ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายสาวชาวสวน - บทที่ 453 เป็นสามีของเจ้า
ตอนที่ 453 เป็นสามีของเจ้า
จางซิ่วเอ๋อลุกขึ้นหันมองเนี่ยหย่วนเฉียว “หนิงอัน! เจ้าคิดทำสิ่งใด?”
เนี่ยหย่วนเฉียวจ้องมองจางซิ่วเอ๋อด้วยแววตาสดใส “ข้ามีเรื่องจะกล่าวกับเจ้า ออกไปเดินเล่นกับข้าหน่อย”
จางซิ่วเอ๋อชำเลืองมองไปรอบ ๆ มีหญ้าและต้นไม้ขึ้นรกอยู่ทั่วพื้นที่ ทั้งยังมีหิมะและน้ำแข็งที่ยังไม่ละลาย ดูเหมือนว่าความหนาวเหน็บกำลังจะมาเยือนอีกครั้ง เป็นฤดูหนาวที่ยาวนาน ไม่น้อย
แล้วเนี่ยหย่วนเฉียวขอให้นางออกไปเดินเล่นกับเขาตอนนี้?
เนี่ยหย่วนเฉียวกล่าวโดยไม่ต้องรอให้จางซิ่วเอ๋อปฏิเสธ “ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังอึดอัด แต่ไม่จำเป็นที่จะต้องโศกเศร้าไป เพราะข้าจะอยู่กับเจ้า”
แม้คำพูดนี้จะถูกสอนโดยเถี่ยเสวียน แต่มันก็เป็นสิ่งที่อยู่ในใจเขาเช่นกัน
จางซิ่วเอ๋อตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ดังนั้นนางจึงยอมเดินตามเนี่ยหย่วนเฉียวไปด้วยความสับสน
ขณะที่เนี่ยหย่วนเฉียวเดิน เขาก็พูดขึ้นว่า “ซิ่วเอ๋อ เจ้าไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องนี้เลย ท่านหมอเมิ่งผู้นั้นมีดวงตามืดบอด แต่ข้าคิดว่าเจ้าดีที่สุด”
“เรื่องนั้น… หนิงอัน เจ้ากำลังพูดเรื่องอะไร?” จางซิ่วเอ๋อคล้ายจะเข้าใจบางอย่าง
“ซิ่วเอ๋อ เจ้าไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า เพราะเจ้าจะมีข้าอยู่เสมอ” เนี่ยหย่วนเฉียวหันไปรอบ ๆ พร้อมกล่าวคำจริงจังกับจางซิ่วเอ๋อ
ความจริงแล้ว ในสายตาที่เด็ดเดี่ยวของเนี่ยหย่วนเฉียว ทำให้จางซิ่วเอ๋ออดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้าน
นางไตร่ตรองถ้อยคำเหล่านั้นอย่างรอบคอบ ก่อนจะถามเสียงแผ่ว “เจ้ากำลังเข้าใจอะไรผิดหรือไม่?”
“ข้าไม่ได้เข้าใจผิด! ซิ่วเอ๋อ ข้าแค่อยากอยู่กับเจ้าและปลอบประโลมเจ้า” เนี่ยหย่วนเฉียวกล่าวในสิ่งที่เขารู้สึกออกมา
เมื่อจ้องมองแววตาของเนี่ยหย่วนเฉียวแล้ว จะเห็นความสงสารอยู่ในนั้นเล็กน้อย
จางซิ่วเอ๋อหัวเราะออกมา “เจ้าไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ ข้าไม่ต้องการคำปลอบโยนเกี่ยวกับเรื่องของท่านหมอเมิ่ง”
หากมีใครสักคนที่ต้องการการปลอบโยน จางซิ่วเอ๋อรู้สึกว่าควรจะเป็นท่านหมอเมิ่งมากกว่าตนเสียอีก
“ซิ่วเอ๋อ เจ้าอย่าได้แสร้งทำเป็นแข็งแกร่งเลย เจ้าสามารถบอกกล่าวความไม่สบายใจกับข้าได้” น้ำเสียงของเนี่ยหย่วนเฉียวเต็มไปด้วยความกังวล
จางซิ่วเอ๋อมองเนี่ยหย่วนเฉียว “เจ้ากำลังสับสนหรือไม่?”
ใบหน้าของเนี่ยหย่วนเฉียวพลันมืดมน จางซิ่วเอ๋อกล่าวกับเขาที่พยายามจะปลอบโยนนางอย่างตรงไปตรงมาได้อย่างไร?
เนี่ยหย่วนเฉียวคิดอีกครั้งว่าจางซิ่วเอ๋ออาจจะอารมณ์ไม่ดีนัก และเขาต้องไม่เสียความรู้สึกเพียงเพราะคำพูดของจางซิ่วเอ๋อ ดังนั้นเขาจึงกล่าวต่อ “ซิ่วเอ๋อ เจ้าคิดอย่างไรกับข้า?”
“แล้วเจ้าล่ะ?” จางซิ่วเอ๋อรู้สึกแปลก ๆ เล็กน้อย นางรู้สึกว่าคำพูดของเนี่ยหย่วนเฉียวนั้นเข้าใจยากจริง ๆ
เนี่ยหย่วนเฉียวพูดสิ่งที่อยู่ในใจของเขาออกมาตรง ๆ “ข้าต้องการเป็นสามีของเจ้า” สามีโดยชอบธรรม
เถี่ยเสวียนบอกเขาก่อนหน้านี้ว่าเขาไม่ควรที่จะรีบร้อนเกินไป เขาควรจะใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้ทีละนิด แต่เป็นเขาที่ไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป และในเวลานี้เขาก็อดไม่ได้ที่จะพู ดมัน
เขาไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นเดิมอีก
ถ้อยคำเหล่านี้ติดอยู่ในจิตใจของเขาเป็นเวลานาน
เป็นเพราะท่านหมอเมิ่ง เขาไม่ต้องการจะทำลายงานแต่งงานของผู้ใด จึงต้องอดกลั้นมันเอาไว้
แต่ตอนนี้มันแตกต่างออกไป จางซิ่วเอ๋อไม่ได้เป็นของผู้ใดอีกแล้ว ดังนั้นเขาจึงต้องการดำเนินการทั้งหมดอย่างรวดเร็ว และไม่คิดที่จะเปิดโอกาสให้ผู้ใดอีก
แม้จางซิ่วเอ๋อจะสังเกตเห็นบางอย่างมาก่อน แต่นางก็ยังปลอบใจตนเองเสมอมาว่าคงเข้าใจผิดไปเอง
นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าเนี่ยหย่วนเฉียวจะกล่าวคำนี้ออกมาตรง ๆ!
จางซิ่วเอ๋อจ้องมองเนี่ยหย่วนเฉียว “เจ้าเป็นไข้หรือไม่?”
“ซิ่วเอ๋อ! เจ้าไม่เข้าใจสิ่งที่ข้าหมายถึงหรือ?” เนี่ยหย่วนเฉียวรู้สึกว่าสิ่งที่เขาพูดออกไปนั้นชัดเจนมากแล้ว
จางซิ่วเอ๋อเหลือบมองเนี่ยหย่วนเฉียว “ข้ารู้ว่าเจ้าเห็นใจข้า แต่สำหรับเรื่องนี้มันไม่จำเป็น!”
“ข้า…” เนี่ยหย่วนเฉียวต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง
ในเวลานี้ จางซิ่วเอ๋อกล่าวขึ้นมาอย่างสบาย ๆ “เจ้าไม่จำเป็นต้องเห็นใจข้า ความจริงแล้วเป็นข้าที่ขอถอนหมั้นจากท่านหมอเมิ่ง และเขาเป็นคนที่ผิดหวัง ไม่ใช่ข้าที่เสียใจ”
เมื่อกล่าวจบ จางซิ่วเอ๋อเดินกลับไปอย่างรวดเร็ว
นางไม่ต้องการได้ยินเนี่ยหย่วนเฉียวกล่าวเช่นนั้นอีก
เป็นไปได้หรือไม่ว่านางเผยความเกลียดชังและความโศกเศร้าผ่านใบหน้า? เช่นนี้เนี่ยหย่วนเฉียวจึงเดินเข้ามาบอกกล่าวว่าต้องการเป็นสามี?
เนี่ยหย่วนเฉียวยืนอยู่ตรงนั้นด้วยอาการตกตะลึง
เรื่องนี้…
เหตุใดจึงผิดแปลกไปจากที่เขาคิดเอาไว้?
จางซิ่วเอ๋อมีสีหน้าเย็นชาเล็กน้อยหลังจากที่นางกลับมาถึงบ้าน
ผ่านไปสักครู่หนึ่ง เนี่ยหย่วนเฉียวจึงกลับมา
เถี่ยเสวียนสังเกตอาการของเนี่ยหย่วนเฉียว และเห็นว่าท่าทางของเนี่ยหย่วนเฉียวค่อนข้างเย็นชา จึงอดไม่ได้ที่จะถาม “เจ้านาย เป็นอย่างไรบ้างขอรับ?”
เนี่ยหย่วนเฉียวกล่าวอย่างเย็นชา “ไม่ค่อยดีนัก”
“ท่านไม่ได้ทำตามที่ข้ากล่าวหรือ?” เถี่ยเสวียนรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เนี่ยหย่วนเฉียวนั่งลงพร้อมกับบอกเล่าแก่เถี่ยเสวียนว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
หลังจากเถี่ยเสวียนกล่าวจบ เขามองเนี่ยหย่วนเฉียวอย่างจนปัญญา
นายท่านของเขาจะ… วิ่งไปบอกจางซิ่วเอ๋อว่าเขาต้องการเป็นสามีของนางได้อย่างไร?
สตรีผู้ใดกันจะชื่นชอบถ้อยคำเช่นนี้?
หากถ้อยคำเหล่านั้นเปลี่ยนเป็น ข้าดีใจที่ได้อยู่เคียงข้างเจ้า ข้าชอบเจ้า ข้าตกหลุมรักเจ้า… มันย่อมดีกว่าจริงหรือไม่?
เถี่ยเสวียนขยับริมฝีปากและต้องการช่วยเนี่ยหย่วนเฉียวคิดหาวิธี แต่เขาเห็นว่าพายุในใจของเนี่ยหย่วนเฉียวเริ่มก่อตัวขึ้นแล้ว
เขายิ้มก่อนจะรีบหลบไปทางอื่น
เพื่อความปลอดภัยในชีวิต เขาไม่ควรจะพูดอะไรในตอนนี้ หากตนทำให้เจ้านายโกรธสักนิด เขาอาจจะกลายเป็นอาหารปลาในบ่อได้อย่างง่ายดาย
ส่วนฝั่งของจางซิ่วเอ๋อ
นางทบทวนคำพูดของเนี่ยหย่วนเฉียวซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในใจ
ยิ่งคิดก็ยิ่งปลอบใจตนเอง หนิงอันอาจจะกล่าวเช่นนั้นออกมาเพราะเขารู้สึกสงสารนาง
ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ยังดีต่อนางเสมอ
แต่ไม่ว่าสิ่งนี้จะดีเพียงใด มันไม่ใช่การตอบแทนบุญคุณที่นางเคยช่วยชีวิตของเขาเอาไว้
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ จางซิ่วเอ๋อก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงครั้งที่นางถามว่าหนิงอันแต่งงานหรือยัง แล้วเขาก็ยอมรับว่าตนเองมีภรรยาแล้ว
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เขาจะกล่าวเช่นนั้นกับนางได้อย่างไร?
และเขายังบอกว่าต้องการเป็นสามีของนางอีกด้วย มันไม่เพ้อเจ้อเกินไปหน่อยงั้นหรือ? แม้ชายหนุ่มชาวนาจะชื่นชอบหญิงสาวสักคน เขาย่อมไม่กล่าวถ้อยคำเช่นนี้ออกมาอย่างแน่นอน
เมื่อคิดเช่นนี้ จางซิ่วเอ๋ออดไม่ได้ที่จะขุ่นเคือง
หนิงอันคงไม่คิดให้นางเป็นภรรยากระมัง? อย่างไรนางบำเรอก็เป็นอะไรที่ด่วนตัดสินใจได้ และแม้ว่าภรรยาและตระกูลกล่าวบอกให้แต่งงานใหม่ได้ แต่เหตุใดไม่แต่งงานเสียตอนนี้เลย?
ตามประสาคนโบราณ สิ่งนี้สามารถทำได้จริง ๆ ไม่อย่างนั้นทำไมเขาจึงบอกกล่าวว่าต้องการเป็นสามีของนาง แทนที่จะบอกกล่าวว่าให้นางเป็นภรรยาของเขา?
จางซิ่วเอ๋อขมวดคิ้วแน่น นางรู้สึกว่าแม้หนิงอันจะต้องการปลอบโยนนางด้วยคำพูดเหล่านี้ แต่มันก็ดูหยาบคายเกินไปมาก
เขาไม่ได้จัดการกับเรื่องของตนเองอย่างชัดเจน แต่กลับมาเห็นอกเห็นใจนาง
เหอะ หากนางยอมเป็นภรรยา บางทีเขาอาจได้สวมหมวกเขียวให้นางด้วย
แล้วเนี่ยหย่วนเฉียวจะรู้ได้อย่างไรว่าคำพูดที่จริงจังและสัตย์ซื่อของเขากลับถูกจางซิ่วเอ๋อตีความผิดเพี้ยนไปหมด
หากเนี่ยหย่วนเฉียวทราบ เขาจะต้องเสียใจอย่างสุดซึ้งแน่นอน
……………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
ไม่รู้จะสงสารใครดี ตีความกันผิดเพี้ยนไปหมดเลย แถมฝ่ายหนึ่งยังตรงเกินไปอีก เห็นใจเถี่ยเสวียนที่สุดแล้ว
ไหหม่า(海馬)