ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ - บทที่ 659 โครงการนำร่อง
บทที่ 659 โครงการนำร่อง
“ทุกคนไปต่อแถวตรงนั้น เพื่อทำหนังสือรับเสบียง”
โจวโหยวต๋ายื่นมือชี้ไปที่กระท่อมที่อยู่ไกลออกไป
ประชาชนวิ่งแห่กันไปทันที
“ทุกคนต่อแถวให้ดี ใครกล้าแทรกแถวก็กลับไปต่อแถวใหม่ ถ้ามีเรื่อง วันนี้จะยกเลิกสิทธิ์ในการรับของ!”
ผู้คุ้มกันภัยที่รักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยตะโกนผ่านโทรโข่ง
ประชาชนที่วุ่นวายเหมือนก็ต่อแถวกันอย่างว่าง่ายทันที
ในกระท่อมเพิงหญ้าคา จูหลิงหลงได้นำลูกจ้างจากโรงแลกเงินมาเตรียมพร้อมแล้ว
ชาวบ้านที่มีสมุดบัญชีประทับตราเหล็กโดยตรง ผู้คุ้มกันภัยที่เตรียมพร้อมอยู่ข้าง ๆ ก็ตักข้าวจากกระสอบ
ในต้าคังไม่มีถุงพลาสติก ประชาชนต่างถอดเสื้อผ้าชั้นนอกและใช้เสื้อมาห่อ
ชาวบ้านแต่ละคนสามารถกู้ยืมข้าวได้เท่าใด ล้วนมีการกำหนดไว้แล้ว และมีผู้คุ้มกันภัยรับผิดชอบชั่งน้ำหนักโดยเฉพาะ
ลูกจ้างโรงแลกเงินผ่านการฝึกอบรมมาจากจูหลิงหลง จัดการเรื่องง่าย ๆ แบบนี้ได้อย่างเร็วรวดเร็วมาก ใช้เวลาไม่กี่สิบวินาทีก็สามารถจัดการได้หนึ่งคน
ลูกน้องหลายสิบคนทำงานพร้อมกัน ใช้เวลาแค่ครึ่งเช้า ผู้ประสบภัยทั้งหมดในโจวเจียจวงก็ได้รับข้าวจนครบแล้ว
ในเวลาเดียวกัน ข่าวที่ท่านอาจารย์จินยินดีให้กู้ยืมข้าวก็แพร่ออกไป
ประชาชนจากหมู่บ้านโดยรอบแห่กันมา แต่ถูกผู้คุ้มกันภัยปิดกั้นไว้นอกโจวเจียจวง
“ท่านอาจารย์จิน ขอข้ากู้ยืมบ้างได้หรือไม่ ลูกของข้าไม่ได้กินข้าวมาสามวันแล้ว ใกล้จะอดตายแล้ว!”
“ท่านอาจารย์จิน ข้าขอกู้ยืมหน่อยเถิด ข้าพร้อมจะเป็นวัวเป็นม้ารับใข้ท่าน!”
“ท่านอาจารย์จิน ข้าพร้อมจะทำงานให้ท่าน ไม่ต้องจ่ายค่าจ้าง ขอแค่มีข้าวให้กินก็พอ!”
ชาวบ้านนับไม่ถ้วนอ้อนวอนอยู่ด้านนอกโจวเจียจวง
“ต้าหลิว ออกไปบอกเงื่อนไขการกู้ยืมข้าวและการคิดดอกเบี้ยให้พวกเขาฟังอย่างชัดเจน แล้วก็ให้พวกเขาเข้ามา”
จินเฟิงยืนอยู่บนแท่นสูง มองชาวบ้านที่งุนงงอยู่ด้านนอกหมู่บ้าน ในใจก็รู้สึกเจ็บปวด “ให้เข้ามาเป็นกลุ่ม รักษาระเบียบให้ดี ระวังเกิดเหตุการณ์เหยียบกันตาย”
ตอนนี้ชาวบ้านหิวโหยมาก อาศัยแรงใจยื้อชีวิตเอาไว้ หากมีใครล้มลงแล้วถูกเหยียบ ไม่แน่ว่าอาจจะตายก็ได้
“รับทราบ!” ต้าหลิวพยักหน้า และรีบวิ่งไปจัดการทันที
ความหิวโหยนั้นน่ากลัว แต่ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือการเห็นพ่อแม่ลูก ค่อย ๆ อดตายต่อหน้าต่อตา
ไม่ต้องพูดถึงว่าจินเฟิงไม่ได้ขุดหลุมพรางในเรื่องการกู้ยืมเพื่อช่วยเหลือประชาชน แต่ต่อให้ขุด ชาวบ้านก็ไม่สนใจแล้ว
ใกล้จะอดตายอยู่แล้ว ต่อให้เป็นหลุมพวกเขาก็ยินดีจะกระโดดลงไป
นี่ก็เป็นสาเหตุที่แม้ผู้เช่าที่ดินจำนวนมากจะรู้ว่าเจ้าของที่ดินกำลังหลอกพวกเขา แต่ก็จำต้องยอมจำนน
สถานการณ์เป็นไปตามที่จินเฟิงคาดการณ์ไว้ ต้าหลิวพูดจบเรื่องนโยบายการกู้ยืมข้าว ชาวบ้านก็แย่งกันเข้ามาในหมู่บ้าน
โชคดีที่ต้าหลิวเตรียมพร้อมไว้ก่อนแล้ว เขานำผู้คุ้มกันภัยมารักษาระเบียบไว้ได้
ภายในเมืองซื่อชวน องค์หญิงเก้าก็ไม่กล้าพักผ่อนนานเช่นเดียวกับจินเฟิง นางก็ตื่นนอนตั้งแต่เช้าตรู่
ชิ่งมู่หลานกลัวจะรบกวนองค์หญิงเก้าจึงรอจนถึงช่วงสายจึงมาเยี่ยม
ผลที่ได้คือเมื่อเข้าไปในห้องก็พบว่าไม่มีใครอยู่บนเตียง
“อู่หยาง หมอให้เจ้านอนพักบนเตียงครึ่งเดือน เหตุใดเจ้าถึงออกมาได้”
ชิ่งมู่หลานพบองค์หญิงเก้าในห้องตำรา จึงลากตัวออกไป “รีบกลับไปพักผ่อนเถิด”
“ท่านพี่ ตอนนี้สถานการณ์ภัยพิบัติรุนแรงขึ้นทุกวัน ไม่รู้ว่าจะมีราษฎรตายด้วยความหิวโหยและหนาวเย็นอีกเท่าใด ข้าจะนอนได้อย่างไร?”
องค์หญิงเก้าสลัดมือชิ่งมู่หลานออก แล้วก้มหน้าอ่านเอกสารบนโต๊ะต่อ
“ท่านอาจารย์บอกแล้วว่าเรื่องบรรเทาทุกข์มีเขาดูแลอยู่ เจ้าไม่ต้องกังวล!”
“ข้างนอกมีท่านอาจารย์ แต่พวกคนชั่วในคุกใต้ดินนั่นยังต้องจัดการ”
องค์หญิงเก้ากล่าวอย่างหมดหนทาง
“จัดการพวกมันมีอะไรยากล่ะ?”
ชิ่งมู่หลานพูดว่า “นั่นก็แค่พวกขี้ขลาด เดี๋ยวข้าจัดการเอง พอลงโทษหนักรับรองว่าจะทำให้พวกมันสยบเชื่อฟังอย่างว่าง่าย!”
“ถ้าท่านพี่ลงมือได้ ข้าจะรอจนถึงตอนนี้หรือ?”
องค์หญิงเก้ากล่าวว่า “ยิ่งมีคนเกี่ยวข้องกับพวกมันน้อยเท่าไหร่ยิ่งดี เรื่องจัดการพวกมัน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้า ถ้าท่านและท่านพี่ซินเหยาลงมือ จะกลายเป็นข้ออ้างให้คนอื่นมาเล่นงานได้”
“อ้อ…ก็จริง”
เมื่อได้ยินดังนั้นชิ่งมู่หลานก็พยักหน้าอย่างหมดหนทางเช่นกัน
อิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังขุนนางเหล่านี้ใหญ่โตเกินไป ตระกูลชิ่งไม่สามารถต้านทานได้เลย
องค์หญิงเก้าเป็นองค์หญิงจึงสามารถปราบพวกเขาได้
“หากเจ้าจะจัดการก็ไปที่คุกใต้ดินสิ มาที่ห้องตำราทำไมล่ะ?”
ชิ่งมู่หลานถามอีกครั้ง
“ท่านพี่ ตอนที่ท่านอาจารย์สอนเรื่องพิชัยสงครามน่าจะเคยบอกไว้ว่า รู้เขารู้เราจึงจะรบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ไม่ว่าจะสงครามหรือยามปกติก็เช่นกัน”
องค์หญิงเก้าพูดพลางมองเอกสารต่อไป “ที่ข้าจัดการพวกชายอ้วนสวีก็เพื่อเสบียง ดังนั้นก่อนไป ข้าต้องรู้ก่อนว่าพวกเขาแต่ละคนมีเสบียงสะสมเท่าใด มิเช่นนั้นหากถูกพวกเขาหลอกจะทำอย่างไร?”
เอกสารที่นางกำลังดูอยู่ขณะนี้ คือรายงานข่าวกรองที่สายลับของชิ่งซินเหยารวบรวมมาจากทั่วทุกแห่ง บันทึกสถานการณ์การสะสมเสบียงของโจรท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่
องค์หญิงเก้าอ่านอย่างตั้งใจจนกระทั่งเที่ยงวันจึงอ่านจบ
หลังจากทานอาหารกลางวันเสร็จ องค์หญิงเก้าก็พาชิ่นเอ๋อร์ไปที่คุกใต้ดิน
พวกนางอยู่ในคุกใต้ดินราวครึ่งชั่วยามก็ออกมา มือยังถือเอกสารเปื้อนเลือดอยู่ปึกหนึ่ง
ในช่วงครึ่งชั่วยามนี้ เสียงร้องโหยหวนในคุกใต้ดินไม่เคยหยุด
บรรดาผู้มีอิทธิพลไม่อาจทนทานวิธีการของชิ่นเอ๋อร์ได้ ต่างสารภาพหมดเปลือก ถามอะไรก็ตอบไปตามนั้น
ต่อให้สายตาของชิ่งซินเหยาจะเก่งกาจสักเพียงใดก็ไม่อาจรู้ได้ทุกสิ่งอย่าง
เสบียงที่องค์หญิงเก้าสอบถามได้มีมากกว่าที่คาดการณ์ไว้
หลังจากสังเกตการณ์มาทั้งวัน จินเฟิงยืนยันแล้วว่าลูกจ้างจากโรงแลกเงินที่จูหลิงหลงฝึกฝนมา ล้วนมีความสามารถในการดำเนินการทำงานอย่างอิสระ
เมื่อทราบว่าฝ่ายองค์หญิงเก้าได้ข้าวจากบรรดาขุนนางมาแล้ว จินเฟิงจึงตัดสินใจเริ่มแจกจ่ายบรรเทาทุกข์ทันที
คืนนั้น ประตูเมืองซื่อชวนเปิดทิ้งไว้ตามคำสั่ง
ขบวนมากมายกำลังออกจากเมืองซื่อชวน มุ่งหน้าสู่หัวเมืองต่าง ๆ บริเวณใกล้เคียง
แต่ละขบวนประกอบด้วยผู้คุ้มกันภัย ลูกจ้างโรงแลกเงินและลูกจ้างหอการค้า
พวกเขาถือหนังสือที่ประทับตราโดยองค์หญิงเก้า เมื่อไปถึงแต่ละที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต้องให้ความร่วมมือ
ในเวลาเดียวกัน ขบวนขนส่งอาหารที่ประกอบด้วยชาวบ้าน ก็ทำงานตลอดคืนโดยไม่หลับไม่นอน ขนส่งอาหารจากแต่ละพื้นที่ใกล้เคียงไปยังจุดที่กำหนด
…
ห่างไป 32 ลี้ทางเหนือของเมืองซื่อชวน มีตำบลจู๋เหลียนซึ่งผลิตมู่ลี่เป็นจำนวนมาก เป็นตำบลที่ใหญ่ที่สุดในละแวกนี้
ก่อนหน้านี้ ทหารม้าตานจูได้ปล้นสะดมในรัศมีสามสิบลี้ แต่เนื่องจากตำบลจู๋เหลียนมีชื่อเสียงจึงถูกปล้นสะดมด้วย
โชคดีที่อยู่ห่างจากซื่อชวนพอสมควร ทหารม้าจึงเพียงแค่ปล้นอาหารและเงินทองและฆ่าผู้คนไปสองสามคนเพื่อข่มขวัญ แล้วก็จากไป โดยไม่ได้จับชาวเมืองไปเป็นโล่มนุษย์ที่ต้าหม่างพัว
แม้จะรอดชีวิตจากกีบเท้าม้าของทหารม้า แต่ชาวบ้านก็ไม่รอดพ้นจากฝนที่ตกหนักในฤดูใบไม้ร่วง
ชาวบ้านเอาเมล็ดพันธุ์ที่เหลือติดไรฟันออกมาปลูก แต่ก็ถูกน้ำท่วมตายหมด
ยิ่งเมื่อคลื่นความหนาวมาเยือน ทุกวันจะมีคนตายด้วยความหิวโหยและหนาวเย็นในตำบลจู๋เหลียนหลายคน
กล่าวได้ว่าทุกบ้านมีผ้าขาวแขวนหน้าประตู ทุกครัวเรือนมีเสียงร่ำไห้ดังขึ้น
อากาศหนาวเย็น ชาวบ้านขาดเสื้อผ้าและอาหาร ต่างพยายามอยู่แต่ในบ้านไม่ออกไปไหนเพื่อลดการใช้พลังงาน
แต่เช้าวันนี้กลับได้ยินเสียงตีฆ้องดังมาจากหน้าประตู
“ชาวบ้านทุกคน ออกมาเถิด ท่านอาจารย์จินจากหอการค้า นำเสบียงมาให้แล้ว พวกเราปลอดภัยแล้ว!”
เจิ้นจ่างหรือนายตำบลรีบตีฆ้องวิ่งไปตามถนนใหญ่และตรอกซอยพลางตะโกน
“หอการค้านำอาหารมางั้นหรือ ต้องแจกโจ๊กแน่ ๆ เรารีบไปเข้าแถวเร็วเข้า ไม่งั้นอาจไม่มีแล้วนะ!”
“เด็กโง่ เลิกแทะขาโต๊ะได้แล้ว ฟันจะหักหมดเอานะ แทะยังไงก็ไม่เข้าหรอก ไปกินโจ๊กกับแม่เร็วเข้า!”
“เจินเหนียง หอการค้ามาแจกจ่ายโจ๊กแล้ว รีบอุ้มแม่สามีไปเข้าแถวเร็วเข้า!”