ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ - บทที่ 640 จะต้องทำให้เจ้าพอใจแน่นอน
บทที่ 640 จะต้องทำให้เจ้าพอใจแน่นอน
“ใต้เท้าโจวกล่าวมานั้นมีเหตุผล เมื่อถึงเวลาที่ต้องโหดร้าย ก็ต้องทำและตัดสินใจอย่างเด็ดขาด!”
คนในตระกูลเซี่ยกัดฟันกล่าวว่า “องค์หญิงเก้ามีจินเฟิงและตระกูลชิ่งคอยสนับสนุน หากต่างคนต่างสู้ พวกเราไม่มีใครเป็นคู่ต่อสู้ขององค์หญิงเก้าได้ พวกเราต้องร่วมมือกันจึงจะมีโอกาสชนะ ข้าตระกูลเซี่ยขอสนับสนุนใต้เท้าโจว!”
“เห็นด้วย!”
“เห็นด้วย!”
เหล่าผู้มีอิทธิพลคนอื่น ๆ ก็พากันพยักหน้า
ถึงแม้ปากของพวกเขาจะบอกว่าไม่ได้ใส่ใจจินเฟิง แต่ในใจกลับเกรงกลัวเป็นอย่างมาก
จินเฟิงได้ทำศึกชนะถึงสองครั้งภายในครึ่งปี ได้รับการยอมรับจากฝ่ายสนับสนุนสงครามและยังได้กวาดล้างพวกโจรไปทั่วกวางเหยวียน ประกอบกับ เสี่ยวอวี้ ได้ช่วยโฆษณาชวนเชื่ออย่างลับ ๆ จนเริ่มเห็นผล จินเฟิง จึงมีชื่อเสียงอันดีงามไปทั่วจินชวนและแคว้นกวางเหยวียน ผู้คนจำนวนไม่น้อยต่างตั้งแผ่นป้ายบูชาของเขาไว้ในบ้าน
หอการค้าและสำนักคุ้มภัยเจิ้นเหยวี่ยนก็เติบโตอย่างรวดเร็วและมีอิทธิพลอย่างมากในหมู่ประชาชน
องค์หญิงเก้าเป็นคนนอก พวกเขาก็เช่นกัน
แต่องค์หญิงเก้าไม่เพียงแต่มีฐานะเป็นสมาชิกของราชวงศ์ แต่ยังมีจินเฟิงและตระกูลชิ่งที่เป็นเจ้าถิ่นคอยหนุนหลังอีก หากต่อสู้เพียงลำพังแน่นอนว่าไม่มีคนใดในที่นี้จะเป็นคู่ต่อสู้ขององค์หญิงเก้าได้
วิธีเดียวที่จะทำได้ก็คือการร่วมมือกัน
“ในเมื่อทุกท่านเห็นด้วยกับคำพูดของข้า ก็ขอให้ท่านทั้งหลายรักษาคำมั่นสัญญา อย่าได้โลภในผลประโยชน์ชั่วครั้งชั่วคราว แล้วลักลอบปล่อยข้าวออกไปโดยพลการ!”
ชายเคราแพะลุกขึ้นกล่าวว่า “หากพบว่ามีผู้ใดปล่อยเสบียงออกไปโดยพลการ ก็ขอให้ทุกคนจงร่วมมือกันโจมตีผู้นั้น!”
นี่คือจุดประสงค์สุดท้ายที่เขาพูดมาทั้งหมด
มีเพียงแต่ผู้มีอำนาจในที่นี้เท่านั้นที่ต้องร่วมมือกันจึงจะสามารถเพิ่มราคาข้าวได้อย่างราบรื่น
“ร่วมกันเดินหน้าและถอยหลังด้วยกัน ผู้ใดแอบปล่อยเสบียงอาหารออกไปโดยพลการ พวกข้าจะร่วมกันโจมตีผู้นั้น!”
บรรดาผู้มีอำนาจทั้งหลายต่างลุกขึ้นร้องตะโกน
หลังจากนั้นพวกเขาก็เริ่มกำหนดแผนการรุกและรับอย่างละเอียด แบ่งเขตอิทธิพลและภารกิจรุกรับของแต่ละตระกูลใหม่
ตอนกำหนดแนวทางใหญ่ ๆ พวกเขามีเป้าหมายเดียวกันจึงเจรจาตกลงกันได้อย่างง่ายดาย
แต่พอมากำหนดแผนอย่างละเอียด เกี่ยวพันถึงผลประโยชน์ของแต่ละฝ่าย พวกเขาก็เริ่มต่อรองกันอย่างเข้มข้น ตั้งแต่กลางดึกจนถึงรุ่งสางก็ยังไม่ได้ข้อสรุป
พวกเขาให้คนนำอาหารเช้าเข้ามา และหลังจากลงมือกินเสร็จก็เจรจาต่อรองกันต่อ
ซีเหอวาน
จินเฟิงลืมตาขึ้น แต่ยังไม่ได้ลุกจากเตียง
หากในยามปกติ เวลานี้กวานเสี่ยวโหรวก็คงตื่นนานแล้ว แต่ช่วงนี้นางเหนื่อยมาก กินไม่ได้นอนไม่หลับ ตอนนี้จินเฟิงกลับมา ในที่สุดนางก็นอนหลับสบายได้แล้ว เลยนอนตื่นสาย
นางนอนกอดจินเฟิงเหมือนปลาหมึกและนอนหลับอย่างไร้ข้อกังวลใจ
จินเฟิงรู้ว่ากวานเสี่ยวโหรวเหน็ดเหนื่อยมาตลอดจึงไม่ได้รีบร้อนลุกขึ้นเพราะกลัวว่าจะปลุกนาง และใช้ความคิดทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นช่วงนี้
ชีวิตที่แล้ว ในประเทศที่มีการแข่งขันสูง จินเฟิงสามารถจากออกจากหมู่บ้านเล็ก ๆ ต่อสู้จนจบการศึกษาระดับปริญญาเอกได้ เขาเรียนจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศและอาจารย์ที่ปรึกษาของเขาก็เป็นผู้เชี่ยวชาญขั้นนำ แน่นอนว่าเขาไม่ใช่คนบ้าบิ่นและไม่ใช่คนโง่
เพียงแต่หลังจากเขาเห็นโศกนาฏกรรมที่กระทบความคิดมากเกินไป ในใจของเขารู้สึกกดดัน มีความโกรธแค้นมากเกินไปถึงได้ระเบิดอารมณ์ที่ซวงถัวเฟิงและตัดสินใจอย่างไม่มีเหตุผล
ตอนอยู่นอกจวนว่าการอำเภอจินชวน เขาถูกองค์หญิงเก้าสาดน้ำเย็นใส่ เขาจึงได้สติขึ้นมา
จินเฟิงไม่ใช่คนดื้อรั้นและไม่รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น เมื่อรู้ว่าผิดเขาก็เปิดใจยอมรับ
เขาใช้โอกาสตอนเพิ่งตื่นนอนซึ่งเป็นเวลาที่หัวสมองปลอดโปร่งที่สุด คิดทบทวนแผนการที่องค์หญิงเก้าพูดในป่าเล็ก ๆ อีกรอบ เพื่อคิดถึงช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นได้
กวานเสี่ยวโหรวหลับสนิทเหลือเกิน จนกระทั่งคนงานหญิงจากโรงงานสิ่งทอในลานข้าง ๆ เริ่มฝึกซ้อม นางจึงตื่นขึ้นมา
เมื่อรู้สึกตัวว่าจินเฟิงยังอยู่ นางก็ซุกไซ้ในอ้อมกอดของเขาต่อราวกับลูกแมวตัวน้อย ก่อนจะลืมตาขึ้นมาด้วยความอิ่มอุ่นใจ
พอเห็นแสงอรุณส่องเข้ามาทางหน้าต่าง กวานเสี่ยวโหรวก็ตื่นเต็มตาในทันที
“ไม่นะ ไม่นะ ข้าตื่นสายแล้ว!”
กวานเสี่ยวโหรวบ่นพึมพำพลางหยิกแขนจินเฟิงเบาๆ “เจ้านี่ ตื่นแล้วทำไมไม่ปลุกข้าเล่า?”
“เจ้าหาโอกาสนอนตื่นสายได้ยากนัก ปลุกเจ้าไปทำไมกัน?”
จินเฟิงจูบหน้าผากของกวานเสี่ยวโหรวเบาๆ “ยังเช้าอยู่เลย ถ้ายังนอนไม่พอก็นอนต่ออีกสักหน่อยเถิด”
พอฟ้าเริ่มสว่าง คนงานหญิงก็เพิ่งเริ่มฝึกซ้อม
“ฟ้าสว่างแล้ว เช้าที่ไหนกันล่ะ?”
กวานเสี่ยวโหรวพูดพลางจะลุกขึ้น แต่จินเฟิงกลับดึงนางกลับมาอีกครั้ง
“ในเมื่อตื่นสายแล้ว งั้นก็นอนต่ออีกสักหน่อยเถิด”
“ถ้านอนต่อ พอตื่นมาคงโดนคนหัวเราะเยาะแน่ ๆ”
“สามีภรรยาแท้ ๆ จะกลัวคำหัวเราะเยาะทำไมกัน?”
จินเฟิงกอดเอวกวานเสี่ยวโหรวแน่น “งีบต่ออีกสักหน่อย ถือว่าอยู่เป็นเพื่อนข้า!”
“น่าอายที่สุด…”
“เอาล่ะ ๆ ข้าไม่รู้จักอาย ข้าหน้าหนา”
จินเฟิงหัวเราะพลางอ้อนวอน “ขอกอดเจ้าต่ออีกสักเดี๋ยว ไม่ได้กอดเจ้าอย่างนี้มานานแล้ว”
เมื่อหน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า ทั้งสองต่างก็ยิ่งยุ่งมากขึ้น กวานเสี่ยวโหรวจึงคิดถึงช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันสองต่อสอง
เมื่อได้ยินดังนั้น นางก็ไม่ยืนกรานอีกต่อไปและยื่นมือโอบรอบคอของจินเฟิง
กว่าทั้งสองจะออกมาจากห้อง ท้องฟ้าก็สว่างจ้าแล้ว
มาถึงห้องอาหาร ก็พบว่าไม่ใช่แค่ถังเสียวเป่ยเท่านั้น แต่องค์หญิงเก้าและเสี่ยวอวี้ก็อยู่ด้วย ใบหน้าของกวานเสี่ยวโหรวจึงแดงก่ำขึ้นมาทันทีราวกับเด็กที่แอบกินของจนถูกจับได้ นางจึงรีบหลบไปข้างหลังจินเฟิงทันที
“ถึงแม้ว่าความห่างไกลจะยิ่งทำให้คิดถึงและรักกันมากขึ้น แต่พวกเจ้าสองคนก็เหนียวแน่นเกินไปแล้วนะ”
ถังเสียวเป่ยปอกไข่ไก่พลางล้อเลียน “ถ้าพวกเจ้าไม่ออกมาอีก องค์หญิงก็จะให้ชิ่นเอ่อร์ไปเคาะประตูแล้ว”
กวานเสี่ยวโหรวมีผิวหน้าบางอยู่แล้ว ตอนนี้อยากจะหารูมุดลงไปให้จงได้
“เจ้าปิดปากไปเสียเถิด!”
จินเฟิงยัดซาลาเปาใส่ปากถังเสียวเป่ยทันที
ถ้าปล่อยให้ถังเสียวเป่ยพูดต่ออีกสองสามประโยค ใบหน้าของกวานเสี่ยวโหรวก็คงจะร้อนจนต้มน้ำได้แล้ว
“องค์หญิง เสวยอาหารเช้าแล้วหรือ?”
จัดการถังเสียวเป่ยเสร็จ จินเฟิงก็หันไปมององค์หญิงเก้าพลางเปลี่ยนเรื่อง “ถ้ายังไม่ได้เสวย ก็มาร่วมโต๊ะด้วยกันสิ”
“ไม่ต้องหรอก ข้ากินมาแล้ว”
องค์หญิงเก้าได้ชินกับวิธีการทักทายแบบติดดินของจินเฟิงแล้ว นางจึงยิ้มและโบกมือปฏิเสธ
น้ำเสียงและสีหน้าท่าทางของนางไม่ต่างจากปกติ แต่จินเฟิงกลับรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายบางอย่าง…
เขาลูบจมูกและจำต้องเปลี่ยนเรื่องอีกครั้ง ก่อนจะหันไปถามต้าหลิวว่า “สหายกลับมาที่ค่ายกันครบทุกคนหรือยัง?”
เมื่อวานตอนที่สลายตัวกันนอกจวนว่าการอำเภอจินชวน ต้าจ้วงได้กำชับผู้คุ้มกันภัยเป็นพิเศษ ว่าให้กลับมารายงานตัวที่ค่ายในยามเฉิน
ถึงแม้จินเฟิงจะเล่นสนุกกับกวานเสี่ยวโหรว แต่เขาก็ไม่มีทางพลาดเรื่องการทหารและตอนนี้ยังไม่ถึงยามเฉิน
“สหายมากันครบแล้ว กำลังจัดแถวเรียงกันอยู่ที่สนามฝึก”
“แล้วม้าศึกและเสบียงล่ะ?”
“สหายกองเสบียงทำงานล่วงเวลาทั้งคืน เตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว”
“เช่นนั้นก็ดี พอสหายจัดแถวเสร็จ พวกเราก็ออกเดินทางกันเลย”
จินเฟิงยัดซาลาเปาเข้าปากหนึ่งลูก แล้วหยิบอีกสองลูกก่อนจะเตรียมออกจากประตูไป
ตอนนี้เองที่เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าองค์หญิงเก้ายังสวมชุดกระโปรงยาว คิ้วของเขาจึงขมวดเล็กน้อย
เมื่อวานในป่าเล็ก ๆ พวกเขาได้ตกลงกันแล้วว่าองค์หญิงเก้าจะไปซื่อชวนกับเขา
แต่ตอนนี้องค์หญิงเก้าดูไม่เหมือนจะออกเดินทางไกลเลยสักนิด
“องค์หญิง ตั้งใจจะนั่งรถม้าไปซื่อชวนหรือ?”
จินเฟิงคิดว่าองค์หญิงเก้าอยากจะประวิงเวลา น้ำเสียงของเขาจึงไม่ค่อยดีนัก
“แน่นอนว่าไม่ใช่ เพียงแต่ข้าได้จัดการบางอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อน”
องค์หญิงเก้ายิ้มแล้วกล่าวว่า “เจ้าก็ทานอาหารให้เสร็จก่อนแล้วค่อยออกเดินทางเถิด มันไม่ทำให้เสียเรื่องหรอก”
“จัดการไว้เรียบร้อยแล้ว?” จินเฟิงถามว่า “จัดการอย่างไรกัน?”
“เจ้าไม่ต้องสนใจหรอกว่าจัดการอย่างไร อย่างไรก็จะต้องทำให้เจ้าพอใจแน่นอน”
องค์หญิงเก้าตอบ
**แอดจะอัพให้ล่วงหน้านะครับ วันเสาร์ จะไม่ได้อัพนิยายครับผม