ที่แท้ข้าก็คือลูกพี่เซียน - ตอนที่ 178 ไปกะทันหันเสียจริง
“พวกท่านเอง”
หลี่เนี่ยนฝานตอบอย่างสุภาพ “ผู้เฒ่าหลิน แม่นางชิงอวิ๋น”
หลินมู่เฟิงคลี่ยิ้ม กล่าวว่า “คิดไม่ถึงว่าจะได้พบกับคุณชายหลี่กำลังล่องเรือที่ทะเลสาบแห่งนี้ ช่างบังเอิญจริงๆ”
หลี่เนี่ยนฝานทำท่าทางเชื้อเชิญ “เชิญผู้เฒ่าหลินขึ้นเรือก่อน ต๋าจี่น้อยรีบไปเตรียมชามา”
“เช่นนั้นรบกวนแล้ว” หลินมู่เฟิงและหลินชิงอวิ๋นรู้สึกดีใจ ได้พึ่งบารมีปรมาจารย์อีกครั้ง
หลังจากคุยกันซักพัก
หลี่เนี่ยนฝานก็ถามด้วยความสงสัย “พวกท่านกำลังจะไปที่ใดหรือ? ระยะนี้เห็นผู้บำเพ็ญเซียนมากมาย เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ?”
หลินมู่เฟิงกล่าว “ไม่ปิดบังคุณชายหลี่ มีข่าวลือว่ามีซากโบราณเซียนปรากฏขึ้นในทะเลสาบจิ้งเยวี่ย จึงดึงดูดผู้บำเพ็ญเซียนมากมาย พวกเราเองก็คิดจะมาร่วมสนุกด้วยเช่นกัน”
“ซากโบราณ?” จู่ๆ หลี่เนี่ยนฝานก็มีท่าทีสนใจ “ไม่ทราบว่าซากโบราณหน้าตาเป็นอย่างไรหรือ?”
ในนิยายของโลกก่อน สถานที่ที่ลึกลับที่สุดไม่มีอะไรจะเกินไปกว่าซากโบราณ มีมรดกและทรัพย์สมบัติมากมาย ที่โลกบำเพ็ญเซียนก็มีซากโบราณอยู่ด้วย คงไม่ได้มีสมบัติเซียนอยู่จริงๆ กระมัง?
ไม่แน่อาจมีสมบัติที่ทำให้ตนสามารถเหาะทะยานขึ้นฟ้า หรือไม่อย่างน้อยก็สามารถปรับปรุงร่างกายที่ไม่มีรากปราณ ให้มีความเป็นไปได้ที่จะบำเพ็ญเซียน
ตอนที่มาถึงโลกบำเพ็ญเซียน หลี่เนี่ยนฝานเคยบอกว่าไม่ได้อิจฉาการบำเพ็ญเซียน แน่นอนว่านั่นเป็นการโกหก น่าเสียดายที่มันเลือนรางเลื่อนลอยและไกลเกินเอื้อม
เขาสืบทราบมาแล้วว่าหากไม่มีรากปราณ ก็ไม่มีทางที่จะบำเพ็ญเซียนได้ นอกจากจะมีสมบัติที่เป็นพรอันยิ่งใหญ่ แน่นอนว่าสมบัติเช่นนั้นจะครอบครองได้ก็ยามฝันกลางวันเท่านั้น
หลินมู่เฟิงเปลี่ยนใจฉับพลัน รีบพูดว่า “หากคุณชายหลี่สนใจ พวกเราไปดูด้วยกันได้”
หลี่เนี่ยนฝานใจสั่นไหว ทว่ายังส่ายหัวยิ้มแห้ง “ช่างเถอะ ซากโบราณที่ใดจะไปง่ายเช่นนั้น อีกอย่างข้าเป็นแค่ปุถุชน ไปแล้วจะสนุกอะไร?”
ต่อให้มีสมบัติอย่างว่าจริง ไหนเลยจะตกมาถึงมือคนธรรมดาอย่างตน?
หลินมู่เฟิงรู้ดีว่าถึงเวลาต้องแสดงความจงรักภักดีแล้ว จึงกล่าวอย่างกล้าหาญว่า “แม้ซากโบราณจะค่อนข้างอันตราย แต่หากคุณชายหลี่อยากไป ข้าก็พอจะหาทางให้คุณชายหลี่ได้”
หลินชิงอวิ๋นรีบพูดเสริม “ใช่แล้ว คุณชายหลี่ ท่านเคยต่อแขนที่ขาดของท่านพ่อข้า เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้พวกเราสมควรช่วย”
พ่อลูกคู่นี้ตนช่วยเหลือไว้ไม่ผิดจริงๆ เป็นคนดีกันหมด
หลี่เนี่ยนฝานโบกมือ ตอบด้วยรอยยิ้มว่า “ผู้เฒ่าหลิน นั่นข้าก็แค่ออกแรงมือเท่านั้น น้ำใจของพวกท่านข้าซาบซึ้ง”
เขาชะงักและพูดต่อ “ตอนแรกข้าคิดว่าเกิดภัยร้ายอะไร เลยเตรียมตัวจะกลับเรือน ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็สามารถค้างคืนที่ทะเลสาบได้แล้ว”
หลินมู่เฟิงทราบความหมายของหลี่เนี่ยนฝานได้ทันที พูดอย่างไม่รอช้า “คุณชายหลี่กังวลว่าตอนกลางคืนจะถูกคนรบกวนหรือ? ข้ากับบุตรสาวนับว่าพอมีกำลัง ไม่เช่นนั้นให้เราอยู่เฝ้าท่านก็ได้”
“เอ่อ…” หลี่เนี่ยนฝานขมวดคิ้วเล็กน้อย
หลินชิงอวิ๋นกล่าวอย่างจริงใจ “คุณชายหลี่ แค่คืนหนึ่งสำหรับผู้บำเพ็ญเซียนไม่นับว่าเป็นสิ่งใด เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้โปรดอย่าได้เกรงใจเลย”
หลี่เนี่ยนฝานกล่าวอย่างซาบซึ้ง “เช่นนั้น รบกวนแล้ว”
ไม่ว่าทะเลสาบจิ้งเยวี่ยจะมีปีศาจหรือไม่ การมีผู้บำเพ็ญเซียนสองคนเฝ้ายามในตอนกลางคืน ก็ทำให้หลี่เนี่ยนฝานรู้สึกสบายใจขึ้นมาก
ตะวันลับขอบฟ้าทิศตะวันตก แสงแดดอัสดงเปลี่ยนทะเลสาบจิ้งเยวี่ยให้กลายเป็นสีส้ม
ผ่านไปชั่วครู่ ราตรีก็ย่างกราย
ค่ำคืนของทะเลสาบจิ้งเยวี่ยเยือกเย็น
หลี่เนี่ยนฝานทักทายสองพ่อลูกหลินมู่เฟิงแล้ว ก็แขวนโคมไฟบนอู๋เผิงและพาต๋าจี่เข้าไปนอนด้านใน
ด้านนอก หลินมู่เฟิงและหลินชิงอวิ๋นกำลังจ้องมองทะเลสาบตาไม่กะพริบ สีหน้าเคร่งขรึม
เวลานี้ หลินมู่เฟิงแววตากระชับ ยกมือขึ้นผลักไปที่ทะเลสาบ
“วูบ!”
หลังจากเสียงแผ่วเบา ครู่ต่อมา ศพปีศาจกาบหอยยักษ์ก็ค่อยๆ โผล่ขึ้นบนผิวน้ำ
หลินมู่เฟิงยิ้มอย่างเย็นชา “เหอะๆ เป็นแค่ปีศาจกาบหอย กล้าเข้าใกล้ปรมาจารย์ในระยะสิบเมตรในยามพักผ่อน รนหาที่ตายเสียจริง!”
พลังที่ปล่อยออกมาเล็กน้อย ทำให้เกิดคลื่นบนผิวนั้น ทันใดนั้นฝูงปลารอบๆ ก็ต่างแยกย้ายกันไป ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอยู่ในรัศมีหนึ่งร้อยเมตร
หลินมู่เฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ชิงอวิ๋น นี่เป็นภารกิจที่ปรมาจารย์มอบหมายให้เรา อย่าให้เกิดข้อผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว อย่าว่าแต่ปีศาจเลย ต่อให้เป็นสิ่งที่ส่งเสียงใดๆ ล้วนต้องใส่ใจ อย่าให้พวกมันรบกวนปรมาจารย์ได้”
หลินชิงอวิ๋นพยักหน้าอย่างจริงจัง
ในขณะนี้ บนท้องฟ้ามีนกตัวหนึ่งกำลังกระพือปีก “พึบๆๆ”
หลินชิงอวิ๋นและหลินมู่เฟิงเพ่งสายตาไปพร้อมกัน ไอปราณสองสายที่แตกต่างพุ่งเข้าใส่นกตัวนั้นตามกันไปติดๆ
นกไม่มีแม้แต่เสียงร้อง ร่วงตกลงสู่ทะเลสาบ
แต่แล้วขณะที่มันกำลังจะตกลงไปในทะเลสาบ หลินมู่เฟิงก็ใช้พลังเวท เสกลมพัดร่างของนก ให้ตกลงสู่ทะเลสาบอย่างสงบเงียบ
หลินชิงอวิ๋นพูดขึ้น “ท่านพ่อ ข้าคิดว่าเราสามารถวางค่ายกลกันเสียงให้ปรมาจารย์ได้”
ดวงตาของหลินมู่เฟิงเป็นประกายวาบ กล่าวชื่นชม “วิธีนี้ไม่เลว มั่นใจได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาด!”
ทันใดนั้นค่ายกลก็ถูกกางออกครอบคลุมอู๋เผิง
ถึงกระนั้น พวกเขาทั้งสองก็ยังไม่กล้าผ่อนคลายแม้แต่น้อย ร่างกายเหยียดตรง ดวงตากวาดมองรอบๆ ไม่หยุด ราวกับผู้พิทักษ์ผู้สุดแสนซื่อสัตย์ ที่พยายามหยุดปัจจัยที่ไม่แน่นอนทุกอย่างก่อนที่มันจะเกิดขึ้น
เหนืออู๋เผิง ตะเกียงเปล่งแสงสลัวเลือนราง ไม่นับว่าสว่าง แต่กลับครอบคลุมทั่วทั้งตัวเรือ มองจากระยะไกล แสงสว่างและตัวเรือคล้ายกับรวมเป็นหนึ่งเดียว
เวลานี้ สายลมหนึ่งพัดโชยมา ผืนน้ำเกิดเกลียวคลื่น เรืออู๋เผิงเคลื่อนไปตามคลื่น ลอยไปตามทะเลสาบ
ส่วนลึกในทะเลสาบจิ้งเยวี่ย
ลำแสงมากมายนับไม่ถ้วนจากทั่วทุกสารทิศ ลอยอยู่เหนือท้องฟ้า ดวงตามองสำรวจทะเลสาบไม่ขาดสาย
“พลังปราณที่นี่เข้มข้นและสับสนวุ่นวายที่สุด หากจะมีซากโบราณปรากฏขึ้นก็ต้องอยู่ที่นี่ล่ะ”
“ร่องรอยซากโบราณได้เผยขึ้นแล้ว ไม่ช้าก็เร็วจะปรากฏออกมา”
“เหอะๆ เดือนก่อนข้าก็คิดเช่นนี้ เฝ้ารออยู่ที่นี่ตลอดไม่ไปไหน เดิมทีคิดว่าจะสามารถแอบเพลิดเพลินไปกับซากโบราณคนเดียว ใครจะรู้ว่ารอนานเท่าไรซากโบราณก็ไม่ปรากฏเสียที ผู้คนที่มาพบกลับมีมากขึ้นเรื่อยๆ”
“สหายเต๋า ข้ายังแย่กว่าเจ้า เมื่อครึ่งปีก่อนข้าบังเอิญค้นพบความแตกต่างที่นี่ จึงรอมาจนถึงตอนนี้”
“เฮ้อ มาก่อนก็ดีกว่าบังเอิญมา!”
ในขณะที่ทุกคนทอดถอนใจ พื้นผิวทะเลสาบที่สงบราบเรียบแต่เดิมก็เริ่มผันผวน หินภูเขาประหลาดค่อยๆ ลอยขึ้นจากผิวน้ำ
หินก้อนนี้สีดำสนิท บริเวณใจกลางมีหลุมลึก คล้ายกับสัตว์ร้ายที่กำลังอ้าปาก
ทุกคนใจเต้นโครมคราม สีหน้าปีติยินดี “มาแล้ว ซากโบราณปรากฏขึ้นแล้ว!”
ในความมืด จู่ๆ ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ฮ่าๆๆ ทุกท่าน ข้านำไปก่อนล่ะนะ บ๊ายบาย!”
ทันทีที่สิ้นเสียง ร่างนั้นก็มาอยู่ที่หน้าปากหลุม
ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวเข้าไปอีกก้าว ก็ถูกดาบนับไม่ถ้วนพุ่งทะลุร่างจนกลายเป็นเม่นไปในชั่วพริบตา
คนอื่นๆ ยังไม่อาจมีปฏิกิริยาตอบสนองกลับ
ไม่โอ้อวดไม่ป้ายสี เจ้านำไปก่อนก้าวหนึ่ง ช่างไปอย่างกะทันหันเสียจริง