ที่แท้ข้าก็คือลูกพี่เซียน - ตอนที่ 157 ท่านปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่น่ากลัวเกินไปแล้ว!
ก้อนน้ำแข็งบนท้องฟ้าค่อยๆ สลายไป รูบนท้องฟ้าก็เริ่มปิดสนิทเข้าหากัน
โลกทั้งใบกลับคืนสู่สภาพเดิมอีกครั้ง
ลมสายหนึ่งพัดโชยมา กลุ่มผู้บำเพ็ญเซียนกลับพร้อมใจกันสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ร่างกายแข็งทื่อ แขนขาเย็นเยียบ
พวกเขากล้าเพียงชำเลืองมองสตรีในชุดขาวบนท้องฟ้าจากหางตา และรีบผละสายตาออกอย่างรวดเร็ว แม้แต่รูปร่างหน้าตาของนางยังไม่กล้ามอง ทำได้เพียงเหลือบมองขอบๆ มุมๆ ถึงกระนั้นจิตใจ ก็ยังประหวั่นพรั่นพรึง!
คนผู้นี้เป็นเซียน!
ทั้งยังต่างจากบรรพบุรุษตระกูลหลิ่ว เพราะนี่คือเซียนในโลกมนุษย์!
สยดสยอง น่ากลัว ระทึกขวัญ!
จักรพรรดิลั่วและโจวต้าเฉิงยังดีกว่าคนอื่น พวกเขาเตรียมใจมาก่อนแล้ว
กู้ฉางชิงและผู้เฒ่าทั้งสามแห่งหุบเขาเมฆาครามใบหน้าซีดขาวราวกระดาษ คล้ายวิญญาณหลุดออกจากร่าง สมองอื้ออึงไปด้วยเสียงหวึ่งๆ ตกใจแทบทรุดลงกับพื้น
กู้ฉางชิงศีรษะชาหนึบ ขนทั่วตัวลุกชัน หัวใจเต้นระรัว หันมองจักรพรรดิลั่วและเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเทา “สตรีผู้นี้ คงไม่ใช่ คงไม่ใช่…”
จักรพรรดิลั่วพยักหน้ายิ้มเจื่อน รู้สึกปวดศีรษะแปลบขึ้นมาเช่นเดียวกัน เขาพูดเสียงต่ำ “ใช่ ไม่ผิด”
“ฟืด——”
กู้ฉางชิงและผู้อาวุโสทั้งสามสูดหายใจเฮือก กลางกระหม่อมแทบจะกระเจิงเปิดออก ตกใจจนเกือบหัวใจวาย
พวกเขาเคยได้ยินจักรพรรดิลั่วบอกว่าหลิ่วหรูเซิงทำให้ผู้ยิ่งใหญ่ขุ่นเคือง เพราะไม่ให้เกียรติสตรีข้างกายผู้ยิ่งใหญ่ ทว่าพวกเขาก็คิดไม่ถึงว่าสตรีผู้นี้จะเป็นถึง…เซียน!
แม่เจ้าโว้ย!
หลิ่วหรูเซิงรนหาที่ตายได้ไม่ธรรมดาอะไรเช่นนี้!
ยอดนักรนหาที่ตายอันดับหนึ่งในใต้หล้า ต้องเป็นเขาไม่ผิดแน่ สมชื่อยิ่งนัก!
หากตอนนี้เขายังไม่ตาย ลำพังแค่ได้รับรู้เรื่องนี้ เกรงว่าคงต้องตกใจตายไปเลยกระมัง
“ยังดี ยังดีที่ข้าไม่สิ้นคิดไปช่วยออกปากอ้อนวอนแทนตระกูลหลิ่ว ไม่เช่นนั้น…” กู้ฉางชิงสั่นไปทั้งตัว ไม่กล้าคิดต่อ อาจจะตายได้!
ต๋าจี่เหลือบมองร่างเซียนในครอบครองปราดหนึ่ง จากนั้นดวงตางามก็กวาดมองพวกกู้ฉางชิง ยกขาก้าวไปข้างหน้า หายวับไปในอากาศ
จากนั้นคำพูดเย็นชาประโยคหนึ่งก็ดังก้องเข้ามาในหูของกู้ฉางชิง “เจ้าคงจะรู้ข้อห้ามของนายข้า เรื่องต่อจากนี้ จัดการให้เรียบร้อย! หากมีปลาที่เล็ดลอดผ่านตาข่ายไปรบกวนความสงบสุข ขของนายท่านล่ะก็…ฮึ่ม!”
กู้ฉางชิงและคนอื่นๆ ลนลานแทบจะเด้งตัวขึ้น สีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง โค้งคำนับไปทางที่ต๋าจี่จากไป
เมื่อต๋าจี่จากไปแล้ว ทุกคนที่นี่ต่างถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก
ในที่สุดเจ้าแม่ขาใหญ่ก็ไปเสียที ได้หายใจได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง
ทุกอย่างคล้ายยังเป็นเช่นเดิม ราวกับว่าทุกสิ่งที่เห็นเมื่อครู่เป็นเพียงภาพลวงตา ไม่ใช่ความจริง ทว่าดั่งเป็นความฝัน
ค่ำคืนนี้เรื่องราวที่ประสบพบเจอมากมายเกินไป แต่ละอย่างล้วนพอจะทำให้โลกเซียนทั้งใบสั่นสะเทือน
ปิดล้อมตระกูลหลิ่ว!
เซียนจุติมา!
แผ่นอักษรเปิดฟ้า!
เซียนม้วยมรณา!
โลกมนุษย์มีเซียน!
จะน่ากลัวเกินไปแล้ว พูดไปคงไม่มีใครเชื่อ
คล้ายกับว่าพวกเขามองเห็นโลกบำเพ็ญเซียนเมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อน สัมผัสถึงกลิ่นอายโบราณที่กำลังพุ่งมาปะทะหน้า!
ต่อจากนี้โลกบำเพ็ญเซียน…เกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ใหญ่ขึ้น!
เวลานี้หลิ่วซิงเหอทรุดลงกับพื้น ผมเผ้ากระเซิง บัดนี้เขาไม่ใช่ผู้นำตระกูลหลิ่วอีกต่อไป แต่เป็นเพียงชายชราไม้ใกล้ฝั่ง ไม่อาจกลับมาเป็นเหมือนก่อน
มีเพียงดวงตาคู่นั้นที่ยังคงมีแสงริบหรี่
เขาจ้องมองกู้ฉางชิง เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ประมุขหุบเขากู้ ช่วยบอกข้าสักหน่อยได้หรือไม่ ว่าลูกชายข้าไปทำให้ผู้ยิ่งใหญ่ท่านนั้นขุ่นเคืองได้อย่างไร?”
กู้ฉางชิงถอนใจอย่างสบายๆ ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกระซิบว่า “เขาพูดจาลวนลามท่านที่เพิ่งจากไปเมื่อครู่”
“อั่ก!”
หลิ่วซิงเหอกระอักเลือด คับแน่นหน้าอก แทบจะสลบไปด้วยความตกใจ
ประกายน้ำใสในดวงตาชราวูบไหว
“ฮ่าๆๆ มิน่าเล่า มิน่าเล่า!” เขาเสียสติไปเล็กน้อย “ข้าเข้าใจแล้ว นี่คือจุดจบตระกูลหลิ่ว จุดจบตระกูลหลิ่ว!
ข้าน่าจะรู้มาก่อน คนบ้าจะนำมาซึ่งหายนะอย่างไม่อาจเลี่ยง ใต้หล้านี้ตระกูลหลิ่วหรือจะนับเป็นสิ่งใด? คนทั่วไปเป็นแค่มดในสายตาตระกูลหลิ่วของข้า แต่ตระกูลหลิ่วของข้าในสายต ตาบางคนมิใช่มดตัวหนึ่งเหมือนกันหรือ? เจ้าพูดถูก หากมีชีวิตหลังความตาย อย่าได้เป็นบ้า! ตระกูลหลิ่วของข้าล่วงเกินผู้ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ จะถูกทำลาย…ก็สมควรแล้ว!”
หลังจากพูดจบ เสียงของเขาก็หยุดชะงัก ร่างกายแข็งทื่อล้มลงกับพื้น ไร้สิ้นสัญญาณชีพ
“ตระกูลหลิ่วเคยชินกับการกดขี่ข่มเหงวางอำนาจ คราวนี้เจอของจริงเข้าแล้ว สมควรจริงๆ!” โจวต้าเฉิงพูดอย่างปลงตก “แต่เห็นตระกูลใหญ่แห่งโลกบำเพ็ญเซียนถูกทำลายลงเช่นนี้ ยากจะหลีก กเลี่ยงมิให้คนรู้สึกใจหาย”
กู้ฉางชิงกลับเอ่ยว่า “เดิมทีพื้นฐานโลกบำเพ็ญเซียนก็คือปลาใหญ่กินปลาเล็ก หากปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ลงมือ เจ้าคิดว่าพวกเราจะมีจุดจบเช่นไร? เส้นทางเซียนอันตรายในทุกก้าวย่างจริงๆ”
“ใช่ โชคดีที่เราได้พบกับท่านปรมาจารย์ ช่างเป็นพรที่ยิ่งใหญ่!” จักรพรรดิลั่วชะงักไป และพูดอย่างเคารพยำเกรง “ตอนแรกข้าคิดว่าปรมาจารย์เขียนกระดาษอักษรแผ่นนั้นเพียงเพื่อทำลาย ยตระกูลหลิ่ว คิดไม่ถึงว่าคนที่อยากจะสังหารจริงๆ คือบรรพบุรุษตระกูลหลิ่ว! วิสัยทัศน์ของข้ายังตื้นเขินนัก”
“นั่นเป็นธรรมดา ความคิดของปรมาจารย์ไหนเลยพวกเราจะคาดเดาได้?” โจวต้าเฉิงพยักหน้าเห็นด้วย และทอดถอนใจ “น่าเสียดายกระดาษอักษรแผ่นนั้น ข้ายังไม่มีเวลาทำความเข้าใจเท่าไหร่เลย”
จักรพรรดิลั่วพูดอย่างขุ่นเคือง “เจ้าก็ยังดีกว่าข้ามาก ข้ายังได้เห็นไม่กี่ครั้ง!”
โจวต้าเฉิงกระแอมเบาๆ สองมือเริ่มบรรเลงฉิน “ไม่พูดแล้ว เสร็จสิ้นคำสั่งปรมาจารย์เป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วน ให้ข้าใช้เสียงฉินส่งพวกเขาเถอะ”
เสียงฉินห้อมล้อมทั่วทั้งตระกูลหลิ่ว ในอากาศเต็มไปด้วยจิตสังหารน่าประหลาด
ไม่ถึงครึ่งชั่วยามต่อมา หลังจากกู้ฉางชิงและคนอื่นๆ มั่นใจว่าไม่มีสิ่งใดขาดตกแล้ว จึงรีบขี่ลำแสงจากไป
ณ ที่แห่งนั้นเหลือเพียงผู้บำเพ็ญเซียนบางส่วนที่รอดชีวิต พวกเขาได้เห็นค่ำคืนสะท้านฟ้าสะเทือนดินและการล่มสลายของตระกูลใหญ่!
ระหว่างทางกลับ กู้ฉางชิงขมวดคิ้วแน่น สีหน้าเปลี่ยนไปมาไม่หยุด
โจวต้าเฉิงอดถามไม่ได้ “ประมุขหุบเขากู้ เป็นอะไรไปหรือ? มีปัญหาใด?”
กู้ฉางชิงพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “เจ้าไม่คิดหรือว่าเหตุใดบรรพบุรุษตระกูลหลิ่วจึงสามารถจุติมาสู่โลกมนุษย์ได้? สิ่งนี้ไม่ปรากฏมานับพันปีแล้ว!”
หลังจากกล่าวเช่นนี้ ทุกคนถึงตระหนักขึ้นได้
จริงสิ!
อย่าว่าแต่พวกเขา ดูเหมือนว่าบรรพบุรุษตระกูลหลิ่วในยามนั้นก็ยังสับสนอยู่เหมือนกัน
หรือว่าจะเกิดอะไรขึ้นในโลกมนุษย์?
โจวต้าเฉิงพูดขึ้นอย่างอดไม่ได้ “ประมุขหุบเขากู้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหรือ? ไม่รู้ว่าบรรพบุรุษของอารามเต๋าหลินเซียนของเราจะติดต่อได้บ้างหรือไม่”
“ไม่นานมานี้ ในใจข้ารู้สึกบางอย่าง คลับคล้ายคลับคลาว่าฟ้าดินมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ราวกับว่าบ่วงที่มองไม่เห็นบนร่างกายเริ่มคลายออก ข้าคิดว่าข้าคิดไปเอง ทว่าบัดนี้…”
เขาสูดหายใจ พูดด้วยน้ำเสียงเหลือเชื่อ “ข้า เกรงว่าเส้นทางเซียนและปุถุชนจะเริ่ม…เชื่อมต่อกันอีกครั้งแล้ว!”
โจวต้าเฉิง จักรพรรดิลั่ว และคนอื่นๆ ต่างเบิกตาโพลง น้ำเสียงตื่นเต้นปนวิตกกังวล “เชื่อม…เชื่อมต่อกันอีกครั้ง?!”
กู้ฉางชิงพูดอย่างไม่แน่ใจ “นี่เป็นเพียงการเดาของข้า แต่จากเหตุการณ์วันนี้ มีความเป็นไปได้มากนัก”
จักรพรรดิลั่วเกิดความคิดแล่นแปลบ สะดุ้งโหยง
“ข้าว่าข้าเข้าใจแล้ว!”
หลังจากเรียบเรียงคำพูดได้แล้วจึงอ้าปากเอ่ยอย่างเคารพยำเกรง “การกลับมาเชื่อมต่อของเส้นทางเซียนและปุถุชน น่าจะเป็นฝีมือของปรมาจารย์ พวกเจ้าบอกว่าเขาจงใจให้กระดาษอักษรแผ่นนี้ กับเราเพื่อจัดการบรรพบุรุษตระกูลหลิ่ว นั่นไม่ได้หมายความว่าเขารู้อยู่แล้ว ว่าจะมีเซียนจุติมาอย่างนั้นหรือ?!”
“เป็นเช่นนี้จริงๆ!”
กู้ฉางชิงผงะไปเล็กน้อย จากนั้นก็สูดลมหายใจเย็นเยือก “แล้วยังมีมุมมองเกี่ยวกับบันทึกท่องประจิมที่ผู้ยิ่งใหญ่กล่าวยามอยู่ที่หุบเขาเมฆาคราม ภายในแผงด้วยความไม่พอใจที่เส้นทางเซี ยนและปุถุชนถูกตัดขาด ทั้งหมดจึงมีความเป็นไปได้ว่าเขาเชื่อมต่อเส้นทางเซียนและปุถุชนขึ้นมาใหม่อีกครั้ง!”
โจวต้าเฉิงพูดต่อ “แล้วพวกเจ้าว่า แม่นางต๋าจี่มิใช่กลายเป็นเซียนแล้วหรือ? ปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่เชี่ยวชาญเก่งกาจ เส้นทางเซียนและปุถุชนถูกตัดขาดยังไม่นับว่าเป็นสิ่งใดสำหรับเขาเล ลย?”
“ฟืด——”
ทุกคนพร้อมใจกันสูดหายใจ
ท่านปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่น่ากลัวเกินไปแล้ว!