ทาสแห่งเงา Shadow Slave [นิยายแปล] - ตอนที่ 54 ผลพลอยได้จากสงคราม
พวกเขานั่งอยู่ด้วยกันเงียบๆ เป็นเวลานาน เนฟิสมองไปยังเส้นขอบฟ้า พลางครุ่นคิดถึงบางสิ่งที่มีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้ ส่วนจิตใจของซันนี่นั้นว่างเปล่าอย่างน่าประหลาด
เขาลอบมองเข้าไปในทะเลวิญญาณของตัวเองเป็นระยะ เพื่อสังเกตการณ์เสียงสะท้อนที่กำลังพักฟื้น เจ้านักเก็บกวาดรอดชีวิตจากการต่อสู้กับเซนจูเรียนกระดองมาได้ แม้จะเพียงหวุดหวิดก็ตาม ตอนนี้มันถูกห่อหุ้มอยู่ในดักแด้แห่งแสง ล่องลอยอยู่ในความมืดมิดอันเงียบสงบในวิญญาณของซันนี่และค่อยๆ ฟื้นฟูตัวเองอย่างช้าๆ
หากเสียงสะท้อนสามารถถอยกลับเข้าสู่ทะเลวิญญาณได้ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ ในที่สุดมันก็จะเยียวยาจากบาดแผลใดๆ ก็ตามได้ รอยโหว่บนกระดองของนักเก็บกวาดเริ่มสมานตัวแล้ว อย่างไรก็ตาม ก้ามที่ขาดหายไปนั้นคงไม่สามารถงอกกลับมาได้ในเร็ววัน
ซันนี่ถอนหายใจและเรียกอักษรรูนขึ้นมา เขาตัดสินใจตรวจสอบของรางวัลที่ได้จากการต่อสู้อันน่าสะพรึงกลัวนี้
เศษเสี้ยวเงา: [28/1000]
เนื่องจากเสียงสะท้อนของเขาเป็นตัวเผด็จศึก การสังหารครั้งนี้จึงถือเป็นผลงานของเขา ดังนั้นเขาจึงได้รับเศษเสี้ยวเงาสี่ชิ้น โดยแบ่งเป็นชิ้นละสองต่อหนึ่งคอร์ระดับตื่นรู้ของเซนจูเรียน ส่วนเศษเสี้ยววิญญาณจากคอร์จริงๆ นั้นตกเป็นของเนฟิสตามข้อตกลงของพวกเขา เธอตัดสินใจกลืนกินหนึ่งชิ้นด้วยตัวเองและมอบอีกชิ้นให้แคสซี่
รางวัลที่ได้รับนั้นถือว่าไม่น้อย แต่มันดูไม่ค่อยคุ้มกับความยากลำบากที่พวกเขาต้องเผชิญในการกำจัดสัตว์ประหลาดที่น่าสะพรึงกลัวตัวนั้นเลย ท้ายที่สุดแล้ว มนุษย์ในระดับหลับใหลอย่างพวกเขาไม่ควรจะต้องมาต่อสู้กับสัตว์ร้ายแห่งฝันร้ายระดับตื่นรู้ด้วยซ้ำ
‘ไม่มีทางจริงเหรอ?’ เขาคิดประชดประชันในใจ
มันเป็นเพียงโชคร้ายของพวกเขาที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตระดับหลับใหลแม้แต่ตัวเดียวในภูมิภาคต้องสาปแห่งโลกแห่งความฝันแห่งนี้
ซันนี่จำแผนการอันสูงส่งของตัวเองที่ว่าจะล่ามอนสเตอร์อ่อนๆ ในขณะที่ได้รับการปกป้องอย่างปลอดภัยจากการโจมตีด้วยชุดเกราะระดับตื่นรู้เทียร์ห้าของเขาได้ และอดไม่ได้ที่จะยิ้มขื่นๆ
ใครจะไปรู้ว่าผ้าคลุมนักเชิดหุ่นจะกลายเป็นเพียงข้อกำหนดขั้นต่ำสำหรับการเอาชีวิตรอด แทนที่จะเป็นข้อได้เปรียบมหาศาลที่ใช้เอาชนะอุปสรรค
ถึงอย่างนั้น ชุดเกราะนั่นก็ช่วยชีวิตเขาไว้ได้สองครั้งแล้ว มันทำหน้าที่ของมันได้ดี
พูดถึงเรื่องเกราะ…
เขาลดสายตาลงมองอักษรรูน
ความทรงจำ: [ชุดเกราะกองพันแสงดาว]
ระดับความทรงจำ: ตื่นรู้
ประเภทความทรงจำ: ชุดเกราะ
คำอธิบายความทรงจำ: [ท่ามกลางความมืดมิดที่กลืนกินทุกสรรพสิ่ง วีรบุรุษผู้กล้าหาญทั้งเจ็ดได้ให้สัตยาบันว่าจะนำแสงสว่างกลับคืนสู่ดินแดนต้องสาป กาลเวลาได้ลบเลือนชื่อและใบหน้าของพวกเขาไปแล้ว แต่ความทรงจำเกี่ยวกับสัตยาบันอันเด็ดเดี่ยวนั้นยังคงอยู่]
‘อาจารย์จูเลียสคงจะดีใจจนเนื้อเต้นถ้าได้อ่านเรื่องพวกนี้’
ชายชราเคยเป็นนักสำรวจและผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ของโลกแห่งความฝันตัวยง ก่อนจะมาเป็นศาสตราจารย์ในสถาบันผู้ตื่นรู้และตั้งรกรากอยู่ใป้อมปราการของมนุษย์ที่มั่งคั่งที่สุดแห่งหนึ่ง เขายังคงเป็นหนึ่งในนักวิจัยชั้นนำในสาขานั้น และมักจะสร้างความรำคาญให้กับคณะสำรวจล่าสัตว์ด้วยคำขอให้ช่วยสำรวจซากปรักหักพังโน่นนี่อยู่เสมอ
น่าเสียดายที่ซันนี่ไม่รู้เลยว่าพวกเขาจะได้พบกันอีกเมื่อไหร่
เขากระแอมและมองไปที่เนฟิส
“เอาเถอะ ฉันมีของขวัญจะให้เธอ”
เธอหันหัวมามองเขาด้วยความสับสนเล็กน้อย
“ของ… ขวัญเหรอ?”
ซันนี่ยิ้ม
“ใช่ ฉันลืมบอกเธอไปว่าฉันได้รับความทรงจำหลังจากที่เราจัดการเซนจูเรียนเสร็จ ลองทายดูสิว่าเป็นประเภทไหน?”
เขามองเธออย่างคาดหวัง ทว่าดาราแปรเปลี่ยนไม่ได้ทาย อันที่จริง สีหน้าของเธอไม่ได้แสดงความอยากรู้อยากเห็นออกมาเลยแม้แต่น้อย หลังจากช่วงเวลาที่น่าอึดอัดผ่านไป ซันนี่ก็ต้องมองไปทางอื่น
“เอ่อ… มันเป็นชุดเกราะน่ะ เพราะงั้น ส่งมือเธอมาสิ”
การส่งต่อความทรงจำจำเป็นต้องมีการสัมผัสร่างกาย มิฉะนั้นเขาก็คงอยากจะหลีกเลี่ยงมันให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ลำพังแค่ที่ผ่านมาก็มีการสัมผัสตัวกันมากเกินกว่าที่สภาพจิตใจเขาจะรับไหวแล้ว
เมื่อย้อนกลับไป การถูกรุกลามโดยเปลวเพลิงรักษาเป็นประสบการณ์ที่ใกล้ชิดกันอย่างประหลาด ไม่ต้องพูดถึงความทรงจำเกี่ยวกับสัมผัสอันอ่อนโยนของเธอเลย…
ไม่ใช่ว่าตอนนั้นเขาอยู่ในสภาพที่จะมาคิดเรื่องพวกนี้ได้หรอกนะ
เนฟิสจ้องมองมาที่เขาและค่อยๆ ยื่นมือออกมา ซันนี่รีบกุมมือเธอไว้ หวังจะจบขั้นตอนนี้ให้เร็วที่สุด
ผิวของเธอเย็นและนุ่มนวล
เขาพยายามไม่วอกแวกและตั้งจิตสั่งให้ชุดเกราะกองพันแสงดาวถูกส่งออกมาจากทะเลวิญญาณ วงโคจรแห่งแสงดวงหนึ่งหายไปจากวงโคจรของคอร์เงา ทันใดนั้น เขารู้สึกถึงบางสิ่งที่คล้ายกับประกายไฟฟ้าแล่นผ่านร่างกายของเขาเข้าสู่ตัวของดาราแปรเปลี่ยน
เธอกระพริบตาและชักมือกลับ
จากนั้นเนฟิสก็ลุกขึ้นยืน เดินออกไปไม่กี่ก้าวจากขอบหน้าผา แล้วเรียกใช้ความทรงจำ
ประกายแสงหมุนวนปรากฏขึ้นรอบตัวเธอ ครู่ต่อมาพวกมันปกคลุมร่างกายราวกับประติมากรรมพอร์ซเลนของเธอ และกลายเป็นชุดบอดี้สูทสีดำรัดรูปที่ทำจากวัสดุที่ทนทานและไม่รู้จักชนิดหนึ่ง มันดูคล้ายกับสาหร่ายประหลาดที่เป็นยางซึ่งกระจายอยู่ทั่วบริเวณนี้
จากนั้น ชิ้นส่วนชุดเกราะแผ่นเหล็กสีขาวสะอาดตาก็ปรากฏขึ้นเหนือชุดบอดี้สูทสีดำ เริ่มจากสนับแข้งและสนับแขน ตามด้วยสนับไหล่และเกราะต้นแขนที่มีข้อต่อ จากนั้นก็เป็นเกราะต้นขาและเกราะเท้า ในที่สุด เกราะอกที่สลักรูปดาวส่องแสงเจ็ดดวงก็ปรากฏขึ้นเพื่อปกป้องลำตัวของเนฟ มันสั้นพอที่จะไม่เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวของเธอ ตามมาด้วยหมวกเกราะที่มีพู่สีขาว
ลวดลายสลักรูปดาวเจ็ดดวงนั้นเหมือนกับลวดลายที่สลักอยู่บนชุดเกราะอกของรูปปั้นอัศวินยักษ์ไม่มีผิดเพี้ยน
ชุดเกราะดูเบาและสง่างาม มันมีความคล่องตัวและดูดีในเวลาเดียวกัน ทั้งยังมอบการป้องกันในระดับสูงและช่วยขับเน้นทรวดทรงที่งดงามของร่างกายดาราแปรเปลี่ยน ความตัดกันอย่างชัดเจนของสีดำและขาวทำให้เป็นภาพที่สะดุดตาอย่างยิ่ง
เนฟิสสลายหมวกเกราะออก ปล่อยให้ผมสีเงินสั้นของเธอปลิวไปตามลม จากนั้นเธอก็เรียกดาบออกมาและลองหมุนตัวฟาดฟันดูสองสามครั้ง เพื่อทดสอบน้ำหนักและความยืดหยุ่นของเกราะ เมื่อดูเหมือนจะพอใจแล้ว เธอก็ปล่อยให้ดาบหายไปในอากาศ
ซันนี่เฝ้ามองทั้งหมดนี้เงียบๆ เมื่อเนฟทำเสร็จแล้ว เขาก็ถามว่า:
“เป็นไง? รู้สึกยังไงบ้าง?”
เธอหันมาหาเขา ไม่นานนักรอยยิ้มกว้างก็ปรากฏบนใบหน้าของเธอ เนฟิสเปล่งประกายด้วยความยินดี เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมาด้วยความขัดเขินเล็กน้อยว่า:
“ดีขึ้นมากเลย”
ซันนี่ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
อย่างน้อยตอนนี้พวกเขาทั้งสามคนก็มีเสื้อผ้าใส่กันครบถ้วนแล้ว นั่นเป็นเรื่องดี
ดีจริงๆ นะ!
ไม่ใช่แค่เพราะประสิทธิภาพการต่อสู้ของดาราแปรเปลี่ยนจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจากการได้รับชุดเกราะที่เชื่อถือได้ แต่ยังรวมถึงความจริงที่ว่า ต่อไปนี้เขาจะได้ไม่ต้องเสียสมาธิทุกครั้งที่เห็นเธอ…