ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน - บทที่ 90 ฉวยโอกาสตรงไหน
บทที่ 90 ฉวยโอกาสตรงไหน
ตอนที่เมิ่งฉีฮ่วนกับหลี่เยว่หานจะจากไป นอกจากหลิ่วจื้อหย่วนแล้ว คนตระกูลหลิ่วรวมถึงภรรยาของหลิ่วเทียนเสียงล้วนออกมาส่งพวกเขากันถ้วนหน้า
เมื่อไปถึงหน้ารถม้า หลิ่วฮูหยินก็ดึงหลี่เยว่หานเอาไว้ ส่งกล่องที่หนักอึ้งใบหนึ่งให้นาง กล่าวอย่างอ่อนโยนว่า “ไม่มีวาสนาเป็นแม่สามีของเจ้า ตอนนี้สามารถเป็นแม่บุญธรรมของเจ้า แสดงให้เห็นว่าเจ้ามีวาสนากับตระกูลหลิ่วของพวกข้า ได้ยินว่าตอนเจ้าออกเรือนไม่มีอะไรติดตัวไปสักอย่าง เครื่องประดับเหล่านี้ถือเสียว่าเป็นสินเดิมที่ข้ามอบให้เจ้าในฐานะแม่บุญธรรมก็แล้วกัน”
หลี่เยว่หานได้ยินอย่างนั้นก็รับมาด้วยความประหลาดใจ “เยว่หานขอบคุณแม่บุญธรรม!”
“เด็กดี เป็นตระกูลหลิ่วของพวกข้าที่ผิดต่อเจ้า เจ้าจะขอบคุณพวกข้าทำไม ต่อไปก็เป็นคนครอบครัวเดียวกันแล้ว ถ้ามีเรื่องลำบากก็ต้องพูดออกมานะ” คราวก่อนตอนหลี่เยว่หานมาถอนหมั้นไม่ได้พบหลิ่วฮูหยิน วันนี้ได้พบอีกฝ่ายก็รู้สึกว่าหลิ่วฮูหยินเป็นสตรีที่อ่อนโยนอย่างยิ่งคนหนึ่ง
โอภาปราศรัยกันเล็กน้อย นายท่านผู้เฒ่าหลิ่วก็บอกทุกคนว่าอย่าทำให้สองสามีภรรยาต้องไปเมืองหลิวชิงล่าช้า ให้สาวใช้ห่อของกินมากมายมาให้พวกเขาเก็บเอาไว้กินระหว่างทาง จากนั้นก็โบกมือกล่าวคำอำลา
รถม้าจากมาจนพ้นสายตาของคนตระกูลหลิ่วแล้ว หลี่เยว่หานค่อยถอนหายใจออกมา
ยามนั้นค่อยเปิดกล่องที่หลิ่วฮูหยินให้มาแล้วก็ต้องเบิกตากว้าง “ฉิบหาย ทองคำหมดเลยหรือนี่!”
“เป็นสาวเป็นนาง ฉิบหายอะไรกัน อย่าพูดคำหยาบ” เมิ่งฉีฮ่วนตีกระหม่อมนางทั้งฉุนทั้งขัน เป็นเหตุให้หลี่เยว่หานเจ็บจนมองค้อนเขาด้วยความโมโห
“ท่านตีข้าทำไม! ตอนนี้ข้าเป็นคุณหนูคนเล็กของตระกูลหลิ่วแล้วนะ ระวังข้าจะไปฟ้องท่าน!” หลี่เยว่หานแสร้งวางท่า
“งั้นรึ? เจ้าน่ะหรือจะไป?” เมิ่งฉีฮ่วนเข้าใจนางอย่างทะลุปรุโปร่ง เขาเปิดฝาตะกร้าของว่างที่ตระกูลหลิ่วให้พวกเขามาแล้วหยิบขนมกุ้ยฮวาชิ้นหนึ่งขึ้นมาใส่ปากหลี่เยว่หาน “ลองชิมดูสิ”
หลี่เยว่หานตั้งท่าจะวางอำนาจบาตรใหญ่สักยก แต่กลับถูกเมิ่งฉีฮ่วนยัดของว่างใส่ปาก ยังไม่ทันได้พูดอะไร กลิ่นหอมของดอกกุ้ยก็แผ่ซ่านอยู่ในปาก อร่อยจนหญิงสาวพยักหน้าติด ๆ กัน จึงวางเครื่องประดับทองคำลงข้าง ๆ แล้วหันไปยื้อแย่งของว่างในตะกร้ากับเมิ่งฉีฮ่วน “ข้าจะเอาอีก!”
เมิ่งฉีฮ่วนเห็นเช่นนั้นก็ยิ้มพลางส่งตะกร้าไปให้ถึงตรงหน้านางอย่างรักใคร่ตามใจ “เจ้ากินช้าหน่อย ข้าไม่แย่งเจ้าหรอก เดี๋ยวจะติดคอ”
“อืม อืม!” หลี่เยว่หานหาได้ฟังเข้าหู เธอก้มหน้าก้มตากินอย่างเดียว
เมิ่งฉีฮ่วนได้แต่ส่ายศีรษะอย่างจนใจ แล้วส่งกาน้ำมาให้ “เจ้าไปพูดกับนายท่านผู้เฒ่าหลิ่วอย่างไร เขาถึงยอมรับเจ้าเป็นหลานสาว”
“ง่ายจะตายไป” หลี่เยว่หานพูดด้วยสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง “ข้าเริ่มจากพูดให้เขานึกทบทวนว่ากว่าแม่ข้าจะช่วยชีวิตเขาได้ต้องลำบากขนาดไหน แล้วให้เขาย้อนนึกว่าตอนที่รับปากท่านแม่ข้าเรื่องมงคลของข้ากับหลิ่วจื้อหย่วน เขารู้สึกอย่างไร เท่านี้ข้าก็สามารถสะกิดความละอายใจของเขาออกมาได้แล้ว”
“เมื่อนายท่านผู้เฒ่าหลิ่วรู้สึกละอายใจก็จะนึกถึงเรื่องระหว่างหลิ่วจื้อหย่วนและหลี่หรงหรงขึ้นมาได้ รวมกับสภาพน่าเวทนาของข้าตอนอยู่บ้านสกุลหลี่ ชั่วขณะที่ความละอายในจิตใจของนายท่านผู้เฒ่าหลิ่วพุ่งสูงลิ่ว ข้าก็เป็นฝ่ายพูดเรื่องนี้ให้หลิ่วจื้อหย่วนรับหลี่หรงหรงเป็นอนุขึ้นมา เวลานี้ นายท่านผู้เฒ่าหลิ่วก็จะคิดว่าตระกูลหลิ่วของพวกเขาปฏิบัติต่อข้าอย่างไม่เป็นธรรมถึงเพียงนี้ แต่ข้าก็ยังใจกว้างพอที่จะไม่ถือสา ทั้งยังคิดเพื่อน้องสาวเนรคุณจนถึงขั้นนี้ ดังนั้นเขาย่อมต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อชดเชยให้ข้าอยู่แล้ว”
“แต่ข้าคิดไม่ถึงว่าพวกเขาจะชดเชยให้ถึงสองชั้น” หลี่เยว่หานพูดพลางยัดขนมถั่วเขียวใส่ปาก โคลงศีรษะลิ้มรสอย่างสำราญใจ
“ชดเชยให้สองชั้น?” เมิ่งฉีฮ่วนเห็นสาวน้อยทำท่าเหมือนคนเจ้าเล่ห์ที่อุบายประสบผลสำเร็จก็นึกอยากรู้
“นายท่านผู้เฒ่าหลิ่วรู้เรื่องที่หวังเหอฮวาตามตอแยท่าน จึงบอกข้าว่าจะให้หลิ่วจื้อหย่วนรับหลี่หรงหรงกับหวังเหอฮวาเป็นอนุพร้อมกัน ถึงอย่างไรก็เป็นอนุ ต่อให้เป็นหญิงสาวจากชนบทก็ไม่กระทบต่อชื่อเสียงดีงามของตระกูลหลิ่ว”
“ส่วนเรื่องที่ให้หลิ่วเทียนเสียงรับข้าเป็นลูกสาวบุญธรรมก็ทำไปเพื่อชื่อเสียงของตระกูลหลิ่วทั้งนั้น” หลี่เยว่หานพูดแล้วก็ยกน้ำขึ้นดื่มอึกใหญ่ ค่อยกล่าวต่อไปว่า “ตอนข้ามาถอนหมั้น ได้ยินว่าหลิ่วจื้อหย่วนไม่ออกมาข้างนอกอยู่เป็นนาน เพราะกลัวถูกคนปาไข่เน่า ยามนี้รับข้าเป็นลูกสาวบุญธรรม เมื่อครู่ตอนอยู่หน้าประตูเรือนยังแสดงละครเสียขนาดนั้น ชื่อเสียงตระกูลหลิ่วที่ถูกลูกหลานล้างผลาญอย่างหลิ่วจื้อหย่วนทำเสื่อมเสียคงกอบกู้คืนมาได้ไม่น้อยเชียวล่ะ”
เมิ่งฉีฮ่วนฟังคำพูดของหลี่เยว่หานแล้วก็ลอบทอดถอนใจ หลี่เยว่หานหยั่งจิตใจผู้อื่นได้แม่นยำอย่างร้ายกาจ แต่กลับไม่แสดงออกมาสักนิด “เจ้าไม่กังวลว่าวันนี้ตระกูลหลิ่วจะไม่ยอมพบเจ้า?”
“กังวลสิ” หลี่เยว่หานพยักหน้า “ตอนแรกที่ข้าจะให้คนเฝ้าประตูเข้าไปรายงานก็เตรียมใจมาแล้วว่าคงต้องโวยวายสักยก แต่ถ้าถึงขั้นต้องโวยวาย อาจไม่มีการชดเชยสองชั้นเช่นนี้ก็ได้ ดังนั้นต้องขอบคุณท่าน”
“ขอบคุณข้าทำไม?” เมิ่งฉีฮ่วนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หยิบของว่างขึ้นมาละเลียดกินราวกับไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับตนเอง รอให้สาวน้อยเอ่ยคำชมเชย
“จริงสินะ ข้าจะขอบคุณท่านไปทำไมกัน เรื่องวันนี้ข้าทำสำเร็จด้วยตัวเองนี่นา” หลี่เยว่หานมองเจตนาเบื้องหลังการกระทำของเขาออกจึงยิ้มอย่างชั่วร้าย
“เจ้า…” เมิ่งฉีฮ่วนถูกหลี่เยว่หานแกล้งจึงเอื้อมไปบีบคั้นใบหน้าของนางอย่างหมั่นเขี้ยว “ถ้าไม่ใช่เพราะข้าคิดเรื่องเขียนป้ายขอพบเอาไว้ล่วงหน้า เจ้าอาจเข้าประตูเรือนตระกูลหลิ่วไม่ได้ด้วยซ้ำ เจ้าว่าควรขอบคุณข้าหรือไม่เล่า!”
“ควรควรควร!” ใบหน้าเล็ก ๆ ของหลี่เยว่หานถูกเมิ่งฉีฮ่วนบีบเอาไว้จนริมฝีปากเม้มเข้ากันอย่างไม่อาจควบคุม พยักหน้าหงึกหงัก
เห็นอย่างนั้น เมิ่งฉีฮ่วนพลันอดใจไม่ไหว โฉบลงไปฉวยกลีบปากสีแดงสดของหลี่เยว่หาน ทันใดนั้น บรรยากาศภายในรถม้าก็เปลี่ยนเป็นคลุมเครือขึ้นมา…
“ท่านท่าน…” สมองของหลี่เยว่หานหยุดทำงานไปชั่วขณะ แต่ก็ได้สติคืนมาอย่างรวดเร็ว เธอผลักเมิ่งฉีฮ่วนออก ชี้หน้าเขาอย่างโมโหจนลมหายใจสั่นสะท้าน “คนฉวยโอกาส!”
“ข้าจูบภรรยาของตัวเอง แล้วจะเป็นคนฉวยโอกาสได้อย่างไรเล่า” เมิ่งฉีฮ่วนรู้สึกว่าใบหน้าเห่อร้อนเช่นกัน แต่เมื่อเห็นหลี่เยว่หานแสดงท่าทางเช่นสาวน้อยออกมาอย่างหาได้ยาก เขาจึงหน้าด้านแกล้งทำตัวไร้ยางอาย
หลี่เยว่หานเห็นท่าทางไม่สะทกสะท้านของเมิ่งฉีฮ่วนก็เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันพลางกลอกตามองบน กอดกล่องเครื่องประดับทองคำถอยไปอยู่ตรงมุมหนึ่งของรถม้า
เมิ่งฉีฮ่วนเห็นนางทำอย่างนั้นก็ไม่สนใจ ดื่มน้ำเสร็จก็นำตะกร้าของว่างและกาน้ำวางกลับเข้าที่ หยิบตำราขึ้นมาอ่านต่อ
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ รถม้าโยกเยกโคลงเคลง เมิ่งฉีฮ่วนก็ค่อย ๆ เคลิ้มหลับไปบนโต๊ะตัวเล็ก
“นี่ เมิ่งฉีฮ่วน?” หลี่เยว่หานยื่นนิ้วเข้าไปจิ้มใบหน้าของเมิ่งฉีฮ่วน เห็นเขาไร้ปฏิกิริยาตอบสนองก็ถอนหายใจโล่งอก รีบวางกล่องเครื่องประดับลงแล้วเปิดตะกร้าของว่างกินอีกครั้ง
ยังดี ยังดี ขนมที่เมิ่งฉีฮ่วนกินไปล้วนเป็นของว่างที่หลี่เยว่หานไม่ค่อยชอบกิน ส่วนของว่างที่หลี่เยว่หานโปรดปรานอย่างขนมกุ้ยฮวา ขนมถั่วเขียว ขนมดอกท้อและข้าวโพดทอด เมิ่งฉีฮ่วนกลับไม่ได้แตะต้อง
กินไปได้สักพัก หลี่เยว่หานก็รู้สึกกระหายน้ำ วางขนมลงแล้วยกน้ำขึ้นดื่ม ก่อนจะสบตาเข้ากับเมิ่งฉีฮ่วนโดยไม่ทันตั้งตัว
“…” หลี่เยว่หานสะดุ้งตกใจจนขนมติดคอ!
เมิ่งฉีฮ่วนเห็นอย่างนั้นก็ดีดตัวขึ้นนั่งทันที ทางหนึ่งช่วยป้อนน้ำทางหนึ่งลูบหลังให้นาง สีหน้าทั้งฉุนทั้งขัน