ทาสแห่งเงา Shadow Slave [นิยายแปล] - ตอนที่ 94 การต่อสู้ในห้วงลึก
ก็เพราะเขาอยากทำ
เป็นครั้งแรกที่หัวใจของซันนี่ไม่ได้เต็มไปด้วยความกลัวและความสิ้นหวัง แต่มันกลับเปี่ยมไปด้วยความขัดขืนและไม่ยอมสยบ เขาเหนื่อยกับการต้องก้มหัวให้แก่ความกดดันของโลกใบนี้ เหนื่อยกับการต้องคอยไขว่คว้าหาแสงแห่งความหวังอันริบหรี่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ เหนื่อยกับการต้องหวาดกลัวและพร้อมจะทำทุกอย่าง ยอมสละทุกสิ่ง เพียงเพื่อให้มีชีวิตรอดไปอีกวัน มันไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว
เขาอยากจะทำให้โลกเป็นฝ่ายสยบต่อความปรารถนาของเขาแทน
เขาอยากจะใช้ชีวิตเยี่ยงมนุษย์ ไม่ใช่สัตว์ป่า
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซันนี่เปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว เขาเริ่มไม่พอใจกับวิถีชีวิตแบบเดิมที่เป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวคือการอยู่รอดโดยไม่สนวิธีการ ซึ่งมันเคยบดบังทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต การที่เขาจะอยู่หรือตายเคยเป็นเพียงสิ่งเดียวที่สำคัญ แต่ตอนนี้ วิธีที่เขาใช้ชีวิตกลับมีความหมายมากกว่า
จะมีประโยชน์อะไรที่มีชีวิตโดยไร้เจ้านาย หากเขายังใช้ชีวิตเยี่ยงทาส?
เขากัดฟันแน่นแล้วดำดิ่งลงสู่ก้นบึ้งอันมืดมิด
น้ำที่เย็นจัดโอบล้อมเขาไว้ราวกับผ้าห่อศพ เขามองไม่เห็นอะไรเลยในความมืดที่ถูกสาปนี้ ได้แต่พึ่งพาเพียงสัมผัสเงาเป็นเครื่องนำทาง เกลือซึมเข้าสู่รอยกัดที่มือและรอยแผลที่คอจนแสบร้อนเหมือนถูกไฟลวก ซันนี่ไม่แยแสต่อความเจ็บปวดนั้น เขาใช้พละกำลังมหาศาลผลักดันตัวเองให้ลึกลงไปในความมืดมิดมากขึ้นเรื่อยๆ
เขาสัมผัสได้ถึงหนวดยักษ์ที่เคลื่อนไหวอยู่ในน้ำรอบตัว มันกำลังลากชิ้นส่วนเรือกระดองลงสู่ปากขนาดมหึมาที่ซ่อนอยู่ไกลออกไปเบื้องล่าง ครั้งหรือสองครั้งที่เขาต้องบิดตัวหลบอย่างสุดชีวิตเพื่อไม่ให้ถูกพวกมันสัมผัส
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังไม่มีร่องรอยของแคสซี่ ปอดของเขาเริ่มแสบร้อนราวกับจะระเบิด
ซันนี่ดำลึกลงไปอีก
ในระดับความลึกนี้ แรงดันน้ำเริ่มส่งผลต่อการเคลื่อนไหว ทำให้การวาดมือแต่ละครั้งรู้สึกหนักอึ้ง แม้ร่างกายจะถูกเสริมพลังด้วยเงา แต่มันก็มีขีดจำกัดที่รับไหว ซันนี่สงสัยว่าหากไม่มีใยโลหิต เขาคงจะขาดใจตายไปนานแล้ว
ที่แย่ไปกว่านั้น เขาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเข้าใกล้ตัวตนที่แท้จริงของสัตว์ร้ายนิรนามที่ทำลายเรือของพวกเขาเข้าไปทุกที เขายังไม่สัมผัสถึงร่างอันมหึมาของมันได้ชัดเจนนัก แต่ดูจากความหนาของหนวดที่ล้อมรอบตัวเขา เจ้าสัตว์ประหลาดคงอยู่ไม่ไกลแล้ว
และในที่สุด ซันนี่ก็สังเกตเห็นบางอย่าง
ห่างออกไปไม่ไกล เงาร่างเล็กๆ กำลังดิ้นรนต่อสู้กับเงาที่ใหญ่กว่าและดุร้ายกว่ามาก
แคสซี่!
เขารวบรวมพละกำลังทั้งหมดว่ายตรงไปหาเด็กสาวตาบอดด้วยความเร็วเท่าที่พลังจะเอื้ออำนวย เมื่อเข้าไปใกล้ เขาจึงเห็นรายละเอียดของสิ่งที่เกิดขึ้น
แคสซี่กำลังถูกลากลงไปเบื้องล่าง มีหนวดเส้นเล็กกว่าพันรอบร่างกายของเธอ เธอยังคงดิ้นรนพยายามจะหนี แต่การเคลื่อนไหวของเธอก็อ่อนแรงลงทุกวินาที เธอเริ่มขาดอากาศหายใจแล้ว
ซันนี่พุ่งตัวไปข้างหน้าด้วยความโกรธเกรี้ยวและคว้าหมับเข้าที่หนวดเส้นนั้น เขาสัมผัสได้ถึงเนื้อที่ลื่นไหลและเต้นตุบๆ อยู่ในมือ
หากเลือกได้ เขาคงหลีกเลี่ยงที่จะแตะต้องสิ่งนั้นอย่างเด็ดขาด แต่การต่อสู้ใต้น้ำนั้นลำบาก… หากเขาต้องการโจมตีให้รุนแรง เขาต้องหาที่ยึดเหนี่ยวเสียก่อน
เขาเรียกเศษเสี้ยวเที่ยงคืนออกมา ซันนี่เกร็งกล้ามเนื้อทุกส่วนแล้วฟาดฟันลงบนหนวดตรงจุดที่พันรอบลำตัวช่วงล่างของแคสซี่ เขารู้อยู่แล้วว่าการโจมตีนี้คงไม่สร้างความเสียหายร้ายแรงนัก เพราะมันถูกชะลอความเร็วลงด้วยแรงต้านของน้ำทมิฬ
อย่างไรก็ตาม ดาบที่น่าทึ่งของเขายังคงคมพอที่จะบาดลึกเข้าไปในเนื้อเยื่อของหนวด ทำให้เมฆเลือดสีเข้มพุ่งกระฉูดออกมาจากบาดแผล
หนวดเส้นนั้นสะบัดอย่างบ้าคลั่งและพุ่งไปด้านข้างเพื่อจะสลัดผู้บุกรุกทิ้ง ซันนี่เกาะมันไว้สุดชีวิตขณะพุ่งไปในความมืด แล้วเลื่อนใบดาบขึ้นด้านบน เฉือนเนื้อเยื่อที่หยุ่นนิ่มนั้นออกเป็นเสี่ยงๆ
เขาไม่ได้หวังจะตัดหนวดให้ขาดในการโจมตีเดียว ไม่มีพละกำลังมากพอจะทำแบบนั้นได้ใต้น้ำ แต่โชคดีที่ดาบมีไว้เพื่อทิ่มแทง ฟัน… และเฉือน
เขาออกแรงกดใบดาบ ตัดลึกลงไปในหนวด เมื่อโกร่งดาบเกือบจะสัมผัสบาดแผล เขาก็เปลี่ยนมุมจับแล้วลากดาบทาจิลงมา เนื้อของสัตว์ร้ายแยกออกจากกันภายใต้ใบดาบที่คมกริบราวกับไร้แรงต้าน
เลือดทะลักออกมาเป็นสายน้ำ และด้วยแรงผลักสุดท้าย หนวดก็ถูกตัดขาดออกจากกันโดยสมบูรณ์
ในที่สุดซันนี่ก็สามารถหันไปสนใจแคสซี่ได้
สิ่งที่เขาสัมผัสได้ทำให้เขาต้องนิ่วหน้า เด็กสาวตาบอดแทบจะหมดสติไปแล้ว
เขาต้องพาเธอขึ้นสู่ผิวน้ำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ซันนี่ผลักซากหนวดที่ยังสั่นกระตุกทิ้งไป เขาสลายดาบและคว้าตัวแคสซี่ไว้ที่ลำตัว เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นเยือกของผิวหนังเธอผ่านผ้าบางๆ ของเสื้อคลุม
เธอพยายามขัดขืนอย่างอ่อนแรง โดยไม่รู้ว่าเป็นเขาไม่ใช่สัตว์ร้าย ซันนี่กดตัวเด็กสาวไว้แนบอกแล้วเงยหน้าขึ้น เขารู้สึกถึงระลอกคลื่นแห่งความสิ้นหวังที่ซัดเข้าหากำแพงในใจ
ปอดของเขาเจ็บปวดเจียนตาย ไม่มีอากาศหลงเหลืออยู่เลย ร่างกายเริ่มสูญเสียกำลัง ทุกส่วนเต็มไปด้วยความทรมานและโหยหาอากาศบริสุทธิ์อย่างบ้าคลั่ง ต่อให้เขามองเห็นได้ ในตอนนี้ภาพในสายตาก็คงเริ่มมืดมัวลงแล้ว
และพวกเขาอยู่ห่างจากผิวน้ำไกลเหลือเกิน
ที่ร้ายไปกว่านั้น สัตว์สยองขวัญแห่งห้วงลึกรู้ตำแหน่งของเขาแล้ว หนวดนับไม่ถ้วนเริ่มเคลื่อนไหว ล้อมรอบพวกเขาไว้ด้วยกำแพงเนื้อที่ไม่อาจผ่านไปได้ อีกวินาทีหรือสองวินาทีถัดไป พวกเขาคงถูกบดขยี้จนตายในอ้อมกอดสังหารของอสูรทะเล
ซันนี่ไม่รู้เลยว่าจะช่วยพวกเขาทั้งคู่ได้อย่างไร
แต่เขาจะไม่ยอมแพ้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
เขาออกแรงพุ้ยน้ำด้วยมือที่ว่างเพียงข้างเดียวอย่างยากลำบาก กอดแคสซี่ไว้แน่นแล้วว่ายขึ้นไป หนวดเหล่านั้นกำลังบีบกระชับเข้ามา ปิดตายทุกเส้นทางหลบหนี ซันนี่ขบฟันแน่นและ…
ในพริบตาต่อมา น้ำรอบตัวพวกเขากลับกลายเป็นสีขาวบริสุทธิ์
แสงสว่างเจิดจ้าอาบไปทั่วผืนทะเลที่ถูกสาป ทำลายล้างทุกร่องรอยของความมืดมิด การระเบิดของแสงนั้นรุนแรงมากจนทะลุผ่านเปลือกตาของซันนี่และทำให้ดวงตาของเขาเจ็บปวด
มันราวกับว่ามีดวงอาทิตย์ขนาดจิ๋วถูกจุดขึ้นที่ไหนสักแห่งเบื้องล่าง เปลี่ยนห้วงลึกที่มืดมิดไร้ก้นบึ้งให้กลายเป็นช่องว่างสีขาวสะอาดตา กระแสน้ำวนที่เปี่ยมด้วยรังสีหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง เหวี่ยงโลกทั้งใบเข้าสู่ความอลหม่าน
หนวดยักษ์เหล่านั้นชักกระตุกและบิดไปมาอย่างทรมานราวกับเจ็บปวดเจียนตาย กำแพงเนื้อที่ไม่มีใครทำลายได้พังทลายลง
ซันนี่ไม่ยอมปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไป
เขาเค้นกำลังจากร่างกายที่กำลังขาดใจ ว่ายพุ่งขึ้นสู่ผิวน้ำ หลบหลีกหนวดที่ดิ้นพล่าน ภายใต้แสงอาทิตย์สีขาวที่แผดเผาอยู่ในห้วงลึก เขาเห็นรูปร่างของพวกมันได้อย่างชัดเจน เขาเคลื่อนที่เร็วขึ้นเรื่อยๆ ถีบตัวขึ้นไปด้วยทุกสิ่งที่เหลืออยู่ในชีวิต
ซันนี่รู้ว่าการพุ่งขึ้นสู่ผิวน้ำเร็วขนาดนี้มันอันตราย แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่น ทั้งแคสซี่และตัวเขาเองต่างก็เหลือเวลาชีวิตไม่มากแล้ว
พวกเขาต้องการอากาศ
แม้จะดูเหมือนยาวนานชั่วกัปชั่วกัลป์ แต่แสงสีขาวก็เริ่มจางลงหลังจากนั้นเพียงไม่กี่อึดใจ แต่มันไม่สำคัญแล้ว ซันนี่ผ่านพ้นกำแพงหนวดมาได้แล้ว และกำลังว่ายขึ้นไปด้วยความเร็วที่เกิดจากความสิ้นหวัง
เขากลัวว่าพวกเขาจะไปไม่ถึง สติของเขาเริ่มเลือนลาง ค่อยๆ จมดิ่งลงสู่เงื้อมมือที่เย็นเฉียบของความว่างเปล่า แม้จะรู้ว่ารอบตัวมีแต่น้ำ แต่เขากลับถูกครอบงำด้วยความปรารถนาที่จะทำลายตัวเองด้วยการอ้าปากสูดลมหายใจเข้าไปให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ กล้ามเนื้อของเขากระตุกเกร็งเพราะขาดออกซิเจนนานเกินไป
…และแล้ว ในที่สุด หัวของซันนี่ก็โผล่พ้นผิวน้ำ เขาสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ด้วยความเจ็บปวดจนตาพร่ามัวและไอออกมาอย่างควบคุมไม่ได้
แคสซี่ที่ถูกกอดไว้ในอ้อมแขนก็ทำเช่นเดียวกัน หน้าอกของเธอขยับขึ้นลงอย่างแรง สูดเอาอากาศอันแสนหวานราวกับน้ำทิพย์เข้าไป ซันนี่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามันมีค่าขนาดนี้ แม้กระทั่งตอนที่เขาเคยถูกรมด้วยอากาศที่เป็นพิษในเขตสลัมก็ตาม
พวกเขารอดแล้ว
ซันนี่พยายามตั้งสติแล้วมองไปรอบๆ ร่องรอยสุดท้ายของแสงสีขาวจางหายไปนานแล้ว ถูกลบเลือนไปราวกับมันไม่เคยเกิดขึ้น โลกกลับมาถูกกลืนกินด้วยความมืดมิดอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ไกลออกไปทางทิศตะวันออก แสงแรกของรุ่งอรุณกำลังจะปรากฏขึ้นจากขอบฟ้า
เมื่อเหลือบไปเห็นรูปปั้นมือหินยักษ์ ซันนี่ก็กระชับไหล่ของแคสซี่ไว้แน่นแล้วว่ายตรงไปในทิศทางนั้น