ที่แท้ข้าก็คือลูกพี่เซียน - ตอนที่ 156 โลกมนุษย์…มีเซียน!
ฟืด
ทุกคนในที่นั้นต่างสูดหายใจเฮือก!
หนังศีรษะชา อวัยวะภายในสั่นสะท้าน!
จากนั้นก็ขยี้ตาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ไม่กล้าเชื่อความจริงตรงหน้า
เมื่อมองดูอีกครั้ง ท้องฟ้าบนนั้นมีรูขนาดใหญ่อยู่จริงๆ!
มองขึ้นไปจากด้านล่างจะเห็นว่าในรูนั้นมีไอเซียนหนาแน่น เต็มไปด้วยหมู่มวลดอกไม้สีสันงามตา ต้นไม้ใบหญ้าทุกหนแห่ง ทิวทัศน์แห่งแดนสวรรค์บนดิน!
โลกเซียน!
เป็นโลกเซียนแน่ๆ!
ทุกคนหายใจเร็วขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม
ขณะเดียวกันกลับรู้สึกหวาดกลัวยิ่งกว่า กระดาษอักษรแผ่นนั้นแปลงเป็นดาบสีแดงเลือด พุ่งจากโลกมนุษย์ทะลุไปยังโลกเซียน ต้องมีพลังมหาศาลยิ่งใหญ่เพียงใด!
“เอื๊อก!”
หลิ่วซิงเหอกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก รู้สึกลำคอแห้งผาก สมองว่างเปล่าขาวโพลน ใบหน้าตกตะลึง
นี่มัน…เรื่องอะไรกัน?
เขาสั่นสะท้านไปทั้งตัว จิตวิญญาณพลันสั่นคลอนตามไปด้วย
หลิ่วหรูเซิง บุตรชายข้า เจ้าจะโอหังอวดดีเกินไปแล้ว เจ้าทำสิ่งใดลงไปถึงยั่วโทสะบุคคลที่น่ากลัวเช่นนี้ได้?
พวกกู้ฉางชิงไม่มีเวลาไปสนใจหลิ่วชิงเหอ ต่างจ้องมองรูนั้นด้วยสีหน้าหนักอึ้ง
จักรพรรดิลั่วเอ่ยขึ้น “ที่นั่นต้องเป็นโลกเซียนอย่างไม่ต้องสงสัยเลย”
กู้ฉางชิงพยักหน้า “ข้าก็คิดเช่นนั้น โลกเซียนก็เหมือนกับโลกมาร น่าจะอยู่ที่ใดสักแห่งในพื้นที่พิเศษ สิ่งที่เรียกกันว่าการเหินหาว มิใช่การเหินขึ้นฟ้า ทว่าเป็นการเหินไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง”
โจวต้าเฉิงกระอักกระอ่วนเล็กน้อย “ข้าเห็นด้วยกับคำพูดเจ้า แต่ก่อนข้าเคยมุ่งมั่นตามหาโลกเซียน เพราะสิ่งที่เรียกว่าสวรรค์ชั้นเก้านั้นอยู่บนฟ้า ข้าจึงเอาแต่เหาะเหินไปบนฟ้า เริ่มต้นยังไม่มีอะไร แต่เมื่อยิ่งขึ้นไปสูงเท่าไหร่ก็ยิ่งหายใจลำบาก อีกทั้งแรงดันก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งท้ายที่สุดยังไม่เห็นแม้แต่เงาของโลก”
จู่ๆ จักรพรรดิลั่วก็เกิดความคิดประหลาด “หากพวกเราไปตอนนี้ จะสามารถเข้าไปในรูนั่นได้หรือไม่?”
“ไม่มีทาง เลิกคิดไปได้เลย”
กู้ฉางชิงส่ายหน้าแล้วเอ่ยต่อ “ระหว่างโลกมนุษย์กับโลกเซียนมีห้วงมิติขวางกั้น ดูไปอาจคล้ายเชื่อมต่อกัน แต่หากเจ้าเข้าไปใกล้จริงๆ อาจจะถูกความปั่นป่วนในห้วงมิติของสองโลกฉีกร่างจนแหลกสลายเป็นชิ้นๆ! นอกจากเซียนเท่านั้นที่จะผ่านเข้าไปได้!”
จักรพรรดิลั่วอดจะหดคอลงไม่ได้
เวลานี้สายตาพวกเขาพลันหรี่ลง เผยให้เห็นแววแห่งความประหลาดใจ
กลับเห็นว่าในรูนั้นมีเงาร่างหนึ่งกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
ขณะที่กำลังตกตะลึง เงานั้นก็ร่วงหล่นลงราวกับจอกแหนไร้ราก
บริเวณหน้าอกมีบาดแผลยาวแห่งหนึ่ง จากบนลงล่างผ่านกลางหัวใจ เลือดสดไหลริน!
ผู้นี้มิใช่บรรพบุรุษตระกูลหลิ่วหรอกหรือ?!
เพียงแต่ไม่เหมือนกับท่าทีโอหังอวดดีก่อนหน้านี้ ใบหน้าของเขายังคงมีความตกใจขุ่นเคืองและสิ้นหวัง ดูแล้วคงจากไปอย่างไม่เป็นสุข
เซียน…ตายแล้ว?!
เอ่อ น่ะ นั่น…
ทุกคนต่างดวงตาเบิกโพลง รู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ สมองส่งเสียงหวึ่งๆ ไม่มีคำพูดใดสามารถบรรยายความรู้สึกของพวกเขาในยามนี้ได้เลย
นั่นคือเซียนที่อยู่เบื้องบนเชียวนะ เป็นเป้าหมายของผู้บำเพ็ญเซียนทุกคน ยามนี้กลายเป็นร่างไร้วิญญาณ ตายลงเช่นนี้ต่อหน้าต่อตา!
เป็นเรื่องสะเทือนขวัญ น่าหวาดกลัวเสียจริง!
เป็นถึงเซียนตระกูลหลิ่ว กลับถูกฆ่าตายด้วยน้ำมือกระดาษอักษรแผ่นนั้น เพียงเพราะความอวดเก่งถือดีชั่วครู่สั้นๆ?!
ซี้ด——
ร่างกายทุกคนสะดุ้งเฮือก ราวกับฝันไปไม่มีผิด
พวกเขาสั่นสะท้าน ต่อไปภายหน้าหากคิดจะอวดดีคงต้องระวัง อาจถึงตายได้!
หลิ่วซิงเหอมองเงาร่างนั้นที่ดูเหมือนกับไร้วิญญาณ แล้วขยี้ตาดูอีกที เมื่อมองจนแน่ใจแล้วถึงได้กรีดร้องคร่ำครวญออกมา “ท่านบรรพบุรุษ!”
น้ำเสียงเศร้าโศกราวกับเด็กน้อยเสียบ้าน ชวนให้คนฟังทุกข์ใจ ใครเห็นก็น้ำตาไหล
ส่วนคนตระกูลหลิ่วที่เหลือก็ทรุดฮวบลงกับพื้น รู้สึกถึงความเย็นเยือกที่แผ่ซ่านจากภายใน
ตระกูลหลิ่ว…จบสิ้นแล้ว!
ทุกอย่างเงียบสงัด!
ราวกับทุกคนลืมเลือนแม้กระทั่งจะหายใจ เงยหน้าขึ้นมองบรรพบุรุษตระกูลหลิ่วด้วยสีหน้าตะลึงงัน
เวลานี้เอง เมฆเหนือท้องฟ้ารวมตัวกัน รัศมีทรงพลังกลุ่มหนึ่งออกจากรูมาปกคลุมทั่วทั้งพื้นที่ในชั่วพริบตา
“วิ้ง!”
เสียงใสคมชัดดังก้องอยู่ในหูของทุกคน ราวกับว่ามีบางอย่างกำลังจะออกมาจากรู
แสงสว่างริบหรี่ในรูนั้นพลันส่องสว่างเจิดจ้า ทิ่มแทงดวงตาคน ผู้ที่วรยุทธ์ต่ำไม่กล้าเหลือบตามอง ส่วนผู้ที่วรยุทธ์แก่กล้า ทุกครั้งที่มองก็ยังรู้สึกจิตใจสั่นสะท้าน จำต้องใช้พลังปราณทั้งหมดในร่างกายต่อต้าน
ร่างกายของทุกคนสั่นสะท้าน รู้สึกเพียงหนังศีรษะที่ชาหนึบ ในดวงตาถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัวสุดลึกล้ำ
หึ่ง!
กลุ่มเมฆที่รวมตัวกันล้อมรอบรูบนท้องฟ้าจากทุกทิศทุกทาง เริ่มเคลื่อนไหวอย่างบ้าคลั่งราวกับกระแสน้ำวน หมู่เมฆในระยะหมื่นลี้ถูกดูดมารวมเข้าด้วยกัน
วินาทีนี้ท้องฟ้าไร้เมฆ!
คล้ายกับถูกขัดถูจนขาวสะอาด ราวกับเป็นกระจกวาววับเรียบแบนแผ่นหนึ่ง
โจวต้าเฉิงและกู้ฉางชิงมองหน้ากัน ดวงตาอีกฝ่ายเผยให้เห็นความตื่นตกใจขีดสุด
ย้ายเมฆ…ขับหมอก!
ตำนานว่าไว้นี่คือสิ่งที่เซียนเท่านั้นจะทำได้!
นี่…จะ จะ จะมีเซียนลงมาอีกแล้วหรือ?
ผ่านไปครู่หนึ่ง เมฆเหล่านั้นได้รวมตัวกันเป็นฝ่ามือสีขาวขนาดใหญ่ มือใหญ่นั้นเหยียดนิ้วทั้งห้าคว้าบรรพบุรุษตระกูลหลิ่วไป!
ยามที่ร่างไร้วิญญาณของบรรพบุรุษตระกูลหลิ่วอยู่เบื้องหน้ามัน ก็ไม่ต่างอะไรจากลูกไก่ตัวหนึ่งในกำมือ จากนั้นฝ่ามือเมฆขาวก็มุ่งหน้ากลับไปที่รู
เป้าหมายของมันชัดเจนว่าจะพาร่างของบรรพบุรุษตระกูลหลิ่วกลับไป!
ทุกคนลืมสิ้นความคิด ต่างเอาแต่จ้องมองอย่างเลื่อนลอย
แต่แล้วขณะที่ฝ่ามือใหญ่นั้นกำลังจะกลับเข้ารู ความเย็นอันหนาวเหน็บจับกระดูกสายหนึ่งดั่งกระแสน้ำ หลั่งไหลท่วมทับผืนดินแห่งนี้ในทันที ทุกคนสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ขนทั่วตัวลุกชัน ค่อยๆ ได้สติกลับคืนมา
ซู่ๆๆ!
จู่ๆ น้ำแข็งก็ก่อตัวขึ้นเป็นชั้นๆ จากความว่างเปล่าขึ้นมาเสียดื้อๆ!
ก้อนน้ำแข็งนี้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วยิ่ง เรียกได้ว่ามืดฟ้ามัวดิน ทันใดนั้นทุกคนก็พบว่าบนท้องฟ้าเหนือหัวได้กลายเป็นก้อนน้ำแข็งแล้ว
เมื่อพวกเขามองไปที่ฝ่ามือเมฆขาวอีกครั้ง ก็ราวกับถูกฟ้าผ่า!
ฝ่ามือเมฆขาวก็ถูกแช่แข็งไว้เช่นเดียวกัน!
ภายใต้แสงจันทร์ ร่างในชุดยาวสีขาวค่อยๆ โผล่ออกมา และยกมือขึ้นชี้ฝ่ามือเมฆขาว
“กึก…ปัง!”
ทันใดนั้นฝ่ามือเมฆขาวก็แตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ร่างของบรรพบุรุษของตระกูลหลิ่วร่วงตกลงมา
แต่แล้วร่างกายของเขาก็ถูกห่อหุ้มด้วยน้ำแข็ง กลายเป็นรูปปั้นแกะสลักน้ำแข็งในชั่วพริบตา!
ต๋าจี่ค่อยๆ เยื้องย่างออกไป เมื่อมาถึงรูปปั้นน้ำแข็งก็คว้ามาไว้ในมือ
ในความว่างเปล่าด้านข้างรูบนท้องฟ้า ห้วงมิติเริ่มสั่นสะเทือน คล้ายกับมีกฎเกณฑ์ทรงพลังบางอย่างเริ่มแก้ไขช่องว่างระหว่างฟ้าดิน พลังแห่งห้วงมิติแผ่ขยายออกไป รูนั้นถูกเติมเต็มด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
น้ำเสียงประหลาดใจหนึ่งดังออกมาจากด้านในช้าๆ “โลกมนุษย์…มีเซียนด้วยหรือ?!”
………………………………………………