ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 647 ขอให้ท่านผู้เฒ่าเดินทางโดยสวัสดิภาพ
- Home
- ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน
- บทที่ 647 ขอให้ท่านผู้เฒ่าเดินทางโดยสวัสดิภาพ
บทที่ 647 ขอให้ท่านผู้เฒ่าเดินทางโดยสวัสดิภาพ
สตรีผู้พูดมีใบหน้าหมดจดงดงาม เจ้าถ้ำใหญ่มั่นใจยิ่งนักว่าไม่เคยพบเห็นนางมาก่อน ทว่ากลับมีความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดฉายชัดขึ้นมา
“เจ้าคือหลี่เยว่หาน?” เจ้าถ้ำใหญ่เริ่มได้สติ สีหน้าพลันมืดมนลงทันตา “เจ้าดูออกว่าข้าเป็นใครอย่างนั้นหรือ?”
หลี่เยว่หานยืนอยู่หน้าห้องขัง นางมองดูเจ้าถ้ำใหญ่ด้วยสายตาเรียบเฉยทว่าแฝงด้วยความเมตตา “ฐานะของเจ้านั้นดูออกยากเย็นปานนั้นเชียวหรือ? มีแต่พวกเจ้าชาวหนานเจียงนั่นแหละที่ทึกทักเอาเองว่าพวกตนช่างลึกลับนัก”
“เจ้ารู้ได้อย่างไร?” เจ้าถ้ำใหญ่เห็นชัดว่าไม่เชื่อ “หรือว่าเจ้าแค่เดาเอา?”
“ถ้าเช่นนั้นข้าผู้เป็นหวังเฟยคงมีความสามารถล้ำเลิศนัก เพราะเดาคราใดก็แม่นยำครานั้น” หลี่เยว่หานกล่าวพลางสั่งให้คนเปิดประตูคุก แล้วเดินเข้าไปข้างในอย่างปราศจากความเกรงกลัว
เมื่อเห็นนางเดินเข้ามา เจ้าถ้ำใหญ่ก็เริ่มลนลาน “เจ้าไม่กลัวข้าหรือ!”
“เหตุใดข้าต้องกลัวเจ้า?” หลี่เยว่หานไปหยุดยืนอยู่ข้างกายเจ้าถ้ำใหญ่ “แม้แต่ตัวเจ้าถูกจับขังในคุกใต้ดินได้อย่างไรก็ยังไม่รู้ ข้ายังจะต้องเกรงกลัวคนอ่อนแอเยี่ยงเจ้าอีกหรือ?”
เจ้าถ้ำใหญ่ไม่เคยถูกใครหยามเกียรติซึ่งหน้าเช่นนี้มาก่อน เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความแค้น “อย่าได้ลำพองใจไปนัก!”
“ข้าจะลำพองแล้วเจ้าจะทำกระไรข้าได้!” หลี่เยว่หานสีหน้าเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ หยดน้ำพุวิญญาณหว่านอู้เซิงหยดหนึ่งปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้ว ก่อนจะดีดเข้าสู่กลางหน้าผากของเจ้าถ้ำใหญ่
ครานี้เจ้าถ้ำใหญ่ถึงกับขวัญเสีย “เจ้าทำอะไรกับข้า!”
“เจ้าคิดว่าวิชากู่ของพวกเจ้าไร้เทียมทานนักหรือ?” หลี่เยว่หานมองเหยียดเจ้าถ้ำใหญ่ที่ยามนี้สภาพมิต่างจากสุนัขจนตรอก “ข้าเพียงพลิกฝ่ามือก็ทำลายวิชากู่ของเจ้าได้แล้ว ช่างไร้ค่ายิ่งนัก”
“เจ้าโกหก!” เจ้าถ้ำใหญ่แสยะยิ้มอย่างบ้าคลั่ง “หากเจ้าเก่งกาจปานนั้น เหตุใดบุตรสาวของเจ้าถึงยังต้องพิษกู่ของข้า!”
“หากมิใช่เพราะอานิ่งถูกคนลอบวางยาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เจ้าคิดว่าข้าจะตรวจไม่พบรึ?” หลี่เยว่หานกล่าวพลางสะบัดมือขึ้น
เสียงซู่ซ่าดังแว่วมาจากทั่วทุกสารทิศ ทหารยามเฝ้าคุกหน้าซีดเผือดทว่ากลับไม่มีผู้ใดกล้าหลบหนี เสียงนี้เจ้าถ้ำใหญ่คุ้นเคยดียิ่งกว่าผู้ใด
“ฮ่า ๆ ๆ เหล่าลูกรักของข้าสัมผัสได้ถึงการเรียกขานแล้ว หลี่เยว่หาน วันตายของเจ้ามาถึงแล้ว!” เจ้าถ้ำใหญ่ถูกโซ่ล่ามคอติดกับห้องขัง ทว่าเขากลับหัวเราะร่าอย่างลำพอง มองหลี่เยว่หานราวกับมองคนตาย
“งั้นหรือ” หลี่เยว่หานยิ้มบาง “ข้าล่ะสงสัยนักว่าใครมอบความกล้าให้เจ้ามั่นใจผิด ๆ เช่นนี้ หลิวรั่วอิง หรืออย่างไร?”
“เหอะ คนที่กำลังจะตายอย่างเจ้า ข้าไม่ลดตัวลงไปเสวนาด้วยหรอก!” เจ้าถ้ำใหญ่เชิดหน้าขึ้นอย่างทระนง หลับตาลงเพื่อสัมผัสถึงฝูงอสรพิษและแมลงพิษที่กำลังคืบคลานเข้ามา
เมื่อเห็นเขาหลับตาลง มุมปากของหลี่เยว่หานก็ปรากฏรอยยิ้ม
ทั้งสองเผชิญหน้ากัน คนหนึ่งนั่งกับพื้น อีกคนหนึ่งยืนอย่างสง่างามกลางห้องขัง เสียงซู่ซ่ารอบกายดังระงมไม่ขาดสายราวกับระลอกคลื่นที่โถมเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า
ทว่าใบหน้าของเจ้าถ้ำใหญ่เริ่มซีดลงเรื่อย ๆ ครู่ต่อมาเขาลืมตาขึ้น จ้องมองหลี่เยว่หานอย่างไม่อยากเชื่อสายตา “สัตว์พิษพวกนี้… เจ้าเป็นคนเรียกมางั้นหรือ?”
“มิใช่หรอก” หลี่เยว่หานส่ายหน้า “ข้ามิใช่ชาวหนานเจียง จะเรียกสัตว์พิษมาได้อย่างไร”
“แล้วเหตุใด…” ร่างกายของเจ้าถ้ำใหญ่สั่นคลอนราวกับเรี่ยวแรงสูญสิ้น
หลี่เยว่หานยิ้มพราย “เจ้าวางใจเถอะ วันนี้เจ้าไม่มีทางรอดชีวิตไปได้ ข้าเป็นคนจิตใจดี ย่อมไม่ยอมให้เจ้าตายไปพร้อมกับความสงสัย”
สิ้นคำ หลี่เยว่หานก็โบกมืออีกครั้ง ชายหนุ่มผู้หนึ่งก็ถูกคุมตัวเข้ามาในห้องขัง
“เจ้า… เจ้าสาม!” เจ้าถ้ำใหญ่ตาเบิกโพลงเมื่อเห็นชายหนุ่มผู้นั้น “เจ้าทรยศข้า!”
“เจ้าถ้ำใหญ่ พวกเจ้าสิบสองถ้ำยกพวกมากันหมดเยี่ยงนี้ คงมิได้มีจุดประสงค์เพียงแค่แก้แค้นให้เทพธิดาศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นกระมัง” หลี่เยว่หานเอ่ยขึ้นช้า ๆ “หากเจ้ายอมบอกจุดประสงค์ที่แท้จริงมา ข้าอาจจะยังเมตตาไว้ชีวิต”
เจ้าถ้ำใหญ่ถลึงตาใส่หลี่เยว่หานด้วยความโกรธแค้นแทบกระอักเลือด “อย่าหวังว่าจะได้ข่าวคราวใด ๆ จากปากข้าเลย!”
“ก็นั่นน่ะสิ เจ้าถ้ำใหญ่ผู้เป็นประมุขแห่งสิบสองถ้ำหนานเจียง เมื่อเทพธิดาและโอรสศักดิ์สิทธิ์สิ้นชีพ เจ้าก็คือผู้ที่มีอำนาจสูงสุด ไยต้องเสี่ยงอันตรายมาถึงภาคกลางด้วยตนเอง” หลี่เยว่หานพยักหน้าพลางยิ้มละไม “น่าเสียดายนัก เจ้าถ้ำใหญ่… เจ้าไม่ควรเหยียบย่างเข้ามาในแผ่นดินภาคกลางเลยจริง ๆ”
“เจ้ารู้อะไร!” เจ้าถ้ำใหญ่สบถออกมาอย่างเหลืออด “ข้ามาที่นี่มิได้เพื่อล้างแค้นให้พวกนั้น! ข้ามาเพื่อ…”
พูดถึงตรงนี้ เจ้าถ้ำใหญ่ก็นึกขึ้นได้รีบหุบปากสนิท “ต่อให้ตายเจ้าก็ไม่มีวันได้รู้”
“ไม่เป็นไร ในเมื่อข้ามีสารพัดวิธีที่จะจัดการกับกู่และสัตว์พิษของพวกเจ้า เมื่อถึงเวลาหวังเย่เคลื่อนทัพลงใต้ ข้าเพียงแค่จัดเตรียมถุงหอมขับพิษสูตรพิเศษให้เหล่าทหาร การจะเหยียบเทือกเขานับแสนยอดของหนานเจียงให้ราบพณาสูรก็เป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น” หลี่เยว่หานกล่าวอย่างลำพอง
“เหอะ นังเด็กเมื่อวานซืน เจ้าไม่รู้ซึ้งถึงอานุภาพวิชากู่ของหนานเจียงเลยสักนิด!” เจ้าถ้ำใหญ่เอ่ยอย่างดูแคลน “อยากฆ่าก็ฆ่า ข้าไม่มีคำใดจะกล่าวอีก!”
“ตกลง” หลี่เยว่หานทอดถอนใจ “ข้าจะสงเคราะห์ให้ตามคำขอ”
เมื่อนางกล่าวจบ คนอีกหลายคนก็ถูกโยนเข้ามาในห้องขัง ทุกคนอยู่ในสภาพดวงตาเหม่อลอยปราศจากสติเฉกเช่นเดียวกับเจ้าถ้ำสาม
เจ้าถ้ำใหญ่ร้องเรียกชื่อพวกเขาทีละคน ทว่ากลับไม่มีผู้ใดตอบสนอง ความตื่นตระหนกพลันจู่โจมหัวใจเขา “เจ้าต้องการอะไรกันแน่!”
เจ้าถ้ำทั้งสิบสองคือหัวใจสำคัญของหนานเจียง ยามนี้พวกเขากลับอยู่ในสภาพเหมือนคนไร้จิตวิญญาณไปเสียสิ้น ซ้ำร้ายเจ้าถ้ำทั้งหมดกลับมาสวมรอยอยู่ที่นี่ จะไม่ให้เขาขวัญผวาได้อย่างไร!
“ข้าบอกแล้วไง หากเจ้าบอกจุดประสงค์ที่มาภาคกลางให้ชัดเจน พวกเจ้าก็มิต้องตาย ข้าจะส่งคนไปส่งพวกเจ้ากลับหนานเจียงเอง” หลี่เยว่หานกำลังจะเดินออกจากประตูคุก นางชะงักฝีเท้าเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงร้อนรนของเจ้าถ้ำใหญ่ ก่อนจะเบือนหน้ากลับมากล่าวว่า “หากเจ้าไม่พูด ก็จงตายอยู่ที่นี่เสีย หลังจากนั้นข้ากับหวังเย่จะวางแผนเคลื่อนทัพลงใต้ กวาดล้างหนานเจียงให้สิ้นซาก!”
กล่าวจบ หลี่เยว่หานก็ก้าวเดินจากไป
เสียงซู่ซ่ารอบกายเริ่มขยับใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ความเร็วของมันเพิ่มขึ้นกว่าเมื่อครู่นัก จนสติของเจ้าถ้ำใหญ่แทบจะพังทลาย
เขาไม่สงสัยเลยว่าหลี่เยว่หานมีวิธีสะกดวิชากู่จริงหรือไม่ เพราะเขาได้ลองมากับตัวแล้ว กู่ชะตาชีวิตในกายของเขาราวกับหลับสนิทจนมิอาจเรียกใช้ได้ หากมิใช่ฝีมือหลี่เยว่หานแล้วจะเป็นใคร!
ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าถ้ำทั้งสิบสองล้วนเป็นยอดฝีมือทางด้านกู่ แต่กลับถูกจับขังในสภาพไร้สติอยู่ที่นี่ ทั้งหมดนี้ย่อมเป็นน้ำมือของสตรีผู้นี้อย่างแน่นอน!
เจ้าถ้ำใหญ่ประจักษ์ชัดแล้วว่า หากเขายังดื้อแพ่งต่อไป ตัวเขาและเจ้าถ้ำที่เหลือคงต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่เป็นแน่!
“ข้าจะพูด!” ในจังหวะที่เท้าของหลี่เยว่หานกำลังจะก้าวพ้นเขตคุกใต้ดิน เสียงของเจ้าถ้ำใหญ่ก็ดังขึ้น “ข้าจะบอกเจ้าทุกอย่าง บอกทุกเรื่องเลย!”
ทว่าหลี่เยว่หานกลับมิได้หยุดฝีเท้าเลยแม้แต่น้อย นางเดินพ้นประตูคุกไป ปล่อยให้ผู้คุมปิดประตูห้องขังและลงกลอนอย่างแน่นหนา
“สายไปเสียแล้ว ท่านผู้เฒ่าเดินทางไกลขอให้โชคดี” หลี่เยว่หานไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง นางพาคนเดินหายลับไปในความมืดมิดของคุกใต้ดินอย่างรวดเร็ว