ที่แท้ข้าก็คือลูกพี่เซียน - ตอนที่ 155 ทำให้ฟ้าเป็นรู!
คนผู้นั้นสวมชุดคลุมสีขาว เป็นชายชราหลังค่อมคดเล็กน้อยผู้หนึ่ง
ผมทั้งหัวเป็นสีขาว ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยย่น ดูอ่อนแอราวกับจะปลิดปลิวไปตามลม
แววตามีประกายบางอย่างวาบผ่าน รัศมีอันน่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุดแผ่ซ่านจากร่างกาย ลำพังเพียงพลังกดดันก็เพียงพอจะทำให้ผู้คนสูญเสียจิตใจต่อต้าน
นี่มันชายชราเสียที่ไหน เป็นบุคคลที่สุดแสนจะน่าสะพรึงกลัวซะมากกว่า!
ทุกคนในที่นั้นต่างอดไม่ได้ที่จะกลั้นหายใจ มองชายชราด้วยดวงตาเบิกกว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ จิตใจว่างเปล่าขาวโพลน แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
นี่มัน…
ตระกูลหลิ่วเรียกบรรพบุรุษของพวกเขามาได้จริงๆ หรือ?
เซียน! นี่คือเซียนเชียวนะ!
“เซียนหรือ?”
กลางป่า เด็กหญิงมองดูอย่างเงียบๆ อดที่จะพึมพำไม่ได้ “รู้สึกจะไม่เจ๋งเท่าภาพจำแลงเซียนจากกระดาษอักษรของข้าเมื่อครั้งก่อน แถมยังหน้าตาอัปลักษณ์ใช้ได้”
หลิ่วซิงเหอมองชายชราด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อไม่ต่างกัน เขาตกตะลึงปีติยินดีจนนิ่งอึ้ง ร่างทั้งร่างสั่นเทาอย่างรุนแรง พูดทั้งน้ำตา “ผู้เฒ่าบรรพบุรุษ!”
เพียงมองแวบเดียว เขาก็จำได้ว่าบุคคลผู้นี้เหมือนกับคนในรูปบรรพบุรุษที่แขวนอยู่ในห้องโถงบรรพบุรุษตระกูลหลิ่วไม่มีผิด!
ผู้เฒ่าบรรพบุรุษตระกูลหลิ่วขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงตาคล้ายมีร่องรอยความประหลาดใจบางอย่าง สายตากวาดมองจวนตระกูลหลิ่วจากนั้นก็ถอนหายใจเบาๆ และกล่าวว่า “ไม่เหนือความคาดคิด โลกมนุษย์ ตกต่ำถึงจุดนี้ บัดนี้คนรุ่นหลังในตระกูลหลิ่วของข้าก็ยังไม่มีกระทั่งผู้บำเพ็ญเซียนขั้นตู้เจี๋ย”
หลิ่วซิงเหอมีสีหน้าละอายใจ “ซิงเหอรู้สึกละอายใจต่อผู้เฒ่าบรรพบุรุษ”
“ไม่ใช่ความผิดเจ้า เส้นทางเซียนกับมนุษย์ถูกตัดขาด การเสื่อมสลายของโลกมนุษย์เป็นเรื่องที่อยู่ในความคาดหมายอยู่แแล้ว”
น้ำเสียงบรรพบุรุษตระกูลหลิ่วแผ่วเบา จากนั้นก็พูดด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย “ระหว่างเซียนกับมนุษย์ถูกขวางกั้นเช่นนี้ เจ้าใช้วิธีใดเรียกข้ามา?”
“ข้า?”
หลิ่วซิงเหอสีหน้างุนงงก่อนจะพูดว่า “ข้าเพียงแต่สิ้นหวัง จำต้องสักการะด้วยพลังบำเพ็ญตลอดทั้งชีวิตของข้า ถึงเรียกท่านมาได้”
“สถานการณ์ของฟ้าดินในยามนี้ อาศัยเพียงพลังบำเพ็ญของเจ้าผู้เดียวก็สามารถเรียกข้ามาได้หรือ? เป็นไปไม่ได้!”
บรรพบุรุษตระกูลหลิ่วอดส่ายหัวไม่ได้ ถามด้วยความสงสัย “ระยะนี้เกิดเรื่องใหญ่อะไรขึ้น?”
หลิ่วซิงเหอครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก็ส่ายหัว “ก็ไม่เห็นว่ามีข่าวอะไรนะขอรับ”
“เอาเถอะ” บรรพบุรุษตระกูลหลิ่วเลิกคิด แต่เอ่ยขึ้นว่า “เจ้าบอกว่าตระกูลหลิ่วตกอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังหรือ?”
ทันใดนั้นร่างทั้งร่างของหลิ่วซิงเหอก็ผงะ ความเกลียดชังปรากฏขึ้นในดวงตา “เรียนผู้เฒ่าบรรพบุรุษ ตระกูลหลิ่วถูกหุบเขาเมฆาคราม อารามเต๋าหลินเซียน และราชวงศ์เซียนเฉียนหลงปิดล้ อม อยู่ในความเสี่ยง!”
บรรพบุรุษตระกูลหลิ่วจึงเหลือบสายตามองกู้ฉางชิงและคนอื่นๆ
เพียงแค่ชำเลืองมอง ราวกับถูกโจมตีข้ามมิติ ทำให้พวกกู้ฉางชิงจิตใจสั่นสะท้าน เสียงหวึ่งๆ ดังก้องหู หัวใจแทบจะล้มเหลว!
“อั่ก!”
ทันใดนั้นไม่ว่าจะเป็นกู้ฉางชิงหรือโจวต้าเฉิง ในคอทั้งหกคนพลันสัมผัสรสหวานและกระอักเลือดออกมา
สีหน้าทุกคนตื่นตะลึง ในใจเกิดคลื่นลูกใหญ่โหมกระหน่ำ!
แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!
ที่แท้เซียนก็แข็งแกร่งถึงเพียงนี้!
นี่แค่ภาพจำแลงเองนะ!
เพราะผู้บำเพ็ญเซียนกลายเป็นเซียน ล้วนต้องเหินหาว อีกอย่างหลายพันปีมาแล้วที่โลกบำเพ็ญเซียนไม่มีคนกลายเป็นเซียน ดังนั้นแม้จะรู้ว่าเซียนนั้นทรงพลัง แต่ก็ไม่มีใครบอกได้ชัดเจน นว่าทรงพลังเพียงใด
ครั้งนี้ได้สัมผัสเองกับตัวจริงๆ แล้ว
มด!
ผู้บำเพ็ญเซียนสำหรับเซียนแล้วก็เป็นแค่มด!
“ฮ่าๆๆ กู้ฉางชิง ข้าบอกแล้วไง ตระกูลหลิ่วมิได้รังแกง่ายดายเช่นนั้น!”
หลิ่วซิงเหอหัวเราะเยาะ แม้เขาจะสูญเสียพลังบำเพ็ญไป แต่กลับภาคภูมิใจอย่างมาก พูดด้วยใบหน้าโหดเหี้ยม “วันนี้ข้าต้องการให้พวกเจ้าทุกคนตายที่นี่! รวมทั้งผู้ยิ่งใหญ่อะไรนั่นของพว วกเจ้าด้วย ตอนนี้เขาอยู่ที่ใด? มิใช่เจ้าบอกว่าเขาเก่งกาจยิ่งกว่าบรรพบุรุษของข้าหรือ? ให้เขามาสิ”
บรรพบุรุษตระกูลหลิ่วขมวดคิ้วเล็กน้อย “โอ้? มีคนอยู่เบื้องหลังเจ้าพวกนี้อีกหรือ? ใครกัน?”
“ได้ยินว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง ไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จ” หลิ่วซิงเหอยิ้มเบาๆ พูดด้วยท่าทางดูถูก “เดาว่าเห็นผู้เฒ่าบรรพบุรุษ ก็คงตกใจกลัวจนวิ่งหนีหางจุกตูดไปนานแล้ว”
บรรพบุรุษตระกูลหลิ่วถอนหายใจเบาๆ “น่าเสียดาย ไม่เช่นนั้นทำให้ตระกูลหลิ่วของข้าต้องอับอาย ข้าจะฆ่ามันผู้นั้น”
กู้ฉางชิงสูดหายใจเฮือก รีบสงบพลังปราณที่สับสนวุ่นวายลงและกล่าวว่า “ผู้อาวุโสหลิ่ว พวกเรามาเพราะคำสั่งของผู้ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งจริงๆ”
ชะงักไปชั่วครู่ เขาก็กัดฟันพูดอย่างกล้าหาญ “อีกอย่าง คนผู้นี้…เกรงว่าไม่ใช่คนที่ผู้อาวุโสหลิ่วจะล่วงเกินได้”
“หือ?”
บรรพบุรุษตระกูลหลิ่วอึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เงยหน้าหัวเราะขึ้นฟ้า ด้วยเสียงหัวเราะที่บ้าคลั่ง จนเกือบทำให้ความว่างเปล่าสั่นสะเทือน เกิดลมพายุรุนแรง พัดป่าไม้รอบข้างหวีดหวิวไปตา ามลม มาพร้อมกับฟ้าร้องบนท้องฟ้า
“น่าตลก น่าตลกซะจริง!”
บรรพบุรุษตระกูลหลิ่อดส่ายหัวไม่ได้ และพูดอย่างประชดประชัน “ความไม่รู้ ช่างโง่เขลานัก! ความแข็งแกร่งของข้า เจ้าคงนึกภาพไม่ออก!”
หลิ่วซิงเหอเองก็รู้สึกขบขัน “กู้ฉางชิง ข้าคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าบรรพบุรุษของข้ามาถึงที่นี่ด้วยตัวเองแล้ว เจ้าก็ยังพูดแบบนี้ออกมาได้ ไม่กลัวจะถูกคนหัวเราะเยาะจนฟันร่วงหรืออย่า างไร”
“ข้าไม่อาจล่วงเกินงั้นหรือ? ในโลกบำเพ็ญเซียนยังมีสิ่งที่ข้าไม่สามารถล่วงเกินได้อีกหรือ? พวกเจ้าประสบสิ่งใดมาถึงได้พูดจาไร้สมองเช่นนี้?”
แม้บรรพบุรุษตระกูลหลิ่วจะหัวเราะ ทว่าดวงตากลับเป็นประกายเย็นยะเยือก รู้สึกว่าตนถูกดูหมิ่น น้ำเสียงผันเปลี่ยนเย็นชา “ข้าว่าพวกเจ้าคงกลัวจนโง่ไปแล้วกระมัง! ให้ข้าช่วยเถอะ!”
ทันทีที่พูดจบ เขาก็ยกมือขึ้นเบาๆ ชี้ไปที่คนทั้งหก
ทันใดนั้นฟ้าดินก็เปลี่ยนสี
“ครืน!”
ลมคลั่งหวีดหวิวคำรามดั่งสัตว์ร้าย เกิดพายุรุนแรง พัดพาเมฆบนท้องฟ้ากระจายไปอย่างไร้ร่องรอย ลมที่มองไม่เห็นจับต้องไม่ได้ก่อตัวขึ้นเป็นหัวมังกรสีฟ้า แกว่งไปมาในอากาศ พุ่งเข้าห หากู้ฉางชิงและคนอื่นๆ
หัวมังกรตัวนี้ใหญ่มากจนเกือบจะคลุมทั้งท้องฟ้า ปากของมันก็อ้ากว้างหมายจะกลืนกินทุกคน
ฉากนี้ช่างน่ากลัวสยดสยองยิ่งนัก กระทั่งได้ยินเสียงสั่นสะเทือนจากความว่างเปล่า ชวนให้หนังศีรษะชา
พวกกู้ฉางชิงใบหน้าถอดสีพลันซีดขาวราวกับกระดาษ ความสิ้นหวังปรากฏขึ้นในดวงตา
ไม่ต้องพูดถึงหัวมังกร แค่ลมพายุที่เกิดจากหัวมังกรก็ทำให้พวกเขาต้องใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อต่อต้าน ธงเพลิงสวรรค์และฉินจิตสวรรค์ปกป้องทุกคนไว้ มันสั่นสะเทือนรุนแรง เห็นไ ได้ชัดว่าถึงขีดจำกัดแล้ว
“ศาสตราเซียนปลอมหรือ?” บรรพบุรุษตระกูลหลิ่วเพียงโบกมืออย่างไม่ตั้งใจ ธงเพลิงสวรรค์และฉินจิตสวรรค์พลันดับแสง ร่วงหล่นลงกับพื้น “หากพวกเจ้าตาย ศาสตราเซียนปลอมพวกนี้ก็จะเป็น นของตระกูลหลิ่ว”
วินาทีต่อมา หัวมังกรก็พุ่งตกลง!
แต่แล้วทันใดนั้นก็มีแสงจางๆ ปรากฏขึ้นปกคลุมพวกกู้ฉางชิงไว้ ทันทีที่หัวมังกรสีฟ้าสัมผัสกับแสงอ่อนนั้น ก็ทรุดฮวบลงทันใดดั่งไข่กระแทกหิน
“น่ะ นี่มัน…”
ไม่ต้องพูดถึงคนอื่น แม้แต่พวกกู้ฉางชิงเองก็ยังผงะ
กลับเห็นว่าบนหน้าอกของโจวต้าเฉิงมีแสงจางๆ ซึ่งแสงนั้นยิ่งสว่างขึ้นเรื่อยๆ กระดาษอักษรค่อยๆ ลอยออกมาอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้วคลี่ออกช้าๆ
“กระดาษอักษร กระดาษอักษรนั่น!” จักรพรรดิลั่วหายใจถี่ ดวงตาแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น เขาหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ “มีกระดาษอักษรนั่น ไม่แน่พวกเราอาจไม่ต้องกลัวเซียนแล้วก็ได้!”
เขาเห็นการจำแลงจากกระดาษอักษรของหลี่เนี่ยนฝานกับตาตัวเอง ภายในมีพลังบรรจุอยู่ ไม่แพ้พวกเซียนแน่นอน!
บัดนี้กระดาษอักษรกางออกจนสมบูรณ์
คร่าหนึ่งชีวิตในสิบย่างก้าว เดินทางพันลี้มิอาจรั้ง!
บรรลุภารกิจก็จากไป ปกปิดตัวตนแลชื่อเสียง!
คำง่ายๆ ไม่กี่คำ กลับเปล่งแสงสีแดงพวยพุ่งไปด้วยจิตสังหารมหึมา จนเกือบจะก่อร่างเป็นสสาร ทั่วทั้งผืนฟ้าราวกับเป็นสีแดง!
“หือ? มีสมบัติระดับนี้ในโลกมนุษย์ด้วยหรือ?” บรรพบุรุษตระกูลหลิ่วหรี่ตา จิตใจรู้สึกสั่นไหว
ใบหน้าเริ่มเผยความเคร่งขรึม ดวงตาจ้องมองกระดาษอักษรแผ่นนั้น ยกมือไปทางดาบยาว รัศมีทั่วร่างเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง เงื้อดาบยาวฟันลงที่กระดาษอักษร!
เซียนใช้ศาสตราเซียน!
อำนาจพลังครั้งนี้ไม่อาจเทียบได้กับครั้งก่อน ดาบนี้แทบจะตัดผ่าทางช้างเผือกได้เลยทีเดียว!
ลำแสงสีแดงบนกระดาษอักษรเริ่มเอ่อล้นออกมา กลายเป็นด้ายแดง ไอสังหารมหึมา
ด้ายแดงเหล่านั้นคล้ายกับมีชีวิต พัวพันสอดประสานพุ่งไปที่ดาบยาว!
“ฟึบ!”
ตามมาด้วยเสียงอันแผ่วเบา ดาบยาวถูกด้ายแดงตัดขาดสะบั้นอย่างง่ายดายราวกับเป็นเต้าหู้ ความเร็วของเส้นไหมนั้นไม่ลดลง พุ่งเข้าหาบรรพบุรุษตระกูลหลิ่วในทันที เพียงสัมผัสเบาๆ ภาพ พจำแลงของบรรพบุรุษตระกูลหลิ่วพลันสลายเป็นสายลม หายไปอย่างไร้ร่องรอย ยังไม่ทันแม้แต่จะพ่นลมหายใจ
ทั้งหมดเกิดขึ้นในชั่วพริบตา ไร้ซึ่งเสียงกระทบดังสนั่นหรืออานุภาพยิ่งใหญ่ กระทั่งทุกคนยังไม่ได้สติกลับคืนมา ทุกอย่างก็จบลงแล้ว
ฉากเมื่อครู่ฉายซ้ำวนไปมาอยู่ในหัว จนหนังศีรษะทุกคนแทบจะระเบิด
นี่มันอะไร?
น่ากลัวจริงๆ!
ป่าเถื่อนเกินไปแล้ว!
ภาพจำแลงของเซียนสลายไปดื้อๆ เช่นนี้เพราะกระดาษอักษรแผ่นเดียว?!
ขณะที่ทุกคนยังตะลึงงัน น้ำเสียงโกรธเกรี้ยวหนึ่งก็ลอยมาในอากาศ “ใครกัน? กล้าทำลายภาพจำแลงในโลกมนุษย์ของข้า รอก่อนเถอะ เจ้ากับข้าจะได้เห็นดีกัน! หากกล้าแตะต้องตระกูลหลิ่ว เจ้ากับข้าต้องตายกันไปข้าง!”
เสียงของเซียนดังก้องกังวานอยู่ในอากาศ
แต่แล้วกระดาษอักษรที่เดิมทีนับว่าสงบนิ่ง ดูราวกับถูกกระตุ้นขึ้นมาอย่างฉับพลัน มันลอยขึ้นไปในอากาศ ผ่านไปชั่วขณะหนึ่ง ก็ปลดปล่อยอารมณ์เดือดดาลออกมา
คล้ายกับวาจาอวดดีของบรรพบุรุษตระกูลหลิ่วได้ยั่วให้มันโกรธ
วินาทีต่อมา แสงสีแดงนั้นเข้มข้นถึงขีดสุดจนแทบจะพุ่งขึ้นนภา
“ฉึกๆๆ!”
กระดาษอักษรฉีกตัวเองออกเป็นชิ้นๆ ก่อตัวเป็นดาบเล่มยาวสีแดงเลือด
เวลานี้ฟ้าดินคล้ายกับหยุดนิ่ง แผ่ซ่านด้วยกลิ่นอายเย็นยะเยือกสุดขั้ว ชวนให้ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ขนทั่วตัวลุกชัน ทั่วร่างกายหนาวเหน็บ
ดาบยาวสีแดงเลือดชี้ขึ้นฟ้า จากนั้นก็พุ่งออกไป!
ในความว่างเปล่าคล้ายกับมีน้ำเสียงเย็นชาหนึ่งดังมา “กล้าอวดเก่งต่อหน้าข้า ไล่สังหารสุดขอบฟ้าสิ้นมหาสมุทร!”
วินาทีถัดไป
“ตูม!”
เสียงดังสะเทือนเลื่อนลั่น ฟ้าดินอื้ออึงกึกก้อง
ลำแสงโปร่งใสแปลกประหลาดส่องลงมาจากท้องฟ้า
เมื่อเหลือบมองขึ้นไป ก็เห็นหลุมขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า!
ดาบนี้…แทงทะลุฟ้า?!