ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายสาวชาวสวน - บทที่ 456 เริ่มต้น
ตอนที่ 456 เริ่มต้น
แม่เฒ่าจางได้รับการปลอบใจจากจางต้าหู จึงกล่าวต่อไปว่า “พูดเช่นนี้แล้วได้ประโยชน์อะไร? หากเจ้าขับไล่หญิงชราไร้ยางอายผู้นั้นออกไปได้ ข้าก็จะไม่ร้องไห้!”
จางต้าหูรู้สึกอายเล็กน้อยอยู่ครู่หนึ่ง
แม่เถาถึงกับโกรธเป็นฟืนเป็นไฟในเวลานี้ “ท่านแม่ เข้าใจเสียเถิด อย่าคิดพึ่งพาจางต้าหู! มันก็เป็นเพียงไอ้โง่คนหนึ่ง! มันไม่คิดกตัญญูต่อท่านแม่อยู่แล้ว!”
จางต้าหูยังเกลียดชังแม่เถา ในเวลานี้เขาจึงเหลือบมองอีกฝ่ายด้วยสายตาขุ่นเคืองเฉกเช่นวัวตัวผู้ แม่เถาเห็นเช่นนั้นจึงหุบปากเงียบไม่กล้ากล่าวต่อ
เขาโกรธมาก ตอนนี้เขาไม่ดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้นและจะไม่ขับไล่ผู้ใดออกไป เขาคิดไม่สนใจเรื่องนี้อีกก่อนจะเดินตรงเข้าไปในบ้าน
ทันทีที่เข้ามาในบ้าน เขาเห็นแม่โจวอุ้มเป่าเอ๋อร์เอาไว้พร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เป่าเอ๋อร์ เห็นหรือไม่ว่าพ่อของเจ้ากลับมาแล้ว!”
แม่โจวไม่ได้ก้าวออกจากบ้านเลยในช่วงนี้ แล้วนางก็อ้วนขึ้นอย่างเปล่าประโยชน์ นางเป็นสตรีอายุสามสิบเศษ ๆ และยังไม่แก่เกินไป เป็นเพราะได้กินอาหารอย่างดีจึงทำให้นางมีเสน่ห์ไม่น้อย
ความเป็นอยู่ของแม่โจวไม่ได้เลวร้ายนัก และนางก็เปรียบเสมือนกับดอกไม้แรกแย้ม
เมื่อเห็นฉากที่สงบสุขตรงหน้า จางต้าหูพลันตกตะลึงเล็กน้อย
เมื่อคิดถึงแม่เฒ่าจางและแม่เถาซึ่งดุด่าอยู่ด้านนอกในตอนนี้ มันตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
“ท่านแม่ วันนี้ท่านต้องจัดการเรื่องนี้ จางซิ่วเอ๋อจ้างคนอื่นไปสร้างบ้านแทนที่จะเป็นต้าเหอ เห็นได้ชัดว่านางไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับเรา! ท่านควรทราบว่าตรงนั้นคือเงินจำนวนมาก!” แม่เถากล่าว
แม่เฒ่าจางไม่ชอบแม่เถา แต่เมื่อได้ยินแม่เถากล่าวออกมาเช่นนี้
จิตใจก็พลันตื่นตัวขึ้นมา
ใช่แล้ว สายน้ำที่อุดมสมบูรณ์นี้ไม่ควรไหลสู่ทุ่งนาของคนภายนอก
เหตุใดงานสร้างบ้านของจางซิ่วเอ๋อจึงไปตกอยู่ในมือของโหยวชวน?
หากเป็นต้าเหอที่สร้างมันขึ้นมา นางจะสามารถไปอาศัยอยู่ที่บ้านหลังใหม่นี้ได้หรือไม่?
เมื่อคิดเช่นนี้แล้ว แม่เฒ่าจางก็ลอบวางแผนอยู่ในจิตใจ
อีกไม่กี่วันถัดมา
ท้องฟ้าสดใสและอากาศเริ่มอบอุ่นขึ้นโดยสมบูรณ์แล้ว
หลังจากฝนตก หญ้าตามพื้นดินจึงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียว
พื้นดินไม่แข็งตัวอีกต่อไป และสามารถขุดเพื่อวางรากฐานได้ในเวลานี้
หมายความว่าวันนี้การก่อสร้างบ้านของจางซิ่วเอ๋อกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
เช้าตรู่ของวันนี้ คนงานที่ถูกนัดหมายก็มาถึงหมู่บ้านชิงสือ
จางซิ่วเอ๋อต้อนรับคนเหล่านี้ด้วยตนเองที่ลานบ้านตระกูลหวัง
เพราะบ้านของนางอยู่ในบ้านผีสิง และไม่มีใครอยากจะไปที่นั่น
จางซิ่วเอ๋อพูดคุยกับจวี๋ฮวาพร้อมกับยืมครัวของจวี๋ฮวาเพื่อทำอาหาร แน่นอนว่านางเตรียมวัตถุดิบมา และครอบครัวของจวี๋ฮวาก็สามารถร่วมรับประทานสิ่งนี้ได้
หากจวี๋ฮวาและแม่สามีของนางช่วยทำอาหาร นางก็ยังมอบค่าจ้างให้ด้วย
ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่ดีมาก เมื่อจวี๋ฮวาบอกกล่าวเรื่องนี้กับแม่เฒ่าหวัง แม่เฒ่าหวังจึงตอบตกลงทันที
ด้วยวิธีนี้จึงจะสามารถรับประทานอาหารด้วยกันได้
เช้าตรู่ จางซิ่วเอ๋อนำทุกสิ่งที่นางต้องใช้สำหรับวันนั้นมาที่นี่
แม้จะว่ากันว่า มื้อเช้าควรจะไม่กินมากเกินไป แต่นี่คือวันแรกของการทำงาน มื้อแรกควรจะกินอะไรดี ๆ สักหน่อย
และจางซิ่วเอ๋อไม่คิดจะตระหนี่สำหรับเรื่องอาหารการกิน
แม้จะประหยัดเงินไปได้พอสมควร
แต่หากทำให้ช่างฝีมือเหล่านี้ขุ่นเคือง พวกเขาอาจจะสร้างบ้านที่ไม่ดีให้กับนางได้
จางซิ่วเอ๋อคิดเรื่องนี้ชัดเจน ดังนั้นอาหารมื้อเช้าของวันนี้จึงประกอบไปด้วยซาลาเปาไส้เนื้อขนาดใหญ่ และน้ำแกงกระดูก
เรียบง่ายแต่เพียงพอ
สำหรับเนื้อนึ่ง จางซิ่วเอ๋อใช้ชามขนาดใหญ่ใส่เนื้อลงไปเต็มชาม และแต่ละชิ้นถูกหั่นออกมาอย่างหนา
นอกจากนี้แต่ละคนยังได้รับไข่
เหล่าช่างฝีมือนั่งมองและดูสิ่งของตรงหน้า ดวงตาของพวกเขาก็พลันเปล่งประกาย
จางซิ่วเอ๋อกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้ม “ทุกคนนั่งลงรับประทานอาหารเช้าก่อนเถิด”
โหยวชวนแนะนำทุกคนแล้วว่าจางซิ่วเอ๋อคือเจ้าของบ้าน
ช่างฝีมือทั้งหมดมองจางซิ่วเอ๋อเป็นตาเดียว พวกเขาเห็นชัดเจนว่าจางซิ่วเอ๋อยังเด็ก และรู้สึกดูแคลนนางในคราวแรก แต่หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็พบว่าจางซิ่วเอ๋อทั้งสุภาพและเรียบร้อย ความดูถูกในจิตใจของพวกเขาจึงลดน้อยลง
พวกเขาคิดเหมือนกัน หากสตรีผู้นี้สามารถสร้างบ้านได้ นางจะเป็นคนธรรมดาทั่วไปได้อย่างไร?
พวกเขาเริ่มรับประทานอาหารของจางซิ่วเอ๋อ
ทุกคนชื่นชอบจางซิ่วเอ๋อโดยสมบูรณ์แล้วในเวลานี้
แม่เฒ่าหวังแจกซาลาเปาให้ทุกคน เมื่อเห็นว่าพวกเขากินอย่างมูมมามจึงอดที่จะกล่าวไม่ได้ “ข้าไม่กลัวว่าพวกเจ้าจะกินมาก ซิ่วเอ๋อบอกกล่าวว่าพวกเจ้าสามารถกินได้มากเท่าที่ต้องการ แต่ข้าก็ยังมีบางอย่างที่อยากจะเตือน”
ช่างฝีมือเหล่านี้หุบปากที่กำลังเคี้ยวอยู่ทันที โดยคิดว่าเป็นเพราะพวกเขาคิดมากเกินไปจึงทำให้คนเหล่านี้ไม่มีความสุข
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ทุกคนก็เห็นว่าหม้อเนื้อเกลี้ยงไปแล้ว ความรู้สึกผิดปรากฏขึ้นในใจเล็กน้อย
คราวนี้พวกเขากินมากไปจริง ๆ
จากนั้นพวกเขาจึงได้ยินแม่เฒ่าหวังกล่าวว่า “ตอนนี้จะมีอาหารสี่จานและน้ำแกงหนึ่งชาม เป็นปลานึ่งและหมูตุ๋น หากเช้านี้กินมากเกินไป…อาจจะไม่เหลือท้องไว้รับประทานตอนเที่ยงได้”
เมื่อได้ยินคำกล่าวแรกของแม่เฒ่าหวัง ทุกคนรู้สึกผิดเล็กน้อย แต่หลังจากได้ยินประโยคหลัง ดวงตาของพวกเขาพลันเบิกกว้าง
อาหารสี่จานและน้ำแกงหนึ่งชาม! มีสองจานเป็นเนื้อ!
เมื่อนึกถึงมื้อเที่ยงแล้ว แม้ว่าตอนนี้ต้องการจะกินอีก แต่ก็ไม่คิดที่จะกินต่อแล้ว
หากมื้อเที่ยงมีอาหารที่อร่อยกว่านี้ แล้วไม่อาจกินได้ไหวก็คงจะเสียดายแย่ใช่หรือไม่?
ในตอนเช้าทุกคนจึงเปี่ยมล้นไปด้วยพลังเมื่อเริ่มต้นทำงาน
พวกเขาใช้เวลาไม่นานนักสำหรับการขุดดินบนที่ราบ
จางชุนเถาไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก นางจึงหยิบยกถ้วยชาไปส่งให้กับทุกคนเป็นครั้งคราว และนางยังทำหน้าที่ดูแลคนงานทั้งหมดด้วย
เวลาเกือบเที่ยง
แม่เฒ่าจางพาจางต้าเหอและแม่เถามายังสถานที่แห่งนี้
“ไปให้พ้น!” แม่เฒ่าจางกล่าวพร้อมกับชี้ไปที่ชายร่างใหญ่
ชายร่างใหญ่ผงะเล็กน้อย “ท่านคือ…”
“นี่คือบ้านของหลานสาวข้า เจ้าคิดว่าข้าจะเป็นใคร!” แม่เฒ่าจางเชิดคางขึ้น ใบหน้าเผยความเย่อหยิ่งออก
“เป็นท่านย่าจางนั่นเอง” ชายร่างใหญ่หัวเราะออกมา พวกเขาล้วนประทับใจในตัวจางซิ่วเอ๋อ เช่นนี้จึงสุภาพต่อแม่เฒ่าจางด้วย
จางต้าเหอหยิบพลั่วขึ้นมาแล้วใช้พลั่วขีดเป็นสัญลักษณ์
ทุกคนเงียบงันไปครู่หนึ่ง และคิดว่านี่คือญาติที่จะมาช่วยสร้างบ้านให้จางซิ่วเอ๋อ ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติ
แต่โหยวชวนขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นเช่นนี้
ในฐานะผู้ชาย โหยวชวนไม่สนใจเรื่องซุบซิบในหมู่บ้านเท่าไหร่นัก แต่เพราะมันอยู่ในหมู่บ้าน เขาจึงทราบเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลจางกับจางซิ่วเอ๋อมาเล็กน้อย
ในเวลานี้ เขาเดินตรงไปด้านหน้าพร้อมถามออกไปอย่างไม่มั่นใจ “พวกท่านมาที่นี่เพื่อช่วยงั้นหรือ?”
แม่เถาเหลือบมองโหยวชวนพร้อมกล่าวว่า “เจ้าไปทำงานของตัวเองซะ เราไม่ต้องการให้เจ้ามาดูแลเรื่องในครอบครัวเรา”
นี่คือคำหยาบคายอย่างแท้จริง
โหยวชวนเริ่มอารมณ์ไม่ดีแล้ว แต่เขาก็ไม่คิดแสดงท่าทีอะไร เพียงแค่ทำงานต่อไปอย่างเงียบ ๆ
เมื่อกล่าวถึงจางต้าเหอ เขากลายเป็นคนออกคำสั่ง “เหตุใดจึงต้องขุดร่องน้ำลึกขนาดนั้น? ไม่เป็นไร ไม่ต้องแล้ว ไม่ต้องขุดแล้ว”
โหยวชวนกล่าวตอบ “ซิ่วเอ๋อบอกว่าต้องการวางรากฐานเช่นนี้ นางต้องการให้มันลึกขึ้น”
“ซิ่วเอ๋อพูดว่าอะไร? ตอนนี้เพียงแค่ฟังในสิ่งที่ข้าพูด!” จางต้าเหอกล่าวอย่างไม่พอใจ
ทันทีที่จางต้าเหอถือว่าตนเองเป็นหัวหน้าใหญ่ เขาเริ่มออกคำสั่งและควบคุมคนงานทั้งหมด
……………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
อย่ามายุ่งกับบ้านของน้องนะ ใครก็ได้จับพวกแม่เฒ่าจางโยนทิ้งบ่อน้ำสักที
ไหหม่า(海馬)