้งเทียนรายงานตามจริง “เด็กคนนั้นเป็นลูกชายของคนโตตระกูลเหมา”
เมิ่งฉีฮ่วนมิได้แสดงสีหน้าใด ๆ “นำข้าไปพบพวกเขา”
“ขอรับ!” เฮ่อเจิ้งเทียนรู้สึกเหมือนได้เห็นท่านอ๋องในคืนพายุหิมะถล่มทุ่งน้ำแข็งอีกครั้ง จิตใจพลันเคร่งเครียดจนต้องลอบสูดลมหายใจ ลำพังเพียงการเคลื่อนไหวก็ยังต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
เหมาเด๋อซิงถูกเฮ่อเจิ้งเทียนคุมตัวกลับมาโดยมิได้มีการใช้กำลังบังคับหรือทรมานใด ๆ เมิ่งฉีฮ่วนปรายตาดูเขาเพียงแวบเดียว ก่อนจะสั่งอย่างเรียบเฉยให้คุมตัวเข้าคุก ส่วนลูกชายของเจ้าคนโตนั้น เขาเพียงสั่งให้แยกขังไว้อีกห้องหนึ่งโดยมิได้ทำอะไร
ภายในคุกใต้ดิน
“ท่านอ๋อง ข้าน้อยมิทราบว่าตนเองทำผิดสถานใด เหตุใดท่านอ๋องถึงต้องลำบากกลางดึกคุมตัวข้าน้อยมาเข้าคุกเช่นนี้ โปรดประทานคำชี้แนะด้วยเถิดขอรับ!” เหมาเด๋อซิงคุกเข่าอยู่ในห้องขังพลางเอ่ยถามด้วยท่าทีระแวดระวัง
ความจริงแล้ว เหมาเด๋อซิงพอจะเดาออกว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น เมื่อนึกถึงภาพสตรีผู้สูงศักดิ์ที่ดูบริสุทธิ์ผุดผ่องปานเทพธิดาถูกย่ำยี ใจเขาก็ลิงโลดด้วยความสะใจ
“เฮ่อเจิ้งเทียน” เมิ่งฉีฮ่วนมิได้ตอบคำถาม แต่กลับเรียกชื่อผู้ติดตามออกมาคำหนึ่ง
เฮ่อเจิ้งเทียนเข้าใจความหมายทันที เขาจ้องมองเหมาเด๋อซิงด้วยสายตาเย็นชาแล้วประกาศว่า “เหมาเด๋อซิง ยุยงส่งเสริมให้บุตรชายคนโตเหมาต้าดักซุ่มประทุษร้ายฮั่นหรงฟูเหรินพระชายาอ๋องฉี ณ นาเกลือ ความผิดปรากฏชัดแจ้ง ให้ประหารล้างตระกูล!”
“เหมาเด๋อซิง แม้บุตรชายคนรองของเจ้าจะหนีไปได้ แต่คงอีกมิเกินรอ เขาคงได้ตามไปสมทบกับเจ้าในปรโลกแน่”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหมาเด๋อซิงกลับมิอาจกลั้นยิ้มไว้ได้! ดีแท้! บุตรชายยอดกตัญญูของเขาทำสำเร็จแล้ว! ส่วนเรื่องจะถูกประหารล้างตระกูลหรือไม่ สำหรับเหมาเด๋อซิงแล้ว มันหามีความสำคัญไม่!
เขาเดินทางจากต่างถิ่นมายังอำเภอฮัวซีตั้งแต่ยังหนุ่ม มิเคยมีใครรู้ว่าบ้านเกิดเมืองนอนที่แท้จริงของเขาอยู่ที่ใด เขาแต่งงานมีลูกเหมือนคนปกติทั่วไป แต่มีเพียงเขาและภรรยาเท่านั้นที่รู้ความลับว่า เขาหามีความสามารถทางบุรุษเพศไม่! และนี่เองคือต้นตอของนิสัยอำมหิตผิดมนุษย์ของเขา!
ดังนั้น ทั้งเจ้าคนโตและเจ้าคนรองหาใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของเขาไม่ เขาจะไปแยแสความตายของพวกมันทำไม!
ทว่าตอนนี้ต่างออกไป ชีวิตไร้ค่าของเขาสามารถแลกกับความอัปยศไปครึ่งค่อนชีวิตของสตรีผู้สูงศักดิ์ผู้นั้นได้ เขาคิดอย่างไรก็มีแต่คุ้มกับคุ้ม!
นังคนถ่อยหวังเฟิ่งกล้ายุยงให้พระชายามาบีบบังคับให้เขาหย่าร้าง ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่พระชายาอ๋องฉีหาเรื่องใส่ตัวนางเองแท้ ๆ! เมื่อนึกถึงตรงนี้ เหมาเด๋อซิงก็อดหัวเราะออกมาดัง ๆ มิได้
เมิ่งฉีฮ่วนจ้องมองเขาเขม็ง เก็บทุกการเปลี่ยนแปลงบนสีหน้าไว้ในสายตา จนกระทั่งเหมาเด๋อซิงหลุดหัวเราะออกมา เมิ่งฉีฮ่วนจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งว่า
“เหมาเด๋อซิง นามเดิมคือ ซินชางว่าง ทาสทรยศที่หนีออกมาจากชนเผ่าเร่ร่อนทางตอนเหนือ”
เสียงหัวเราะของเหมาเด๋อซิงพลันชะงักค้าง ดวงตาของเขาเบิกโพล่งด้วยความหวาดวิตกจ้องมองเมิ่งฉีฮ่วนอย่างเสียขวัญจนพูดไม่ออก
“น้องสาวคนเล็กของเจ้า มีนามว่าซินเยว่อี” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยพลางยกยิ้มอย่างอ่อนโยน “พรุ่งนี้เปิ่นหวังจะจัดเตรียมให้พวกเจ้าได้พบหน้ากัน”
กล่าวจบ เมิ่งฉีฮ่วนก็หมุนตัวเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงเสียงโหยหวนรันทดและคำรามอย่างสิ้นหวังของเหมาเด๋อซิงที่ดังไล่หลังมา…