ทาสแห่งเงา Shadow Slave [นิยายแปล] - ตอนที่ 170 ดวงดาวบรรจบกัน
ซันนี่ไม่เคยเห็นเนฟิสแสดงความกลัวมาก่อน อย่าว่าแต่ท่าทางสยองขวัญแบบสุดขีดขนาดนี้เลย
ในทันที กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายของเขาพลันเขม็งเกลียว และความหนาวเยือกแล่นพล่านไปทั่วร่าง
‘มันต้องไม่ใช่แบบนั้นสิ มันเป็นไปไม่ได้!’
เธอคือคนที่เผชิญหน้ากับปีศาจและสัตว์ประหลาดที่น่าสะพรึงกลัวได้โดยไม่แม้แต่จะกะพริบตา แล้วอะไรล่ะที่จะทำให้เธอขวัญกระเจิงได้ขนาดนี้?
หรือเขาจะมองผิดไป? จริงๆ แล้วไคคือร่างจำแลงของความชั่วร้ายบรรพกาลอะไรบางอย่างงั้นเหรอ? มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน?!
ด้วยความลนลาน เขาหันกลับไปเผชิญหน้ากับชายหนุ่มรูปงามและยื่นแขนข้างหนึ่งออกไป พร้อมที่จะเรียกเศษเสี้ยวเที่ยงคืนออกมา ถึงแม้มันจะช่วยอะไรไม่ได้เลยถ้าขนาดดาราแปรเปลี่ยนยังกลัวจนตัวสั่น…
…แต่ทว่า เขากลับต้องประหลาดใจ เพราะไคไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะเป็นภัยพิบัติโบราณอะไรเลย อันที่จริง เขากำลังมองมาที่ซันนี่ด้วยสีหน้าที่ดูงุนงงอย่างน่าเอ็นดูเสียด้วยซ้ำ
“เอ่อ ซันนี่? เพื่อนของนายคนนี้คือใครเหรอ?”
ไม่สิ มันไม่สมเหตุสมผลเลย ไม่ใช่แค่ซันนี่ที่มั่นใจในการตัดสินใจของตัวเอง แต่เขาเห็นคนมากมายเดินเข้ามาทักทายไนท์ราวกับว่าพวกเขารู้จักและชื่นชอบชายคนนี้ เขาไม่มีทางเป็นสัตว์ร้ายแห่งฝันร้ายไปได้เด็ดขาด
งั้นมันเกิดอะไรขึ้นกับเนฟิสกันแน่?
ซันนี่ให้เงาของเขาคอยจับจ้องที่นักธนูผู้มีเสน่ห์เอาไว้ แล้วค่อยๆ หันกลับไปปรายตามองดาราแปรเปลี่ยน เธอสังกะตายืนนิ่งอยู่ที่เดิม ราวกับถูกความกลัวแช่แข็งเอาไว้
มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?
“เอ่อ… เนฟ?”
เธอสะดุ้งและละสายตามาจากไค หลังจากผ่านไปไม่กี่วินาที ดาราแปรเปลี่ยนก็ค่อยๆ โน้มตัวมาข้างหน้าอย่างระมัดระวังและกระซิบว่า:
“ซันนี่… ไนท์มาทำอะไรที่นี่?”
เขาขมวดคิ้ว
“เขาก็คือเพื่อนที่ฉันบอกเธอไง”
เธอนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหัว:
“ไม่ใช่ ฉันหมายความว่าเขามาทำอะไร ‘ที่นี่’?”
เธอเน้นย้ำที่คำว่า “ที่นี่” อย่างชัดเจน
‘แล้วเขาจะไปอยู่ที่ไหนได้อีกล่ะ?’
ซันนี่ที่งงเป็นไก่ตาแตกพยายามทำความเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น หรือว่าเธอจะรู้เรื่องการลักพาตัว? แต่มันก็ไม่เมคเซนส์เลย สุดท้ายเขาจึงพูดว่า:
“ฉันช่วยชีวิตเขาไว้ในซากปรักหักพัง เขาก็เลยมาทำธุระตอบแทนฉันน่ะ”
เนฟิสจ้องมองเขาด้วยความสิ้นหวัง แล้วส่ายหัวอีกครั้ง:
“ไม่ใช่! ฉันหมายความว่าไนท์มาทำอะไรที่นี่ บนชายฝั่งที่ถูกลืมแห่งนี้!”
ซันนี่ขมวดคิ้วมุ่น
“พวกเธอรู้จักกันในโลกความจริงงั้นเหรอ?”
เนฟิสมองเขาด้วยสีหน้าที่ดูตลกมาก เธออ้าปากค้างแล้วก็หุบลง
ในที่สุดเธอก็ฝืนใจพูดออกมาได้ว่า:
“นี่นาย… นายไม่รู้เหรอว่าเขาเป็นใคร?”
ในขณะเดียวกัน ไคที่ยืนนิ่งอย่างมีมารยาทตลอดการสนทนาอันแสนประหลาดนี้ ก็ยิ้มออกมาอย่างเจิดจ้าแล้วพูดว่า:
“เขาไม่รู้จริงๆ วิเศษไปเลยใช่ไหมล่ะ?”
ซันนี่ถลึงตาใส่เขา
“แล้วฉันจะไปรู้ได้ไงว่าเขาเป็นใคร? พูดให้มันรู้เรื่องหน่อยเถอะ”
เนฟเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะกระซิบเสียงดังลั่น:
“นั่นมันไนท์ไง ไอ้เบื้อก! ไนท์จากวงไนติงเกลน่ะ! ไนท์ตัวจริงเสียงจริงเลยนะ!”
เธอพล่ามเรื่องอะไรของเธอเนี่ย?! เขาไม่มีไอเดียเลยว่ามันหมายความว่ายังไง!
ซันนี่ถูหน้าตัวเองด้วยความหงุดหงิด:
“พูดเรื่องอะไรน่ะ? ไนติงเกลคืออะไร?”
เนฟิสมองไปที่ไค ใบหน้าของเธอยิ่งซีดลงไปอีก และในที่สุดเธอก็พูดด้วยเสียงเบาหวิว:
“มันคือ… วงไอดอลที่เก่งที่สุดและโด่งดังที่สุดในทศวรรษที่ผ่านมาเลยนะ เป็นเจ้าของรางวัลออร์เฟียสสามสมัยติด ติดท็อปชาร์ตติดต่อกันร้อยสัปดาห์ มียอดขายอัลบั้มระดับไดมอนด์ถึงหกบั้ม… วงไนติงเกลนั่นแหละ ไนท์คนนั้นแหละ นักร้องนำ…”
ซันนี่ทำได้เพียงจ้องมองนิ่งๆ
‘เดี๋ยวนะ นี่เธอจะบอกฉันว่า…’
ที่เธอสติหลุดไปขนาดนี้ เป็นเพราะไคเคยเป็นสมาชิกวงบอยแบนด์งี่เง่าอะไรนั่นในอดีตงั้นเหรอ?
ดาราแปรเปลี่ยนไม่ได้กำลังสยองขวัญ แต่เธอกำลัง… ตื่นดารา?
เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
แล้วจากนั้นก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น
‘พระเจ้า… โอ้พระเจ้า! เนฟิสเป็นติ่งงั้นเหรอ! มนต์ฝันร้ายช่วยด้วย มันตลกเกินไปแล้ว…’
จะว่าไป ตอนที่เจอกันครั้งแรก เธอก็ใส่หูฟังตลอดเวลานี่นา เขาควรจะรู้ตั้งนานแล้วว่าเนฟชอบเสียงเพลง ดาราแปรเปลี่ยนผู้เก่งกาจและเย็นชา กลับมาเสียอาการเพราะหนุ่มไอดอลหน้าหวาน…
มันตลกเป็นบ้าเลย!
เขาไม่ได้รู้สึกหึงเลยด้วยซ้ำ โอกาสที่จะได้มาเจอเมนตัวเองในเมืองมืดเฮงซวยนี่มันจะมีสักกี่เปอร์เซ็นต์กันเชียว? เรื่องแบบนี้ต่อให้กุขึ้นมายังคิดไม่ได้เลย!
ในขณะที่เขากำลังขำจนแทบขาดใจ ทั้งดาราแปรเปลี่ยนและไคต่างก็จ้องมองเขาด้วยสีหน้าที่ยากจะอธิบาย อย่างไรก็ตาม ซันนี่หยุดไม่ได้จริงๆ เสียงหัวเราะของเขาเริ่มแผ่วลงหลังจากที่เขาเริ่มหอบหายใจ
“โทษทีๆ ฉันแค่… ไม่คิดว่าจะเป็นเธอ ฮ่า! โอ้พระเจ้า ส่วนคำถามของเธอ ไนท์อยู่ที่นี่มาประมาณสองปีครึ่งแล้ว เขาอาศัยอยู่ในปราสาท…”
เนฟิสดูเหมือนจะครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเหลือบมองไคด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง
“สองปีครึ่งเหรอ? แต่… แต่ฉันนึกว่าวงไนติงเกลแค่พักวงไปทำโปรเจกต์โซโล่ของเกลซะอีก…”
‘โอ้ มีเกลอีกคนเหรอเนี่ย ฉันไม่ไหวแล้ว…’
ไคยิ้มอย่างละห้อย
“เกรงว่าจะไม่ใช่ครับ ผมใช้เวลาทั้งหมดอยู่ที่นี่ ในเมืองแห่งความมืดจริงๆ ทางต้นสังกัดของผมคงต้องกุเรื่องขึ้นมาบังหน้าละมั้งครับ พอเรื่องเป็นแบบนี้ พวกเขาคงจะไม่สามารถปั่นกระแสปล่อยอัลบั้มหลังเสียชีวิตได้ด้วยซ้ำ น่าสงสารพวกเขานะครับ เพราะทางเทคนิคแล้วผมยังไม่ตาย หรือกระทั่งกลายเป็นร่างกลวง แค่… หลับไปเท่านั้นเอง”
เนฟพยักหน้าให้เขาอย่างเขินๆ
“อ้อ เข้าใจแล้ว”
เพื่อทำลายบรรยากาศอันแสนอึดอัด ไคจึงมอบรอยยิ้มให้อีกครั้ง
“จะว่าไป ยินดีมากที่ได้รู้จักเพื่อนอีกคนของซันนี่นะครับ เซอร์ไพรส์จริงๆ! ผมนึกว่าเขาเป็นพวก… เอ่อ… รักสันโดษมาตลอดเลย ขอโทษนะครับ ผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย ใช่เนฟหรือเปล่าครับ?”
ซันนี่มองทั้งคู่แล้วแสยะยิ้ม จากนั้นเขาก็แอมไอทีหนึ่งแล้วพูดด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย:
“อ้อ จริงด้วย ฉันลืมแนะนำไปเลย โทษทีๆ ไนท์ นี่คือเนฟิส ถึงแม้ช่วงนี้เธอจะใช้ชื่ออื่นก็เถอะ นายอาจจะเคยได้ยินชื่อนะ… พบกับ ดาราแปรเปลี่ยน แห่งตระกูลเปลวไฟอมตะ”
…ทีนี้เป็นตาของไคบ้างที่จ้องเนฟิสด้วยความสยองขวัญ หางตาของเขากระตุกกึกๆ
อย่างไรก็ตาม อาจเป็นเพราะการฝึกฝนมาในฐานะไอดอล เขาจึงจัดการอารมณ์ได้เร็วกว่ามาก หลังจากกะพริบตาอยู่สองสามครั้ง เขาก็นิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและเปี่ยมด้วยเสน่ห์:
“โอ้ เป็น… เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบคุณครับ เลดี้เนฟิส ผม… ผมได้ยินเรื่องราวของคุณมาเยอะมาก นับเป็นเกียรติจริงๆ ครับ!”
เนฟิสเบือนหน้าหนี พยายามซ่อนริ้วแดงที่ปรากฏบนแก้ม เธอจ้องมองกำแพงตรอก ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดออกมาอย่างเก้ๆ กังๆ ว่า:
“งั้น… เอ่อ… ในเมื่อเพื่อนนายก็มาแล้ว ซันนี่ ทีนี้เราไปหาที่คุยกันได้หรือยัง?”
เธอเหลือบมองเขาและเสริมหลังจากลังเลเล็กน้อย:
“ฉันมีเรื่องสำคัญที่ต้องคุยกับนาย มันเป็น… เรื่องของความเป็นความตายเลยล่ะ”