ที่แท้ข้าก็คือลูกพี่เซียน - ตอนที่ 154 เซียนมาสู่โลกมนุษย์!
คว้าง คว้าง คว้าง!
บนท้องฟ้า แสงสว่างขยายวงกว้าง ส่องสว่างแก่โลกที่เดิมทีตกอยู่ในความมืดราวกับเป็นแสงอาทิตย์
เมื่อมองจากระยะไกลจะเห็นว่าในอากาศคล้ายกับมีทางช้างเผือกอันกว้างใหญ่อยู่ แสงสว่างสุกใสไม่สิ้นสุดเปลี่ยนแปลงอย่างบ้าคลั่ง
พลังปราณดั่งกระแสน้ำ!
เปลวไฟมหึมา แสงแห่งดาบสูงเสียดฟ้า ใบมีดลมหมุนวนเต็มนภา และเสียงฉินที่ปกคลุมทั่วทุกหนแห่ง!
ช่างงดงามตระการตา!
แม้จะห่างไกลออกไปหลายพันลี้ ก็ยังสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวยิ่งใหญ่ภายในนั้น ชวนให้คนหนังศีรษะชา ไม่กล้ามองตรงๆ
“แค่ก!”
ใบหน้าหลิ่วซิงเหอแดงก่ำ ในที่สุดก็กระอักเลือดออกมา
เขาถือดาบยาว ทุกครั้งที่กวัดแกว่ง ก็จะตัดทุกสิ่งในโลกบำเพ็ญเซียนขาดสะบั้น ก่อเกิดพายุ ฟ้าดินเปลี่ยนสี ตะวันและจันทราดับแสง
แม้แต่เปลวไฟก็ยังถูกตัดจนแยกออก!
ทว่าอย่างไรเปลวเพลิงที่ล้อมรอบตระกูลหลิ่วดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด เปลวไฟพวยพุ่งออกจากธงเพลิงสวรรค์ไม่หยุด ทุกครั้งที่ถูกฟันจนแยกออกก็จะถูกเติมเต็มกลับดังเดิมอย่างรวดเร็ว
อีกอย่างเปลวเพลิงนี้ยิ่งกว่าเพลิงขั้นหยวนอิง เป็นเปลวเพลิงแห่งสวรรค์ แผดเผาทุกสิ่งทุกอย่าง แม้จะเป็นสิ่งที่ใช้ปราบมาร แต่สำหรับผู้บำเพ็ญเซียนก็ยังถือว่าเป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว
ถูกเปลวเพลิงเช่นนี้ล้อมรอบ ค่ายกลของตระกูลหลิ่วตกอยู่ในอันตรายแล้ว ศิษย์ตระกูลหลิ่วหลายคนเหงื่อแตกดั่งเม็ดฝน ร้อนจนสลบไป บ้างก็ศรัทธาพังทลาย ตกใจหนีออกจากจวนตระกูลหลิ่ว ยังไม่ทันจะสัมผัสเปลวเพลิง ก็สลายกลายเป็นไอ หายวับไปจากโลก
“โง่เง่า!” เมื่อเห็นฉากนี้ หลิ่วซิงเหออดตวาดไม่ได้ แรงโทสะมหึมาปรากฏบนใบหน้า
ขณะนั้นจู่ๆ เสียงฉินก็ดังเข้ามาในหู ทำให้ร่างกายสั่นสะท้าน จิตใจพลันว่างเปล่า
โชคดีที่สติหลุดไปเพียงชั่วครู่ก็รู้สึกตัวกลับมา
ทว่ายังมีมังกรเพลิงที่ทำลายม่านพลังของตระกูลหลิ่วจนเป็นรูโหว่ ในระหว่างการกวาดล้าง ห้องหับมากมายของจวนตระกูลหลิ่วไม่หลงเหลือกระทั่งร่องรอย
หลิ่วซิงเหอใบหน้าบูดบึ้ง ประกายเย็นเยียบวาบผ่านดวงตาราวกับมีดคม เขากัดฟันคำราม “โจวต้าเฉิง!”
ที่แท้ศิษย์ที่ศรัทธาพังทลายมิใช่เพราะหวาดกลัว ทว่าเป็นผลจากเสียงฉิน!
กู้ฉางชิงร่วมกับโจวต้าเฉิง ทั้งคู่ต่างมีศาสตราเซียน เป็นไปไม่ได้ที่ตระกูลหลิ่วจะหยุดยั้งพวกเขา การกวาดล้างมีเพียงแค่ช้าหรือเร็วเท่านั้น
หลิ่วซิงเหอกระอักเลือดอาบดาบยาว จากนั้นก็วาดดาบเป็นวงกลม แสงแห่งดาบทั่วผืนฟ้าร้องคำราม เสริมค่ายกลของตระกูลหลิ่ว เขาตะโกนเสียงแข็ง “กู้ฉางชิง โจวต้าเฉิง ตระกูลหลิ่วของข้าไปหาเรื่องใครกันแน่? พวกเจ้าถึงทำเช่นนี้?!”
กู้ฉางชิงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “หาเรื่องคนที่เจ้าไม่กล้าแม้แต่จะคิด ไม่ต้องดิ้นรนแล้ว หากจะโทษก็ต้องโทษ ที่ตระกูลหลิ่วของเจ้าใช้อำนาจบาตรใหญ่จนเคยตัว! จำไว้หากเกิดมาชาติหน้า เป็นคนถ่อมตัวเป็นมิตรสักหน่อย ใครบางคนมิใช่คนที่จะล่วงเกินได้!”
“เขาเป็นใครกันแน่? ข้ายินดีไปขอโทษและรับผิดด้วยตนเอง!” หลิ่วซิงเหอรีบกล่าว
โจวต้าเฉิงยิ้มดูถูก “ไปขอโทษและรับผิด? เจ้าคู่ควรรึ?”
หลิ่วซิงเหอหายใจติดขัด พูดอย่างโกรธเคือง “บุตรชายข้าก็ตายแล้ว ข้ารับปากว่าจะไม่แก้แค้น! หรือว่าจะไม่ยอมหยุด? ต้องทำลายตระกูลหลิ่วของข้าให้ได้จริงๆ?”
“เหอะๆ บอกว่ากวาดล้างทั้งตระกูล ก็กวาดล้างทั้งตระกูล!” โจวต้าเฉิงสองมือดีดฉิน เสียงฉินเร่งจังหวะเร็วขึ้น ไอสังหารก็ปรากฏขึ้น รัศมีพลังพุ่งถึงจุดสูงสุดในบัดดล
เพลงฉินกลับกลายเป็นการดักซุ่มโจมตีจากรอบด้าน!
เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ!
ม่านพลังของตระกูลหลิ่วแตกออกทีละชุ่น จากนั้นก็กลายเป็นรูโหว่ เปลวเพลิงไหลเข้าไปราวกับกระแสน้ำ ทันใดนั้นทั่วทั้งตระกูลหลิ่วก็กลายเป็นทะเลเพลิง!
“อ๊ากกกก!”
หลิ่วซิงเหอดวงตาแดงก่ำแทบจะแตกออกมา เขาส่งเสียงคำรามลั่น เส้นผมสะบัดปลิว หนังศีรษะกำลังจะระเบิด แววตาประกายด้วยความบ้าคลั่งและความเกลียดชังอันขมขื่น!
“รังแกกันเกินไป รังแกกันเกินไปแล้ว!
ท่านบรรพบุรุษ ได้โปรดลืมตาดูเถิด ตระกูลหลิ่วถูกคนรังแก! ตระกูลหลิ่วกำลังจะพินาศแล้ว!”
เขาตะโกนด้วยเสียงแหบพร่า กระอักเลือดออกมา ตาพร่ามัวลงทันที เพียงชั่วพริบตาคล้ายกับแก่ลงร้อยปี เขาหันหน้าไปทางห้องโถงบรรพบุรุษและตะโกนเสียงแข็ง “ข้าหลิ่วซิงเหอลูกหลานตระกูลหลิ่ว ยินดีอุทิศวรยุทธ์ทั้งหมดตลอดชั่วชีวิต อัญเชิญบรรพบุรุษ!”
โจวต้าเฉิงพูดอย่างอดไม่ได้ “หลิ่วซิงเหอ เจ้าโกรธจนสมองกลับแล้วกระมัง เส้นทางเซียนปุถุชนถูกตัดขาด คนธรรมดาไม่อาจเป็นเซียน เซียนก็ไม่อาจลงมาโลกมนุษย์! ไม่ต้องพูดถึงอุทิศวรยุทธ์ทั้งหมดตลอดชั่วชีวิต ต่อให้ยกมาทั้งตระกูลหลิ่วก็ไร้ประโยชน์!”
กู้ฉางชิงที่อยู่ด้านข้างขมวดคิ้วเล็กน้อย ใบหน้าปรากฏร่องรอยของความกังวล
เวลานี้หัวใจของเขาเกิดความรู้สึกสั่นไหวบางอย่าง
ในเวลาเดียวกัน เขาก็มั่นใจว่าสิ่งที่ตนรู้สึกก่อนหน้านี้ไม่ผิดแน่!
ฟ้าดินนี้ ไม่รู้เหตุใด มีบางอย่างเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน แม้จะไม่สามารถอธิบายได้ชัดเจน แต่เปลี่ยนไปแล้วแน่ๆ!
หรือว่า…
หัวใจของเขากระตุกวูบ ชั่วพริบตาความรู้สึกไม่สบายใจก็พุ่งถึงขีดสุด
ทะเลเพลิงยังเต็มฟ้า เสียงฉินยังคงอยู่!
แต่แล้วในตอนนี้ ทุกอย่างดูคล้ายกับหยุดนิ่ง!
“ชิ้ง——”
ดาบยาวในมือหลิ่วซิงเหอส่งเสียงเบาๆ จากนั้นก็ปลีกออกจากหลิ่วซิงเหอ แกว่งพุ่งขึ้นฟ้า เสาเปลวไฟที่ล้อมรอบตระกูลหลิ่วถูกผ่าราวกับเปิดฟ้าแยกดิน!
ซู่!
ระหว่างฟ้าดิน พลังปราณไหลราวกระแสน้ำ กระทั่งเกิดเป็นเสียงน้ำไหลจริงๆ เสียงทรงพลังดังก้องในหูทุกคน ชวนให้หัวใจเต้นระส่ำอย่างบ้าคลั่ง เกิดการสักการะบูชา
ในท้ายที่สุดดาบยาวลอยอยู่เหนือห้องโถงบรรพบุรุษตระกูลหลิ่ว แสงสว่างจ้าสายหนึ่งสาดส่องลงมา
“บรรพบุรุษ?”
หลิ่วซิงเหออึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเผยสีหน้าปีติยินดี คุกเข่าคำนับด้วยความตื่นเต้น ร้องตะโกน “หลิ่วซิงเหอต้อนรับบรรพบุรุษ!”
คนตระกูลหลิ่วที่เหลือพร้อมใจกันเบิกตากว้าง ใบหน้าแดงก่ำ หัวใจแทบจะทะลุออกมา ตะโกนพร้อมกันว่า “ต้อนรับบรรพบุรุษ!”
เสียงดังสนั่นดุจฟ้าร้อง
ด้านนอกตระกูลหลิ่ว ทุกคนสมองว่างเปล่า ร่างกายแข็งทื่อราวกับรูปปั้น รู้สึกเพียงหนังศีรษะชา แทบจะระเบิดออก
“เซียน…ลงมาที่โลกมนุษย์จริงๆ!?”
คนมากมายนับไม่ถ้วนเลือดไหลย้อนกลับ แทบหยุดหายใจ
นั่นเซียนรึ!
เป้าหมายสูงสุดของบรรดาผู้บำเพ็ญเซียนในโลกบำเพ็ญเซียน!
หลายพันปีมาแล้วที่โลกบำเพ็ญเซียนทั้งใบเหมือนจะถูกสาป ไม่มีการกำเนิดเซียน ทว่าบัดนี้ ผนึกกำลังจะแตกหรือ?
“นี่ นี่มัน…”
โจวต้าเฉิงแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง คล้ายกับมีบางอย่างจุกอยู่ในคอ ตกใจจนพูดไม่ออก
จักรพรรดิลั่วสั่นไปทั้งตัว กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก พูดด้วยเสียงสั่นเครืออย่างเหลือเชื่อ “นี่มันเรื่องอะไรกัน? เส้นทางเซียนกับปุถุชนมิใช่ถูกตัดขาดไปแล้วรึ? เหตุใดยังสามารถอัญเชิญเซียนมาได้? เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
เซียนยังมาไม่ถึง มีเพียงร่องรอยของรัศมีพลังเท่านั้นที่ตกลงมา ไม่ว่าจะเป็นกู้ฉางชิงหรือโจวต้าเฉิง การโจมตีของพวกเขาล้วนไร้ประโยชน์ทั้งสิ้น ราวกับถูกปิดกั้นโดยพลังที่มองไม่เห็น ยากจะทำอะไรตระกูลหลิ่วได้!
ท่ามกลางสายตานับหมื่นคู่
เหนือห้องโถงบรรพบุรุษตระกูลหลิ่ว มีภาพของชายชราผมขาวปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ…
………………………………………………