ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ - บทที่ 637 สามี
บทที่ 637 สามี
“สามี ไปเยี่ยมพี่น้องที่เสียชีวิตในสงครามที่เขาเถี่ยกว้านกันเถิด!”
กวานเสี่ยวโหรวเดินทางมาไกลเพื่อต้อนรับจินเฟิง นอกจากความคิดถึงแล้ว อีกจุดประสงค์หนึ่งก็คือพาจินเฟิงไปที่เขาเถี่ยกว้าน
เมื่อนึกถึงข่าวกรองที่เกี่ยวกับเรื่องที่หยางเจวี้ยนหลิ่งแล้ว จินเฟิงก็รู้สึกไม่สบายใจ
เขาพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ได้ ไปที่เขาเถี่ยกว้านกัน!”
“สามี พี่น้องที่เสียชีวิตในสงครามต่างก็ได้จดทะเบียนสมรสกับท่าน นับว่าเป็นคนในตระกูลจินแล้ว”
กวานเสี่ยวโหรวกล่าวต่อ “ตอนที่เจ้าไม่อยู่ ข้าได้ตัดสินใจเองโดยพลการและตกลงจะสร้างหอบรรพบุรุษให้พวกนางและบันทึกรายชื่อลงในสมุดตระกูลจิน ข้าหวังว่าเจ้าจะเห็นชอบด้วย”
พูดจบนางก็มองไปที่จินเฟิงด้วยความกังวลเพราะกลัวว่าเขาจะปฏิเสธข้อเสนอของนาง
“เจ้าจัดการได้ดีมาก ข้าเห็นชอบ”
จินเฟิงมองไปที่กวานเสี่ยวโหรวที่กำลังรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ ทั้งรู้สึกปลื้มใจและเจ็บใจ
เขาปลื้มใจที่กวานเสี่ยวโหรวได้เติบโตขึ้น แต่ก็เจ็บใจที่นางต้องเติบโตขึ้น
หากเป็นไปได้ จินเฟิงหวังว่ากวานเสี่ยวโหรวจะไม่ต้องประสบกับเรื่องน่าปวดหัวพวกนี้และใช้ชีวิตอย่างไร้กังวลเหมือนแต่ก่อน
แต่ฟ้าไม่เป็นใจ เมื่อหมู่บ้านประสบปัญหากวานเสี่ยวโหรวก็ยังคงก้าวออกมา
จินเฟิงเองก็ไม่ถนัดในการแสดงออก แม้ในใจจะมีคำพูดนับพัน แต่สุดท้ายก็เพียงแค่ลูบหลังกวานเสี่ยวโหรวเบา ๆ “ไปกันเถิด พวกเราไปเขาเถี่ยกว้านด้วยกัน!”
จั่วเฟยเฟยได้รับข่าวล่วงหน้าจึงรออยู่ที่ตีนเขาเถี่ยกว้านกว่าครึ่งชั่วยามแล้ว
คนงานหญิงจำนวนมากก็ตามลงเขามาด้วยพร้อมชะเง้อรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ
พวกนางเคยพบจินเฟิงมาก่อนแล้ว แต่ครั้งนี้ความรู้สึกกลับแตกต่างจากครั้งก่อนโดยสิ้นเชิง
ก่อนหน้านี้พวกนางเป็นเพียงทาสที่ถูกจินเฟิงซื้อตัวมา แต่ตอนนี้ในมือของพวกนางกลับมีทะเบียนสมรสกับจินเฟิง
ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากการต่อสู้ที่หยางเจวี้ยนหลิ่ง คนงานหญิงทุกคนต่างรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ปกป้องบ้านเกิดในฐานะภรรยา
เมื่อเห็นจินเฟิงเดินมาแต่ไกล พวกนางต่างยืดอกขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“ดูเหมือนว่าทุกคนจะแตกต่างจากแต่ก่อนเล็กน้อย…”
แม้ยังอยู่ห่างไกล แต่จินเฟิงก็สังเกตเห็นได้ว่าสภาพของคนงานหญิงแตกต่างจากเดิม
แต่เขากลับบอกไม่ได้ว่าแตกต่างจากเดิมตรงไหนกันแน่
“หลังจากการต่อสู้ที่หยางเจวี้ยนหลิ่ง พี่น้องที่เขาเถี่ยกว้านก็เริ่มฝึกฝนทุกวัน ถึงแม้อาจจะยังไม่เทียบเท่าผู้คุ้มกันภัยตัวจริง แต่ก็แข็งแกร่งขึ้นมาก” กวานเสี่ยวโหรวกล่าวเบา ๆ
เมื่อนางพูดเช่นนั้น จินเฟิงจึงเข้าใจในทันที
คนงานหญิงก็ยังคงเป็นคนงานหญิงเช่นเดิม เพียงแต่หลังตรงขึ้น การจัดแถวก็เป็นระเบียบมากขึ้นและมีแบบแผนชัดเจนยิ่งขึ้น
แม้ยังไม่ได้เข้าใกล้ แต่จินเฟิงก็รับรู้ได้ถึงจิตวิญญาณของพวกนางที่แตกต่างจากเดิมอย่างมาก
นี่อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากสงครามก็เป็นได้
“ท่านอาจารย์ ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว!”
“ท่านพี่เสี่ยวโหรว!”
เมื่อจินเฟิงและกวานเสี่ยวโหรวมาถึงปากทางเข้าภูเขา คนงานหญิงทุกคนก็ทักทายขึ้นพร้อมกัน
หลังจากขึ้นเขาแล้ว จินเฟิงก็ไปที่หอบรรพบุรุษเพื่อไว้อาลัยแก่คนงานหญิงที่เสียชีวิตจากสงคราม จากนั้นก็ประทับตราของตนเองลงบนทะเบียนราษฎรที่จั่วเฟยเฟยรวบรวมไว้
เมื่อรู้ว่าจินเฟิงยินยอมให้สร้างหอบรรพบุรุษและยังยินยอมให้บันทึกชื่อของคนงานหญิงที่เสียชีวิตจากสงครามลงในทะเบียนราษฎรของตระกูลจิน เหล่าคนงานหญิงก็ปลาบปลื้มยินดีเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อจินเฟิงออกมาจากหอบรรพบุรุษ คนงานหญิงจำนวนไม่น้อยก็ไม่ได้เรียกเขาว่าท่านอาจารย์อีกต่อไป แต่เปลี่ยนเป็นเรียกเขาว่า ‘สามี’ เหมือนกับที่กวานเสี่ยวโหรวเรียก
แตกต่างก็ตรงที่จากที่เคยชอบพูดจาแทะโลม คราวนี้คนงานหญิงทั้งหลายเชื่อใจและพึ่งพาจินเฟิงอย่างจริงใจ
สิ่งนี้ทำให้จินเฟิงรู้สึกละอายใจเป็นอย่างมาก
ครั้งนี้ที่เขากลับมาจินชวน นอกจากจะต้องแก้ปัญหาเรื่องผู้มีอำนาจและเสบียงอาหารแล้ว เรื่องใหญ่อันดับสองในใจของเขาก็คือการแก้ปัญหาเรื่องอนุภรรยา
แต่เขายังไม่ทันได้ลงมือทำอะไรเลย คนงานหญิงทั้งหลายก็เปลี่ยนคำเรียกเสียแล้ว
จินเฟิงรู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่มาที่เขาเถี่ยกว้าน
ด้วยข้ออ้างว่าวันพรุ่งนี้มีธุระ เขาจึงพากวานเสี่ยวโหรวรีบลงจากเขาไป
จากนั้นก็ไปเจอถังเสียวเป่ยที่เดินโซเซมาที่ตีนเขา
เมื่อเห็นจินเฟิง นางก็ยิ้มล้อเลียนว่า “มีอนุภรรยาอยู่หลายพันคน สามีที่รักดูเสร็จเร็วจังนะ”
“เจ้ามาถึงตรงนี้ได้อย่างไร?”
จินเฟิงถามด้วยความประหลาดใจ
เมื่อเห็นกวานเสี่ยวโหรวมาต้อนรับตน เขาก็คิดว่าถังเสียวเป่ยกลับไปที่ซีเหอวานแล้ว
“เสียวเป่ยเบี้ยวนัดข้า” กวานเสี่ยวโหรวเตือนเบา ๆ “ไม่อย่างนั้นข้าจะมาเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร?”
จินเฟิงได้ยินดังนั้นก็เข้าใจในทันที
ในขณะเดียวกันก็เข้าใจว่าถังเสียวเป่ยต้องเชื่อมั่นว่าองค์หญิงเก้าจะสามารถชักจูงเขาได้ จึงได้ไม่ร้อนรน อีกทั้งตอนนี้ยังมีอารมณ์มาล้อเลียนอีก
“สามีที่รัก บนเขาเถี่ยกว้านมีเสือหรือ จะรีบลงเขาไปทำอะไร?”
ถังเสียวเป่ยยิ้มพลางขยิบตาให้จินเฟิง “หรือจะค้างคืนที่นี่ดีหรือไม่?”
จินเฟิงไม่อยากสนใจนาง จึงหันหัวม้ากลับแล้วจากไป
“หญิงสาวเหล่านี้นับวันยิ่งปีกกล้าขาแข็ง ครั้งหน้าถ้ามาอีก ต้องจัดการบรรยากาศบนเขานี้ให้ดีเสียหน่อย”
จินเฟิงหันหลังกลับไปมองอีกครั้งก่อนจะตัดสินใจกับตัวเองอย่างแน่วแน่
ที่จริงก็เป็นเขาที่ยึดยอดเขานี้มาได้ แต่ผลสุดท้ายทุกครั้งที่มากลับรู้สึกเหมือนต้องหนีตาย
สิ่งนี้ทำให้จินเฟิงรู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง
กลับมาถึงหมู่บ้าน จินเฟิงได้เห็นพิธีต้อนรับอันยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดสองข้างทาง
นอกจากผู้คุ้มกันแล้วก็ยังมีชาวบ้านทุกคนที่วางมือจากงานที่ทำและออกมาต้อนรับนอกหมู่บ้าน
ขบวนต้อนรับเรียงรายจากประตูหมู่บ้านไปจนถึงระยะห้าลี้
กว่าจะเดินผ่านระยะทางห้าลี้กลับเข้ามาในหมู่บ้านฟ้าก็มืดแล้ว
ยังไม่ทันได้กินข้าวสักคำ ถังตงตงและเสี่ยวอวี้ต่างก็อุ้มเอกสารกองโตเข้ามาหา
จินเฟิงจากไปนานเกินไป มีหลายเรื่องที่ต้องรอให้เขาตัดสินใจจึงได้สะสมค้างอยู่จนถึงตอนนี้
เมื่อจัดการงานเหล่านี้เสร็จสิ้น ก็เป็นเวลากลางดึกแล้ว
แต่เดิมเขาคิดว่ากวานเสี่ยวโหรวคงจะหลับไปแล้ว แต่เมื่อจินเฟิงกลับเข้าห้องกลับพบว่ากวานเสี่ยวโหรวยังคงรอเขาอยู่
ในเวลานี้ไม่มีผู้ใดอยู่ในห้อง ในที่สุดกวานเสี่ยวโหรวที่กดตัวเองมาโดยตลอดก็ปลดปล่อยออกมาอย่างสิ้นเชิง
นางโถมเข้ากอดจินเฟิงและกอดเอวของเขาไว้แน่น
…
ในเวลาเดียวกัน ณ ซื่อชวนที่อยู่ห่างไกล
หัวหน้าขันทีได้เรียกชายอ้วนสวีและคนอื่น ๆ มารวมตัวกัน
“กงกง ท่านเรียกพวกข้ามาในยามดึกเช่นนี้ มีเรื่องสำคัญอันใดหรือ?”
ชายอ้วนสวีถามพลางปิดปากหาว
นับตั้งแต่เฉินซือเหยียถูกจับกุม เขาก็รู้สึกหดหู่ใจมากและนอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว
วันนี้เพิ่งจะหลับไป ก็ถูกหัวหน้าขันทีส่งคนมาเรียกตัวออกจากอ้อมกอดของอนุภรรยา ในใจรู้สึกไม่พอใจยิ่งนัก
แม้แต่น้ำเสียงก็เจือความไม่พอใจเล็กน้อย
หัวหน้าขันทีชำเลืองมองเขาชั่วครู่หนึ่งแต่ไม่ได้ใส่ใจ รอจนทุกคนมาพร้อมหน้ากันแล้วจึงเอ่ยปากว่า “ท่านทั้งหลาย จินเฟิง และอู่หยางต่างเดินทางถึงจินชวนแล้ว”
“กงกง ท่านเรียกพวกข้ามาเพียงเพื่อเรื่องนี้งั้นหรือ?”
ชายอ้วนสวีถามด้วยสีหน้าขมวดคิ้ว “พวกข้าก็รู้อยู่แล้วมิใช่หรือ?”
นับตั้งแต่จินเฟิงเข้ามาในดินแดนชวนสู่ บรรดาผู้มีอำนาจก็จับตามองเขาตลอดทาง
องค์หญิงเก้ายิ่งเกินไปกว่านั้น เพราะนางออกจากเมืองหลวงก็ยังถูกสายลับจับตามอง
ชิ่นเอ่อร์ก็พบสายลับเช่นกัน เพียงแต่องค์หญิงเก้ารีบร้อนเดินทางจึงไม่ได้ใส่ใจเท่านั้นเอง
“สวีพ่างจื่อ เจ้าคงนอนจนสมองไม่ทำงานแล้วสินะ”
ชายมีเคราแพะกล่าวว่า “กงกงย่อมรู้ว่าพวกเราทราบถึงเบาะแสของจินเฟิงและองค์หญิงเก้า ในเมื่อเรียกท่านเรียกพวกเรามาในยามดึกเช่นนี้ ต้องมีเบาะแสอื่นแน่นอน”
“ใต้เท้าโจวช่างฉลาดหลักแหลมจริงๆ”
ขันทีเหลือบมองชายอ้วนสวีแล้วกล่าวต่อ “จ๋าเจียได้รับข่าวว่าจินเฟิงข้ามแม่น้ำเจียหลิงไปแล้ว แม้แต่ซวงถัวเฟิงเขาก็ไม่ได้ขึ้นไปด้วยซ้ำ แต่นำคนตรงไปยังจวนว่าการอำเภอจินชวนทันที”
“จินเฟิงมาถึงจินชวน แต่ไม่ได้กลับไปซีเหอวานหรือ? เขามุ่งหน้าไปจวนว่าการอำเภอจินชวนทำไม?”
“จ๋าเจียยังสืบไม่ได้ชัดเจน แต่ข่าวที่จ๋าเจียได้รับมากล่าวว่าจินเฟิงดูท่าทางโกรธเคืองมาก”
“โกรธเคืองงั้นหรือ อย่าบอกนะว่าเขาจะไปฆ่าไช่หลิวหยาง?”
ชายอ้วนสวีพูดอย่างไม่คิด
พูดจบก็พบว่าบรรดาผู้มีอำนาจทั้งหลายต่างหันมามองเขา
ทั้งห้องโถงจึงเงียบลงในทันที