ที่แท้ข้าก็คือลูกพี่เซียน - ตอนที่ 184 การสำนึกตัวของหลินมู่เฟิง
หลินชิงอวิ๋นรีบก้าวไปข้างหน้า “ท่านพ่อ ข้าจะไปกับท่าน”
สองพ่อลูกมาถึงใต้ต้นไม้ใหญ่ มองขึ้นไปที่รังผึ้งด้วยแววตาสยดสยอง
หลินชิงอวิ๋นรู้สึกกังวลมาก อดไม่ได้ที่จะกระซิบเบาๆ “ท่านพ่อ ต้องไปจริงๆ หรือ?”
หลินมู่เฟิงตัดสินใจ ตอบอย่างไม่ลังเล “ไปน่ะต้องไปอยู่แล้ว ได้รับใช้ปรมาจารย์นับเป็นเกียรติของข้า”
หลินชิงอวิ๋นหน้าซีดเผือด พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “นั่นมันผึ้งเพลิงทองนะ! ท่านไปที่รังของมัน หากถูกต่อยขึ้นมาอันตรายถึงชีวิต”
“เหอะๆ ชิงอวิ๋น เจ้าคิดว่าปรมาจารย์ปฏิบัติต่อพวกเราอย่างไร?” จู่ๆ หลินมู่เฟิงก็ถามขึ้น
หลินชิงอวิ๋นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เท่าเทียมและเป็นมิตร ทั้งยังมอบพรอันประเสริฐแก่พวกเราด้วย!”
“เจ้าจงจำไว้ โลกนี้ไม่มีอาหารที่ให้เปล่า แม้แต่ผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังมีอารมณ์แปลกๆ ในบางครั้ง คุณชายหลี่ชอบใช้ชีวิตปุถุชนอยู่บนโลกมนุษย์ และชื่นชอบให้คนอื่นแสดงผลงานร่วมกับเขา แต่เจ้าต้องรู้ไว้ว่า งานอดิเรกเช่นนี้สำหรับพวกเราแล้ว เป็นพรอย่างหนึ่ง! ดังนั้นการได้พบกับคุณชายหลี่ เรียกได้ว่าโชคดี โอกาส เป็นสิ่งที่เราต้องไขว่คว้ามาด้วยตนเอง!”
หลินมู่เฟิงสีหน้าเคร่งขรึม “ครั้งนี้พวกเราได้อาศัยบารมีของปรมาจารย์แล้ว หากไม่ทำอะไร ใจข้าคงไม่สงบ!”
หลินชิงอวิ๋นกัดฟันเอ่ย “ท่านพ่อ นี่อาจอันตรายถึงชีวิต!”
“เจ้ายังไม่เข้าใจหรือ? ปรมาจารย์ให้บททดสอบนี้แก่พวกเรา!”
หลินมู่เฟิงยิ้มเบาๆ “ในเมื่อปรมาจารย์ชอบเป็นปุถุชน เหตุนี้จึงมักใช้คำใบ้ยืมมือผู้อื่น เขามอบพรแก่เรา แต่จริงๆ แล้วเจตนาเลี้ยงเราเป็นหมาก! หากข้าถอยไปตอนนี้ ก็หมายความว่าข้าไม่มีความตั้งใจที่จะบุกน้ำลุยไฟเพื่อปรมาจารย์เลยสักนิด แล้วหมากอย่างข้ายังจะมีประโยชน์อะไร? ต่อจากนี้ปรมาจารย์จะให้ข้าทำงานต่างๆ อย่างไรอีก?”
ดวงตาหลินชิงอวิ๋นเผยประกายความคิด แต่ยังคงประหม่าไม่สงบ
“ระดับพลังของเจ้ายังต่ำเกินไปมาก!”
หลินมู่เฟิงถอนหายใจเบาๆ และส่ายหัว “ปรมาจารย์ให้พรแก่เรา มีบุญคุณกับเรา ต่อไปแม้นมีหน้าที่ใด ต่อให้ตายจริงๆ พวกเราก็จะไม่ลังเลแม้แต่น้อย! ในฐานะหมาก แม้จะขลาดกลัว แต่…ก็สู้ไม่ถอย!”
พูดจบ ร่างของเขาก็เหาะขึ้นไปช้าๆ ถึงรังผึ้งที่อยู่ไม่ไกล
“หึ่งๆๆ!”
ผึ้งเพลิงทองมากมายนับไม่ถ้วนบินวนเริงระบำ เกิดเสียงหึ่งๆ ทำให้หลินมู่เฟิงขนลุกซู่ ประหม่าถึงขีดสุด
โดยเฉพาะยามเห็นผึ้งเพลิงทองมากมายบินอยู่รอบตัว หัวใจเขาพลันขึ้นมาถึงคอ ความหวาดกลัวมหาศาลปกคลุมจิตใจ
หากเป็นเวลาปกติ เขาคงกลัวจนไม่อาจขยับร่างกาย
“ข้าจะทำให้ปรมาจารย์ผิดหวังไม่ได้!” หลินมู่เฟิงสูดหายใจ แววตาแน่วแน่ เริ่มขยับเข้าไปใกล้รังผึ้ง
ก็เหมือนกับมีคนบอกให้กระโดดลงจากหน้าผาโดยไม่ต้องมีอุปกรณ์ป้องกัน แล้วสัญญาว่าจะไม่มีอันตรายใดๆ หลังจากจบเรื่องจะได้รับผลประโยชน์มากมาย แต่จะมีสักกี่คนที่กล้ากระโดดลงไป?
ต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมากในการบุกน้ำลุยไฟ
“หึ่งๆๆ!”
เสียงหึ่งๆ ของผึ้งหนาแน่นขึ้น ผึ้งเพลิงทองมากมาย คล้ายกับสังเกตเห็นหลินมู่เฟิงแขกที่ไม่ได้รับเชิญ จึงเริ่มส่งเสียงเตือน
หลินมู่เฟิงกัดฟัน ภายใต้แรงกดดันมหาศาล เขายกถังสี่เหลี่ยมไปที่รังผึ้ง
ทันใดนั้น การบินของผึ้งเพลิงทองนับไม่ถ้วนยิ่งทวีความดุเดือด ผึ้งเพลิงทองทุกตัวจากทั่วทั้งสวนต่างบินมาที่รังพร้อมกัน!
หลายปีมานี้ ผึ้งเพลิงทองที่นี่มีมากมายเท่าไหร่ ไม่อาจนับได้ ราวกับกระแสน้ำที่พุ่งเข้าหาหลินมู่เฟิง ฉากเช่นนี้ต่อให้เป็นเซียนก็ยังตกใจกระเจิดกระเจิง หวาดกลัวจนวิญญาณไม่อยู่กับร่าง
ภายในนี้ หากมีผึ้งเพลิงทองสักตัวต่อยถูกหลินมู่เฟิงอย่างไม่ได้ตั้งใจ หลินมู่เฟิงยังอาจต้องโชคร้าย
เหงื่อเย็นเยียบไหลออกจากหน้าผากของหลินมู่เฟิงอย่างรวดเร็ว มือไม้สั่นระริก แทบจะหยุดหายใจ
แต่เมื่อเผชิญกับความกลัวมหาศาลเช่นนี้ เขายังคงต้องรักษาสีหน้าให้สงบราบเรียบเป็นปกติ แม้แต่มุมปากยังปรากฏรอยยิ้มเล็กๆ แสดงให้เห็นว่าทำได้สบายๆ
เพราะปรมาจารย์เฝ้าดูอยู่ ไม่อาจให้ปรมาจารย์สังเกตเห็นความผิดปกติได้
อย่างไรปรมาจารย์ก็บอกแล้วว่า ผึ้งพวกนี้เป็นแค่ผึ้งธรรมดา เช่นนั้นก็ต้องร่วมมือแสดงไปด้วยกัน
เขาไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย มองดูผึ้งเพลิงทองเหล่านี้เข้าไปในถังสี่เหลี่ยมพร้อมกับรังผึ้ง แม้แต่ผึ้งเพลิงทองบางตัวยังค่อยๆ ไต่ตามร่างกายของเขา ปีนเข้าไปในถังสี่เหลี่ยม
น่ากลัวเกินไป ประหม่าเกินไป ตื่นเต้นเกินไป แทบตายอยู่แล้ว!
ฟู่ว——
ดูเหมือนจะเป็นการทดสอบจริงๆ ข้ารู้อยู่แล้วว่าปรมาจารย์ไม่มีทางปล่อยให้ตนตายไปเปล่าๆ
สมกับเป็นปรมาจารย์ แม้แต่ผึ้งเพลิงทองก็เชื่อฟังถึงเพียงนี้ ทรงพลังเกินกว่าใครจะจินตนาการได้จริงๆ
หลี่เนี่ยนฝานเห็นฉากนี้พลันเผยสีหน้าประหลาดใจ อุทานขึ้นอย่างอดไม่ได้ “สุดยอดเลย สมแล้วที่เป็นผู้บำเพ็ญเซียน ยังมีวิธีที่สามารถดูดผึ้งเข้าไปในถังทั้งหมดด้วย เป็นความรู้ใหม่เลย”
หลินมู่เฟิงเหมือนรูปปั้น แขนขาแข็งทื่อ เลือดในร่างกายคล้ายกับหยุดนิ่ง
กระทั่งผึ้งเพลิงทองทั้งหมดบินเข้าไปในถังสี่เหลี่ยม เขาจึงค่อยๆ ฟื้นกลับมา ปิดฝาโดยที่สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
เขาลงจากต้นไม้ รู้สึกว่าขาทั้งสองข้างอ่อนแรง แทบจะยืนไม่มั่นคง แต่โชคดีที่หลินชิงอวิ๋นมาช่วยประคองไว้
เขายื่นถังสี่เหลี่ยมให้หลี่เนี่ยนฝาน แล้วกล่าวว่า “คุณชายหลี่ ปฏิบัติภารกิจลุล่วงแล้ว”
หลี่เนี่ยนฝานรับถังสี่เหลี่ยมมา แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ขอบคุณมาก ลำบากแล้ว คราวหน้าไปชิมน้ำผึ้งที่บ้านข้าได้นะ”
หลินมู่เฟิงพลันดีอกดีใจ รีบร้อนเอ่ยว่า “แน่นอน!”
ดูเหมือนปรมาจารย์จะค่อนข้างพอใจที่ข้าผ่านการทดสอบ ต่อไปข้าต้องพยายามให้มาก เพื่อจะได้เป็นหมากตัวยอด!
“ได้เวลากลับแล้ว ข้าต้องคืนเรืออู๋เผิงที่เช่ามาให้กับชายชราผู้นั้น” หลี่เนี่ยนฝานยิ้ม พายเรืออู๋เผิงออกจากซากโบราณตามกระแสน้ำไปอย่างช้าๆ…
ไม่กี่ชั่วยามก่อน มีลำแสงสายหนึ่งบินออกจากหุบเขาเมฆาครามมุ่งหน้าไปยังอารามเต๋าหลินเซียนอย่างรีบร้อน
คนผู้นั้นก็คือกู้ฉางชิง
บนไหล่ของเขามีนกขนาดใหญ่ที่มีหางสีแดงเพลิงทว่ากลับมีขนสีทองตัวหนึ่ง
นกใหญ่ตัวนี้ก็คือวิหคเพลิงแห่งโลกเซียน
บัดนี้เส้นทางเซียนปุถุชนได้เริ่มเปิดออก ตราบที่มีพลังเพียงพอ โลกเซียนกับโลกมนุษย์ก็จะสามารถแลกเปลี่ยนสิ่งของได้เหมือนเมื่อก่อน ทว่าสิ่งมีชีวิตที่มีระดับพลังมากกว่าเซียนขึ้นไป ไม่อาจลงมายังโลกมนุษย์ได้ตามอำเภอใจ และสิ่งมีชีวิตที่มีระดับพลังต่ำกว่าเซียนลงไปก็ไม่สามารถไปยังโลกเซียนได้ตามต้องการเช่นเดียวกัน
วิหคเพลิงยืนอยู่บนไหล่ของกู้ฉางชิงด้วยใบหน้าเย่อหยิ่ง พูดอย่างเย็นชา “กู้ยวน เจ้าตายแน่ เจ้ากล้าส่งข้ามาที่โลกมนุษย์ เจ้าตายแน่!”
มันเป็นเพียงขั้นต้าเฉิง เมื่อมาถึงโลกมนุษย์แล้ว ก็ยากจะกลับขึ้นไปที่โลกเซียน นอกจากจะต้องกลายเป็นเซียนเสียก่อน
“อากาศในโลกมนุษย์นี่น่าขยะแขยงจริงๆ ไม่ไหว ข้าจะหายใจไม่ออกแล้ว!”
“เจ้าชื่อกู้ฉางชิงกระมัง บรรพบุรุษเจ้าจบเห่แล้ว เจ้าก็จะจบเห่เช่นกัน ทั้งตระกูลของเจ้าต้องจบเห่กันหมด!”
“พวกเจ้ารอรับโทสะเดือดดาลของเจ้าสำนักได้เลย!”
“นี่มันที่ไหนกันเนี่ย? มีแต่อะไรที่เหมือนขยะ รอก่อนเถอะ ข้าจะทำให้คนที่นี่มีชีวิตอยู่อย่างไม่เป็นสุข!”
มันเย่อหยิ่งจองหองเป็นที่สุด แววตาไม่แยแสสนใจผู้ใด โลกมนุษย์ก็เหมือนกับสลัมในสายตาของมัน ตอนนี้มันตกมาถึงที่นี่ ทำให้มันต้องแปดเปื้อนไปหมด!
ความเคียดแค้นอันไร้ที่สิ้นสุดทำให้มันอยากจะทำลายล้างโลกใบนี้
………………………………………………