ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ - บทที่ 605 สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจใกล้เข้ามาแล้ว
- Home
- ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์
- บทที่ 605 สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจใกล้เข้ามาแล้ว
บทที่ 605 สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจใกล้เข้ามาแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นเฮยสุ่ยโกวหรือเฮยเฟิงหลิ่งก็ห้ามมีเรื่องใด ๆ เกิดขึ้นโดยเด็ดขาด
โจรท้องถิ่นกำลังใกล้เข้ามาแล้ว กวานเสี่ยวโหรว เจิ้งฟาง และคนอื่น ๆ ต่างก็ไม่กล้ารอช้า หลังจากที่ปรึกษาหารือกัน ทุกคนก็แยกย้ายกันไปปฏิบัติหน้าที่
กวานเสี่ยวโหรวให้คนไปที่คลังหลังเขาเพื่อรับชุดเกราะ ระเบิดมือ ส่วนถังตงตงกลับไปที่โรงงานสิ่งทอเพื่อรวบรวมคนงานหญิง
เจิ้งฟาง เถี่ยฉุย ไปจัดการเรื่องป้องกันกับกองร้อย
เสี่ยวอวี้จัดการส่งคนออกไปสืบหาความเคลื่อนไหวและข้อมูลของศัตรู พร้อมกับส่งคนไปจวนว่าการในตัวอำเภอเพื่อแจ้งให้จวิ้นโส่วและเสี้ยนลิ่งส่งทหารท้องถิ่นมาปราบปรามกลุ่มโจร
จวิ้นโส่วและเสี้ยนลิ่งเพิ่งจะเล่นงานซีเหอวานไป พวกเขาคงจะไม่ส่งทหารท้องถิ่นมาช่วย
แต่จะมาหรือไม่ก็เป็นเรื่องของพวกเขา การแจ้งความหรือไม่ก็เป็นเรื่องของซีเหอวาน
หากพวกเขาไม่มา เมื่อจินเฟิงกลับมาก็จะมีเหตุผลไปถามหาความรับผิดชอบ
ด้วยอิทธิพลของจินเฟิงทำให้ซีเหอวานมีสิทธิ์มีเสียงค่อนข้างมาก
ที่โรงงานสิ่งทอ ถังตงตงกำลังยืนอยู่บนแท่น และยกโทรโข่งแผ่นเหล็กขึ้นมาแจ้งเรื่องราวต่าง ๆ
ก่อนที่นางจะพูดจบ พวกคนงานหญิงก็เริ่มด่าทอ
“พวกโจรกล้าดีอย่างไรมาหาเรื่องพวกเรา ถ้าหากท่านอาจารย์อยู่ที่นี่ พวกมันไม่ตายดีแน่!”
“แต่นี่ท่านอาจารย์ไม่อยู่ พวกมันก็เลยกล้ามา!”
“แล้วแบบนี้จะทำอย่างไร หัวหน้าโรงงานถังมาบอกพวกเราเรื่องนี้ทำไม?”
“คงไม่ใช่ให้พวกเราออกไปสู้รบหรอกนะ?”
“ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะคนงานชายที่โรงงานยังมีอีกเยอะ”
“คนงานชายเยอะแล้วทำอะไรเป็น? พวกเราต่างก็เคยฝึกยิงธนู ยิงหน้าไม้ แล้วก็ฝึกใช้เครื่องเหวี่ยงหิน เมื่อเดือนที่แล้วข้ากับสามีเข้าป่าไปล่าสัตว์ ข้ายิงไก่ฟ้าได้สองตัว แต่สามีข้ายิงธนูไปสิบกว่าดอกยังไม่ได้แม้แต่ขนไก่ฟ้าสักเส้น!”
“ใช่ ถ้าต้องออกรบก็ออกรบ อาเพ่ยฆ่าโจรท้องถิ่นได้ ข้าก็ทำได้!”
“อาเพ่ยได้ค่าจ้างต่อเดือนเท่ากับเงินเดือนของเจ้าทั้งปีรวมกันซะอีก และเมื่อเสียชีวิตก็ยังมีเงินช่วยเหลือ ถึงตายก็คุ้ม แต่ถ้าเจ้าถูกโจรท้องถิ่นฆ่าตาย ใครจะดูแลมารดาของเจ้า?”
“หากข้าตายจริง ท่านอาจารย์และฮูหยินเสี่ยวโหรวคงไม่ทอดทิ้งมารดาข้าแน่!”
“นั่นไม่แน่ เพราะเงินชดเชยเวลาได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของสำนักคุ้มภัยกับโรงงานของพวกเราต่างกัน”
ขณะที่เหล่าหญิงสาวกำลังพูดคุยกันอยู่ก็ได้ยินถังตงตงสั่งให้คนตีฆ้อง ทุกคนจึงเงียบเสียงลงทันที
“สถานการณ์ตอนนี้ ข้าได้พูดไปแล้ว สำนักคุ้มภัยกำลังขาดแคลนกำลังคนเป็นอย่างมาก ดังนั้นข้าจึงได้ปรึกษากับเสี่ยวโหรว พี่ใหญ่เจิ้งแห่งสำนักคุ้มภัย และพี่ใหญ่เถี่ยฉุย เราตัดสินใจที่จะเกณฑ์ผู้คุ้มกันภัยที่ประจำอยู่ที่ป้อมปราการออกมาบางส่วน แล้วเกณฑ์คนงานหญิงจากโรงงานไปช่วยเหลือผู้คุ้มกันภัยในการเฝ้าระวังป้อมปราการแทน!”
ถังตงตงกล่าวว่า “ผู้ใดที่ประสงค์จะเข้าร่วมสามารถยกมือขึ้นแสดงตัวได้เลย แต่ขอให้มีความชำนาญในการใช้ธนูจ้งหนู่และเครื่องเหวี่ยงหิน”
“หน้าที่ก็คือช่วยผู้คุ้มกันภัยดูแลป้อมปราการ ในระหว่างที่เฝ้าระวังป้อมปราการ ค่าจ้างและเงินชดเชยจะจ่ายตามมาตรฐานของผู้คุ้มกันภัยหญิง นอกจากนี้โรงงานจะจ่ายเงินเพิ่มให้อีกวันละสิบห้าเหรียญทองแดง!”
ผลประโยชน์ย่อมเป็นแรงจูงใจที่ดีที่สุด
เมื่อถังตงตงพูดจบ หญิงสาวทั้งหลายที่อยู่ด้านล่างก็ตื่นเต้นกันใหญ่
“สวรรค์! เพิ่มเงินวันละสิบห้าเหรียญทองแดง ถ้าได้ช่วยเฝ้าป้อมปราการสักเดือน รวมกับค่าจ้างของผู้คุ้มกันภัยหญิง ค่าจ้างเดือนนี้คงได้มากกว่าห้าตำลึงเงินเชียว”
“แต่เงินจะได้มาง่ายขนาดนั้นเชียวหรือ? การออกรบก็คือการออกรบ ย่อมต้องมีคนตาย!”
“หัวหน้าโรงงานถังพูดแล้วมิใช่หรือว่ามิได้ให้เราไปสู้กับโจรท้องถิ่นโดยตรง แต่ให้ไปช่วยผู้คุ้มภัยดูแลป้อมปราการ”
“หากโจรท้องถิ่นยกทัพมา เจ้าจะออกไปรบหรือไม่ล่ะ?”
“ป้อมปราการตั้งอยู่ในบริเวณหมู่บ้าน หากโจรท้องถิ่นตีเข้ามาถึงป้อมปราการได้ เจ้าคิดว่าซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านจะปลอดภัยหรือ?”
“อาเจิน เจ้าพูดเช่นนี้หมายความว่าเจ้าสมัครใจอย่างนั้นหรือ?”
“แน่นอนว่าต้องสมัครใจ หากมิใช่ท่านอาจารย์เปิดโรงงานปั่นด้าย ข้ากับท่านแม่คงจะอดตายไปนานแล้ว ตอนนี้โจรท้องถิ่นยกทัพจะตีเฮยเฟิงหลิ่ง หากไม่มีผู้ใดออกไปเผชิญหน้าและปล่อยให้โจรท้องถิ่นตีเข้ามาในหมู่บ้านได้ เวลานั้นทุกคนล้วนต้องตายสิ้น!”
“พูดได้ดี ฟังดูแล้วมิใช่ว่าเจ้าอยากเป็นเพียงเพราะค่าตอบแทนที่หัวหน้าโรงงานถังเสนอให้”
“หากข้าต้องการรายได้สูงแล้วอย่างไร หากมิได้ลักขโมยของผู้อื่นก็ไม่ผิดมิใช่หรือ?”
“หัวหน้าโรงงานถังไม่ให้นางไปหรอก! เจ้าลืมไปแล้วหรืออาเจิน คราวก่อนที่ลานฝึก นางเล็งเป้าเครื่องเหวี่ยงหินพลาดจนหม้อประกอบอาหารของผู้คุ้มภัยพังเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่”
“โถ่ ข้าลืมไปแล้วว่าเจ้าไม่รู้วิธีใช้เครื่องเหวี่ยงหิน”
หญิงสาวบางส่วนวิตกกังวล บางส่วนตื่นเต้น และบางส่วนหวาดกลัว
ทว่าหญิงสาวที่ยกมือสมัครก็มีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ
หญิงสาวเหล่านี้ถูกถังตงตงพาตัวออกไปทันที
หญิงสาวเหล่านี้ยังไม่ได้รับการฝึกฝนอย่างมืออาชีพ เหล่าฝานจึงไม่กล้าปล่อยให้เฝ้ายาม เกรงว่าพวกนางจะเผลอหลับขณะยืนยาม จึงแบ่งกองกำลังผู้คุ้มภัยที่เหลือเพียงหนึ่งกองร้อยออกเป็นสามหมู่เพื่อผลัดเปลี่ยนเวรกัน
ส่วนหน้าที่ของหญิงสาวคือการนอนอยู่ในป้อมปราการ หากหมู่ผู้คุ้มภัยที่รับผิดชอบสังเกตเห็นศัตรูเข้ามาใกล้ พวกนางต้องรีบไปควบคุมธนูจ้งหนู่และเครื่องเหวี่ยงหินทันที
ส่วนหญิงสาวที่ไม่กล้าสมัครเข้าร่วม เมื่อได้ยินว่าเพียงแค่ไปนอนในป้อมปราการก็จะได้รับค่าจ้างสูง พวกนางต่างก็รู้สึกเสียดายเป็นอย่างมาก
แต่มานึกเสียดายตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว เพราะเหล่าสตรีที่เป็นช่างฝีมือได้ถูกส่งไปยังป้อมปราการต่าง ๆ เพื่อแทนที่ผู้คุ้มกันภัยที่ประจำการอยู่แล้ว
ส่วนผู้คุ้มกันภัยที่ถูกแทนที่ได้กลับมาชุมนุมที่หมู่บ้านแล้วติดตามเจิ้งฟางกับเถี่ยฉุยออกเดินทางไป
เฮยเฟิงหลิ่งอยู่ในเขตแดนระหว่างจินชวนและอำเภอหลิน ในอดีตต้องอ้อมไปทางจินชวนกว่าจะไปถึง แต่หลังจากนั้นจินเฟิงได้สร้างสะพานขึ้นที่เฮยเฟิงหลิ่งเพื่อย่นระยะทางไปยังกวางเหยวียนทำให้การเดินทางสั้นลงอย่างมาก
หอการค้าจินชวนได้สร้างที่พักสินค้าและโรงเตี๊ยมขึ้นที่เฮยเฟิงหลิ่ง ปกติมีผู้คุ้มกันภัยคอยเฝ้าอยู่แต่ก็มีจำนวนไม่มากนัก
เมื่อเถี่ยฉุยพาคนข้ามสะพานแขวนไปก็ได้สั่งผู้คุ้มกันภัยที่เฝ้าระวังสะพานแขวน “หากเห็นธนูหัวนกหวีดสีแดงสามดอกที่เฮยเฟิงหลิ่งให้ตัดสะพานแขวนทันที เข้าใจหรือไม่?”
สะพานแขวนอยู่ใกล้กับหมู่บ้านมาก จำเป็นต้องทำลายสะพานแขวนเพื่อป้องกันไม่ให้โจรท้องถิ่นบุกตรงเข้าไปในหมู่บ้าน
ผู้คุ้มกันภัยที่เฝ้าสะพานได้ปิดกั้นสะพานแขวนทันทีที่เถี่ยฉุยจากไป
หลังจากที่เถี่ยฉุยไปถึงเฮยเฟิงหลิ่ง เขาก็ไม่ได้หยุดพักแต่พาคนเดินทางต่อ
เฮยเฟิงหลิ่งอยู่ใกล้กับซีเหอวานมากเกินไป การสู้รบยังคงต้องกระทำในที่ที่อยู่ไกลออกไป เพราะถึงแม้จะแพ้ หมู่บ้านก็ยังจะมีที่ตั้งรับ
ในทางตรงกันข้าม เจิ้งฟางกำลังเคลื่อนทัพเต็มกำลังอยู่
แต่พอกองร้อยของพวกเขาเดินทางไปถึงเฮยสุ่ยโกวในยามค่ำคืน โจรท้องถิ่นก็ได้หลบหนีไปเสียแล้ว
เจิ้งฟางพาผู้คุ้มกันภัยพักค้างอยู่ที่เฮยสุ่ยโกวหนึ่งคืน เช้าวันรุ่งขึ้นก็เตรียมที่จะนำพาผู้คนถอยกลับซีเหอวาน แต่หน่วยลาดตระเวนได้เข้ามารายงานอีกครั้งว่า โจรท้องถิ่นกลับมารวมตัวกันห่างออกไปสิบกว่าลี้
ด้วยการพัฒนาของซีเหอวาน โรงหลอมเหล็กยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น โรงงานก็เริ่มทยอยเพิ่มสายการผลิตมากขึ้น สินค้าเครื่องเหล็กที่จำเป็นก็มีมากขึ้นเรื่อย ๆ ชุดเกราะและอาวุธของเหล่าทหาร เครื่องครัวเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของชาวบ้านล้วนแต่ต้องใช้เหล็ก
เหตุผลที่โรงหลอมเหล็กสามารถจัดหาเหล็กได้อย่างสม่ำเสมอและเพียงพอก็เพราะมีเหมืองถ่านหินที่เฮยสุ่ยโกวนั่นเอง
กล่าวได้ว่าเฮยสุ่ยโกวเป็นแหล่งพัฒนาของซีเหอวานและยังเป็นสถานที่ที่กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงสูง
เจิ้งฟางไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ก่อนจะตัดสินใจนำคนไปประจำการที่เฮยสุ่ยโกว
อีกด้านหนึ่ง สถานการณ์ของเถี่ยฉุยก็เช่นเดียวกับเจิ้งฟาง
เมื่อวานนี้เขานำคนออกเดินทางจนกระทั่งฟ้ามืดจึงมาถึงจุดหมาย
เส้นทางบนภูเขาช่วงนั้นยึดได้ง่ายแต่ตีได้ยาก ผู้คุ้มกันภัยกว่าร้อยนายนำธนูจ้งหนู่และเครื่องเหวี่ยงหินมาตรึงกำลังไว้ แม้โจรท้องถิ่นจะมากมายเพียงใดก็มิอาจฝ่าเข้าไปได้
แต่เมื่อเถี่ยฉุยจัดการวางแผนทุกอย่างเรียบร้อย เหลือเพียงรอให้โจรท้องถิ่นบุกเข้ามา หน่วยลาดตระเวนก็กลับมารายงานว่าโจรท้องถิ่นหยุดอยู่ห่างออกไปสิบกว่าลี้
“พวกมันคิดจะล้อมพวกเราไว้ที่นี่ชัด ๆ!”
เถี่ยฉุยเข้าใจกลอุบายของคู่ต่อสู้แต่กลับไม่มีหนทางแก้ไข
โจรท้องถิ่นอยู่ห่างออกไปสิบกว่าลี้ หากพวกเขาเคลื่อนไหว โจรท้องถิ่นก็จะหนี หากพวกเขายกทัพกลับโจรท้องถิ่นก็จะกลับมาใหม่
ด้วยความจำใจ เถี่ยฉุยจึงเลือกที่จะตั้งรับอยู่เฉย ๆ เช่นเดียวกับเจิ้งฟาง
ด้านเฉินซือเหยียที่ได้รับข่าวอยู่ห่างออกไปหลายสิบลี้ เขาอดไม่ได้ที่จะปรบมือพร้อมกับหัวเราะร่า
“ท่านทั้งหลาย สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจใกล้เข้ามาแล้ว!”