ที่แท้ข้าก็คือลูกพี่เซียน - ตอนที่ 177 ซากโบราณเซียน
ไม่ช้าทั้งสองก็เก็บของเสร็จเรียบร้อย เดินออกไปนอกอู๋เผิงอีกครั้ง
เวลานี้ ลำแสงหนึ่งวาบผ่านเหนือศีรษะหลี่เนี่ยนฝาน ทำให้หลี่เนี่ยนฝานผงะไปครู่หนึ่ง
ผู้บำเพ็ญเซียนนี่คล่องแคล่วมีชีวิตชีวาเสียจริง เหาะเหินไปมา ชวนให้อิจฉา
เขาจ้องมองครู่หนึ่ง แล้วจึงหยิบคันเบ็ดออกมา พูดด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย “สระน้ำในสวนหลังบ้านเป็นหลุมเกินไป ในที่สุดคราวนี้ข้าก็สามารถแสดงฝีมือสักที”
มีเวลาว่างตกปลา แต่กลับไม่ได้ตกปลามานาน หลี่เนี่ยนฝานยากจะไม่คันไม้คันมือ
เขานั่งข้างเรือ ยกมือขึ้นวาดคันเบ็ดเป็นเส้นโค้งกลางอากาศอย่างสง่างาม หย่อนลงในน้ำอย่างมั่นคง โดยมีต๋าจี่อยู่ข้างกาย เกิดเป็นทัศนียภาพที่มีเอกลักษณ์
หลังจากตกปลาได้ซักพัก ก็เห็นเรือประมงเล็กลำหนึ่งแล่นเข้ามาช้าๆ
“คุณชายหลี่ เป็นท่านจริงๆ” เสียงแปลกใจดังมาจากเรือประมง
หลี่เนี่ยนฝานมองไปทางต้นเสียงก็อดยิ้มไม่ได้ “อ้าว เถ้าแก่ขายปลา?”
เถ้าแก่ขายปลากล่าวว่า “ข้าเห็นไกลๆ รู้สึกว่าเงาคนคุ้นๆ คิดไม่ถึงว่าจะเป็นคุณชายหลี่ ดูไม่ออกเลยว่าทักษะการพายเรือของคุณชายหลี่จะสูงเช่นนี้”
“เถ้าแก่พาครอบครัวมาล่องเรือด้วยหรือ?” หลี่เนี่ยนฝานถาม
ด้านซ้ายของเถ้าแก่ขายปลามีสตรีในชุดสุภาพ สีผิวคล้ำเข้ม เป็นลักษณะของสตรีชาวประมงมาตรฐาน ข้างหลังเถ้าแก่ร้านขายปลามีเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งอายุราวสี่ห้าขวบ โผล่หัวแอบมองหลี่เนี่ยนฝาน
“คุณชายหลี่ล้อเล่นแล้ว ไหนเลยพวกเราจะมีเวลาล่องเรือ แค่ออกมาหาปลาเท่านั้น” เถ้าแก่ขายปลาดึงเด็กหญิงตัวเล็กๆ ออกมาจากด้านหลัง “เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ เรียกพี่ชายสิ”
เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์เขินอายเล็กน้อย กระซิบเบาๆ “พี่ชาย”
หลี่เนี่ยนฝานพยักหน้ายิ้ม “เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ ช่างเป็นชื่อที่ดีจริงๆ”
“คุณชายหลี่ ในถังนั่นคือปลาหรือ?” เถ้าแก่ขายปลามองเข้าไปในถังด้วยความสงสัย แล้วก็ต้องประหลาดใจที่พบว่าถังนั้นมีปลาอยู่ไม่น้อย
หลี่เนี่ยนฝานพยักหน้า “ใช่แล้ว ตกมาสักพัก ถือว่าได้กำไรเล็กๆ น้อยๆ”
เถ้าแก่ขายปลามองหลี่เนี่ยนฝานด้วยสีหน้าซับซ้อน อดไม่ได้ที่จะระงับจิตใจตนเอาไว้
“ใช้เวลาไม่นานก็ตกได้ขนาดนี้แล้ว ดีกว่าอวนจับปลาของข้าเสียอีก อีกอย่างท่านดูคุณภาพสิ ตกได้ตัวใหญ่ๆ ทั้งนั้น ดูเกล็ดของปลาหลี่นั่นสิ สวยงามยิ่งนัก!” เถ้าแก่ขายปลารู้สึกอิจฉา
“ก็แค่โชคช่วยน่ะ”
หลี่เนี่ยนฝานพูดจบกลับได้ยินเสียง “ผึง”
เอ็นตกปลากระตุก
เมื่อยกคันเบ็ดขึ้นเล็กน้อย ปลาสีเหลืองขนาดใหญ่ตัวหนึ่งก็โผล่ขึ้นจากผิวน้ำ
ดวงตาเถ้าแก่ขายปลาเป็นประกายวาบ “ปลาใหญ่! นี่มันปลาใหญ่!”
เด็กหญิงตัวเล็กที่อยู่ข้างๆ พูดด้วยความตื่นเต้น “ท่านพ่อ ดูเหมือนจะเป็นปลาเสือ!”
ปลาตัวนี้มีพลังไม่น้อย หลี่เนี่ยนฝานไม่ได้ออกแรงสู้มากมาย หมุนคันเบ็ดสบายๆ ไปพลางก็พูดไปพลาง “เถ้าแก่ ท่านบอกว่าทะเลสาบจิ้งเยวี่ยมีปลามาก เป็นเรื่องจริงเลยล่ะ”
เถ้าแก่ขายปลา “…”
ถ้าทุกคนตกปลาได้เหมือนเจ้า พวกเราชาวประมงยังมีประโยชน์อะไรอีก?
ไม่นานหลี่เนี่ยนฝานก็ยกปลาสีเหลืองตัวใหญ่ขึ้นมาได้ อย่างน้อยๆ ก็หนักถึงแปดจิน ลักษณะของปลาตัวนี้แปลกประหลาด ผิวหนังเป็นสีเหลืองคาดแถบสีดำคล้ายลายเสือ เหตุนี้จึงได้ชื่อว่าปลาเสือ
หลี่เนี่ยนฝานยกปลาเสือไว้ในมือ โยนไปตกลงบนเรือประมงของเถ้าแก่ขายปลา
“คุณชายหลี่ นี่ท่าน...” สีหน้าของเถ้าแก่ขายปลาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“นี่เป็นของขวัญพบหน้าที่ข้ามอบให้เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์” หลี่เนี่ยนฝานมองเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ และพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ ชอบหรือไม่?”
เขาสังเกตเห็นนานแล้ว ยามที่เห็นปลาเสือตัวนี้ ดวงตาทั้งสองของเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ก็เป็นประกาย ชัดเจนว่าชื่นชอบมันมาก
เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์พยักหน้าไม่ขาด “อื้มๆ ชอบ ขอบคุณพี่ชาย”
“เจ้าเด็กคนนี้” เถ้าแก่ขายปลาส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ กล่าวอย่างซาบซึ้ง “ขอบคุณคุณชายหลี่ ลูกข้าชอบกินมันที่สุด เฮ้อ ข้าก็จนปัญญา”
หลี่เนี่ยนฝานเอ่ย “ชีวิตมนุษย์ การมีความชอบเป็นเรื่องดี”
เวลานี้ มีลำแสงหลายสายบินผ่านเหนือศีรษะทุกคนไป
เถ้าแก่ขายปลาพูดอย่างอดไม่ได้ “ช่วงนี้ไม่รู้ทะเลสาบจิ้งเยวี่ยมีอะไร ผู้บำเพ็ญเซียนเยอะกว่าปลาเสียอีก”
ดวงตาหลี่เนี่ยนฝานวูบไหวเล็กน้อย ถามด้วยความสงสัย “เพิ่งจะเยอะขึ้นช่วงนี้เองหรือ?”
“ใช่ ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น คุณชายหลี่ เริ่มจะค่ำแล้ว ข้าว่ารีบกลับดีกว่า ไม่แน่ว่าทะเลสาบแห่งนี้อาจจะมีปีศาจอยู่ก็ได้” เถ้าแก่ขายปลางูกัดครั้งเดียวก็หวาดระแวงไปเลย
หลี่เนี่ยนฝานกล่าว “พวกเราจะอยู่ต่ออีกหน่อย”
“คุณชายหลี่ ฟ้าใกล้มืดแล้ว ข้าว่าควรออกเร็วหน่อยจะดีกว่า” เถ้าแก่ขายปลาเตือนอีกครั้ง ก่อนจะพายเรือหาปลา “เช่นนั้นก็ขอตัวก่อน ไว้พบกันใหม่”
หลี่เนี่ยนฝานมองดูเรือประมงลอยออกไป คิ้วขมวดเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้ คงไม่ได้มีปีศาจจริงๆ หรอกนะ?
แล้วอย่างนั้นตนควรจะกลับไปก่อนไหม?
เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้า กลับเห็นลำแสงอีกสองสามสายบินผ่านในความว่างเปล่า ตรงไปยังส่วนลึกของทะเลสาบจิ้งเยวี่ย ในใจยิ่งรู้สึกกังวล
ในความว่างเปล่า ลำแสงสองสายพุ่งไปข้างหน้า
นั่นก็คือชายชราผู้หนึ่งกับสตรีสาวผู้หนึ่ง
“ท่านพ่อ ทะเลสาบจิ้งเยวี่ยมีซากโบราณเซียนอยู่จริงๆ หรือ?”
ชายชราครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ข้าคิดว่าไม่ใช่ข่าวลือไร้มูลเหตุ ข้าไปอ่านตำรามา หนึ่งในตำราโบราณบันทึกว่าเคยมีเกาะเซียนอยู่ในทะเลตะวันออก ซึ่งทะเลสาบจิ้งเยวี่ยติดกับทะเลตะวันออก หากจะมีซากโบราณเซียนก็มิใช่ว่าเป็นไปไม่ได้”
หญิงสาวพูดอย่างมีหวัง “หากเป็นซากโบราณเซียนจริงๆ ก็เยี่ยมไปเลย!”
“อย่ามองโลกในแง่ดีนัก อย่างไรก็เป็นซากโบราณเซียน ย่อมต้องเต็มไปด้วยอันตราย ผู้บำเพ็ญเซียนมากมายที่ไปที่นั่นในครั้งนี้ คนที่รอดชีวิตออกมาไม่รู้ว่าเหลือสักกี่คน”
สีหน้าชายชราเป็นกังวล “นี่เป็นซากโบราณเซียนครั้งที่สี่ที่ข้าได้ยินมา ระยะนี้ซากโบราณเซียนปรากฏขึ้นบ่อยครั้ง”
หญิงสาวเอ่ยว่า “ลองเสี่ยงดู หากไม่ได้การเราก็ถอนตัว”
“ฮ่าๆๆ คิดเหมือนกับข้า เจ้าจำต้องรักษาความคิดนี้ไว้ให้ได้ตลอด แล้วเจ้าจะมีอายุยืนยาว” ชายชราพยักหน้ายิ้มตอบ
ขณะที่ทั้งสองกำลังบินไป ม่านตาหญิงสาวพลันเบิกกว้าง หยุดชะงักลงกะทันหัน เผยสีหน้าแววตาตกตะลึง
อุทานขึ้นว่า “เอ๊ะ? ท่านดูสิ นั่นใช่ท่านปรมาจารย์หรือไม่?”
“เป็นไปไม่ได้ ปรมาจารย์ไปที่หุบเขาเมฆาครามแล้วนี่”
ชายชราส่ายหน้า กวาดผ่านๆ ทีหนึ่งกลับต้องตะลึงอยู่ตรงนั้น พูดด้วยความประหลาดใจ “เป็นปรมาจารย์จริงๆ! คิดไม่ถึงว่าจะกลับมาเร็วขนาดนี้”
หญิงสาวเอ่ยถาม “เช่นนั้นเราจะยังไปที่ซากปรักหักพังอยู่หรือไม่?”
“ไม่ไปแล้ว การได้พบปรมาจารย์นับเป็นโชคชะตาใหญ่หลวง การเยี่ยมเยียนปรมาจารย์เร่งด่วน!”
ชายชราไม่ต้องคิด รีบพาหญิงสาวลงมาอย่างช้าๆ “อีกเดี๋ยวระวังกิริยา อย่าให้ปรมาจารย์ไม่พอใจ”
หญิงสาวพูดอย่างอดไม่ได้ “วางใจเถอะ ข้าพบปรมาจารย์มาก่อนท่านอีก”
หลี่เนี่ยนฝานเก็บคันเบ็ดตกปลา สุดท้ายเขาก็ไม่กล้าเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยง เตรียมตัวกลับบ้าน
กลับเห็นว่ามีลำแสงหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศ จากนั้นก็ค่อยๆ ลอยเข้ามาหาตนช้าๆ
ภายใต้สายตาประหลาดใจของหลี่เนี่ยนฝาน เงาสองร่าง ชายชราและสตรีปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา พร้อมยกมือคำนับ “คุณชายหลี่ ไม่พบกันนาน”