ที่แท้….ฉันเป็นลูกเศรษฐี - บทที่ 507 หวาดผวา
บทที่ 507 หวาดผวา
ชายหนุ่มผู้นั้นก็คือเฉินเกอ
และหญิงสาวคนนี้ ก็คือยู่เอ๋อผู้ติดตามของเฉินเกอ
ขณะนั้น ยู่เอ๋อที่ร้องไห้ ได้วิ่งไปทางเฉินเกอ
และเฉินเกอนั้น เห็นยู่เอ๋อที่ไม่เคยผ่านการทุกข์ยากลำบากมาก่อน ในใจก็อดสงสารไม่ได้
“ยู่เอ๋อ เธอลำบากแล้ว ไม่ต้องกลัว ฉันกลับมาแล้ว!”
เฉินเกอกล่าว แล้วดึงตัวเธอขึ้นมาบนห้องโดยสาร
ยู่เอ๋อจับแขนของเฉินเกอไว้โดยไม่ยอมปล่อยมือ
เพียงแต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด ครึ่งปีที่ไม่เจอกัน ยู่เอ๋อคิดถึงเขาอยู่ตลอดเวลา แต่ว่าครั้งนี้ที่เห็นคุณผู้ชาย กลับให้ความรู้สึกที่แปลกๆกับเธอ
แต่ตอนนี้เธอไม่มีเวลามาคิดมาก
“คุณผู้ชาย กลับมาแล้ว พวกเขาได้จับตัวจางหลง จางหู่และพวกประธานเฉิน ยังได้แย่งเอกสารของพวกเราไปด้วย หลานเอ๋อก็ถูกพวกเขาพาตัวไปด้วย พวกนี้เป็นเอกสารฉบับสุดท้ายที่เกี่ยวกับธุรกิจของเรา!”
ยู่เอ๋อที่ถือถุงเอกสาร เธอได้ช่วยปกป้องทรัพย์สินของเฉินเกออย่างสุดชีวิต
“เมื่อกี้ผมได้ให้ลุงเวินตรวจสอบดูแล้ว ผมรู้เรื่องแล้ว เป็นเพราะผมไม่ดีเอง หายตัวไปครึ่งปี!”
เฉินเกอช่วยเธอเช็ดน้ำตา
เย็ดแม่เอ๊ย ที่แท้ก็เป็นบอสใหญ่เทียนหลงหยุดเจี๊ยวจ้าวกันได้แล้ว กลับมาได้พอดีเลย จะได้จัดการทีเดียว ไม่ต้องเปลืองแรงของประธานเหวิน
เวลานี้ ชายกำยำคนหนึ่งได้กล่าวอย่างเยือกเย็น
แต่เขายังไม่ทันสิ้นเสียงพูด
ฉับ!
ลูกน้องข้างกายของเฉินเกอก็ได้ลุงมือแล้ว
และชายกำยำนี้ จู่ๆก็ตาเหลือก
จากนั้นหัวของเขา ก็หล่นลงบนพื้นทั้งหัว
“อ้า!”
มองแล้ว ตกใจจนรีบเอามือปิดปาก
และเหวินเทา ก็ตื่นตระหนกขึ้นมาทันที
คนกลุ่มนี้ ทำให้คนรู้สึกที่หวาดกลัวมาก และก็มีฝีมือมาก
และเขาเหวินเทา ไม่ใช่คู่ต่อสู้เลยแม้แต่น้อย
“ประ…….ประธานเฉิน ต้องเป็นเรื่องเข้าในใจผิด ผมว่า ผมเรียกพ่อผมมาดีกว่า คุณคุยกับเขาเอง!”
เหวินเทาสมองไว
“ถึงอย่างไร ผมก็แค่ช่วยพ่อทำงาน คุณฆ่าผมก็ไม่มีประโยชน์ ผมจะเป็นคนไปรายงาน ให้พ่อผมมาคุยกับคนเอง!”
เขากล่าวขึ้นอีก
เพียงแต่ เห็นเฉินเกอไม่ได้ตอบ
ใจเขายิ่งอยู่ยิ่งกลัว
แค่ป้างนัดเดียว เขาก็คุกเข่าลง
“ประธานเฉิน ไว้ชีวิตผมด้วยเถอะ!”
เวลานี้ เหวินเทาหวาดกลัวมาก ได้แต่กลืนน้ำลาย
เฉินเกอรินไวน์ใส่แก้วอย่างใจเย็น เมื่อกี้ฉันกำลังคิด “หากพบพ่อของนาย ฉันควรจะเตรียมของเขาให้เขาสักชิ้นมั้ย ฉันเห็นลูกน้องของนาย พกกล้องมาด้วย จู่ก็เกิดไอเดียขึ้นมา!”
เฉินเกอกล่าว
ประธานเฉิน ไอ……..ไอเดียอะไร?
เดิมทีกล้องพวกนี้ มีไว้เพื่อถ่ายคลิปพวกนั้นของ เหวินเทาเขานั้น เป็นโรคจิต ทุกครั้งที่ทำเรื่องเสร็จ ก็จะถ่ายคลิปไว้เป็นที่ระลึก
ลูกน้องจึงมีนิสัยเคยชินกับการพกพากล้อง
“ฉันแค่อยากให้นายร่วมมือถ่ายคลิปสั้นๆกับฉันคลิปหนึ่ง เพื่อให้พ่อของนายดู ถือเป็นของขวัญที่พบหน้ากัน!”
เฉินเกอกล่าว
“ยินดีร่วมมือแน่นอน ได้อยู่แล้วประธานเฉิน!”
เหวินเทากล่าวอย่างรีบร้อน
เฉินเกอส่งสัญญาณให้ลูกน้องคนหนึ่งด้วยสายตา
จากนั้น ลูกน้องก็ได้หยิบน้ำมันเชื้อเพลิงออกมาจากห้องโดยสาร
และเหวินเทานั้น เหมือนจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแล้ว
“ประธานเฉินอย่าฆ่าผม!”
เขาลุกขึ้น เพื่อจะหนี
ฉูบ!
ลูกกระสุนได้ยิงเข้าที่กลางอก เลือดพุ่งทะยานไหลเป็นทาง
เหวินเทาล้มอยู่บนพื้น ร่างกายชักกระตุก
และลูกน้องของเขา ที่ยืนอยู่ด้านข้าง ไม่กล้าขยับกันแม้แต่น้อย
ก็ได้มองดูเขาถูกเผาตายทั้งเป็น***
“ยู่เอ๋อหลับตาลง!”
เฉินเกอปิดตาของยู่เอ๋อไว้ ในเวลาเดียวกันก็สั่งลูกน้อง: จุดไฟเผาเขาเลย!”
“ห๊า!”
เสียงร้องที่โหยหวน ทันใดนั้นก็ดังก้องไปทั่วป่า…….
“เหวินเซินอยู่ไหน?”
กลับไปถึงที่วิลล่า ให้ยู่เอ๋อนอนพัก
เฉินเกอถามลุงเวิน
“เมื่อกี้เพิ่งได้ข่าว ตอนนี้เขากำลังจัดงานเลี้ยงสังสรรค์อยู่ที่โรงแรมเทียนเฉิน ได้เชิญแขกที่มีหน้ามีตาของเขตเทียนเฉินตั้งมากมาย ให้คนพวกนี้มาอวยพรสรรเสริญเขา! จางหลง จางหู่และพวกของเฉินว่านชาน ถึงแม้จะโดนทรมาน แต่ถึงตอนนี้ยังไม่มีอันตรายต่อชีวิต”
“ยังรู้มาว่า เหวินเซินคนนี้ ครึ่งปีมานี้ได้ไปศูนย์ฝึกวิชาที่ประเทศในเอเชีย ฝึกฝนจนมีร่างกายและทักษะการต่อสู้ที่ดี”
ลุงเวินพูดไป พร้อมกับยิ้มเจื่อนๆ
“อืม ถึงเวลาที่ต้องจัดการอะไรสักอย่างแล้ว ไม่อย่างนั้นไม่รู้ว่าต่อไปนี้จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาอีก”
“ลุงเวิน ลุงช่วยอยู่ดูแลยู่เอ๋อแทนผมด้วย ผมจะไปช่วยพวกเขากลับมา!”
เฉินเกอกล่าว
“แต่ว่าเจ้าสำนักน้อย ตอนนี้คุณยังไม่ได้ดื่มเลือดจิ้งจอกวิญญาณเลย จิตยังไม่มั่งคงเท่าที่ควร……..ผมกลัว…….”
ลุงเวินกล่าวอย่างเป็นห่วง
เพิ่งลงจากเขาก็กระอักเลือด เกรงว่าคนชายเฉินจะยิ่งกลายเป็นคนที่เย็นชามากกว่านี้
“ผมควบคุมได้!”
กลางดึก เฉินเกอได้พาลูกน้องสามสิบกว่าคนออกไป
เวลานี้ ที่โรงแรมเทียนเฉิน
ยิ่งอยู่ยิ่งดึกแล้ว
จู่ๆอากาศก็เย็นขึ้น เย็นจนเสียวกระดูกเล็กน้อย
“ยัยเด็กน้อย มาเดินมั่วทำไม แม่หาเธอจนทั่วก็หาไม่เจอ วันนี้ประธานเหวินกลับมาแล้ว อีกอย่างที่นี่เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ เธอต้องระวังตัวด้วยนะ!”
หน้าประตูโรงแรม
ผู้หญิงสองคนกำลังทะเลาะกัน
คนเล็ก อายุประมาณยี่สิบนิดๆ หน้าตาสะสวย
คนโต อายุประมาณยี่สิบสี่ปี มีความเป็นผู้ใหญ่และเซ็กซี่ เหมือนจะเป็นคนคิดบวก
เวลานี้ หญิงสาวคนโตจัดผมเผ้าของตัวเองแล้ว: “ไป กลับไปกับพี่!”
“ไอ้หยา เอาล่ะ ฉันกลับไปคนเดียวก็ได้ พี่เข้าไปก่อน ฉันออกมาสูดอากาศสักพักก็จะเข้าไปแล้ว!”
หญิงสาวกล่าว
“ได้ อย่าโกหกพี่นะ อยู่แป๊บเดียวก็เข้ามาได้แล้ว!”
หญิงสาวจึงได้จากไปอย่างเบาใจ
เห็นได้ชัดว่าหญิงสาวมีอารมณ์เบื่อหน่าย ได้เก็บก้อนหินขึ้นมา เขวี้ยงออกไปอย่างไม่หยุด
คงจะรู้สึกเบื่อหน่าย เบ้ปากแล้วก็เดินเข้าไปข้างใน
หลังจากที่เดินมาถึงห้องโถงโรงแรม มองจากกระจกที่ผนัง เห็นหน้าประตูมีคนกลุ่มหนึ่งกำลังเข้ามา
และคนที่เดินนำหน้านั้น ชั่วขณะทำให้หญิงสาวตกใจ
“เอ๊? นั่นมัน……..?”
ไม่เจอกันครึ่งปี เธอหันหลังด้วยความเซอร์ไพรส์ กำลังจะทักทาย
“พวกคุณมาทำอะไรกัน?”
ประตูมีบอดี้การ์ดของเหวินเซินอยู่มากมาย เวลานี้เห็นพวกเขาไม่ได้มาดี ต่างก็มาล้อมไว้
แต่ว่าคนเหล่านี้ก็ได้ลงมือทันที
สะอาดเรียบร้อย ได้หักคอบอดี้การ์ดบริษัทเหวินเซินกรุ้ปทันที
“ห๊า!”
พนักงานที่ล็อกบี้โรงแรมกรีดร้องกันขึ้นมา
หญิงสาวก็หน้าซีด ตกใจจนวิ่งขึ้นชั้นบน
หลังจากขึ้นไป ยังคงกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ
“มาแล้วเหรอ รีบนั่งลงเถอะ!”
เธอมาถึงข้างกายคนในครอบครัว ก็ยังคงกลัวมาก
“เอ๊ ประธานเหวินกลับมาถึง เทียนเฉิงก็จะกลายเป็นสวรรค์อีกแล้ว ตระกูลของเราก็ต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ พวกแกสวยเหมือนแม่ หน้าตาสะสวย เดี๋ยวคุณชายเหวินเดินมา ต้องแสดงออกให้ดีด้วย! หากคุณชายเหวินถูกใจ ตระกูลของเราก็จะมีโอกาสผงาดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ผิด แม่ลูกสามคนนี้ ก็คือซูหง และยู่จินเฟยสองพี่น้อง
ครึ่งปีมาแล้ว ยู่จินเฟยมองแล้วเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นกว่าแต่ก่อน
เธอเห็นน้องสาวมีอาการแปลกๆ
ก็ถามด้วยความเป็นห่วง: “จินเซียงเธอเป็นอะไร? ทำไมหน้าซีดอย่างนี้?”
ยู่จินเซียงกลืนน้ำลาย: “เมื่อกี้ฉันอยู่ที่ล็อบบี้ ที่ล็อบบี้……..เหมือนจะเห็นเขา!”
“เขา? เขาคือใคร?”
ซูหงถาม
และยู่จินเฟย มีประสาทสัมผัสที่ไวมาก หัวใจเต้นตึกตั๊กอย่างห้ามไม่ได้ เหมือนว่าจะเอาอะไรได้
“จินเซียง เธอเห็นใครกันแน่?”
ทันใดนั้นยู่จินเซียงร้องไห้ เห็นได้ชัดว่าตกใจ: “เขา เขากลับมาแล้ว!”