ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายสาวชาวสวน - บทที่ 438 สวมหมวกเขียว
ตอนที่ 438 สวมหมวกเขียว
เมื่อจางซิ่วเอ๋อได้ยินเช่นนี้ แววตาที่นางมองเนี่ยหย่วนเฉียวจึงกลายเป็นซับซ้อน
มันเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจอย่างสุดซึ้ง
ไม่แปลกใจเลยที่เนี่ยหย่วนเฉียวกล่าวว่าเขาไม่มีบ้าน นั่นเป็นเพราะว่าเขา… เพราะว่าเขาถูกสวมหมวกเขียว*?
*คนรักลอบมีชู้แล้วสวมเขาให้
ในสมัยโบราณไม่มีการประนีประนอมกัน และถึงแม้จะมีการหย่าร้างบ้าง แต่ก็น้อยนักที่จะได้แต่งงานใหม่
สตรีที่เถี่ยเสวียนบอกว่ากำลังจะแต่งงานใหม่ อาจจะสวมหมวกเขียวให้กับเนี่ยหย่วนเฉียว
จางซิ่วเอ๋อหัวเราะแห้ง มันจะดีหรือไม่ที่กล่าวเรื่องนี้ต่อหน้าเนี่ยหย่วนเฉียว?
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ จางซิ่วเอ๋อก็ยิ้มและเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “มาเถิด กินข้าวกันเถอะ”
เนี่ยหย่วนเฉียวไม่ได้ขยับตะเกียบของเขา
จางซิ่วเอ๋อคิดว่าเนี่ยหย่วนเฉียวไม่พอใจ เช่นนี้นางจึงกล่าวปลอบ “ก็แค่สตรีคนหนึ่ง? เป็นเรื่องใหญ่นักหรือ? เจ้าสามารถแต่งงานใหม่ได้หากเจ้าต้องการ ใบหน้าของเจ้าก็หล่อเหลา ทั้ งยังล่าสัตว์ได้อีก ในอนาคตเจ้าจะได้พบเจอคนที่ดีกว่านางแน่นอน!”
แววตาของเนี่ยหย่วนเฉียววูบไหว น้ำเสียงของเขาพลันจริงจังขึ้นมา “คนอื่นไม่เหมือนนาง”
นางคือสตรีที่เขาต้องการจะแต่งงานด้วย ความจริงแล้วเขาไม่เคยมีฮูหยินมาก่อน
ไม่ว่าฮูหยินเนี่ยจะสรรหาสตรีเช่นใดมา เขาก็จะทำทุกอย่างเพื่อที่จะขับไล่พวกนางออกไป แต่เมื่อเขาได้พบเจอกับจางซิ่วเอ๋อ นางคือสตรีเพียงคนเดียวที่เขาไม่ได้รังเกียจ และยังเต ต็มใจยอมรับตัวตนของนาง
จางซิ่วเอ๋อมองเนี่ยหย่วนเฉียวอย่างไม่พอใจ นางอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาพร้อมกับคิดในใจว่า สามีที่ดีผู้นี้กลับตามใจภรรยาจนเคยตัว
เป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ คนดั่งเช่นเนี่ยหย่วนเฉียวที่ดูราวกับเทพบุตรยังพบเจอกับประสบการณ์ที่น่าสลดใจ และดูเขาจะหลงใหลในสตรีผู้นั้นไม่เปลี่ยนแปลง!
ในใจของจางซิ่วเอ๋ออดไม่ได้ที่จะสาปแช่งสตรีตาบอดผู้นั้น
แต่นางไม่อาจทราบได้ ว่านางคือสตรีที่ทั้งนายและบ่าวกล่าวถึงเมื่อครู่นี้
ปีนี้ก็ผ่านพ้นไป
ฤดูหนาวกำลังจะผ่านไปเช่นกัน
ผู้ใหญ่บ้านซ่งต้องแบ่งที่ดินก่อนที่ฝนแรกจะตกลงมา
มีที่ดินมากมายหลายประเภท
ประการแรกเป็นสมบัติส่วนตัว ที่ดินเหล่านั้นไม่ต้องถูกจัดแบ่ง ตราบใดที่บรรพบุรุษยังไม่เปลี่ยนแปลง ที่ดินเหล่านั้นจะเป็นของส่วนบุคคล แต่ถึงแม้ว่าบรรพบุรุษจะเปลี่ยนรุ่นแล้ว คนส่วนให หญ่ก็มักจะไม่ย้ายออกไปจากที่ดินนั้น
อีกประการหนึ่งก็คือสำนักปกครองได้จัดระเบียบให้ที่ดินรกร้างว่างเปล่า และที่ดินเหล่านี้ล้วนเป็นของส่วนกลาง
ที่ดินทั่วไปนี้ไม่สามารถซื้อหรือขายได้ และจะต้องแบ่งใหม่ทุกฤดูใบไม้ผลิ
บุรุษของทุกครัวเรือนจะถูกนับและมีส่วนร่วมกับการแบ่งนี้
สตรีก็ได้รับส่วนแบ่งด้วยเช่นกัน แม้ว่าจะไม่มากนัก แต่ก็มีส่วนช่วยเหลือครอบครัวยากไร้ไม่ใช่น้อย
หากแต่ผู้คนในหมู่บ้านก็ไม่ชอบสตรีมากขึ้นเรื่อย ๆ
สตรีเป็นอะไร? สืบเชื้อสายก็ไม่ได้ ยามเมื่อแบ่งที่ดินย่อมไม่มีส่วนแบ่ง มีสิบคนก็มีแต่เสียทั้งสิบคน
ในเวลานี้ จางซิ่วเอ๋อมาพบกับผู้ใหญ่บ้านซ่ง
ผู้ใหญ่บ้านซ่งสูบยามอระกู่(1) เขามองจางซิ่วเอ๋อด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยแน่ใจนัก “เจ้าต้องการซื้อที่ดินงั้นหรือ?”
จางซิ่วเอ๋อพยักหน้าและตอบกลับ “ใช่ ข้าต้องการซื้อ”
“เจ้าจะซื้อด้วยราคาเท่าใด?” ผู้ใหญ่บ้านซ่งมองจางซิ่วเอ๋อพร้อมเอ่ยถาม
สตรีต่อให้เก่งกาจเพียงใดก็ยังเป็นสตรีวันยังค่ำ แล้วที่ดินเหล่านี้… จะสามารถปลูกสิ่งใดได้หรือ?
จางซิ่วเอ๋อไม่มีความคิดที่จะปลูกสิ่งใดลงในที่ดินของตนด้วยตนเอง นางไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น และนางก็มีวิธีอื่นในการหาเงิน หลังจากซื้อที่ดินไปสัก 1 ปี นางยังไม่สามารถหาเงิน 2 ตำลึงได้แน่นอน ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ไม่คุ้มค่าจริง ๆ
แต่ว่าการมีที่ดินและไม่มีที่ดินนั้นไม่เหมือนกัน
คนไร้ที่ดินจะถูกคนในหมู่บ้านดูหมิ่นดูแคลน
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้นางต้องการจะซื้อที่ดิน นางก็มีแผนอื่นสำรองเช่นกัน
“ตอนนี้ที่ดินราคาเท่าไรหรือเจ้าคะ?” จางซิ่วเอ๋อถามอย่างใคร่รู้
ผู้ใหญ่บ้านซ่งกล่าว “ที่ดินธรรมดามีราคาเท่ากับห้าตำลึงต่อไร่ ส่วนทุ่งนาอุดมสมบูรณ์ราคาหกตำลึงต่อไร่”
จางซิ่วเอ๋อพยักหน้า นางยังไม่ตัดสินใจและยังถามอีกครั้ง “แล้วที่ดินสำหรับใช้สร้างบ้านขายอย่างไร?”
“เจ้าจะสร้างบ้านในหมู่บ้านงั้นหรือ?” ผู้ใหญ่บ้านซ่งประหลาดใจยิ่ง จางซิ่วเอ๋อมีความสามารถเกินไปแล้ว
นี่คือการซื้อบ้านและซื้อที่ดิน ซึ่งบุรุษหลายคนในหมู่บ้านไม่อาจทำได้
ผู้ใหญ่บ้านซ่งกล่าว “ปีนี้ดูจะเป็นปีที่ดี หมู่บ้านมีที่ดินสำหรับเพาะปลูกไม่เพียงพอ หากเจ้าต้องการจะซื้อที่ดินสำหรับทำไร่นาก็ไม่อาจซื้อได้โดยง่ายนัก”
“หากเจ้าต้องการสร้างบ้าน ก็ยังพอมีที่ดินอยู่ เจ้าคิดอย่างไรกับพื้นที่โล่งตรงข้ามบ้านของบัณฑิตจ้าว?” ผู้ใหญ่บ้านซ่งถาม
นอกจากนี้เขายังรู้สึกว่าจางซิ่วเอ๋อไม่สามารถอาศัยอยู่ในป่าผีสิงได้ตลอดชีวิต ดังนั้นเขาจึงกล่าวถึงที่ดินบริเวณนั้น
จางซิ่วเอ๋อพยักหน้า มันเป็นสถานที่ที่ดี ติดกับภูเขาจึงสามารถขึ้นภูเขาได้ง่าย และยังใกล้บ้านของตระกูลจ้าวด้วย พวกเขาสามารถดูแลซึ่งกันและกันได้
ทั้งยังติดกับป่าผีสิงเช่นกัน หากมีเหตุด่วนอะไรก็ย่อมไม่มีปัญหาที่จะกลับไปยังบ้านผีสิง
“ที่ดินผืนนั้น หากเจ้าซื้อ เจ้าสามารถสร้างบ้านและทำสวนผักได้ เงินเพียงสิบตำลึงก็เพียงพอแล้ว” ผู้ใหญ่บ้านซ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าว
ที่ดินเหล่านี้ไม่มีเจ้าของ และมันคือทรัพย์สินของหมู่บ้าน
เมื่อขายที่ดินได้แล้ว เงินจะถูกแบ่งให้แต่ละครัวเรือน
ผู้ใหญ่บ้านซ่งคือหัวหน้าหมู่บ้าน ทุกสิ่งอยู่ในความดูแลของเขา
จางซิ่วเอ๋อรู้สึกว่าที่ดินผืนนั้นเล็กไปสักหน่อย เมื่อนางคิดไตร่ตรอง เงิน 10 ตำลึงก็เป็นจำนวนไม่น้อยเช่นกัน ทั้งนางยังต้องการสร้างบ้านด้วย แต่อย่างไรแล้วมันก็ไม่ได้เลวร้าย ยนัก ตอนนี้เงินของนางยังไม่เพียงพอ ดังนั้นนางจึงสามารถซื้อสิ่งเหล่านี้ไว้ก่อนได้
จางซิ่วเอ๋อคิดจะรีบซื้อที่ดิน แต่นางก็รู้สึกว่าไม่ควรจะซื้อในฤดูใบไม้ผลินี้ เมื่อทุกคนปลูกสิ่งต่าง ๆ ลงดินแล้ว ใครกันเล่าจะต้องการขายมัน?
แต่นี่ไม่ใช่เรื่องที่ต้องรีบร้อนอะไร จางซิ่วเอ๋อบอกผู้ใหญ่บ้านซ่งให้จับตามองสิ่งต่าง ๆ ไว้ และหากใครต้องการจะขายที่นาของพวกเขา ขอให้บอกกล่าวต่อนางด้วย
จางซิ่วเอ๋อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าและกล่าวว่า “ตกลง ข้าจะซื้อที่ดินผืนนี้”
เมื่อเห็นว่าจางซิ่วเอ๋อพูดคุยได้ง่าย ผู้ใหญ่บ้านซ่งจึงเผยรอยยิ้มพอใจบนใบหน้า
เขาชอบที่จะทำการค้ากับคนดั่งเช่นจางซิ่วเอ๋อ ด้วยไม่ต้องกังวลใจและยังได้ประโยชน์จากอีกฝ่ายด้วย!
เมื่อจางซิ่วเอ๋อมาที่นี่ในวันนี้ นางก็ถือไก่ฟ้ามาด้วย แม้ว่ามันจะตัวเล็กไปสักหน่อย แต่มันก็ยังคงเป็นเนื้ออยู่มิใช่หรือ?
ส่วนตัวเขาไม่เคยได้รับสิ่งใดเลย ไม่มีใครที่คิดจะให้ของขวัญเขาดั่งเช่นจางซิ่วเอ๋อ ไม่มีสักคน!
ตอนนี้เขาได้แต่หวังว่าจางซิ่วเอ๋อจะอยู่ที่นี่ไปอีกนานแสนนาน!
ความจริงแล้วผู้ใหญ่บ้านซ่งต้องการจะถามจางซิ่วเอ๋อเล็กน้อย นางกำลังจะแต่งงานกับท่านหมอเมิ่งมิใช่หรือ แล้วเหตุใดนางจึงคิดจะสร้างบ้าน?
แต่หลังจากไตร่ตรองดูแล้ว คำถามเหล่านี้ไม่พูดออกไปจะดีเสียกว่า
ไม่ว่าจางซิ่วเอ๋อจะแต่งงานกับท่านหมอเมิ่งหรือไม่ จางซิ่วเอ๋อก็ยังจะสร้างบ้านที่หมู่บ้านนี้ ผลประโยชน์ย่อมเป็นของเขา ไม่มีส่วนใดเสียหาย
ทุกคนล้วนแต่เห็นแก่ตัว แม้ผู้ใหญ่บ้านซ่งต้องการทราบเรื่องราวของจางซิ่วเอ๋อ แต่เมื่อไตร่ตรองดูถึงผลประโยชน์ของตนเองแล้ว เขาจึงไม่คิดจะพูดให้มากความ
หลังจากซื้อที่ดินแล้ว จางซิ่วเอ๋อเหลือเงินประมาน 30 ตำลึง
นี่คือสิ่งที่นางพยายามเก็บออมไว้ตลอดฤดูหนาว
จางซิ่วเอ๋อรู้สึกไม่สบายใจนักที่มันถูกใช้จ่ายออกไปอย่างรวดเร็ว แต่โชคดีที่นางทราบถึงวิธีหาเงิน เช่นนี้จึงไม่ได้ตื่นตระหนกมากนัก
หลังจากเสร็จธุระกับผู้ใหญ่บ้านซ่งแล้ว จางซิ่วเอ๋อก็เริ่มคิดถึงการสร้างบ้าน
การซื้อที่ดินเสร็จสิ้นแล้ว ดังนั้นจึงไม่สามารถปล่อยให้รกร้างได้ และถึงแม้บ้านผีสิงยังมีสภาพที่ดี แต่นางก็รู้สึกว่ามันไม่ปลอดภัยที่จะอาศัยอยู่ที่นั่น
………………………………………………………………………………………………………………………….
กล้องยาสูบสมัยโบราณ (ภาพจาก https://kknews.cc/zh-sg/history/66lyygv.html)
สารจากผู้แปล
คุณชายเนี่ยเค้าหมายถึงเธอแหละซิ่วเอ๋อ สาปแช่งตัวเองเฉยเลย
ซิ่วเอ๋อซื้อที่ดินได้แล้วจ้า น้องจะได้เป็นแม่ม่ายชาวสวนแล้ว
ไหหม่า(海馬)