ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ - บทที่ 680 เจ้ามีเรื่องปิดบังข้าหรือไม่?
- Home
- ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์
- บทที่ 680 เจ้ามีเรื่องปิดบังข้าหรือไม่?
บทที่ 680 เจ้ามีเรื่องปิดบังข้าหรือไม่?
ที่หน้าประตูเรือนเล็กที่จินเฟิงพักอาศัยชั่วคราว เหล่าผู้คุ้มกันภัยที่เฝ้าประตูอยู่ต่างก็ระแวดระวังพร้อมเพรียงกัน
ยังมีผู้คุ้มกันภัยอีกสองคนกำหน้าไม้เอาไว้แน่น
หากสถานการณ์ไม่ชอบมาพากล พวกเขาจะยิงธนูหัวนกหวีดออกไปทันที
“เป็นข้าเอง!”
ชิ่นเอ๋อร์ก้าวออกมาจากความมืด
เมื่อจำได้ว่าเป็นชิ่นเอ๋อร์ เหล่าผู้คุ้มกันภัยก็ผ่อนคลายลง
แต่พวกผู้คุ้มกันภัยที่ถือหน้าไม้อยู่ นิ้วก็ยังคงง้างไกเอาไว้
“แม่นางชิ่นเอ๋อร์ เหตุใดเจ้าจึงมาเอาป่านนี้เล่า?”
หัวหน้าผู้คุ้มกันภัยเอ่ยถาม
“องค์หญิงเก้ามีเรื่องสำคัญต้องการหารือกับท่านอาจารย์”
“องค์หญิงเก้า?”
เหล่าผู้คุ้มกันภัยหันไปมองและก็เห็นองค์หญิงเก้าเดินมาพร้อมกับจูเอ๋อร์จริง ๆ
ไม่ต้องพูดถึงฐานะขององค์หญิงเก้า เพียงแค่ความสัมพันธ์ระหว่างองค์หญิงเก้ากับจินเฟิง เหล่าผู้คุ้มกันภัยก็ไม่อาจขัดขวางได้
แต่หัวหน้าผู้คุ้มกันภัยคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า “ขออภัยองค์หญิง ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว ขอเวลาให้กระหม่อมไปดูก่อนเถิดว่าท่านอาจารย์หลับแล้วหรือยัง?”
ชิ่นเอ๋อร์กำลังจะโกรธ แต่ประตูห้องด้านหลังก็เปิดออก
จินเฟิงเดินออกมาและมององค์หญิงเก้าอย่างสงสัย จากนั้นก็พูดกับผู้คุ้มกันภัยว่า “พี่ใหญ่เว่ย ให้พวกนางเข้ามา”
เมื่อเป็นเช่นนั้น เหล่าผู้คุ้มกันภัยจึงเปิดทางให้
“พวกเจ้ารออยู่ที่นี่เถิด”
องค์หญิงเก้าหันกลับไปสั่ง ก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง
“เพคะ!”
ชิ่นเอ๋อร์และจูเอ๋อร์รับคำพร้อมกัน หลังจากปิดประตูให้จินเฟิงแล้ว ทั้งสองก็เดินออกจากเรือนเล็กและเฝ้าประตูอยู่กับเหล่าผู้คุ้มกันภัย
บ้านไม้เป็นเพียงที่พักชั่วคราว สร้างขึ้นอย่างเรียบง่าย
เข้าประตูไปเป็นห้องโถงสำหรับรับแขกและทำงาน ด้านในเป็นห้องนอนไม่ถึงสิบตารางเมตร
“องค์หญิงเสด็จมาป่านนี้ มีเรื่องเร่งด่วนอะไรหรือ?”
จินเฟิงไม่รอให้องค์หญิงเก้านั่งลงก็ถามด้วยความรีบร้อน
ในความคิดของเขา องค์หญิงเก้าต้องมีเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ไม่เช่นนั้นคงไม่มาเยี่ยมเยียนในยามวิกาลเช่นนี้
แต่องค์หญิงเก้ากลับไม่รีบร้อน นั่งลงบนเก้าอี้ข้างโต๊ะอย่างสบาย ๆ แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่มีเรื่องเร่งด่วนอะไรหรอกแค่นอนไม่หลับ เห็นว่าห้องของท่านอาจารย์ยังมีแสงไฟอยู่ จึงอยากมาคุยด้วยสักหน่อย”
“มาคุยกับข้า?”
จินเฟิงถามด้วยความสงสัย
กฎเกณฑ์ของต้าคังเข้มงวด ยามวิกาลเช่นนี้อย่าว่าแต่องค์หญิงเลย หญิงสาวชาวบ้านธรรมดาจะมาหาบุรุษถึงที่เพื่อพูดคุยก็ไม่เหมาะสม
แต่จินเฟิงก็ไม่ได้พูดอะไรมากมายนัก เพียงแต่หาเรื่องคุยไปเรื่อย “ข้างนอกเสียงดังจริง ๆ ข้านอนไม่หลับ เลยลุกขึ้นมาวาดรูป”
“ท่านอาจารย์วาดอะไรอยู่หรือ?”
องค์หญิงเก้าหยิบกระดาษวาดรูปแผ่นหนึ่งขึ้นมาจากบนโต๊ะ
บนกระดาษวาดรูปเต็มไปด้วยลายเส้นหนาแน่น มีเครื่องหมายต่าง ๆ มากมาย แต่น่าเสียดายที่องค์หญิงเก้าดูไม่ออกเลยสักนิด
เมื่อพูดถึงภาพวาด จินเฟิงก็มีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที ดึงม้านั่งตัวเตี้ยมานั่งข้างซ้ายขององค์หญิงเก้า แล้วพูดอย่างตื่นเต้นว่า “องค์หญิง นี่มันของวิเศษมากเลยนะ!”
“วิเศษอย่างไรหรือ?”
“รอข้าก่อนนะ ข้าจะเอาของอย่างหนึ่งให้ดู!”
จินเฟิงพูดพลางลุกไปยกเตาต้มน้ำขนาดเล็กมา จากนั้นก็วางกาต้มน้ำขนาดเล็กไว้บนเตา
เปิดช่องระบายอากาศ น้ำในกาต้มน้ำก็เดือดอย่างรวดเร็ว
จินเฟิงหยิบจุกไม้มาอุดปากกา แล้วพูดพลางถูมือไปด้วยว่า “องค์หญิง ต่อไปนี้คือช่วงเวลาแห่งการเป็นพยานถึงปาฏิหาริย์!”
เดิมทีองค์หญิงเก้าไม่ค่อยสนใจนัก แต่พอได้ยินว่าจะได้ ‘เป็นพยานถึงปาฏิหาริย์’ ก็อดไม่ได้ที่จะมีชีวิตชีวาขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว มองตามนิ้วของจินเฟิงไปที่ฝากาต้มน้ำ
ปุ้ง!
ฝากาต้มน้ำถูกไอน้ำดันเปิดออก
“ฮ่า ๆ สนุกดีใช่ไหมล่ะ?”
จินเฟิงตื่นเต้นจนต้องถูมือ
“สนุกดี”
องค์หญิงเก้าพยักหน้ารับ แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความผิดหวัง
เสียเวลาเปล่า ๆ ปาฏิหาริย์ที่จินเฟิงพูดถึงก็แค่แบบนี้นี่เอง…
เทียบกับฝากาต้มน้ำแล้ว องค์หญิงเก้าอยากเปิดกะโหลกของจินเฟิงมากกว่า อยากรู้ว่าในหัวของเขามีแต่เหล็กหรืออย่างไร
ถึงแม้จินเฟิงจะซื่อบื้อแค่ไหน ก็ดูออกว่าองค์หญิงเก้าแสร้งทำ จึงรีบอธิบายว่า “องค์หญิง อย่าดูถูกสิ่งนี้เชียวนะ หากใช้ให้เป็นประโยชน์ มันสามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบของโลกทั้งใบได้เลย!”
“กาต้มน้ำใบเล็ก ๆ สามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบของโลกได้?”
องค์หญิงเก้ารู้สึกว่าจินเฟิงยิ่งพูดก็ยิ่งเหลวไหล
“องค์หญิง นี่เป็นปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ รอให้ข้าสร้างมันขึ้นมาแล้วก็จะรู้เอง!”
จินเฟิงกล่าว “ถึงตอนนั้น เอามันไปติดตั้งบนเรือ เพียงแค่สามสี่วันก็สามารถเดินทางจากทะเลตะวันออกกลับมาที่ชวนสู่ได้แล้ว!”
สีหน้าขององค์หญิงเก้าเคร่งขรึมขึ้นอีกครั้ง
จากทะเลตะวันออกถึงชวนสู่ห่างกันไกลเป็นพันลี้ แถมตลอดทางเป็นการเดินทางทวนน้ำ พ่อค้าเกลือขนเกลือกลับมาแต่ละครั้งมักจะใช้เวลาหลายเดือน
แต่จินเฟิงกลับบอกว่า เอาเจ้านี่ไปติดตั้งบนเรือสามสี่วันก็กลับมาได้ นี่มันไม่เหลวไหลไปหน่อยหรือ?
แต่นางรู้จักนิสัยของจินเฟิงดี การที่เขาพูดแบบนี้แสดงว่าเขามั่นใจมากแล้ว
“ท่านอาจารย์ กาต้มน้ำนี้มันวิเศษขนาดนั้นจริง ๆ หรือ?”
“กาต้มน้ำนี้คงไม่ได้หรอก ต้องขยายและปรับปรุงมัน…”
จินเฟิงหยิบภาพวาดออกมาจากกองภาพวาด ชี้ให้องค์หญิงเก้าดูพร้อมอธิบาย
ภาพวาดนี้ถือเป็นภาพร่าง แสดงให้เห็นภาพลักษณ์คร่าว ๆ ประกอบกับคำอธิบายของจินเฟิง ไม่นานองค์หญิงเก้าก็เข้าใจหลักการพื้นฐานของเครื่องจักรไอน้ำ
“เจ้านี่มีพลังมหาศาล แถมไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ใช้มันลากเรือชั่วโมงยามก็สามารถเดินทางไปได้ไกลหลายสิบลี้ วันหนึ่งก็หลายร้อยลี้ หรืออาจจะมากกว่าพันลี้ก็ได้!”
จินเฟิงกล่าว “ที่ข้าบอกว่าสามสี่วันถึง ก็เป็นการพูดแบบคาดการณ์ไว้เผื่อ ๆ หากมีธุระเร่งด่วนจริง ๆ สองวันสองคืนก็อาจจะกลับมาถึงได้!”
สมัยศตวรรษที่ 18 ในชีวิตที่แล้ว เครื่องจักรไอน้ำของยุโรปยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น เรือที่ติดตั้งเครื่องจักรไอน้ำก็สามารถทำความเร็วได้หลายสิบไมล์ทะเลต่อชั่วโมงแล้ว
ด้วยความรู้ด้านกลไกของจินเฟิง แน่นอนว่าเหนือกว่าวิศวกรของยุโรปในสมัยนั้นอย่างแน่นอน
เครื่องจักรไอน้ำที่เขาสร้างขึ้น ต้องล้ำหน้ากว่ายุโรปในสมัยนั้นอย่างแน่นอน
หากเพียงแค่ต้องการความเร็ว จินเฟิงก็สามารถสร้างให้เร็วกว่านี้ได้อีก
“ช่างมหัศจรรย์จริง ๆ!”
หลังจากที่ฟังจบ องค์หญิงเก้าก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชม “หวังว่าจะได้เห็นท่านอาจารย์สร้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ขึ้นมา!”
“ไม่ต้องรีบร้อน ข้าให้หม่านชางปรับปรุงเครื่องกลึงแล้ว อย่างช้าที่สุดก็ปีหน้า ข้าจะสร้างเครื่องจักรไอน้ำขึ้นมาให้ได้!”
จินเฟิงกล่าวอย่างมั่นใจ
“ปีหน้า…”
บนใบหน้าขององค์หญิงเก้าเผยให้เห็นถึงความผิดหวังเล็กน้อย
แต่จินเฟิงกำลังดูภาพวาดอยู่จึงไม่ได้สังเกตเห็น
เมื่อจินเฟิงเงยหน้าขึ้น ความผิดหวังบนใบหน้าขององค์หญิงเก้าก็หายไป เหลือเพียงสายตาที่จ้องมองจินเฟิงอย่างเหม่อลอย
ยามวิกาลเช่นนี้ ชายหญิงอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง หัวใจของจินเฟิงก็เต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
บางทีเพื่อกลบเกลื่อนเขาจึงชวนคุยแก้เขิน “มองข้าทำไม? ยามวิกาลเช่นนี้น่าขนลุกชะมัด”
แต่พอพูดจบ มือของเขาก็ถูกองค์หญิงเก้าคว้าเอาไว้
องค์หญิงเก้าก้มหน้าลุกขึ้นยืน ดึงจินเฟิงเดินเข้าไปในห้องนอนด้านใน
คราวนี้ต่อให้จินเฟิงจะซื่อบื้อแค่ไหน ก็เข้าใจความหมายขององค์หญิงเก้าแล้ว
แต่เขากลับไม่ขยับ
ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับองค์หญิงเก้าไม่เคยก้าวข้ามเส้นสุดท้าย ทุกครั้งที่ถึงเวลาสำคัญ องค์หญิงเก้าจะหยุดเขาไว้เสมอ
จินเฟิงเองก็ไม่ต้องการบังคับองค์หญิงเก้าจึงไม่ได้ดึงดัน
เขาเชื่อว่าสุดท้ายแล้วองค์หญิงเก้าต้องเป็นของเขาอยู่ดี
แต่ไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึงเร็วและกะทันหันเช่นนี้
องค์หญิงเก้าเห็นว่าจินเฟิงไม่ขยับ ก็ออกแรงดึงสองสามครั้ง แต่จินเฟิงก็ยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่
“ท่านอาจารย์หมายความว่าอย่างไร?” องค์หญิงเก้าหันกลับมา ทั้งอายทั้งโกรธ
“อู่หยาง เจ้ามีเรื่องปิดบังข้าหรือไม่?”