ทาสแห่งเงา Shadow Slave [นิยายแปล] - ตอนที่ 80 จิตวิญญาณแห่งการสำรวจ
รังนั้นมีรูปทรงเป็นทรงกลม โดยมีรูวงกลมอยู่ตรงกลาง โดยปกติแล้วรังแบบนี้ควรจะทำมาจากหญ้าและกิ่งไม้ แต่รังนี้กลับถูกสร้างขึ้นจากกิ่งก้านของต้นไม้มโหฬาร ซึ่งแต่ละกิ่งมีความหนาอย่างน้อยเท่ากับแขนของมนุษย์ กิ่งก้านเหล่านี้ถูกบิดและสานเข้าด้วยกันเป็นรูปแบบที่ยุ่งเหยิง สร้างเป็นผนังสีดำนิลที่ไร้ซึ่งช่องโหว่
ซันนี่ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน นกเป็นสิ่งที่หาดูได้ยากในโลกแห่งความจริง นับประสาอะไรกับนกยักษ์ ขนาดของทางเข้าสู่รังนั้นใหญ่พอที่จะให้รถบรรทุกคันเล็กวิ่งผ่านได้ ส่วนตัวรังเองนั้นใหญ่กว่าหลายเท่าตัว
‘ว้าว’
ครู่หนึ่งเขารู้สึกได้ถึงความกลัว กลัวว่านกยักษ์จะอยู่แถวนี้ แต่แล้วความกังวลของเขาก็หายไป
รังนี้ดู… รกร้าง มันเก่าแก่และว่างเปล่า บางส่วนของมันเกือบจะพังทลายลงมาแล้ว ราวกับว่าเวลาผ่านไปนานนับพันปีนับตั้งแต่มีใครบางคนมาอยู่ในสถานที่ที่ถูกซ่อนไว้อย่างเป็นส่วนตัวแห่งนี้ อากาศอบอวลไปด้วยความรู้สึกอ้างว้างและเงียบเหงา
‘ก็สมเหตุสมผล ถ้าฉันยังแทบจะมุดผ่านใบไม้พวกนั้นมาไม่ได้ แล้วสัตว์ประหลาดตัวเบ้อเริ่มจะผ่านเข้ามาโดยไม่ทำให้กำแพงใบไม้เป็นรูขุมขนยักษ์ได้ยังไง?’
ซันนี่ลังเล ความระมัดระวังและความอยากรู้อยากเห็นกำลังต่อสู้กันในใจของเขา ในแง่หนึ่ง การสำรวจรังโบราณไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตาม ยิ่งในดินแดนแห่งความฝันด้วยแล้ว มันมีความเสี่ยงสูงมาก
ในอีกแง่หนึ่ง มันก็นำไปสู่รางวัลที่ยิ่งใหญ่ได้เหมือนกัน แถม… มันไม่น่าสนใจเกินไปหน่อยเหรอ?
สุดท้าย ซันนี่ก็ตัดสินใจปีนเข้าไปในรังเพื่อสนองความต้องการของตัวเอง เขาโน้มน้าวตัวเองว่ามันปลอดภัยหลังจากเกิดความคิดที่แสนประหลาดขึ้นมา ในสภาพจิตใจที่บิดเบี้ยวของเขา ซันนี่เชื่อมั่นว่าต้นวิญญาณเป็นสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่และเปี่ยมด้วยเมตตา เป็นผู้ที่ปกป้องพวกเขาจากภัยคุกคามอันน่าสยดสยองที่ซ่อนอยู่ในโลกภายนอก
หากเป็นเช่นนั้น อะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับต้นไม้มโหฬารจะกลายเป็นสิ่งที่ไม่ปลอดภัยไปได้อย่างไร?
เขาขยับเข้าไปใกล้ทางเข้าของรัง ทรงตัวอยู่บนขอบกิ่งไม้และพยายามมองเข้าไปข้างใน อย่างไรก็ตาม เขาเตี้ยเกินกว่าจะมองเห็นอะไรนอกจากด้านในของหลังคารัง เนื่องจากตำแหน่งที่เขายืนอยู่นั้นค่อนข้างอันตราย ซันนี่จึงตัดสินใจไม่รอช้าและกระโดดพุ่งตัวขึ้นไปข้ามขอบทางเข้า
ครู่ต่อมา เขาก็ลงจอดบนพื้นผิวที่อ่อนนุ่ม ส่วนล่างของรังถูกปกคลุมไปด้วยใยแมงมุมสีขาวนวลที่หนาและนุ่มราวกับหมอน กาลเวลาทำให้พวกมันเปราะบางและอ่อนตัวเหมือนทราย มีใยแมงมุมอยู่รอบตัวมากมายจนซันนี่คิดว่าเขาตกลงไปในรังไหมยักษ์สีขาวเสียแล้ว
แต่ไม่ใช่ มันเป็นแค่รังนก
และที่นั่น ตรงใจกลางรัง มี…
ซันนี่กะพริบตา
ที่ใจกลางรัง มีไข่ใบหนึ่งตั้งอยู่ มันคือไข่โบราณขนาดมหึมาที่สูงเท่าตัวเขา มีสีเทาและดูเหมือนไร้ชีวิต ราวกับถูกกาลเวลาสาปให้กลายเป็นหิน
ซันนี่ลืมหายใจไปชั่วขณะ เขามองไปรอบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอะไร… และไม่มีใคร… อยู่แถวนี้ แต่รังยักษ์นี้ว่างเปล่าและเงียบงัน ไม่มีแม้แต่เงาที่หลงเหลืออยู่ในสายตา
‘ช่าง… น่าหลงใหลจริงๆ’
ซันนี่รู้สึกตื่นเต้นอย่างประหลาด ความรู้สึกของการได้ค้นพบบางสิ่งที่เหลือเชื่อ บางสิ่งที่ไม่มีใครนอกจากเขาเคยเห็นมาก่อน ทำให้เขาเปี่ยมไปด้วยความพิศวงและความพึงพอใจอย่างลึกซึ้ง เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเขามีด้านนี้ ด้านที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณของนักสำรวจ
‘ลองตรวจสอบเจ้านี่ดูหน่อยดีกว่า’
ซันนี่เดินบนใยไหมที่อ่อนนุ่ม ค่อยๆ เดินวนรอบไข่มหึมาเพื่อสำรวจมัน มองแวบแรกมันดูเหมือนทำมาจากหิน พื้นผิวของไข่มีสีเทาหลายเฉดวางซ้อนทับกันเหมือนเมฆที่กำลังเคลื่อนคล้อย ลวดลายนี้สวยงามอย่างประหลาด มอบกลิ่นอายที่ลึกลับให้แก่ไข่ใบนี้ แต่โดยรวมแล้วมันก็แค่ใหญ่และเรียบเนียน
ซันนี่เกาหลังศีรษะ จากนั้นเขาก้าวเข้าไปใกล้และวางมือลงบนพื้นผิวของไข่ ในทันที เขาก็รู้สึกถึงความตกใจอย่างรุนแรง
ไข่ใบนี้อุ่นเมื่อสัมผัส
‘มัน… ยังมีชีวิตอยู่เหรอ?’
ในวินาทีต่อมา ซันนี่สัมผัสได้ถึงแรงดึงลึกลับที่ส่งผลต่อแก่นแท้ของเขา ราวกับว่าไข่ใบนี้กำลัง… พยายามขโมยพลังชีวิตของเขาไป!
เขากระชากมือออกและมองไข่ใบนั้นด้วยความหวาดระแวง ไอ้ของพรรค์นี้ไม่เพียงแต่จะมีชีวิตอยู่ แต่มันยังสามารถดูดพลังชีวิตจากอะไรก็ตามที่ไปสัมผัสมันได้อีกด้วย เหตุผลเดียวที่มันล้มเหลวในการกินวิญญาณของเขาก็มีเพียงอย่างเดียว
เท่าที่ซันนี่รู้ เขาเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงหนึ่งเดียวในสองโลกที่ไม่มีแก่นวิญญาณจริงๆ แต่เขามีแก่นแท้เงาที่ลึกลับแทน นั่นคือสาเหตุที่พลังชีวิตของเขาไม่ได้รับผลกระทบ
‘ฟู่ เกือบไปแล้ว’
เมื่อมองไปที่ไข่ยักษ์ ซันนี่ก็คิดหาวิธีที่จะจัดการกับมัน
รังนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าครั้งหนึ่งมันเคยเป็นของสัตว์ประหลาดแห่งฝันร้ายที่ทรงพลังอย่างยิ่ง ดังนั้น ทายาทของมันย่อมต้องเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความแข็งแกร่งไม่ธรรมดา อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุผลบางประการ สิ่งมีชีวิตนั้นไม่สามารถฟักออกมาได้และถูกทิ้งไว้โดยพ่อแม่ของมัน ถูกลิขิตให้ติดอยู่ในไข่ไปชั่วกาลนาน
…หรืออย่างน้อยก็จนกว่าจะมีคนโง่ที่โชคร้ายเข้ามาใกล้พอที่จะป้อนแก่นแท้วิญญาณให้มัน และมอบพลังให้มันเพียงพอที่จะพังเปลือกออกมา
‘โชคดีที่ฉันไม่ใช่คนโง่ เดี๋ยวนะ… เอ่อ… หรือว่าฉันจะเป็นกันนะ…’
การตัดสินใจของเขาในช่วงนี้ดูแปลกไปมาก เขาไม่สามารถอธิบายการกระทำบางอย่างของตัวเองได้เลย รวมถึงครั้งล่าสุดนี้ด้วย ราวกับว่าความสามารถในการคิดของเขาถูกลดทอนลง…
‘ช่างมันเถอะ ยังไงฉันก็ฉลาดกว่าไอ้ไข่บ้านี่อยู่ดี!’
ในฐานะนักสำรวจที่แท้จริง เขาได้ไปยังที่ที่ไม่มีใครเคยไปมาก่อนและได้ค้นพบสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เขาได้พบกับสิ่งมีชีวิตที่ลึกลับและหายากอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งไม่มีมนุษย์คนไหนเคยได้ยินชื่อมาก่อน
โดยธรรมชาติแล้ว เขาต้องฆ่ามัน
นั่นคือหัวใจสำคัญของจิตวิญญาณแห่งการสำรวจไม่ใช่หรือไง?
ซันนี่เรียกเศษเสี้ยวเที่ยงคืนออกมาแล้วแทงมันลงไปบนพื้นผิวหินของไข่ ส่งผลให้เกิดประกายไฟร่วงหล่นลงบนใยแมงมุม คมดาบที่แหลมคมลื่นไถลไปตามผิวหินอย่างไร้ผล ทิ้งไว้เพียงรอยขีดข่วนบางๆ เท่านั้น
‘หนังเหนียวชะมัด’
ไข่ใบนี้แข็งแกร่งพอที่จะทนทานต่อการโจมตีจากอาวุธระดับตื่นรู้ได้ ถ้ามันทนทานขนาดนี้ ซันนี่ไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าตอนมันโตเต็มที่มันจะทรงพลังขนาดไหน มันไม่ใช่สัตว์ประหลาดแห่งฝันร้ายระดับทั่วไปแน่นอน
แต่ก็นะ ตัวเขาเองก็ไม่ใช่ผู้หลับไหลทั่วไปเหมือนกัน
เงาของเขาไหลจากมือเข้าสู่เศษเสี้ยวเที่ยงคืน เปลี่ยนโลหะขัดเงาของดาบให้กลายเป็นสีดำสนิทและไร้ประกาย ในทันที กลิ่นอายที่เย็นเยือกแผ่ออกมาจากตัวดาบ ทำให้รู้สึกว่ามันแหลมคมพอที่จะตัดโลกใบนี้ออกเป็นเสี่ยงๆ ได้
ซันนี่ก้าวไปข้างหน้า ยกดาบขึ้นเหนือศีรษะและฟาดฟันลงมาด้วยแรงบดขยี้ ดาบสีดำที่เสริมพลังด้วยเงากัดลึกลงไปในพื้นผิวหินของไข่และแยกมันออก
รอยแตกพาดผ่านไข่หินยักษ์ในขณะที่ดาบของซันนี่ปักจมลงไป แสงสีแดงฉานที่ดูชั่วร้ายวาบผ่านรอยแตกนั้นก่อนจะเลือนหายไป ทิ้งไว้เพียงความมืดมิด ของเหลวสีดำข้นไหลทะลักลงสู่ใยแมงมุมสีขาว
ท่ามกลางความเงียบงันที่ตามมา ซันนี่ได้ยินเสียงที่เย้ายวนของระบบ:
[คุณได้สังหารมารระดับยิ่งใหญ่, ทายาทของวิหคโจรกรรมใจโฉด]
[เงาของคุณแข็งแกร่งขึ้น]
[คุณได้รับความทรงจำ…]