ที่แท้ข้าก็คือลูกพี่เซียน - ตอนที่ 185 เหตุผลที่เส้นทางเซียนปุถุชนถูกตัดขาด
ความจริง นั่นคือสิ่งที่มันทำเมื่อมาถึงโลกมนุษย์ครั้งแรก
หากไม่ใช่เพราะกู้ฉางชิงลงมือ เกรงว่าบัดนี้หุบเขาเมฆาครามคงกลายเป็นทะเลเพลิงไปแล้ว
กู้ฉางชิงขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้ “ข้าว่าเจ้าควรจะเจียมเนื้อเจียมตัวหน่อย หากไปอยู่กับผู้ยิ่งใหญ่ เจ้าทำผลงานดีให้เขาชื่นชอบ อนาคตจะเป็นพรอันยิ่งใหญ่ แต่หากเจ้าทำให้เขาไม่พอใจ จุดจบคงไม่สวยแน่”
“น่าขัน! จะมีผู้ยิ่งใหญ่ในโลกมนุษย์ได้อย่างไร? เจ้าพวกโง่เง่าอยู่แต่ในกะลา! พรเรอะ? วิหคอย่างข้าต้องการพรไปทำไม?”
วิหคเพลิงยิ้มเหยียดหยาม ชูปีกขึ้นชี้ไปที่กู้ฉางชิง พูดจาโอ้อวด “ในกายข้ามีสายเลือดหงส์ฟ้า เกิดมาเป็นผู้สูงศักดิ์ ยามอยู่ที่โลกเซียน แม้แต่พวกเซียนยังไม่กล้าทำมือทำไม้ใส่ข้า อย่างเจ้าเป็นสิ่งใด กล้ามาพูดเช่นนี้กับข้า?”
กู้ฉางชิงอยากให้บทเรียนวิหคเพลิงที่โง่เขลาเบาปัญญา ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำตัวนี้เสียยิ่งนัก แต่เมื่อคิดว่ามันจะกลายเป็นสัตว์พาหนะของปรมาจารย์ ก็จำต้องข่มใจอดทนไว้
ตนจะหุนหันพลันแล่นไม่ได้ หากเจ้านี่กลายเป็นสัตว์พาหนะของปรมาจารย์ขึ้นมา เกรงว่าสถานะคงจะยิ่งใหญ่เหนือฟ้า ตนไม่อาจกวนโทสะได้จริงๆ
ทว่ามันพยศถึงเพียงนี้ หากกลายเป็นสัตว์พาหนะระดับนั้นจริงๆ จะไม่อาจหาญปีนเกลียวเข้าหรือ?
กู้ฉางชิงรู้สึกปวดหัว สูดหายใจเข้า ระงับความทุกข์ในใจ ยกมือขึ้นกุมจี้หยกที่หน้าอก จิตวิญญาณจมลงในนั้น เอ่ยว่า “ท่านปู่ ต้องพามันไปมอบให้ปรมาจารย์จริงๆ หรือ?”
“เฮ้อ ข้าเองก็ไม่ต้องการ แต่วิหคศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ในโลกเซียนต่างก็เป็นที่รัก ถูกเลี้ยงดูให้หยิ่งผยอง เป็นปกติที่จะไม่เห็นผู้ใดในสายตา”
จี้ปล่อยแสงสว่างจ้า กู้ยวนและกู้ฉางชิงใช้จิตสื่อสารกัน
ความจริง กู้ยวนใช้สิ่งแลกเปลี่ยนจำนวนมากและสมบัติมากมายเพื่อแลกกับจี้ชิ้นนี้ ซึ่งสามารถแบ่งจิตวิญญาณส่วนหนึ่งของตนไว้ในนี้ได้
พบผู้ยิ่งใหญ่เช่นนี้ เขาย่อมอยากทำทุกวิถีทางเพื่อเข้าถึงและทำความเข้าใจ
กู้ฉางชิงทอดถอนใจ รับรู้เหตุผลที่ทำเช่นนี้
ปีศาจสายเลือดสูงพบเจอได้แต่ไม่อาจร้องขอ เจ้าพ่อผู้เก่งกาจมากมายเห็นปีศาจเหล่านั้นอยู่ในระดับเดียวกับตน ทว่ามิใช่สัตว์พาหนะ
อย่างหงส์ฟ้าหรือมังกร หากเจ้าเอามันมาใช้เป็นพาหนะจริงๆ คงบ้าไปแล้วแน่ๆ
กู้ฉางชิงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงหลี่เนี่ยนฝาน
เกรงว่าคงมีแต่ระดับอย่างปรมาจารย์เท่านั้นที่มีคุณสมบัติพอจะใช้มังกรป็นสัตว์ขี่ได้
กู้ยวนก็พูดอย่างจริงจัง “จริงสิ เซียนที่เจ้าบอกว่าถูกผู้ยิ่งใหญ่สังหาร ศพไปอยู่ที่ใด?”
กู้ฉางชิงเอ่ย “ถูกสตรีข้างกายผู้ยิ่งใหญ่พาไป สตรีผู้นั้นยังเคยประมือกับเซียนผู้หนึ่งจากโลกเซียนด้วยล่ะ”
“มิน่าล่ะ โลกมนุษย์กำเนิดเซียนแล้ว แถมยังมีศพเซียนตกไปในโลกมนุษย์อีก”
กู้ยวนสูดหายใจเข้าแล้วเอ่ยว่า “เรื่องนี้ยุ่งเหยิงใหญ่โต ไม่แปลกเลยที่ทำให้เกิดความวุ่นวายในโลกเซียน”
กู้ฉางชิงถามอย่างอดไม่ได้ “จริงสิ ท่านปู่ เหตุใดเส้นทางเซียนปุถุชนจึงถูกตัดขาดหรือ?”
“นั่นข้าก็กำลังจะพูดอยู่พอดี อันที่จริงที่โลกเซียน นี่ไม่ใช่ความลับอีกแล้ว เพราะว่า…”
น้ำเสียงของกู้ยวนเคร่งขรึมจริงจัง โพล่งออกมาสองคำด้วยอารมณ์คล้ายกับทำอะไรไม่ถูก “ไอเซียน!”
“ไอเซียน?” กู้ฉางชิงผงะไปเล็กน้อย
“เจ้าจะคิดว่ามันคือพลังที่อยู่เหนือพลังปราณก็ได้ เมื่อไปถึงขั้นต้าเฉิง ในทางทฤษฎี ขอแค่มีไอเซียนที่เพียงพอก็จะสามารถกลายเป็นเซียนได้! จริงๆ ก็คือการรับไอเซียนล้างบาป”
กู้ยวนชะงักแล้วพูดต่อ “แต่…ข้าไม่รู้ว่าเหตุใดไอเซียนที่สร้างขึ้นในฟ้าดินถึงได้เริ่มลดลง! เจ้ารู้ไหมว่านี่หมายความว่าอย่างไร?”
กู้ฉางชิงตอบอย่างไม่ลังเล “ปริมาณเซียนลดลง?”
กู้ยวนทอดถอนใจ “ไม่เพียงเท่านั้น จะกลายเป็นเซียนต้องการไอเซียน หลังจากเป็นเซียนแล้วก็ยังต้องการไอเซียนเช่นกัน สิ่งนี้ส่งผลให้เซียนมีน้อยลงเรื่อยๆ เซียนมากมายประสบกับสถานการณ์เดียวกันในโลกเซียน นั่นคือยากที่จะก้าวหน้า!”
“เอ่อ นี่…” กู้ฉางชิงใจสั่นไหว ไม่คาดคิดว่าโลกเซียนจะเกิดเรื่องเช่นนี้
กู้ยวนเอ่ย “ดังนั้นเมื่อหลายพันปีก่อน มีสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ทั้งหลายในโลกเซียนเริ่มต้นเค้าโครง ละทิ้งโลกบำเพ็ญเซียน ปกป้องโลกเซียน! สุดท้ายเส้นทางเซียนปุถุชนจึงถูกตัดขาด!”
ไอเซียนที่ก่อตัวขึ้นในฟ้าดินมีจำกัด ยิ่งคนแย่งกันมากเท่าไหร่ก็ยิ่งรุนแรง วิธีที่ดีที่สุดคือยอมสละคนบางส่วนไป
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้” กู้ฉางชิงพยักหน้า เมื่อนึกถึงบันทึกท่องประจิมของหลี่เนี่ยนฝาน เขาก็อดพูดไม่ได้ “ที่จริงปรมาจารย์ได้บอกเรื่องนี้กับพวกเรามาแล้ว”
ทันใดนั้น เขาก็ถ่ายทอดเรื่องราวและคำอธิบายของเรื่องนี้ให้กู้ยวนฟังผ่านทางจิต
“ถูกต้อง ตรงเผง!”
เสียงอุทานของกู้ยวนดังออกมาจากจี้หยก “เมื่อทรัพยากรมีจำกัด ก็จะเกิดสถานการณ์เช่นนี้ ด้วยความสัมพันธ์ของผู้มีอำนาจมากมาย ก็มักถูกกำหนดว่าสามารถเป็นเซียนได้ แต่สำหรับคนธรรมดา เหอะๆ…”
ใบหน้ากู้ฉางชิงมีร่องรอยของความไม่เต็มใจ เขาอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ท่านปู่ เช่นนั้นข้าอยากจะเป็นเซียนก็เป็นไปไม่ได้หรือ?”
“โลกบำเพ็ญเซียนในยามนี้ อยากจะเป็นเซียน…เป็นไปไม่ได้จริงๆ” กู้ยวนครุ่นคิดสักพัก “เว้นแต่…จะมีศพเซียน!”
สีหน้ากู้ฉางชิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย หัวใจสั่นไหวเบาๆ
กลับได้ยินกู้ยวนพูดต่อว่า “ร่างกายเซียนมีไอเซียน ทันทีที่เซียนตายก็สามารถดึงมันออกมาได้ และกลายเป็นเซียน!”
กู้ฉางชิงเบิกตาโพลง หนังศีรษะเต้นตุบๆ ไม่หยุด ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
สังหาร...เซียน?
ไม่ว่าผู้ใดในโลกมนุษย์ได้ยินเรื่องนี้เป็นต้องตะลึงกระมัง
นั่นมันเซียนเชียวนะ!
หลังจากตื่นตะลึง เขาก็ค่อยๆ ได้สติกลับมา นี่ก็คือการบำเพ็ญเซียน!
แม้จะเป็นเซียนแล้วก็ยังต้องต่อสู้แย่งชิง ทุกภาวะวิกฤต!
กู้ยวนพูดด้วยอารมณ์หลากหลาย “โลกเซียนต่อสู้ทั้งต่อหน้าและลับหลัง โหดร้ายยิ่งกว่าโลกบำเพ็ญเซียน เจ้าพ่อใหญ่วางหมากโลก ทุกหนทุกแห่งล้วนมีหมาก หากไม่มีคนหนุนหลัง ก้าวเดียวก็เดินลำบาก! ดังนั้นพวกเราได้พบผู้ยิ่งใหญ่เช่นนี้ ต้องระวังแล้วระวังอีก รอบคอบแล้วรอบคอบอีก กอดขาใหญ่นี้ไว้ให้มั่น!”
กู้ฉางชิงพยักหน้า “หลานจะจำไว้”
ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ “จริงสิ ปรมาจารย์คล้ายกับชื่นชอบการใช้ชีวิตเฉกเช่นปุถุชน ขณะเดียวกันก็อยากให้คนรอบข้างร่วมแสดงไปกับเขา”
“หากเป็นเช่นนี้ ต้องเป็นผู้ยิ่งใหญ่อย่างไม่ต้องสงสัย”
กู้ยวนเผยรอยยิ้มอย่างมีนัย “ผู้ยิ่งใหญ่คนใดล้วนมีข้อห้ามพิเศษบางอย่าง พวกเขามีชีวิตอยู่มาหลายปี แน่นอนว่าต้องหาอะไรที่สนุกเป็นพิเศษสักหน่อย พวกเขาคิดสิ่งใดอยู่ไม่มีใครเดาได้ ทว่าตราบใดที่ร่วมมือกับเขา แล้วทำให้เขาพึงพอใจ ก็ทำไป แค่โอกาสเล็กๆ น้อยๆ ที่โปรยลงมา ล้วนเป็นผลประโยชน์อันใหญ่หลวง!”
ระหว่างที่พูดคุย กู้ฉางชิงก็มาถึงอารามเต๋าหลินเซียนแล้ว
นี่เป็นครั้งแรกที่เขามาเยี่ยมเยียน ยังไม่รู้แน่ชัดว่าปรมาจารย์อยู่ที่ใด ย่อมต้องมีใครสักคนแนะนำ
ไม่ช้า เหยาเมิ่งจีก็เดินออกมาพร้อมกับฉินม่านอวิ๋น
กู้ฉางชิงพูดด้วยรอยยิ้ม “ดูจากสีหน้าประมุขอารามเหยา เจี๋ยตู้คงจะเสร็จสิ้นลงแล้ว?”
เหยาเมิ่งจีตอบด้วยรอยยิ้ม “ฮ่าๆๆ ได้รับโชคจากปรมาจารย์ น่ากลัว แต่ไม่มีอันตรายใดๆ”
กู้ฉางชิงผงะไปครู่หนึ่ง พูดอย่างประหลาดใจ “ปรมาจารย์ร่วมด้วยหรือ?”
เหยาเมิ่งจีทำสีหน้าละอาย แต่กลับไม่ลืมที่จะโอ้อวด “เมิ่งจีไร้พรสวรรค์ โชคดีที่ผู้ยิ่งใหญ่ให้ความสำคัญ ไม่เช่นนั้น เกรงว่าบัดนี้คงกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว”
………………………………………………