ที่แท้ข้าก็คือลูกพี่เซียน - ตอนที่ 183 ผึ้งเพลิงทอง น้ำผึ้งเป็นของดี
หลินมู่เฟิงตื่นเต้น
หลี่เนี่ยนฝานเพียงแค่เหลือบมองมันเบาๆ แล้วส่ายหัวด้วยความผิดหวัง
ข้าก็คิดว่าซากโบราณจะมีสมบัติยิ่งใหญ่อะไรเสียอีก
แล้วยาอายุวัฒนะหรือยาเสริมตันล่ะ?
เสียดายข้ายังเพ้อฝันว่าจะมีสมบัติใด ช่วยให้ข้าได้เดินบนเส้นทางบำเพ็ญเซียน
สุดท้ายก็แค่ของเล็กน้อยเช่นนี้เท่านั้น ตระหนี่เกินไปแล้ว!
หลินมู่เฟิงและหลินชิงอวิ๋นลอบมอบสีหน้าของหลี่เนี่ยนฝาน
เมื่อเห็นว่าเขาส่ายหัวทอดถอนใจเบาๆ ดวงตาคล้ายเผยความผิดหวังเล็กน้อย ในใจก็ถึงกับตะลึง
นี่…กำลังดูแคลนอยู่งั้นหรือ?
สิ่งเหล่านี้ไม่อยู่ในสายตาคุณชายหลี่เลยหรือ?
คุณชายหลี่ไม่แม้แต่จะปรายตามองมันสักนิด
หลี่เนี่ยนฝานเอ่ย “ผู้เฒ่าหลิน ท่านรีบเก็บของพวกนี้ไปเถอะ”
หลินมู่เฟิงใจเต้นตึกตัก กลืนน้ำลายระงับความตื่นเต้นของตน “เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจล่ะ”
หลี่เนี่ยนฝานอดหัวเราะไม่ได้ “ท่านใช้คำพูดไม่ถูกแล้ว ซากโบราณนี้เดิมทีก็เป็นของพวกท่าน ข้าก็แค่ตามมาเปิดหูเปิดตาเท่านั้น”
หลินมู่เฟิงรู้ถึงข้อห้ามของหลี่เนี่ยนฝานดี เขาพยักหน้าเดินไปข้างหน้า แล้วดึงดาบยาวออกจากแผ่นหินด้วยความตื่นเต้น
ขณะที่ดึงดาบออก ลำแสงสาดส่องไปทุกทิศ กระทบผนังถ้ำด้านข้าง กลายเป็นแนวอักขระ
“ข้ามีหนึ่งดาบ สังหารเซียนได้!”
อาจกล่าวได้ว่าทรงอำนาจยิ่งใหญ่ รุนแรงและน่าเกรงขาม
หลี่เนี่ยนฝานเพียงแค่เหลือบมองเบาๆ ปราดหนึ่ง จิตใจไม่หวั่นไหวสะทกสะท้านแม้แต่น้อย นั่นเพราะคำพูดเหล่านี้เขาเคยได้ยินมามากแล้วในโลกก่อน
แค่ตระหนี่ก็พอว่า ยังทำเป็นเก่งอีก
เจ้าจะฆ่าเซียนมันเกี่ยวอะไรกับข้า หากเปลี่ยนเป็น ‘ข้ามีหนึ่งดาบ สามารถเป็นเซียน!’ ข้าจะยอมรับเจ้าเลย!
แม้ว่าหลินมู่เฟิงจะเลื่อมใสศรัทธาในคำพูดนี้มาก แต่เมื่อเห็นสีหน้าของหลี่เนี่ยนฝานเช่นนี้ ย่อมไม่กล้าแสดงท่าทีมากเกินไป ได้แต่เก็บข้าวของอย่างระมัดระวัง
แต่ด้วยความตื่นเต้น ทำให้มือทั้งสองข้างสั่นระริก
ติดตามปรมาจารย์ไม่อดอยากปากแห้งจริงๆ!
ขาใหญ่เช่นนี้ ต่อให้เป็นเพียงขนเส้นหนึ่งที่ไม่เห็นค่า ก็ยังเป็นสิ่งล้ำค่าที่พวกเราใฝ่ฝันอยู่ดี!
จากนี้ไปข้าจะเป็นสุนัขรับใช้อันดับหนึ่งของปรมาจารย์ ไม่ว่าใครก็ห้ามแย่ง!
หลี่เนี่ยนฝานมองไปที่อื่นด้วยความเบื่อหน่าย แต่แล้วสายตากลับบีบกระชับ
“เอ๊ะ?”
“เหมือนตรงนั้นจะมีถ้ำ?”
สองพ่อลูกหลินมู่เฟิงเอ่ยปากทันที “คุณชายหลี่ ไปดูสักหน่อยดีหรือไม่”
หลี่เนี่ยนฝานพยักหน้า “ก็ดี”
ถ้ำแห่งนี้กว้างขวาง ทว่าภายในไร้แสงสว่าง หลินมู่เฟิงและหลินชิงอวิ๋นเดินนำทางไปข้างหน้าอย่างช้าๆ
หลังจากเดินไปได้ยี่สิบเมตร ก็รู้แจ้งในทันใด
ที่นี่มีลำธารไหลริน ดอกไม้หลากสีสันแพรวพราว ใบหญ้าเขียวขจี ต้นไม้มากมายเขียวชอุ่ม ทั้งยังมีแสงแดดโปร่งใส ทำให้ผู้คนรู้สึกถึงบันทึกธารดอกท้อ[1]
“ซู่วๆๆๆ!”
เมื่อมองขึ้นไป เห็นน้ำตกแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกล ไหลลงจากจุดสูงสุดของหุบเขา ไม่ได้ซัดโหมรุนแรง แต่ยังงดงามชวนมอง
หลินชิงอวิ๋นอดไม่ได้ที่จะอุทาน “ไม่คิดเลยว่าที่นี่ยังมีแดนสวรรค์อื่นอีก!”
หลินมู่เฟิงยิ้มตอบ “ก็ไม่แปลก ในเมื่อเป็นซากโบราณเซียน ก็หมายความว่ามีเซียนอาศัยอยู่ที่นี่ คงไม่อยู่ในถ้ำก่อนหน้านี้หรอกกระมัง?”
หลี่เนี่ยนฝานมองไปรอบๆ อย่างพินิจพิเคราะห์ “ที่นี่น่าจะเป็นภูเขาที่อยู่รอบๆ ทะเลสาบจิ้งเยวี่ย แดนสวรรค์ก่อตัวขึ้นหลังจากเจาะโพรงภูเขา! สมแล้วที่เป็นเซียน มีความสามารถก็ทำตามอำเภอใจ”
ทันใดนั้นสองพ่อลูกหลินมู่เฟิงพลันเผยสีหน้าแววตากระจ่างรู้แจ้ง “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง คุณชายหลี่ช่างละเอียดพิถีพิถัน ไขกระจ่างความลับได้ในประโยคเดียว น่าทึ่งยิ่งนัก”
สุภาพเกินไปแล้ว ปุบปับก็จะเปิดธุรกิจยกยอปอปั้นกันเองเสียแล้ว
หลี่เนี่ยนฝานยิ้มบางๆ กำลังจะกล่าวต่อ ทว่ากลับได้ยินเสียง “หึ่งๆๆ” ดังมาจากด้านข้าง
เมื่อมองใกล้ๆ จึงเห็นผึ้งสองสามตัวกำลังเล่นกันอยู่ในดอกไม้
เขารู้สึกสนใจขึ้นมา แทบจะไม่ต้องคิด เขายื่นมือออกไปจับผึ้งตัวหนึ่งเบาๆ มาไว้ระหว่างนิ้วทั้งสอง
จากนั้นก็นำมามองดูตรงหน้า
ในฐานะที่เป็นเทพกสิกรรม การจับผึ้งเป็นเรื่องเล็กน้อย
ถึงได้พบว่าผึ้งเหล่านี้แตกต่างจากผึ้งทั่วไปอยู่บ้าง
หัวดูขนาดใหญ่กว่าสักหน่อย แม้ไม่แตกต่างในด้านรูปลักษณ์ ทว่าสีของปีกเป็นสีทอง ยามขยับปีกบินช่างน่าทึ่ง สะท้อนแสงสีทองเรืองรอง นอกจากนี้ ที่ก้นของผึ้งยังมีเหล็กในสีแดง ชวนให้ตื่นตระหนกตกใจ
เดิมทีหลินมู่เฟิงกับบุตรสาวไม่ได้มีทีท่าสนใจมากนัก แต่เมื่อพวกเขาเห็นผึ้งในมือของหลี่เนี่ยนฝาน ม่านตาพลันหดกระชับ ตัวสั่นระริก หนังศีรษะซ่านชาราวกับได้พบเรื่องราวที่ไม่คิดไม่ฝัน
น่ะ นี่มัน…
ผึ้งเพลิงทอง?
หัวใจของพวกเขาเต้นระส่ำอย่างบ้าคลั่ง ขยี้ตาอย่างเหลือเชื่อ มองเข้าไปใกล้ๆ
ทันใดนั้นก็สูดหายใจเฮือก
เป็นผึ้งเพลิงทองไม่ผิดแน่!
เป็นสัตว์ประหลาดโบราณ!
มันโหดร้ายอย่างที่สุด เหล็กในมีพิษ ต่อให้เป็นเซียนยังต้องยอมถอยทัพ
บัดนี้กลับถูกคนจับไว้ในมือราวกับของเล่น ไร้อำนาจเรี่ยวแรงจะต่อต้าน?
แม้จะรู้ถึงความแข็งแกร่งของหลี่เนี่ยนฝาน ทว่าเมื่อเห็นภาพเช่นนี้ ก็ยังรู้สึกตกใจ กระทั่งลมหายใจแทบหยุดชะงัก
คล้ายกับเห็นเจ้าพ่อคนหนึ่งจับมัดห้อยและเฆี่ยนตีเจ้าพ่ออีกคนหนึ่ง ผลกระทบจากภาพที่เห็นตรงหน้าช่างยากจะอธิบาย
พวกเขามองดูผึ้งเพลิงทองที่อยู่เต็มสวนอย่างอ่อนระทวย หากไม่มีสติสัมปชัญญะสุดท้าย พวกเขาคงหันหลังวิ่งหนีไปแล้ว
น่ากลัวเกินไปแล้ว นี่ไม่ใช่ที่สำหรับมนุษย์
หลี่เนี่ยนฝานเล่นกับผึ้งอยู่พักหนึ่ง ทันทีที่คลายมือ พวกมันก็บินออกไป เขาเอ่ยอย่างประหลาดใจว่า “ไม่คิดว่าที่นี่จะมีผึ้งอยู่ด้วย?”
เขาชำเลืองมองไปรอบๆ ทันใดนั้นสายตาพลันจับจ้องไปที่ต้นไม้สูงที่อยู่ไม่ไกล ซึ่งมีรังผึ้งขนาดใหญ่กว่าหัวคนแขวนอยู่ด้านบน ระยิบระยับแสบตา
เขาเลียปากอย่างอดไม่ได้ “ไม่รู้ว่ารังผึ้งนั้นจะมีน้ำผึ้งหรือเปล่า?”
น้ำผึ้งเป็นของดี ก่อนหน้านี้ตนลืมไปได้อย่างไร? น่าจะไปเก็บมาตั้งนานแล้ว!
แม้ซากโบราณเซียนจะไม่มีของที่มีประโยชน์อะไรเลย แต่หากนำรังผึ้งกลับไปได้ เช่นนั้นก็ไม่ถือว่ามาเสียเที่ยวแล้ว
คำใบ้!
คำใบ้ของปรมาจารย์มาแล้ว!
แต่คำใบ้นี่อาจอันตรายถึงชีวิต
หลินมู่เฟิงจิตประหวั่นพรั่นพรึง สมองว่างเปล่าขาวโพลนในทันใด เหยียดยิ้มอัปลักษณ์เสียยิ่งกว่าใบหน้าคนร้องไห้ กลั้นใจเอ่ยว่า “คุณชายหลี่อยากกินน้ำผึ้งหรือ?”
หลี่เนี่ยนฝานพยักหน้า “ใช่ น้ำผึ้งเป็นของดีเลยนะ ข้าไม่ได้ลิ้มรสมันนานแล้ว”
แน่นอนพวกเรารู้ดีว่าน้ำผึ้งเป็นของดี
แต่ที่สำคัญ นี่มันผึ้งเพลิงทอง!
แม้แต่เซียน หากถูกผึ้งเพลิงทองต่อยเข้ายังถูกพิษไฟจู่โจมหัวใจ ยากเย็นเหลือแสน หากต่อมาเซียนถูกต่อยอีกครั้ง ก็เตรียมตัวบอกลาอย่างหนาวเหน็บได้เลย
แต่เมื่อเทียบกับความน่ากลัวของผึ้งเพลิงทองแล้ว น้ำผึ้งของผึ้งเพลิงทองก็เป็นของดีจริงๆ
ไม่เพียงแต่เป็นยารักษา ดื่มไปนานเข้ายังสามารถปรับปรุงสมรรถภาพทางกาย และยกระดับพื้นฐานร่างกายได้อีกด้วย!
ฟังจากน้ำเสียงปรมาจารย์ ชัดเจนว่าแต่ก่อนเคยดื่มน้ำผึ้งเพลิงทองบ่อยๆ
สมกับเป็นเจ้าพ่อผู้ยิ่งใหญ่!
หลินมู่เฟิงสูดหายใจเข้า จิตโหดเหี้ยม กัดฟันและพูด “หากคุณชายหลี่ต้องการดื่ม ข้าช่วยไปหยิบให้คุณชายหลี่ดีหรือไม่?”
“เช่นนั้นรบกวนผู้เฒ่าหลินแล้ว” หลี่เนี่ยนฝานไม่ปฏิเสธ ในความเห็นของเขา มันก็แค่การเก็บน้ำผึ้ง สำหรับผู้บำเพ็ญเซียนแล้ว ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ หรอกหรือ?
หลี่เนี่ยนฝานหยิบถังสี่เหลี่ยมที่มีฝาปิดออกมา ยื่นให้หลินมู่เฟิง “จริงสิ ใช้ถังนี้ใส่รังผึ้งปิดไว้ก็ได้ อย่าทำให้เสียหายนะ ข้าจะเอากลับไปเลี้ยง”
ปรมาจารย์คิดจะเลี้ยงผึ้งเพลิงทอง?
โลกของปรมาจารย์ ข้าเข้าไม่ถึงจริงๆ
หลินมู่เฟิงแทบจะรับถังสี่เหลี่ยมมาอย่างสั่นระริก ใบหน้าสงบราบเรียบ ทว่าความจริงในใจตื่นตระหนก กลั้นน้ำตาแห่งความกลัว ประหม่าจนน้ำเสียงแหบพร่า “คุณชายหลี่วางใจ รอไม่นาน เดี๋ยวข้ากลับมา”
………………………………………………
[1] บทกวีของเถาหยวนหมิง กวีเอกสมัยราชวงศ์จิ้น เป็นบทกวีที่กล่าวถึงดินแดนในอุดมคติ