ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 587 อดีตของเหมาเด๋อซิง
บทที่ 587 อดีตของเหมาเด๋อซิง
ตลอดชีวิตของเหมาเด๋อซิง สิ่งที่เขาไม่อยากหวนนึกถึงที่สุดคือเหตุการณ์ในปีที่เขาอายุได้ยี่สิบปี
เขาเป็นชาวเหนือ เติบโตขึ้นท่ามกลางดินแดนที่ปกคลุมด้วยหิมะและน้ำแข็ง ในเผ่าเร่ร่อนที่แบ่งแยกชนชั้นอย่างเคร่งครัด แม้เขาจะเป็นถึงบุตรชายของหัวหน้าเผ่า แต่เนื่องจากมารดาเป็นเพียงทาสที่ถูกชิงตัวมาจากเผ่าอื่น เขาจึงถูกผู้คนตราหน้าและนินทาลับหลังมาโดยตลอด
สำหรับในเผ่านั้น หนทางเดียวที่จะเชิดหน้าชูตาได้คือความแข็งแกร่ง ทว่าในขณะที่ลูกหลานของเหล่าอาวุโสได้รับการสั่งสอนจากอาจารย์ที่ดีที่สุด เหมาเด๋อซิงกลับไม่มีสิทธิ์นั้น
แม้จะเป็นบุตรชายของหัวหน้าเผ่า แต่บิดาของเขามีบุตรชายถึงเจ็ดคน และเขาเป็นคนสุดท้อง พี่ชายทั้งหกเกิดจากสตรีที่มาจากหกตระกูลใหญ่ของเผ่า แต่มารดาของเขาเป็นเพียงทาสที่มีหน้าที่แค่ผลิตลูกเท่านั้น
นางให้กำเนิดเขาเป็นคนแรก และตามด้วยน้องสาวอีกสองคน ก่อนจะสิ้นใจไปในฤดูหนาวปีหนึ่ง เหมาเด๋อซิงสงสัยว่าคนของหัวหน้าเผ่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการตายของมารดา แต่เขาก็ไร้หลักฐาน จนกระทั่งวันหนึ่งบิดาทนคำรบเร้าไม่ไหว จึงอนุญาตให้เขาออกไปสืบหาสาเหตุการตายของมารดาได้เอง
แต่เพียงแค่เริ่มจะเห็นเบาะแส เขาก็ถูกลอบกัดอย่างหนักจนแทบเอาชีวิตไม่รอด ในความโกลาหลนั้น เขาจำต้องฝากฝังน้องสาวทั้งสองไว้กับสหายสนิท ส่วนตนเองก็หลบหนีเข้ามายังแคว้นตงฮั่นเพียงลำพัง ความทรงจำในปีที่ยี่สิบของเขาจึงเต็มไปด้วยความวุ่นวายและกลิ่นคาวเลือด เขาเดินทางมายังอำเภอฮัวซีซึ่งเป็นบ้านเกิดของมารดา เปลี่ยนชื่อแซ่มาใช้แซ่เหมาตามมารดา และปักหลักอยู่ที่นี่มานานหลายสิบปี
เขาไว้หนวดเคราเฟิ้ม ทำงานหนักที่ท่าเรือเพื่อเก็บเงินซื้อทะเบียนราษฎร์ จนกระทั่งได้แต่งงานกับหญิงกำพร้านางหนึ่ง แต่หลังจากครองคู่กันเขากลับพบว่าตนเองสิ้นไร้สมรรถภาพเสียแล้ว
คนพวกนั้นที่บีบให้เขาหนีออกมาจากเผ่าได้ลงมืออย่างอำมหิตเพื่อตัดโอกาสไม่ให้เขากลับไปมีทายาทสืบสายเลือดอีก เหมาเด๋อซิงยอมจำนนต่อโชคชะตา ปิดบังตัวตนและอดีตไว้มิดชิดเพื่อใช้ชีวิตอย่างสงบในอำเภอฮัวซี
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาเพียรส่งจดหมายไปหาถามข่าวคราวน้องสาวจากสหายที่นอกพรมแดนบ่อยครั้ง แต่ด้วยความที่เผ่าเร่ร่อนย้ายถิ่นฐานไม่เป็นหลักแหล่ง ประกอบกับการส่งจดหมายข้ามพรมแดนเป็นเรื่องยากลำบาก จดหมายสิบฉบับที่เขาส่งไป มักจะถึงมือผู้รับเพียงฉบับเดียวเท่านั้น
ต่อมา ซินเยว่ชิงน้องสาวคนที่สองของเหมาเด๋อซิงยอมสละตัวเองออกไปรับหน้า เพื่อช่วยให้ ซินเยว่อี น้องสาวคนเล็กมีทางรอด จนกระทั่งนางถูกย่ำยีจนตาย
ส่วนซินเยว่อีที่รอดชีวิตมาได้ก็ได้แต่งงานกับสหายสนิทของเหมาเด๋อซิง ทั้งคู่มีบุตรชายที่น่ารักด้วยกันหนึ่งคน ชื่อว่า ‘ชางว่าง’ ซึ่งเป็นการนำชื่อของเหมาเด๋อซิงและซินเยว่ชิงมาตั้งรวมกัน
ทางด้านเหมาเด๋อซิงเองนั้นไร้สิ้นหวังเรื่องการมีทายาท ภรรยาคนแรกของเขาไม่อาจทนความเงียบเหงาได้จึงลอบคบชู้กับชายแซ่หวังที่อยู่ข้างบ้าน และให้กำเนิดบุตรชายออกมาสองคน เหมาเด๋อซิงรู้เต็มอกว่าเด็กทั้งสองไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของตน แต่เพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าเขาไร้สมรรถภาพทางเพศ เขาจึงยังคงแสร้งทำเป็นยินดีและจัดงานฉลองบังหน้า
เพียงแต่เหมาเด๋อซิงไม่ยอมแม้แต่จะตั้งชื่อเด็กเหล่านั้นให้ดี ๆ ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ฮูหยินเหมาคนแรกสะท้อนใจและรู้สึกผิดอยู่ลึก ๆ
ทว่าความรู้สึกผิดนั้นกลับถูกบดขยี้มลายหายไปภายใต้การใช้ความรุนแรงในครอบครัวที่นับวันจะหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ ของเหมาเด๋อซิง ไม่นานนัก ฮูหยินเหมาคนแรกก็ให้กำเนิดบุตรชายขึ้นมา อีกคนหนึ่ง โดยตั้งชื่อว่า เหมาเหลาเอ้อร์
แต่เมื่อตอนที่ เหมาต้า อายุได้เพียงขวบเดียว ชายแซ่หวังข้างบ้านก็ย้ายออกจากอำเภอฮัวซีไปเสียแล้ว
ดังนั้น เหมาเหลาเอ้อร์ จะเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ในเมื่อภรรยาไม่ยอมพูด เหมาเด๋อซิงเองก็สุดรู้
จนกระทั่งเด็กคนนั้นอายุครบหนึ่งขวบ ฮูหยินเหมาก็ไม่อาจทนรับความทุกข์ทรมานได้อีกต่อไป นางจึงตัดสินใจผูกคอตายในที่สุด
เหมาเด๋อซิงฝังร่างภรรยาคนแรกแล้วแต่งงานใหม่เพื่อหาคนมาช่วยเลี้ยงดูเหมาต้าและเหมาเหลาเอ้อร์ ในช่วงเวลานั้นเองเขาได้รับจดหมายจากน้องสาวบอกว่าสามีของนางเสียชีวิตแล้ว และชายในเผ่าต่างจ้องจะชิงตัวนางไปเป็นเมีย ส่วนหลานชายที่อายุยังไม่ถึงสี่ขวบของเขาก็เพิ่งลงมือฆ่าคนไปสองคนจนถูกคุมขัง
นั่นเป็นครั้งแรกที่เหมาเด๋อซิงเดินทางออกจากแคว้นตงฮั่น กลับไปเหยียบแผ่นดินเผ่าเร่ร่อนอีกครั้ง แต่น่าเสียดายที่สุดท้ายชางว่างก็ตายลง ซินเยว่อีไม่ยอมย้ายตามเขามาอยู่ที่อำเภอฮัวซี นางตัดสินใจปักหลักอยู่ที่เหลียวปี้เลี่ยตง เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เหมาเด๋อซิงกลายเป็นคนอารมณ์ร้ายกว่าเดิม เขาแค้นในความไร้ความสามารถของตนเอง และเกลียดชังเผ่าเร่ร่อนเข้ากระดูกดำ
สองพี่น้องแยกกันอยู่คนละทิศเหนือใต้ เหมาเด๋อซิงกลัวน้องสาวจะลำบากจึงส่งเงินไปให้นางทุกเดือน วันเวลาผ่านไป เหมาต้าและเหมาเหลาเอ้อร์เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ และหน้าตาก็ยิ่งไม่เหมือนเขาเลยแม้แต่น้อย หลังจากนั้นเขายังแต่งงานใหม่อีกสองครั้ง แต่ภรรยาทุกคนล้วนถูกเขาทำร้ายจนตาย ผู้คนรอบข้างจึงคิดไปเองว่าลูก ๆ ของเขาหน้าตาเหมือนแม่มากกว่าพ่อ
ปัจจุบัน เหมาต้าและเหมาเหลาเอ้อร์ต่างหนีหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงเหมาเด๋อซิงคนเดียว เดิมทีเขาคิดว่าตนเองหนีมาจากเผ่าเร่ร่อนในฐานะ ‘ทาสกบฏ’ จึงไม่คิดจะข้องแวะกับทางราชการ แต่เมื่อฤดูใบไม้ผลิปีนี้ เหลียวปี้เลี่ยตงถูกแคว้นตงฮั่นผนวกดินแดน คนในเผ่าหลายคนติดกับดักจนกลายเป็นนักโทษ และเมื่อไม่นานมานี้มีคนพบตัวซินเยว่อีเข้า
เหมาเด๋อซิงเป็นห่วงน้องสาวเพียงคนเดียวคนนี้มาก แต่เนื่องจากเขตเหลียวปี้เลี่ยตงยังอยู่ภายใต้การควบคุมที่เข้มงวด คนนอกไม่สามารถเข้าออกได้ง่าย ๆ เขาจึงยอมเสี่ยงพาเหมาต้าและเหมาเหลาเอ้อร์ไปก่อเรื่องที่จวนผู้ช่วยนายอำเภอโจวเพื่อลองเสี่ยงโชคดู หากฉีหวังเฟยเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับชื่อเสียงและความกตัญญู เขาอาจจะใช้โอกาสนี้ขอความช่วยเหลือจากหลี่เยว่หานให้นางช่วยพาน้องสาวมาจากทางเหนือ
ทว่าเขากลับคำนวณพลาด นอกจากหลี่เยว่หานจะไม่ใช่คนใจอ่อนที่ใครจะมาบงการได้ง่าย ๆ แล้ว นางยังมีเมิ่งฉีฮ่วนที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเคียงข้างอยู่ด้วย
เมื่อเห็นซินเยว่อีถูกพาตัวมา เหมาเด๋อซิงก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ไม่ว่าจุดจบของเขาจะเป็นอย่างไร ขอเพียงน้องสาวยังมีชีวิตอยู่ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
เมิ่งฉีฮ่วนสั่งคนให้พาซินเยว่อีมาตั้งแต่เช้าตรู่ ความจริงเขาสงสัยมาตลอดตั้งแต่วันแรกที่เหมาเด๋อซิงมาก่อเรื่องที่จวนปลัดโจว ว่าเหตุใดคนผู้นี้ถึงเพิ่งมาลงมือเอาป่านนี้? เขาจึงสั่งการให้คนสืบประวัติเชิงลึกของเหมาเด๋อซิงทันทีจนล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริง และส่งม้าเร็วไปพาตัวซินเยว่อีมาจากทางเหนือ
“ซินชางว่าง” เมิ่งฉีฮ่วนยืนอยู่ข้าง ๆ ซินเยว่อีที่ถูกมัดไว้อย่างแน่นหนา เขาจ้องมองเหมาเด๋อซิงด้วยสายตาเย็นชา “เจ้าจะยอมพูดเอง หรือจะให้ข้าเค้นเอาความจากสตรีผู่นี้?”
“ข้าพูดแล้ว! ข้าจะบอกทุกอย่าง!” ทันทีที่เห็นน้องสาว เหมาเด๋อซิงก็ยอมจำนนโดยสิ้นเชิง เขาไม่อยากให้นางต้องทนลำบากอีก
“เป็นข้าเอง…” เหมาเด๋อซิงสารภาพผิด ยอมเปิดเผยเรื่องราวในอดีตและเจตนาทั้งหมดของตนอย่างหมดเปลือก ก่อนจะก้มหน้าขอขมา “เรื่องทั้งหมดนี้เป็นแผนการของข้าเพียงคนเดียว ไม่เกี่ยวข้องกับเหมาต้า เหมาเหลาเอ้อร์ หรือน้องสาวของข้าเลยแม้แต่น้อย”
เมิ่งฉีฮ่วนยกยิ้มเย็นชา เขาพยักหน้าให้เฮ่อเจิ้งเทียนพานางออกไป จากนั้นก็นั่งลงตรงหน้าเหมาเด๋อซิงแล้วเอ่ยเสียงเรียบ
“ข้าเคยบอกเจ้าแล้ว… ว่าข้าจะประหารล้างตระกูลเจ้า”
สิ้นคำกล่าว ใบหน้าของเหมาเด๋อซิงก็พลันซีดเผือดราวกับกระดาษทันที!